เพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวญี่ปุ่น!

วัดยาคุชิจิ นาระ|ชมองค์ยาคุชิซันซนและเจดีย์คู่มรดกโลก

วัดยาคุชิจิ นาระ|ชมองค์ยาคุชิซันซนและเจดีย์คู่มรดกโลก
วัดยาคุชิจิในย่านนิชิโนเคียว เมืองนาระ เป็นวัดมรดกโลกที่มีชื่อเสียงจากองค์พระพุทธรูปสามปางยาคุชิซันซนและเจดีย์คู่ตะวันออก–ตะวันตกที่งดงาม บทความนี้แนะนำจุดเด่นขององค์พระประธานและพระพุทธรูปต่างๆ ความแตกต่างของเจดีย์ทั้งสองหลัง บรรยากาศของอุโบสถและหอธรรม รวมถึงวิธีเดินทางจากตัวเมืองนาระและช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเยี่ยมชม เหมาะสำหรับคนรักศิลปะพุทธและสถาปัตยกรรมญี่ปุ่น

ไฮไลต์

สรุปสั้นๆ วัดยาคุชิจิ

วัดยาคุชิจิเป็นมรดกโลกย่านนิชิโนเคียว เมืองนารา สามารถชมยาคุชิซันซง เจดีย์ตะวันออก-ตะวันตก และความงามของผังวัดได้

สมบัติประจำชาติ: ยาคุชิซันซง

เป็นผลงานเด่นยุคฮาคุโฮ〜เท็มเปียว ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติประจำชาติ จุดชมคือพระไภษัชยคุรุองค์กลาง และพระโพธิสัตว์นิกโก/กักโก ที่ให้ความรู้สึกอ่อนช้อย

เจดีย์ตะวันออก-ตะวันตก เทียบความต่าง

เจดีย์ตะวันออกเป็นเจดีย์ที่หลงเหลือจากสมัยนารา และมีฉายาว่า “ดนตรีที่หยุดนิ่ง” ส่วนเจดีย์ตะวันตก (บูรณะในปี 1981) สามารถชมความต่างกันได้

คงโดะและโคโดะ: สถาปัตยกรรมและพุทธศิลป์

คงโดะเป็นที่ประดิษฐานยาคุชิซันซง และโคโดะมีพระพุทธรูปจำนวนมาก รวมถึงมีส่วนจัดแสดงที่ช่วยเรียนรู้วัฒนธรรมพุทธศาสนา

บรรยากาศสี่ฤดูในเขตวัด

ฤดูใบไม้ผลิมีซากุระและบ๊วย ฤดูใบไม้ร่วงมีใบไม้เปลี่ยนสี ความตัดกันกับเจดีย์ทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปตามฤดูกาล

การเดินทาง (ใกล้สถานีนิชิโนเคียว)

จากสถานีคินเท็ตสึ “นิชิโนเคียว” เดินประมาณ 2 นาที เส้นทางจากโอซาก้า/เกียวโตมีการแนะนำว่าใช้เวลาประมาณ 40 นาที โดยต่อผ่านสถานีคินเท็ตสึ “ยามาโตะ-ไซไดจิ”

เวลาเปิด-ปิดและค่าเข้าชม

เวลาเปิด 9:00〜17:00 ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 1,000 เยน / นักเรียนมัธยมต้น-ปลาย 600 เยน / นักเรียนประถม 200 เยน

ข้อมูลล่าสุดโปรดตรวจสอบจากประกาศอย่างเป็นทางการหรือยืนยัน ณ สถานที่จริง

วัดยาคุชิจิ(Yakushi-ji)คืออะไร? มรดกโลกนาระ・ไฮไลท์・วิธีไป

วัดยาคุชิจิตั้งอยู่ที่นิชิโนะเคียว(Nishinokyō) เมืองนาระ จังหวัดนาระ เป็นวัดสำคัญที่สะท้อนประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของพุทธศาสนาญี่ปุ่น

