เพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวญี่ปุ่น!

วัดคินคะคุจิ เกียวโต|คู่มือท่องเที่ยววัดทอง ไฮไลต์ สวนญี่ปุ่น และวิธีเดินทาง

วัดคินคะคุจิ เกียวโต|คู่มือท่องเที่ยววัดทอง ไฮไลต์ สวนญี่ปุ่น และวิธีเดินทาง
วัดคินคะคุจิเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเกียวโต โดดเด่นด้วยวิหารสีทองที่สะท้อนลงบนสระน้ำและสวนญี่ปุ่นที่สวยงามในทุกฤดู บทความนี้แนะนำจุดไฮไลต์ มุมถ่ายรูป เวลาเปิดทำการ เคล็ดลับการเที่ยว และวิธีเดินทางจากสถานีเกียวโต เหมาะสำหรับผู้มาเกียวโตครั้งแรกและสายถ่ายรูปวิวสวย

ไฮไลต์

เสน่ห์วัดคิงคะคุจิ (วัดทอง)

วัดคิงคะคุจิเป็นมรดกโลกที่เป็นสัญลักษณ์ของเกียวโต โดยมีศาลาทองที่ปิดทองคำเปลวและภาพสะท้อนบนสระเคียวโคจิเป็นจุดเด่น

จุดถ่ายรูปเงาสะท้อนวัดทอง

เคล็ดลับคือเดินรอบสระเคียวโคจิแล้วเปลี่ยนมุมถ่ายไปเรื่อย ๆ เพื่อเก็บภาพวัดคิงคะคุจิที่สะท้อนบนผิวน้ำ

ไฮไลต์เดินชมสวนวัดคิงคะคุจิ

วัดคิงคะคุจิสามารถเดินชมรอบสระเพื่อเปลี่ยนมุมมองและเพลิดเพลินกับทัศนียภาพได้ พร้อมเดินชมสวนและเส้นทางเดินภายในไปด้วยกัน

ช่วงเที่ยวแนะนำวัดคิงคะคุจิ

ใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วงและทิวทัศน์หิมะในฤดูหนาวเป็นช่วงที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษ และในวันที่ฟ้าโปร่งความเงางามของศาลาทองจะยิ่งโดดเด่น

วิธีไปวัดคิงคะคุจิจากสถานีเกียวโต

จากสถานีเกียวโตนั่งรถบัสประจำทางเมืองประมาณ 40 นาที → ลงป้าย “Kinkakuji-michi” → เดินประมาณ 5 นาทีถึงวัดคิงคะคุจิ (เวลาเดินทางอาจเปลี่ยนตามสภาพจราจร)

ค่าเข้าชมวัดคิงคะคุจิ

ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 500 เยน เด็กประถม–มัธยมต้น 300 เยน และบัตรเข้าชมจะมอบเป็นรูปแบบคล้ายธนบัตร

เวลาเที่ยววัดคิงคะคุจิโดยประมาณ

เวลาเข้าชมโดยประมาณ 30–60 นาที หากถ่ายรูปและเดินชมสวนแบบสบาย ๆ อาจใช้เวลาประมาณ 60–90 นาที

ข้อมูลล่าสุดโปรดตรวจสอบจากประกาศอย่างเป็นทางการหรือยืนยัน ณ สถานที่จริง

วัดทองคินคาคุจิ(Kinkaku-ji)คืออะไร? สัญลักษณ์ของเกียวโต(Kyōto)

วัดทองคินคาคุจิเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของญี่ปุ่น โดยมีชื่อทางการว่า วัดโระคุอนจิ(Rokuon-ji) ตั้งอยู่ในเขตคิตะ(Kita-ku) เมืองเกียวโต

อาคารสามชั้นที่ปิดทองคำเปลวในเขตวัดอย่าง “ชาริเด็น(Shari-den)”(ชื่อเรียกทั่วไป: คินคาคุ(Kinkaku))โดดเด่นเป็นสัญลักษณ์ และเปล่งประกายงดงามร่วมกับทิวทัศน์ตามฤดูกาล

เล่ากันว่าสมัยมุโรมาจิ อาชิคางะ โยชิมิตสึ(Ashikaga Yoshimitsu)ได้สร้างคิตายามะโดโนะ(Kitayama-dono)(คฤหาสน์ตากอากาศ)และก่อสร้างชาริเด็นหรือคินคาคุขึ้น

