เพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวญี่ปุ่น!

วิธีนั่งแท็กซี่ญี่ปุ่นไม่งง | การจอง จ่ายเงิน มารยาทครบจบ

วิธีนั่งแท็กซี่ญี่ปุ่นไม่งง | การจอง จ่ายเงิน มารยาทครบจบ
แท็กซี่ญี่ปุ่นขึ้นได้ทั้งป้ายจอดและโบกริมทาง แต่มีกฎเฉพาะอย่างประตูเปิดปิดอัตโนมัติ สรุปวิธีขึ้น การจองล่วงหน้า วิธีจ่ายเงิน การบอกจุดหมาย เคล็ดลับเมื่อสื่อสารไม่ได้ รวมถึงวิธีรับมือของหาย อ่านจบนั่งแท็กซี่ได้เลย

ไฮไลต์

แท็กซี่ญี่ปุ่นคืออะไร

แนะนำพื้นฐานการใช้แท็กซี่ในญี่ปุ่นทั้งจุดจอด เรียกข้างทาง และแอปเรียกรถ ตั้งแต่ระบบประตูอัตโนมัติไปจนถึงการชำระเงิน การจอง และวิธีรับมือปัญหา

ขั้นตอนการขึ้นแท็กซี่

เข้าคิวที่จุดจอดแท็กซี่หน้าสถานีหรือย่านชุมชน หรือยกมือเรียกรถที่แสดงป้ายว่าง ประตูหลังด้านซ้ายจะเปิด-ปิดโดยคนขับอัตโนมัติ จึงไม่ต้องสัมผัสเอง

วิธีบอกจุดหมาย

วิธีที่แน่นอนคือแสดงชื่อโรงแรมหรือที่อยู่บนหน้าจอแอปแผนที่ให้คนขับดู รถที่ติดตั้งแท็บเล็ตรองรับหลายภาษาก็มีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

วิธีชำระเงิน

ใช้ได้ทั้งเงินสด บัตรเครดิต บัตร IC ระบบขนส่ง และ QR โค้ด แต่รถแต่ละคันรองรับต่างกัน ควรตรวจสอบก่อนขึ้น ไม่ต้องให้ทิป

ระบบคิดค่าโดยสาร

คิดแบบค่าโดยสารเริ่มต้น + คิดเพิ่มตามระยะทางและเวลา ช่วงดึก-เช้ามืด (ประมาณ 22:00–05:00) อาจมีค่าบริการเพิ่มราว 20%

เคล็ดลับการจองและเรียกรถ

แอปเรียกรถ "GO" ใช้ได้ทั่ว 47 จังหวัดของญี่ปุ่น รองรับภาษาญี่ปุ่นและอังกฤษ นอกจากนี้ยังสามารถขอให้แผนกต้อนรับโรงแรมเรียกให้หรือโทรจองได้

การรับมือของหายและปัญหา

รับใบเสร็จตอนลงจากรถไว้ จะเป็นประโยชน์ในการติดต่อเมื่อลืมของหรือเมื่อเกิดปัญหาเรื่องค่าโดยสาร

ข้อมูลล่าสุดโปรดตรวจสอบจากประกาศอย่างเป็นทางการหรือยืนยัน ณ สถานที่จริง

แท็กซี่ญี่ปุ่นขึ้นได้ที่ไหน? จุดจอดแท็กซี่ วิธีโบกรถ และการเรียกผ่านแอป

ในญี่ปุ่น วิธีทั่วไปในการขึ้นแท็กซี่คือการต่อแถวที่จุดจอดแท็กซี่บริเวณหน้าสถานีรถไฟหรือย่านชุมชน

ในพื้นที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน คุณอาจโบกเรียกแท็กซี่ที่วิ่งรับผู้โดยสารอยู่บนถนนได้

ในเมืองใหญ่อย่างโตเกียว (Tōkyō) และโอซาก้า (Ōsaka) จะมีแท็กซี่วิ่งรับผู้โดยสารอยู่บ่อยครั้ง แต่ในต่างจังหวัดมีจำนวนน้อย จึงควรใช้จุดจอดแท็กซี่หรือจองล่วงหน้า เพราะจะมั่นใจกว่า

