ทะเลสาบคาวากุจิโกะ (Kawaguchi-ko) คืออะไร? รีสอร์ตยอดนิยมแห่งฟูจิโกะโกะที่ชมวิวภูเขาไฟฟูจิได้แบบสุดอลังการ
ทะเลสาบคาวากุจิโกะ เป็นหนึ่งในฟูจิโกะโกะ (Fuji-go-ko) ตั้งอยู่ที่เมืองฟูจิคาวากุจิโกะ (Fujikawaguchiko) อำเภอมินามิสึรุ (Minamitsuru) จังหวัดยามานาชิ (Yamanashi)
ภาพ “ฟูจิกลับหัว” ที่สะท้อนบนผิวน้ำอันงดงามของทะเลสาบ คือเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั้งในและต่างประเทศอย่างไม่เสื่อมคลาย
ตั้งอยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 830 เมตร และเป็นทะเลสาบที่มีแนวชายฝั่งยาวที่สุดในบรรดาฟูจิโกะโกะ
ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นส่วนหนึ่งของทรัพย์สินองค์ประกอบของมรดกโลกทางวัฒนธรรม “ภูเขาไฟฟูจิ - วัตถุแห่งศรัทธาและต้นกำเนิดแห่งศิลปะ”
ที่นี่ไม่เพียงเหมาะกับการท่องเที่ยว แต่ยังเป็นพื้นที่ที่มีกิจกรรมหลากหลายทั้งเอาต์ดอร์และออนเซ็น จึงมีนักท่องเที่ยวมาเยือนตลอดทั้งปี
ทิวทัศน์ตามฤดูกาลช่วยแต่งแต้มทั้งทะเลสาบและภูเขาไฟฟูจิ ไม่ว่าจะเป็นซากุระในฤดูใบไม้ผลิ ท้องฟ้าสีครามในฤดูร้อน ใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง หรือวิวหิมะในฤดูหนาว ทุกครั้งที่มาเยือนจะได้เห็นบรรยากาศที่แตกต่างกัน

ไฮไลต์ห้ามพลาดของคาวากุจิโกะ
1. จุดถ่ายรูปวิวภูเขาไฟฟูจิสุดสวย
คาวากุจิโกะเป็นหนึ่งในจุดที่ดีที่สุดสำหรับชมภูเขาไฟฟูจิ
โดยเฉพาะ “ฟูจิกลับหัว” ที่มองเห็นจากฝั่งเหนือของทะเลสาบนั้นมีชื่อเสียงในฐานะวิวระดับสุดยอด ในวันที่อากาศแจ่มใสและลมสงบ ภูเขาไฟฟูจิจะสะท้อนบนผิวน้ำอย่างสวยงาม
ที่ “สวนโออิชิ (Ōishi Park)” ในช่วงปลายมิถุนายนถึงกลางกรกฎาคม สามารถชมภาพลาเวนเดอร์กับภูเขาไฟฟูจิพร้อมกันได้ ส่วน “อุบุยางาซากิ (Ubuyagasaki)” ก็เป็นจุดถ่ายภาพฟูจิยอดนิยมตลอดทั้งปี
2. กระเช้าลอยฟ้าคาจิคาจิยามะแห่งสวนเท็นโจซัง
สามารถนั่งกระเช้าขึ้นไปยังสวนเท็นโจซัง (Tenjōzan Park) ที่อยู่ทางฝั่งตะวันออกของคาวากุจิโกะได้ โดยใช้เวลาประมาณ 3 นาที
จากจุดชมวิวที่ระดับความสูงประมาณ 1,075 เมตร จะได้พบกับวิวพาโนรามาอันยอดเยี่ยมที่มองเห็นทั้งภูเขาไฟฟูจิและทะเลสาบคาวากุจิโกะ
นอกจากนี้ ยังมีมุมตกแต่งด้วยกระต่ายและทานุกิที่ได้แรงบันดาลใจจากนิทานพื้นบ้าน “คาจิคาจิยามะ (Kachi-kachi-yama)” ซึ่งเป็นที่รู้จักจากนวนิยายของดาไซ โอซามุ (Dazai Osamu) ทำให้การเดินเล่นก็สนุกไม่แพ้กัน
3. พิพิธภัณฑ์ศิลปะคาวากุจิโกะและสถานที่ทางวัฒนธรรม
ริมทะเลสาบคาวากุจิโกะมี “พิพิธภัณฑ์ศิลปะคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko Museum of Art)” ซึ่งจัดแสดงภาพวาดและภาพถ่ายที่มีภูเขาไฟฟูจิเป็นธีมหลัก