ในปี 1994 ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลกทางวัฒนธรรมของยูเนสโก ภายใต้ “ทรัพย์สินทางวัฒนธรรมแห่งเกียวโตโบราณ” และมีผู้มาสักการะและท่องเที่ยวจำนวนมากตลอดทั้งปีจากทั้งในและต่างประเทศ





จุดเด่นที่ต้องชมในวัดทองคินคาคุจิ


ความงดงามของคินคาคุและชาริเด็น

เสน่ห์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวัดทองคินคาคุจิ แน่นอนว่าคือประกายสีทองอร่ามของคินคาคุ

ชาริเด็นมีโครงสร้างเอกลักษณ์ที่ผสานสถาปัตยกรรมต่างรูปแบบเข้าด้วยกัน โดยชั้น 1 เป็นสไตล์ชินเด็นซึคุริ “โฮซุยอิน(Hōsui-in)” ชั้น 2 เป็นสไตล์บ้านนักรบ “โชออนโด(Chōon-dō)” และชั้น 3 เป็นสไตล์วิหารพุทธแบบเซ็น “คุกเคียวโจ(Kukkyōchō)”

โดยเฉพาะในวันที่อากาศแจ่มใส แสงจะสะท้อนทั่วทั้งอาคาร และภาพที่สะท้อนบนผิวน้ำยิ่งสวยงาม เหมาะกับการถ่ายรูปอย่างมาก

ช่วงเย็นย่ำ คินคาคุที่ถูกย้อมด้วยแสงอาทิตย์จะให้บรรยากาศชวนฝันเป็นพิเศษ



สระเคียวโคจิ(Kyōko-chi)

สระน้ำชื่อ “สระเคียวโคจิ” ที่แผ่กว้างล้อมรอบอาคารวัดทอง ช่วยขับให้ทิวทัศน์ดูงดงามยิ่งขึ้น

สระเคียวโคจิมีพื้นที่ราว 6,600 ตารางเมตร และมีเกาะเล็กใหญ่หลายแห่ง เช่น อาชิฮาระจิมะ(Ashihara-jima)

เดินชมรอบสระและมองคินคาคุจากมุมต่างๆ จะทำให้ค้นพบความงามในอีกหลายมิติ

ภาพคินคาคุกลับหัวที่สะท้อนบนผิวน้ำก็เป็นอีกจุดที่ไม่ควรพลาด


สวนและเส้นทางเดินชมวัด

ภายในวัดทองมีสวนแบบเดินวนชม (ไคยูชิกิ) กระจายตัวกว้าง และได้รับการยกย่องว่าเป็นสวนที่ยังคงกลิ่นอายยุคมุโรมาจิ

โดยเฉพาะฤดูใบไม้ร่วง (กลางพฤศจิกายน–ต้นธันวาคม) ที่ใบไม้เปลี่ยนสี และทิวทัศน์หิมะในฤดูหนาว ล้วนสวยงามจนอยากกลับมาเยือนซ้ำ เพราะแต่ละครั้งจะได้เห็นบรรยากาศที่ต่างกัน

ตามเส้นทางเดินจะมีจุดน่าสนใจทางประวัติศาสตร์กระจายอยู่ เช่น กองหินงูขาวที่อันมินทาคุ(Anmintaku) และเรือนชงชาที่เรียกว่า เซ็กคะเท(Sekkatei)

ทั้งนี้ เส้นทางเข้าชมภายในวัดเป็นแบบทางเดียว โดยใช้เวลาราว 40 นาที–1 ชั่วโมง




วัดทองคินคาคุจิ วิธีไป・ค่าเข้า・เวลาเปิด-ปิด สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

วิธีไปวัดทองคินคาคุจิ

วัดทองอยู่ห่างจากสถานีเกียวโตโดยรถบัสประมาณ 35–50 นาที

จากสถานีขนส่งรถบัสหน้าสถานีเกียวโต ขึ้นรถบัสประจำทางเมืองสาย 204 หรือ 205 เป็นต้น ลงที่ป้าย “คินคาคุจิโด(Kinkakuji-michi)” แล้วเดินต่อไม่กี่นาทีก็ถึง

ค่าโดยสารเป็นอัตราเดียว 230 เยน (ผู้ใหญ่)

ช่วงไฮซีซันถนนมักรถติด แนะนำให้ไปช่วงเช้าเพื่อเที่ยวได้สบายขึ้น

นอกจากนี้ ยังสามารถเดินจากสถานีคิตาโนะฮาคุไบโจ(Kitano-Hakubaichō)บนสายคิตาโนะของรถไฟรันเด็น(Randen)(รถไฟเคฟุคุ(Keifuku Dentetsu))ประมาณ 20 นาทีได้เช่นกัน



เวลาเปิด-ปิดและค่าเข้าชมวัดทองคินคาคุจิ

วัดทองเปิดให้เข้าชม โดยเวลาเข้าชมคือ 09:00–17:00 น.