สถานการณ์ที่ควรใช้จุดจอดแท็กซี่

・บริเวณสถานีรถไฟหรือแหล่งท่องเที่ยวที่มีคนหนาแน่น

・วันฝนตกหรือช่วงกลางคืนที่หาแท็กซี่ลำบาก

・มีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่และต้องการขึ้นรถอย่างปลอดภัย

※ที่สนามบินหรือสถานที่จัดงาน อาจมีจุดขึ้นแท็กซี่ที่กำหนดไว้เฉพาะ กรุณาทำตามป้ายบอกทางในพื้นที่

ให้สังเกตป้ายแนะนำบริเวณนั้น

วิธีดูว่าแท็กซี่ว่างหรือไม่

แท็กซี่ญี่ปุ่นที่รับผู้โดยสารได้จะแสดงป้าย "คูชะ" (kūsha = ว่าง) บริเวณกระจกหน้ารถ

หากแสดงป้ายที่หมายถึง "กำลังวิ่งมิเตอร์" "ไม่รับผู้โดยสาร" หรือ "ไปรับลูกค้า" จะไม่สามารถขึ้นได้ ให้ตรวจสอบป้ายก่อนโบกรถ

ในเวลากลางคืน บางคันจะมีไฟบนหลังคาหรือไฟภายในรถที่ช่วยบอกว่าแท็กซี่ว่างอยู่ ให้สังเกตจากไฟแสดงสถานะ

วิธีขึ้นแท็กซี่ญี่ปุ่น ระบบประตูอัตโนมัติและการเลือกที่นั่ง

แท็กซี่ญี่ปุ่นส่วนใหญ่มีประตูหลังฝั่งซ้ายที่คนขับจะเปิด-ปิดให้ผู้โดยสาร

ไม่ต้องจับประตูเอง ให้รอคนขับเปิดให้ และตอนลงก็ให้คนขับปิดให้เช่นกัน

ปัจจุบันมีแท็กซี่รุ่นใหม่อย่าง Toyota JPN Taxi ที่เป็นประตูสไลด์ด้วย

สิ่งที่ควรเตรียมก่อนขึ้นแท็กซี่

・เตรียมหน้าจอแอปแผนที่หรือที่อยู่ปลายทางให้พร้อมแสดง

・หากมีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ให้ถามคนขับก่อนว่าใส่ท้ายรถได้หรือไม่

・คาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง (ตามกฎหมายจราจรที่แก้ไขเมื่อปี 2008 ผู้โดยสารทุกที่นั่งรวมถึงเบาะหลังต้องคาดเข็มขัด)

มารยาทเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างนั่งแท็กซี่

ในรถแท็กซี่ญี่ปุ่น ผู้โดยสารมักจะสนทนาเสียงเบา

หากต้องคุยโทรศัพท์ ควรคุยสั้นๆ และลดระดับเสียง จะทำให้บรรยากาศดีขึ้น

ควรงดรับประทานอาหารและเครื่องดื่มในรถ

วิธีบอกจุดหมายปลายทาง เคล็ดลับเมื่อไม่ถนัดภาษาญี่ปุ่น

วิธีที่แน่นอนที่สุดคือแสดง "ที่อยู่" หรือ "ชื่อสถานที่" ให้คนขับดู

ชื่อสถานที่ที่อ่านยาก แค่แสดงเป็นตัวอักษรให้ดูก็สื่อสารได้ง่ายขึ้น

รูปแบบการบอกจุดหมายที่นิยมใช้

・แสดงชื่อโรงแรมหรือสถานที่ท่องเที่ยวให้คนขับดู

・เสริมด้วยจุดสังเกตใกล้เคียง (ชื่อสถานี ชื่อแยก)

・สถานที่ที่มีทางเข้าหลายจุด ให้บอกสั้นๆ ว่าต้องการลงฝั่งไหน (เช่น ทางเข้าหลัก)