นอกจากนี้ ยังมีสถานที่ด้านศิลปะและวัฒนธรรมกระจายอยู่รอบทะเลสาบ เช่น “พิพิธภัณฑ์ดนตรีและป่าคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko Music Forest Museum)” และ “พิพิธภัณฑ์คุโบตะ อิจิคุ (Kubota Itchiku Museum)” จึงมีคอนเทนต์ท่องเที่ยวที่เพลิดเพลินได้แม้ในวันที่ฝนตก
4. ผ่อนคลายที่ออนเซ็นคาวากุจิโกะ
บริเวณฝั่งตะวันออกของคาวากุจิโกะคือแหล่ง “ฟูจิคาวากุจิโกะออนเซ็นเคียว (Fujikawaguchiko Onsenkyō)” ที่มีเรียวกังออนเซ็นและรีสอร์ตจำนวนมาก
ประสบการณ์การแช่ออนเซ็นกลางแจ้งพร้อมชมภูเขาไฟฟูจิอย่างสบาย ๆ คือช่วงเวลาแห่งการผ่อนคลายสุดพิเศษที่หาได้เฉพาะที่นี่
มีสถานที่ที่สามารถแช่ออนเซ็นแบบไปเช้าเย็นกลับได้ด้วย จึงไม่จำเป็นต้องพักค้างคืนก็สามารถเพลิดเพลินกับออนเซ็นได้
5. กิจกรรมเอาต์ดอร์
ที่คาวากุจิโกะสามารถสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้งเฉพาะทะเลสาบได้หลากหลาย เช่น พายเรือแคนู, SUP (สแตนด์อัพแพดเดิลบอร์ด), พายเรือ และตกปลา
นอกจากนี้ ยังมีเส้นทางปั่นจักรยานเช่ารอบทะเลสาบที่จัดไว้เป็นอย่างดี การปั่นจักรยานพร้อมรับลมสดชื่นริมทะเลสาบจึงเป็นอีกกิจกรรมที่แนะนำ
ในฤดูหนาว เรือโดมตกปลาวาคาซากิก็ได้รับความนิยมเช่นกัน

วิธีเที่ยวคาวากุจิโกะตามฤดูกาล
- ฤดูใบไม้ผลิ (กลางเมษายน-พฤษภาคม):ริมทะเลสาบคาวากุจิโกะที่ซากุระบานสะพรั่ง เปิดโอกาสให้ชมภาพภูเขาไฟฟูจิกับซากุระพร้อมกัน และยังมี “เทศกาลซากุระฟูจิ-คาวากุจิโกะ” จัดขึ้นด้วย
- ฤดูร้อน (มิถุนายน-สิงหาคม):เหมาะกับแคมป์และกิจกรรมทางน้ำริมทะเลสาบที่เขียวชอุ่ม ใน “เทศกาลสมุนไพรคาวากุจิโกะ” ดอกลาเวนเดอร์จะบานสวยที่สุด
- ฤดูใบไม้ร่วง (ปลายตุลาคม-กลางพฤศจิกายน):“เทศกาลใบไม้เปลี่ยนสีฟูจิคาวากุจิโกะ” จะจัดขึ้น โดยอุโมงค์เมเปิลสีแดงและเหลืองช่วยแต่งแต้มริมทะเลสาบอย่างงดงาม
- ฤดูหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์):อากาศที่ปลอดโปร่งทำให้มองเห็นภูเขาไฟฟูจิที่ปกคลุมด้วยหิมะได้ชัดเจน และใน “คาวากุจิโกะฟุยุฮานาบิ” ยังได้ชมพลุพร้อมฉากหลังเป็นภูเขาไฟฟูจิอีกด้วย
ข้อมูลการเดินทาง
ที่อยู่
เมืองฟูจิคาวากุจิโกะ อำเภอมินามิสึรุ จังหวัดยามานาชิ
วิธีไปคาวากุจิโกะ
- รถไฟ
- จากสถานี JR ชินจูกุ (JR Shinjuku Station) นั่งรถด่วนพิเศษ “ฟูจิไคยู (Fuji Excursion)” ไปยังสถานีคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko Station) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาที-1 ชั่วโมง 55 นาที (ตรงไม่ต้องเปลี่ยนขบวน)