ในปี 680 จักรพรรดิเท็มมุ(Tenmu)ทรงมีพระราชดำริให้สร้างเพื่ออธิษฐานให้พระมเหสี(ต่อมาคือจักรพรรดินีจิโตะ(Jitō))หายจากอาการประชวร และภายหลังเมื่อย้ายเมืองหลวงไปเฮโจเคียว(Heijō-kyō) จึงย้ายวัดมาที่ตั้งปัจจุบันในปี 718

วัดยาคุชิจิได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลก “ทรัพย์สินทางวัฒนธรรมแห่งเมืองโบราณนาระ” ในปี 1998 และสถาปัตยกรรมอันงดงามรวมถึงกลุ่มพระพุทธรูปภายในดึงดูดผู้มาเยือนจำนวนมาก

ที่นี่เป็นจุดเที่ยวที่ทำให้สัมผัสความงดงามของพุทธศิลป์ญี่ปุ่นผ่านโบราณวัตถุอย่างพระยาคุชิสามองค์(Yakushi Sanzon-zō) เจดีย์ตะวันออก และเจดีย์ตะวันตก


เสน่ห์ของวัดยาคุชิจิ

1. ความสง่างามของสมบัติประจำชาติ “พระยาคุชิสามองค์”

พระยาคุชิสามองค์ซึ่งเป็นพระประธานของวัดยาคุชิจิ เป็นผลงานชิ้นเอกตัวแทนยุคฮาคุโฮ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติประจำชาติ

  • พระยาคุชิเนียวไร(Yakushi Nyorai): ประดิษฐานตรงกลาง เป็นพระพุทธรูปเชิงสัญลักษณ์ในการอธิษฐานให้หายป่วยและมีสุขภาพแข็งแรง
  • ที่ฐานมีการแกะสลักลวดลายจากกรีซ เปอร์เซีย อินเดีย และจีน ทำให้เห็นการหลอมรวมของวัฒนธรรมตะวันออก-ตะวันตกผ่านเส้นทางสายไหม
  • นิกโกโบซัตสึ・กักโกโบซัตสึ(Nikkō Bosatsu / Gakkō Bosatsu): พระโพธิสัตว์สององค์ขนาบข้าง มีความงามสง่า โดดเด่นด้วยเส้นโค้งของร่างกายที่อ่อนช้อยและสัดส่วนที่สมดุล

กลุ่มพระพุทธรูปเหล่านี้เป็นศูนย์กลางทางศาสนาของวัดยาคุชิจิ และความสง่างามจะทำให้คุณรู้สึกตะลึงอย่างแน่นอน

2. ความงามทางสถาปัตยกรรมของเจดีย์ตะวันออกและตะวันตก

วัดยาคุชิจิมีเจดีย์ 2 องค์ คือเจดีย์ตะวันออกและเจดีย์ตะวันตก

  • เจดีย์ตะวันออก(สมบัติประจำชาติ): เป็นเจดีย์ที่เชื่อกันว่ายังคงเหลือจากยุคก่อตั้ง แม้เป็นเจดีย์สามชั้น แต่มีมุขหลังคา(Mokoshi)ในแต่ละชั้นทำให้ดูเหมือนหกชั้น และมีจังหวะรูปทรงงดงามจนได้รับฉายา “ดนตรีที่หยุดนิ่ง”
  • การบูรณะครั้งใหญ่ที่เริ่มตั้งแต่ปี 2009 และใช้เวลาราว 12 ปี เสร็จสิ้นในปี 2021 ทำให้รูปลักษณ์ยุคก่อตั้งกลับมางดงามอีกครั้ง
  • เจดีย์ตะวันตก: เป็นเจดีย์สีแดงชาดสดใสที่สร้างขึ้นใหม่ในปี 1981 และสามารถเพลิดเพลินกับความต่างเมื่อเทียบกับเจดีย์ตะวันออก
  • การได้เปรียบเทียบสีสันของเจดีย์ตะวันตกที่จำลองสีเดิม กับเจดีย์ตะวันออกที่ผ่านกาลเวลา จะทำให้สัมผัสการไหลของเวลาได้อย่างชัดเจน