เมื่อสื่อสารไม่เข้าใจ

วิธีเร็วที่สุดคือชี้แผนที่แล้วพูดว่า "ไปที่นี่ครับ/ค่ะ"

หากไม่มั่นใจ ลองขอให้คนขับดูเส้นทางบนแผนที่ร่วมกันก่อนออกเดินทาง จะช่วยให้อุ่นใจขึ้น

ปัจจุบันมีแท็กซี่ที่ติดตั้งแท็บเล็ตมากขึ้น ซึ่งรองรับการพิมพ์จุดหมายปลายทางหลายภาษาด้วย

ค่าแท็กซี่ญี่ปุ่น ระบบคิดราคาและวิธีจ่ายเงิน

ค่าโดยสารคิดตามมิเตอร์เป็นหลัก โดยมีค่าโดยสารเริ่มต้น บวกกับค่าระยะทางและเวลา

หากใช้ทางด่วนหรือทางเสียค่าผ่านทาง จะมีค่าทางด่วนเพิ่มต่างหาก

ช่วงดึกและเช้ามืด (ส่วนใหญ่ตั้งแต่ 22:00 ถึง 05:00) อาจมีค่าบริการเพิ่มประมาณ 20%

วิธีชำระเงินแตกต่างกันตามรถและพื้นที่ ควรตรวจสอบจากสติกเกอร์บนตัวรถหรือสอบถามคนขับก่อนขึ้น

วิธีจ่ายเงินที่พบบ่อย

・เงินสด (รับธนบัตร 10,000 เยน ได้ แต่เตรียมธนบัตรย่อยไว้จะสะดวกกว่า)

・บัตรเครดิต

・เงินอิเล็กทรอนิกส์และ QR Code (บัตร IC ระบบขนส่ง, PayPay ฯลฯ รองรับแตกต่างกันตามรถ)

ประโยชน์ของการขอใบเสร็จ

ใบเสร็จจะเป็นประโยชน์มากหากลืมของไว้ในรถ

เนื่องจากมีข้อมูลติดต่อและรายละเอียดการเดินทาง ควรบอกคนขับว่า "ขอใบเสร็จด้วยครับ/ค่ะ" ตอนลงรถ

ต้องให้ทิปไหม?

ในญี่ปุ่น ไม่มีธรรมเนียมการให้ทิปแท็กซี่

แค่พูด "ขอบคุณครับ/ค่ะ" ก็ถือว่าสุภาพแล้ว

วิธีจองแท็กซี่ญี่ปุ่น แอปเรียกรถ โทรศัพท์ และฝากโรงแรมเรียกให้

หากต้องการขึ้นแท็กซี่อย่างแน่นอน การจองล่วงหน้าจะสะดวกมาก

วิธีการเรียกรถแตกต่างกันตามพื้นที่และบริษัท เลือกวิธีที่สะดวกที่สุดได้เลย

ตัวเลือกหลักในการจองแท็กซี่

・ใช้แอปเรียกแท็กซี่ (แอป「GO」รองรับทั้ง 47 จังหวัดทั่วญี่ปุ่น ใช้ได้ทั้งภาษาญี่ปุ่นและอังกฤษ ส่วน「Uber Taxi」ก็ใช้ได้ในบางเมืองใหญ่)

・โทรจองกับบริษัทแท็กซี่โดยตรง

・ฝากพนักงานโรงแรมหรือสถานที่ช่วยเรียกให้

สิ่งที่ควรแจ้งตอนจอง

・จุดรับ (ชื่อทางเข้า ฝั่งถนน ฯลฯ)

・ความต้องการพิเศษเรื่องรถ (มีกระเป๋าใหญ่ ต้องการคาร์ซีทเด็ก ฯลฯ)

・วิธีชำระเงินที่ต้องการ (หากจำเป็น)

※การเรียกผ่านแอปอาจมีค่าบริการเรียกรถเพิ่ม (ประมาณไม่กี่ร้อยเยน) เงื่อนไขแตกต่างกันตามวิธีการจองและพื้นที่ กรุณาตรวจสอบในหน้าจองหรือข้อมูลแนะนำ

