เพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวญี่ปุ่น!

วัดทองคินคาคุจิ เกียวโต: ชาริเด็น 3 ชั้นปิดทอง มรดกโลก

วัดทองคินคาคุจิ เกียวโต: ชาริเด็น 3 ชั้นปิดทอง มรดกโลก
วัดทองคินคาคุจิ (Kinkaku-ji) ชื่อทางการโระคุอนจิ คือวัดเขตคิตะเกียวโต ชาริเด็น 3 ชั้นปิดทองคำเปลว สร้างโดยอาชิคางะ โยชิมิตสึยุคมุโรมาจิ มรดกโลกยูเนสโกปี 1994

ไฮไลต์

เสน่ห์วัดคิงคะคุจิ (วัดทอง)

วัดคิงคะคุจิเป็นมรดกโลกที่เป็นสัญลักษณ์ของเกียวโต โดยมีศาลาทองที่ปิดทองคำเปลวและภาพสะท้อนบนสระเคียวโคจิเป็นจุดเด่น

จุดถ่ายรูปเงาสะท้อนวัดทอง

เคล็ดลับคือเดินรอบสระเคียวโคจิแล้วเปลี่ยนมุมถ่ายไปเรื่อย ๆ เพื่อเก็บภาพวัดคิงคะคุจิที่สะท้อนบนผิวน้ำ

ไฮไลต์เดินชมสวนวัดคิงคะคุจิ

วัดคิงคะคุจิสามารถเดินชมรอบสระเพื่อเปลี่ยนมุมมองและเพลิดเพลินกับทัศนียภาพได้ พร้อมเดินชมสวนและเส้นทางเดินภายในไปด้วยกัน

ช่วงเที่ยวแนะนำวัดคิงคะคุจิ

ใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วงและทิวทัศน์หิมะในฤดูหนาวเป็นช่วงที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษ และในวันที่ฟ้าโปร่งความเงางามของศาลาทองจะยิ่งโดดเด่น

วิธีไปวัดคิงคะคุจิจากสถานีเกียวโต

จากสถานีเกียวโตนั่งรถบัสประจำทางเมืองประมาณ 40 นาที → ลงป้าย “Kinkakuji-michi” → เดินประมาณ 5 นาทีถึงวัดคิงคะคุจิ (เวลาเดินทางอาจเปลี่ยนตามสภาพจราจร)

ค่าเข้าชมวัดคิงคะคุจิ

ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 500 เยน เด็กประถม–มัธยมต้น 300 เยน และบัตรเข้าชมจะมอบเป็นรูปแบบคล้ายธนบัตร

เวลาเที่ยววัดคิงคะคุจิโดยประมาณ

เวลาเข้าชมโดยประมาณ 30–60 นาที หากถ่ายรูปและเดินชมสวนแบบสบาย ๆ อาจใช้เวลาประมาณ 60–90 นาที

ข้อมูลล่าสุดโปรดตรวจสอบจากประกาศอย่างเป็นทางการหรือยืนยัน ณ สถานที่จริง

บทความยอดนิยมเกี่ยวกับKyoto

วัดทองคินคาคุจิ(Kinkaku-ji)คืออะไร? สัญลักษณ์ของเกียวโต(Kyōto)

วัดทองคินคาคุจิเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของญี่ปุ่น โดยมีชื่อทางการว่า วัดโระคุอนจิ(Rokuon-ji) ตั้งอยู่ในเขตคิตะ(Kita-ku) เมืองเกียวโต

อาคารสามชั้นที่ปิดทองคำเปลวในเขตวัดอย่าง “ชาริเด็น(Shari-den)”(ชื่อเรียกทั่วไป: คินคาคุ(Kinkaku))โดดเด่นเป็นสัญลักษณ์ และเปล่งประกายงดงามร่วมกับทิวทัศน์ตามฤดูกาล

เล่ากันว่าสมัยมุโรมาจิ อาชิคางะ โยชิมิตสึ(Ashikaga Yoshimitsu)ได้สร้างคิตายามะโดโนะ(Kitayama-dono)(คฤหาสน์ตากอากาศ)และก่อสร้างชาริเด็นหรือคินคาคุขึ้น

ในปี 1994 ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลกทางวัฒนธรรมของยูเนสโก ภายใต้ “ทรัพย์สินทางวัฒนธรรมแห่งเกียวโตโบราณ” และมีผู้มาสักการะและท่องเที่ยวจำนวนมากตลอดทั้งปีจากทั้งในและต่างประเทศ





จุดเด่นที่ต้องชมในวัดทองคินคาคุจิ


ความงดงามของคินคาคุและชาริเด็น

เสน่ห์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวัดทองคินคาคุจิ แน่นอนว่าคือประกายสีทองอร่ามของคินคาคุ

ชาริเด็นมีโครงสร้างเอกลักษณ์ที่ผสานสถาปัตยกรรมต่างรูปแบบเข้าด้วยกัน โดยชั้น 1 เป็นสไตล์ชินเด็นซึคุริ “โฮซุยอิน(Hōsui-in)” ชั้น 2 เป็นสไตล์บ้านนักรบ “โชออนโด(Chōon-dō)” และชั้น 3 เป็นสไตล์วิหารพุทธแบบเซ็น “คุกเคียวโจ(Kukkyōchō)”