ค่าเข้าชมคือ 500 เยน (มัธยมปลายขึ้นไป) และ 300 เยน (ประถม–มัธยมต้น)

บัตรเข้าชมที่ได้รับตอนเข้าเป็นรูปทรงเครื่องราง (โอฟุดะ) สามารถเก็บกลับเป็นที่ระลึกได้

ทั้งนี้ สามารถใช้รถเข็นวีลแชร์ได้ แต่ภายในวัดมีบางจุดเป็นบันไดและทางกรวด อาจต้องวางแผนการเคลื่อนที่ตามช่วงทาง


มารยาทและข้อควรรู้ตอนเที่ยวชม

วัดทองยังเป็นสถานที่ที่มีการประกอบศาสนกิจของนิกายรินไซ สาขาโซโคคุจิ อยู่ในปัจจุบัน

ห้ามรับประทานอาหารและสูบบุหรี่ภายในเขตวัด

สามารถถ่ายภาพได้ แต่ช่วงคนเยอะควรคำนึงถึงผู้มาสักการะรอบข้าง

หากมีงานพิธีหรือการเข้าชมพิเศษ เวลาและค่าเข้าชมอาจแตกต่างจากปกติ



ที่เที่ยวใกล้วัดทองคินคาคุจิ

หลังเที่ยววัดทองแล้ว แนะนำให้เที่ยวต่อแบบวันเดียวตามถนนคินูคะเคะโนะมิจิ(Kinukake-no-michi) โดยเดินประมาณ 18 นาทีจะถึง “วัดเรียวอันจิ(Ryōan-ji)”(มีชื่อเสียงเรื่องสวนหิน) และเดินต่ออีกประมาณ 12 นาทีจะถึง “วัดนินนาจิ(Ninna-ji)”(ขึ้นชื่อเรื่องซากุระโอมุโระ(Omuro-zakura))

นอกจากนี้ รอบๆ วัดทองยังมีร้านขนมญี่ปุ่นและร้านของฝากที่จำหน่ายของขึ้นชื่อของเกียวโตอยู่มาก แวะระหว่างทริปได้อย่างสะดวก




ส่งท้าย

วัดทองเป็นจุดเช็กอินห้ามพลาดสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวญี่ปุ่น ด้วยความงดงามและฉากหลังทางประวัติศาสตร์ที่โดดเด่น

ทิวทัศน์คินคาคุที่กลมกลืนกับธรรมชาติในแต่ละฤดูกาลจะมอบความประทับใจใหม่ๆ ทุกครั้งที่มาเยือน