เจดีย์ทั้งสองเป็นสัญลักษณ์ของวัดยาคุชิจิ และยังเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมอีกด้วย

3. วิหารทองและวิหารบรรยายธรรม

วิหารทองของวัดยาคุชิจิเป็นอาคารสำคัญที่ประดิษฐานพระยาคุชิสามองค์ และสร้างขึ้นใหม่ในปี 1976 ตามรูปแบบยุคฮาคุโฮ

ส่วนวิหารบรรยายธรรมมีการประดิษฐานพระมิไรคุสามองค์(Miroku Sanzon-zō)(ทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญ) เป็นพื้นที่ที่เหมาะกับการชมพุทธศิลป์

อาคารต่าง ๆ ภายในวัดถูกบูรณะอย่างซื่อตรงเพื่อถ่ายทอดความงดงามยิ่งใหญ่ของยุคเท็มเปียวในสมัยก่อตั้ง

4. ความงามของพื้นที่วัดในแต่ละฤดู

วัดยาคุชิจิเป็นวัดที่เพลิดเพลินกับธรรมชาติได้ตลอดทั้งสี่ฤดู

  • ฤดูใบไม้ผลิ: ซากุระบานสะพรั่ง บรรยากาศสดใส
  • ฤดูร้อน: พื้นที่วัดถูกโอบล้อมด้วยความเขียวของใบไม้ใหม่ ให้ความรู้สึกสดชื่น
  • ฤดูใบไม้ร่วง: ใบไม้เปลี่ยนสีสวยงาม โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเจดีย์ตะวันออกและตะวันตกยิ่งโดดเด่น
  • ฤดูหนาว: วิวหิมะที่เงียบสงบช่วยขับเน้นความขรึมขลังของวัด

5. วัดที่สามารถฟังธรรมเทศนาจากพระสงฆ์

ที่วัดยาคุชิจิบางครั้งมีการแสดงธรรมสำหรับผู้มาสักการะ โดยพระสงฆ์จะอธิบายคำสอนของพุทธศาสนาอย่างเข้าใจง่าย

ระยะเวลาอาจอยู่ที่ประมาณ 20〜30 นาที

นอกจากนี้ยังมีประสบการณ์คัดลอกพระสูตร(Shakyō)ให้เข้าร่วม ช่วยให้ได้ใช้เวลาสงบจิตใจและหันหน้าเข้าหาพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง


การเดินทางไปวัดยาคุชิจิ(วิธีไป)

เดินทางด้วยรถไฟ

  • จากสถานีคินเท็ตสึ “นิชิโนะเคียว”(Nishinokyō Station) เดินไม่ไกล
  • วัดยาคุชิจิตั้งอยู่ใกล้สถานีมาก ออกจากสถานีแล้วถึงได้ทันที ทำให้เดินทางสะดวกเป็นพิเศษ
  • จากโอซาก้าหรือเกียวโต
  • ผ่านสถานีคินเท็ตสึ “ยามาโตะไซไดจิ”(Yamato-Saidaiji Station) แล้วต่อสายคาชิฮาระไป “นิชิโนะเคียว”
  • จากสถานีนัมบะ โอซาก้า ใช้เวลาประมาณ 50 นาที และจากสถานีเกียวโตประมาณ 50 นาที

เดินทางด้วยรถยนต์

  • จากในเมืองโอซาก้าประมาณ 1 ชั่วโมง
  • ใช้ทางด่วนไดนิฮันนะ หรือทางด่วนเคนะวะ(Keinawa Expressway)
  • ด้านใต้ของวัดยาคุชิจิมีลานจอดรถแบบมีค่าใช้จ่าย(รถยนต์ทั่วไป 800 เยน)