วิธีรับมือปัญหา กลัวถูกขับอ้อม หรือลืมของไว้ในแท็กซี่

เคล็ดลับลดความกังวลคือ "เก็บหลักฐานไว้เสมอ"

ก่อนออกเดินทาง ให้แชร์จุดหมายบนแผนที่กับคนขับ และตอนลงรถให้เก็บข้อมูลสำคัญไว้ จะช่วยให้อุ่นใจ

เมื่อกังวลว่าจะถูกขับอ้อม

・เปิดแอปแผนที่ดูเส้นทางคร่าวๆ และเวลาเดินทางโดยประมาณก่อนขึ้นรถ

・หากต้องการใช้ทางด่วน ให้ปรึกษาคนขับก่อนออกเดินทาง

・เมื่อสื่อสารด้วยคำพูดลำบาก ให้แสดงหน้าจอเพื่อตกลงเส้นทางร่วมกัน

เมื่อลืมของไว้ในแท็กซี่

・หากมีใบเสร็จ ให้โทรติดต่อบริษัทแท็กซี่ตามหมายเลขที่ระบุไว้

・หากไม่มีใบเสร็จ ให้จดจุดขึ้นรถ จุดลงรถ ช่วงเวลา และลักษณะของรถไว้

・หากใช้แอปเรียกแท็กซี่ สามารถสอบถามผ่านประวัติการใช้งานในแอปได้

・ยิ่งติดต่อเร็วเท่าไหร่ โอกาสได้ของคืนก็ยิ่งมากขึ้น

วิธีป้องกันปัญหาเรื่องค่าโดยสาร

แท็กซี่ญี่ปุ่นโดยทั่วไปจะแสดงค่าโดยสารบนมิเตอร์ ให้ตรวจสอบหน้าจอมิเตอร์ตั้งแต่ขึ้นรถ

หากเกิดปัญหา ให้เก็บใบเสร็จไว้ แล้วติดต่อบริษัทแท็กซี่หรือสำนักงานขนส่งของกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยว

สรุป วิธีขึ้นแท็กซี่ญี่ปุ่นอย่างมั่นใจ

แท็กซี่ญี่ปุ่นใช้งานง่าย แค่ต่อแถวที่จุดจอดก็ไม่หลงทาง แม้ไม่ถนัดภาษาก็บอกจุดหมายได้ด้วยการแสดงแผนที่

ไม่ต้องจับประตู ให้คนขับเปิด-ปิดให้ และควรเช็กวิธีจ่ายเงินก่อนขึ้นรถ

ใช้แอปเรียกแท็กซี่「GO」หรือฝากพนักงานโรงแรมเรียกให้ และอย่าลืมขอใบเสร็จ จะช่วยให้การเดินทางและการแก้ปัญหาราบรื่นยิ่งขึ้น