หากมีโอกาสมาเกียวโต อย่าลืมแวะวัดทองคินคาคุจิ แล้วสัมผัสเสน่ห์ด้วยตาตัวเอง

คำถามที่พบบ่อย

ตอบ วัดคิงคะคุจิ (Rokuon-ji) เป็นวัดเซนสังกัดนิกายรินไซ สายโชโคคุจิ โดยมีที่มาจากคฤหาสน์คิตะยามะเด็นที่อาชิคางะ โยชิมิตสึสร้างไว้ วัดนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลก “Historic Monuments of Ancient Kyoto” (1994) และได้รับการยกย่องจากทัศนียภาพของสวนและอาคารคิงคะคุ ภายในมีเส้นทางชมที่จัดไว้แล้ว จึงควรตั้งค่ากล้องให้เรียบร้อยตั้งแต่ทางเข้าเพื่อถ่ายได้ต่อเนื่องโดยไม่รบกวนการเดินของคนอื่น
ตอบ ต้นกำเนิดของวัดคิงคะคุจิคือคฤหาสน์คิตะยามะเด็นที่อาชิคางะ โยชิมิตสึสร้างขึ้นในปี 1397 การเที่ยวชมเน้นการเดินชมสวนมากกว่าตัวอาคาร ลองเดินหามุมที่คิงคะคุสะท้อนบนผิวน้ำข้ามสระจะช่วยเพิ่มความประทับใจ ความเงางามของทองจะเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศ แม้วันครึ้มก็ยังถ่ายให้ภาพดูมีมิติได้ด้วยการใส่เงาสะท้อนบนผิวน้ำหรือสีเขียวของมอสลงไป
ตอบ เวลาเข้าชมคือ 9:00-17:00 ค่าเข้าชมคือผู้ใหญ่ 500 เยน และนักเรียนประถม–มัธยม 300 เยน บริเวณทางเข้ามักแน่นช่วงเช้า หากมาเพื่อถ่ายรูป ช่วงหลังเปิดไม่นานหรือหลัง 15:00 มักจะเดินได้สบายกว่า เส้นทางชมเป็นทางเดียว ช่วงใกล้ปิดอาจต้องเดินเร็ว ควรเผื่อเวลาเพื่อเดินชมอย่างไม่รีบเร่ง
ตอบ จากหน้า “สถานีเกียวโต” นั่งรถบัสเมืองสาย 205 ลงป้าย “Kinkakuji-michi” แล้วเดินประมาณ 5 นาที รถอาจล่าช้าเพราะการจราจร หากต้องการคุมเวลาให้แน่นอนขึ้น สามารถนั่งรถไฟใต้ดินสายคาราสึมะไปสถานีคิตะโอจิ แล้วต่อรถบัสได้ ป้ายรถบัสหน้าเกียวโตมีหลายจุด ควรเช็กหมายเลขสายจากป้ายปลายทางก่อนขึ้นเพื่อไม่สับสน
ตอบ ที่จอดรถสำหรับผู้มาสักการะเปิด 8:40-17:10 รถยนต์ทั่วไป 60 นาทีแรก 400 เยน หลังจากนั้นทุก 30 นาที 200 เยน ทางออกมักไหลไปทิศทางเดียว วันที่คนเยอะควรชำระเงินล่วงหน้าเพื่อออกจากลานจอดได้ราบรื่น หากถนนรอบๆ แน่นมาก ลองเลื่อนเวลาออกหรือเปลี่ยนเป็นขนส่งสาธารณะจะช่วยลดความเครียดได้
ตอบ หลายคนเผื่อเวลาไว้ราว 30-60 นาที หากรีบ ให้โฟกัสเส้นทาง “ถ่ายคิงคะคุด้านหน้า → เดินรอบสระเคียวโคจิ → แวะร้านของฝาก” จะเก็บไฮไลต์ได้และลดโอกาสแวะเพลินจนเกินเวลา ควรรวมเวลาต่อคิวเครื่องรางและของรับพรไว้ด้วยจะสบายใจ หากมีเวลาจำกัด แนะนำลดการแวะระหว่างทางและเดินชมสวนเป็นหลัก
ตอบ กฎการถ่ายภาพให้ยึดตามประกาศหน้างานเป็นหลัก หลายจุดคนเดินเร็ว ขาตั้งกล้องหรือไม้เซลฟี่ที่ยาวอาจกีดขวางทางเดินได้ ควรถ่ายแบบไม่หยุดนาน ใช้โหมดถ่ายต่อเนื่อง แล้วไปเช็กรูปในจุดที่ไม่รบกวนคนอื่น ในจุดที่มีคนไหลผ่าน อย่าหยุดกลางทาง ให้ชิดขอบและถ่ายอย่างรวดเร็ว วันที่คนแน่น เลนส์มุมกว้างมากๆ อาจถ่ายยากกว่า เลนส์มาตรฐานมักคุมภาพได้ง่าย
ตอบ โกชูอิน (ตัวอักษรหมึกเป็นที่ระลึกการสักการะ) ขอได้ที่จุดรับเครื่องราง หลังชมเสร็จใหม่ๆ มักมีคิว ลองเดินไปดูตำแหน่งจุดรับไว้ก่อนแล้วค่อยเริ่มชม จะกลับมาได้ง่ายและลดการเสียเวลา หากซ้อนสมุดก่อนหมึกแห้งอาจเลอะได้ พกแฟ้มใสหรือแผ่นรองบางๆ จะช่วยให้พกพาได้สะอาดเรียบร้อย

จุดแนะนำใกล้เคียง

ดูบทความแนะนำในบริเวณนี้

※ เนื้อหาบทความอ้างอิงจากข้อมูล ณ เวลาที่เขียน และอาจแตกต่างจากสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ เราไม่รับประกันความถูกต้องและความสมบูรณ์ของเนื้อหาที่เผยแพร่ โปรดเข้าใจ