- จากสถานีคาวากุจิโกะ สามารถต่อรถบัสท่องเที่ยวรอบเมือง “รถบัสเรโทร (Retro Bus)” หรือแท็กซี่ไปยังสถานที่ท่องเที่ยวรอบ ๆ ได้
- รถบัสด่วน
- จากบัสตะชินจูกุ (Busta Shinjuku) ไปสถานีคาวากุจิโกะ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที
- รถยนต์
- จากทางด่วนชูโอ “คาวากุจิโกะ IC (Kawaguchiko IC)” ใช้เวลาประมาณ 10 นาที
ที่จอดรถ
รอบคาวากุจิโกะมีทั้งที่จอดรถฟรีและเสียค่าบริการจำนวนมาก
ในช่วงฤดูท่องเที่ยว แนะนำให้มาถึงแต่เช้า

วิธีเที่ยวคาวากุจิโกะให้สนุก
1. ตระเวนจุดถ่ายรูป
คาวากุจิโกะมีจุดถ่ายภาพวิวภูเขาไฟฟูจิอันสวยงามกระจายอยู่หลายแห่ง
โดยเฉพาะ “สวนโออิชิ” และ “อุบุยางาซากิ” ถือเป็นโลเคชันยอดเยี่ยม
ช่วงเช้าตรู่หรือยามเย็น สีของท้องฟ้าจะเปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ได้ภาพที่ดูดรามาติกมากขึ้น
2. ผ่อนคลายที่ออนเซ็น
ใช้เวลาหรูหราสบาย ๆ กับการแช่น้ำร้อนในเรียวกังออนเซ็นริมทะเลสาบ พร้อมชมภูเขาไฟฟูจิไปด้วย
มีออนเซ็นแบบไปเช้าเย็นกลับให้เลือก จึงแวะได้สะดวก
3. แวะคาเฟ่และร้านอาหาร
ที่นี่มีทั้งคาเฟ่และร้านอาหารจำนวนมากที่เสิร์ฟอาหารและขนมโดยใช้วัตถุดิบท้องถิ่น เหมาะกับการแวะพักระหว่างเที่ยว
เมนูขึ้นชื่อของยามานาชิอย่าง “โฮโต (Hōtō)” และกาแฟที่ชงด้วยน้ำใต้ดินจากภูเขาไฟฟูจิก็ได้รับความนิยมมาก

ข้อมูลสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว
ของที่ควรพกและการแต่งกาย
- เสื้อกันหนาว:เนื่องจากอยู่บนพื้นที่สูงราว 830 เมตร อุณหภูมิจึงลดลงได้ง่ายกว่าตัวเมือง โดยเฉพาะฤดูหนาวต้องแต่งตัวให้อบอุ่น
- รองเท้าที่เดินง่าย:หากต้องการเดินเล่นริมทะเลสาบหรือเดินป่า แนะนำรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินเขา
- กล้องถ่ายรูป:อย่าลืมพกมาเพื่อบันทึกภาพวิวสุดอลังการของภูเขาไฟฟูจิและทะเลสาบ
ข้อควรระวัง
- ตรวจสอบสภาพอากาศ:การจะมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้สวยหรือไม่ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ช่วงเช้าโดยเฉพาะเช้ามืดมักมีเมฆน้อย หากอยากถ่ายฟูจิกลับหัว แนะนำให้มาแต่เช้า
- ช่วงคนเยอะ:ในฤดูท่องเที่ยว (ซากุระฤดูใบไม้ผลิและใบไม้เปลี่ยนสีฤดูใบไม้ร่วง) รวมถึงวันหยุดยาว มักมีนักท่องเที่ยวหนาแน่น ควรพิจารณามาแต่เช้าหรือวันธรรมดา
- ระยะเวลาที่ใช้โดยประมาณ:หากเที่ยวจุดหลัก ๆ ใช้เวลาครึ่งวันถึง 1 วัน และหากพักออนเซ็นค้างคืนก็แนะนำให้เที่ยวแบบ 2 วัน
คาวากุจิโกะคือสถานที่พิเศษที่ทำให้คุณได้ดื่มด่ำกับความงามของภูเขาไฟฟูจิซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่น
มาเยือนเพื่อสัมผัสธรรมชาติทั้ง 4 ฤดูและกิจกรรมหลากหลายที่นี่กันให้ได้สักครั้ง!