คำถามที่พบบ่อย

ตอบ วิธีทั่วไปคือรอที่จุดจอดแท็กซี่หน้าสถานีรถไฟ หรือยกมือเรียกรถว่างริมถนน สังเกตป้ายบริเวณกระจกหน้ารถ หากแสดงคำว่า「空車」(รถว่าง) จะขึ้นได้ แต่ถ้าขึ้นว่า「賃走」(มีผู้โดยสาร) 「回送」(ไม่รับผู้โดยสาร) หรือ「迎車」(กำลังไปรับผู้โดยสารที่จองไว้) จะยังใช้บริการไม่ได้ ประตูด้านซ้ายของเบาะหลังมักเปิด-ปิดอัตโนมัติโดยคนขับ จึงไม่ต้องเปิดเอง แค่รอให้ประตูเปิดก็ขึ้น-ลงได้อย่างราบรื่น
ตอบ ค่าโดยสารเริ่มต้นแตกต่างตามพื้นที่ โดยในโตเกียว 23 เขตอยู่ที่ประมาณ 500 เยน (ราว 1 กม.) หลังจากนั้นจะคิดเพิ่มตามระยะทางและเวลา ช่วงดึก-เช้ามืด (22:00–05:00) จะบวกเพิ่มราว 20% หากเดินทางระยะสั้นอาจอยู่ที่ประมาณ 500 เยน จึงสะดวกเมื่อมีสัมภาระมากหรือต้องเดินทางหลังรถไฟเที่ยวสุดท้าย
ตอบ รถส่วนใหญ่รับบัตรเครดิต บัตร IC สำหรับระบบขนส่ง และการชำระผ่าน QR โค้ดอย่าง PayPay แต่รถแต่ละคันและแต่ละพื้นที่รองรับไม่เหมือนกัน ควรดูสติกเกอร์ที่ตัวรถก่อนขึ้น ในต่างจังหวัดยังมีรถที่รับเฉพาะเงินสดอยู่ ดังนั้นเตรียมธนบัตรใบละ 1,000 เยนไว้สักสองสามใบจะช่วยให้จ่ายเงินง่ายขึ้น
ตอบ แท็กซี่ในญี่ปุ่นไม่จำเป็นต้องให้ทิป จ่ายตามมิเตอร์ก็เพียงพอแล้ว แทนที่จะปัดเศษขึ้น การพูดว่า「ありがとうございます」(ขอบคุณครับ/ค่ะ) ตอนลงรถถือเป็นธรรมเนียมที่เป็นธรรมชาติกว่าในญี่ปุ่น และช่วยสื่อความขอบคุณถึงคนขับได้ดี
ตอบ แอปเรียกแท็กซี่「GO」ครอบคลุมพื้นที่กว้าง และรองรับการลงทะเบียนด้วยหมายเลขโทรศัพท์ต่างประเทศ สามารถเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษได้ ทำให้กรอกจุดหมายและชำระเงินในแอปได้ง่าย ลดความกังวลเรื่องภาษา นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อกับ Kakao T ของเกาหลี จึงสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวแม้ไม่คุ้นเคยเส้นทาง
ตอบ วิธีที่แน่นอนที่สุดคือเปิดแอปแผนที่บนสมาร์ตโฟนแล้วให้คนขับดูหน้าจอ หากเตรียมชื่อสถานที่หรือที่อยู่เป็นภาษาญี่ปุ่นไว้ คนขับจะป้อนลงในระบบนำทางได้เลย ปัจจุบันมีรถที่ติดตั้งแท็บเล็ตรองรับหลายภาษาให้กรอกจุดหมายได้ด้วย ลองเช็คตอนขึ้นรถว่ามีอุปกรณ์นี้หรือไม่
ตอบ หากลืมของ ให้เริ่มจากตรวจสอบใบเสร็จหรือประวัติในแอปเพื่อหาชื่อบริษัทและวันเวลาที่ใช้บริการ ใบเสร็จมักระบุชื่อบริษัทแท็กซี่และเบอร์โทรศัพท์ ทำให้รวบรวมข้อมูลสำหรับติดต่อได้รวดเร็ว หากเรียกผ่านแอป อาจติดต่อได้จากประวัติการใช้งาน การเก็บทั้งใบเสร็จกระดาษและข้อมูลในแอปจะช่วยให้อุ่นใจยิ่งขึ้น
ตอบ คนขับจะใช้คันโยกภายในรถเปิดประตูด้านซ้ายของเบาะหลัง ซึ่งเป็นตัวอย่างหนึ่งของวัฒนธรรมโอโมเตนาชิ (การต้อนรับ) ที่เป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีจุดประสงค์เพื่อความปลอดภัย โดยคนขับจะตรวจสอบสภาพการจราจรรอบข้างก่อนเปิดประตู หากพยายามปิดประตูเอง อาจทำงานซ้ำซ้อนกับระบบ จึงควรปล่อยให้คนขับจัดการจะราบรื่นกว่า

จุดแนะนำใกล้เคียง

ดูบทความแนะนำในบริเวณนี้

※ เนื้อหาบทความอ้างอิงจากข้อมูล ณ เวลาที่เขียน และอาจแตกต่างจากสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ เราไม่รับประกันความถูกต้องและความสมบูรณ์ของเนื้อหาที่เผยแพร่ โปรดเข้าใจ