แนะนำวิธีเที่ยววัดยาคุชิจิ

1. ชมพระพุทธรูปอย่างละเอียด

ใช้เวลาชมพระพุทธรูปต่าง ๆ อย่างตั้งใจ รวมถึงพระยาคุชิสามองค์

ความประณีตของการแกะสลักและสีหน้าจะทำให้รู้สึกถึงความลึกซึ้งของพุทธศิลป์

โดยเฉพาะลวดลายบนฐานเป็นหลักฐานที่บอกเล่าว่าวัฒนธรรมจากเส้นทางสายไหมโบราณได้มารวมกันที่นาระ

2. เปรียบเทียบเจดีย์ตะวันออกและเจดีย์ตะวันตก

การเพลิดเพลินกับความต่างระหว่างคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของเจดีย์ตะวันออกกับความงามแบบบูรณะของเจดีย์ตะวันตก จะช่วยให้เข้าใจความแตกต่างด้านสถาปัตยกรรมและการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัย

ภายในพื้นที่วัดมีจุดถ่ายรูปที่สามารถเก็บทั้งสองเจดีย์ในภาพเดียวได้ ลองหาแล้วถ่ายไว้เป็นที่ระลึก

3. เพลิดเพลินกับธรรมชาติของแต่ละฤดู

วัดยาคุชิจิเป็นสถานที่ที่สามารถชมทิวทัศน์งดงามตามการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล

เวลาถ่ายภาพ ลองใส่ใจความกลมกลืนกับธรรมชาติ แล้วจะได้ภาพที่สวยยิ่งขึ้น

4. ฟังธรรมเทศนาและเรียนรู้พุทธวัฒนธรรม

ที่วัดยาคุชิจิบางครั้งสามารถฟังธรรมเทศนาจากพระสงฆ์ระหว่างเข้าชม

ธรรมเทศนาที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขันและความรู้ ทำให้แม้ผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับพุทธศาสนาก็สนุกและเข้าใจได้


สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง

ใกล้วัดยาคุชิจิมีวัดโทโชไดจิ(Tōshōdai-ji)ซึ่งเดินประมาณ 10 นาที

วัดโทโชไดจิที่ก่อตั้งโดยกังจินวะโจ(Ganjin Wajō)ก็เป็นมรดกโลกเช่นกัน จึงสามารถเที่ยวรวมเป็นทริป “โซนนิชิโนะเคียว” โดยเดินชมวัดต่าง ๆ ต่อเนื่องได้

ข้อมูลสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว

  • เวลาเข้าชม
  • 9:00〜17:00(ปิดรับเข้าชม 16:30)
  • ค่าเข้าชม(เขตฮาคุโฮการัน)
  • ผู้ใหญ่ 1,000 เยน/นักเรียนมัธยมต้น-ปลาย 600 เยน/นักเรียนประถม 200 เยน
  • การเปิดให้ชมภาพจิตรกรรมสำคัญทั้งสาม(สามมหาภาพจิตรกรรม)แบบพิเศษ จะมีค่าเข้าชมเพิ่มเติม(เช่น ผู้ใหญ่ 1,000 เยน เป็นต้น โดยแตกต่างตามประเภท)
  • ช่วงเวลาที่แนะนำ
  • ฤดูใบไม้ผลิ(มีนาคม〜พฤษภาคม)และฤดูใบไม้ร่วง(ตุลาคม〜พฤศจิกายน)แนะนำเป็นพิเศษ
  • เวลาเที่ยวโดยประมาณ
  • เฉพาะเขตฮาคุโฮการัน ราว 30 นาที〜1 ชั่วโมง
  • หากรวมฟังธรรมเทศนา อาจใช้เวลาราว 1 ชั่วโมงครึ่ง
  • ข้อควรทราบ
  • ภายในบริเวณวัดโปรดใช้เสียงเบา และนำขยะกลับไปทิ้งด้วย
  • ภายในอาคารห้ามถ่ายภาพพระพุทธรูป โปรดปฏิบัติตามคำแนะนำในสถานที่

สรุป

วัดยาคุชิจิเป็นวัดที่สะท้อนพุทธวัฒนธรรมและความงามทางสถาปัตยกรรมของยุคฮาคุโฮ〜เท็มเปียว โดยประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และคุณค่าทางศาสนาผสานกันเป็นสถานที่พิเศษ

มีไฮไลท์มากมาย เช่น สถาปัตยกรรมงดงามของเจดีย์ตะวันออกและตะวันตก รวมถึงพระยาคุชิสามองค์อันสง่างาม

นอกจากนี้ยังเดินทางสะดวกจากเกียวโตและโอซาก้า ทำให้เหมาะกับทริปแบบไปเช้าเย็นกลับด้วย

ขอให้ลองมาเยือนวัดยาคุชิจิ แล้วสัมผัสความลึกซึ้งของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

คำถามที่พบบ่อย

ตอบ 薬師寺เป็นวัดในย่าน西ノ京ของนารา และมักเที่ยวควบคู่กับ唐招提寺 ย่านนี้มีจุดหลบแดดไม่มาก ในหน้าร้อนมีหมวกหรือร่มกันแดดจะเดินสบายขึ้น
ตอบ เวลาเข้าชม 9:00–17:00 ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 1,000 เยน นักเรียนมัธยม 600 เยน นักเรียนประถม 200 เยน ภายในวัดต้องเดินพอสมควร แวะพักเป็นระยะ ๆ จะช่วยให้ชมได้มีสมาธิ
ตอบ 薬師寺อยู่ในระยะเดินจาก近鉄西ノ京駅 และเดินทางจากใจกลางนาราได้ไม่ยาก จากสถานีมีป้ายบอกทางอยู่แล้ว เลือกเส้นทางที่เดินสบายมากกว่าเส้นที่สั้นที่สุด จะช่วยไม่เหนื่อย
ตอบ ถ้าตั้งใจอ่านป้ายอธิบายและถ่ายรูปให้เต็มที่ ควรเผื่อเวลาให้พอ เริ่มจากเดินดูรอบ ๆ ให้เห็นภาพรวมก่อน แล้วค่อยกลับไปยังโถงที่สนใจ จะช่วยลดการพลาดจุดสำคัญและทำให้พอใจมากขึ้น
ตอบ โกะชุอิน (御朱印) รับได้ที่納経所 ช่วงคนเยอะให้สักการะก่อนแล้วค่อยไปรับ จะไม่ทำให้จังหวะการเดินเที่ยวสะดุดและลดความเครียดเรื่องการรอคิว
ตอบ กติกาการถ่ายภาพต่างกันไปตามจุด โปรดทำตามป้ายประกาศในพื้นที่ วันที่คนเยอะ แทนการกดรัว ๆ ให้จัดองค์ประกอบแล้วถ่ายทีละภาพอย่างตั้งใจ จะดูแลคนรอบข้างได้ง่ายและคุณภาพรูปก็ดีขึ้น
ตอบ ร้านแถวหน้าวัดและบริเวณใกล้เคียงมักแน่นช่วงเที่ยง หากเลี่ยงช่วง 12 นาฬิกาจะเข้าได้ง่ายกว่า หลังสักการะแล้วเดินออกไปทางถนนใหญ่สักหน่อย ตัวเลือกจะมากขึ้นและตัดสินใจง่าย
ตอบ ถ้าเที่ยวคู่กับ唐招提寺 มักนิยมเรียงเป็น ‘薬師寺 → 唐招提寺’ ช่วงบ่ายมักย้อนแสงจากแดดตะวันตก หากเน้นถ่ายรูปให้วางแผนเดินช่วงเช้าเป็นหลักจะได้ภาพสวยสม่ำเสมอ

จุดแนะนำใกล้เคียง

ดูบทความแนะนำในบริเวณนี้

※ เนื้อหาบทความอ้างอิงจากข้อมูล ณ เวลาที่เขียน และอาจแตกต่างจากสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ เราไม่รับประกันความถูกต้องและความสมบูรณ์ของเนื้อหาที่เผยแพร่ โปรดเข้าใจ