โดยเฉพาะในวันที่อากาศแจ่มใส แสงจะสะท้อนทั่วทั้งอาคาร และภาพที่สะท้อนบนผิวน้ำยิ่งสวยงาม เหมาะกับการถ่ายรูปอย่างมาก

ช่วงเย็นย่ำ คินคาคุที่ถูกย้อมด้วยแสงอาทิตย์จะให้บรรยากาศชวนฝันเป็นพิเศษ



สระเคียวโคจิ(Kyōko-chi)

สระน้ำชื่อ “สระเคียวโคจิ” ที่แผ่กว้างล้อมรอบอาคารวัดทอง ช่วยขับให้ทิวทัศน์ดูงดงามยิ่งขึ้น

สระเคียวโคจิมีพื้นที่ราว 6,600 ตารางเมตร และมีเกาะเล็กใหญ่หลายแห่ง เช่น อาชิฮาระจิมะ(Ashihara-jima)

เดินชมรอบสระและมองคินคาคุจากมุมต่างๆ จะทำให้ค้นพบความงามในอีกหลายมิติ

ภาพคินคาคุกลับหัวที่สะท้อนบนผิวน้ำก็เป็นอีกจุดที่ไม่ควรพลาด


สวนและเส้นทางเดินชมวัด

ภายในวัดทองมีสวนแบบเดินวนชม (ไคยูชิกิ) กระจายตัวกว้าง และได้รับการยกย่องว่าเป็นสวนที่ยังคงกลิ่นอายยุคมุโรมาจิ

โดยเฉพาะฤดูใบไม้ร่วง (กลางพฤศจิกายน–ต้นธันวาคม) ที่ใบไม้เปลี่ยนสี และทิวทัศน์หิมะในฤดูหนาว ล้วนสวยงามจนอยากกลับมาเยือนซ้ำ เพราะแต่ละครั้งจะได้เห็นบรรยากาศที่ต่างกัน

ตามเส้นทางเดินจะมีจุดน่าสนใจทางประวัติศาสตร์กระจายอยู่ เช่น กองหินงูขาวที่อันมินทาคุ(Anmintaku) และเรือนชงชาที่เรียกว่า เซ็กคะเท(Sekkatei)

ทั้งนี้ เส้นทางเข้าชมภายในวัดเป็นแบบทางเดียว โดยใช้เวลาราว 40 นาที–1 ชั่วโมง




วัดทองคินคาคุจิ วิธีไป・ค่าเข้า・เวลาเปิด-ปิด สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

วิธีไปวัดทองคินคาคุจิ

วัดทองอยู่ห่างจากสถานีเกียวโตโดยรถบัสประมาณ 35–50 นาที

จากสถานีขนส่งรถบัสหน้าสถานีเกียวโต ขึ้นรถบัสประจำทางเมืองสาย 204 หรือ 205 เป็นต้น ลงที่ป้าย “คินคาคุจิโด(Kinkakuji-michi)” แล้วเดินต่อไม่กี่นาทีก็ถึง

ค่าโดยสารเป็นอัตราเดียว 230 เยน (ผู้ใหญ่)

ช่วงไฮซีซันถนนมักรถติด แนะนำให้ไปช่วงเช้าเพื่อเที่ยวได้สบายขึ้น

นอกจากนี้ ยังสามารถเดินจากสถานีคิตาโนะฮาคุไบโจ(Kitano-Hakubaichō)บนสายคิตาโนะของรถไฟรันเด็น(Randen)(รถไฟเคฟุคุ(Keifuku Dentetsu))ประมาณ 20 นาทีได้เช่นกัน



เวลาเปิด-ปิดและค่าเข้าชมวัดทองคินคาคุจิ

วัดทองเปิดให้เข้าชม โดยเวลาเข้าชมคือ 09:00–17:00 น.

ค่าเข้าชมคือ 500 เยน (มัธยมปลายขึ้นไป) และ 300 เยน (ประถม–มัธยมต้น)

บัตรเข้าชมที่ได้รับตอนเข้าเป็นรูปทรงเครื่องราง (โอฟุดะ) สามารถเก็บกลับเป็นที่ระลึกได้

ทั้งนี้ สามารถใช้รถเข็นวีลแชร์ได้ แต่ภายในวัดมีบางจุดเป็นบันไดและทางกรวด อาจต้องวางแผนการเคลื่อนที่ตามช่วงทาง


มารยาทและข้อควรรู้ตอนเที่ยวชม

วัดทองยังเป็นสถานที่ที่มีการประกอบศาสนกิจของนิกายรินไซ สาขาโซโคคุจิ อยู่ในปัจจุบัน

ห้ามรับประทานอาหารและสูบบุหรี่ภายในเขตวัด

สามารถถ่ายภาพได้ แต่ช่วงคนเยอะควรคำนึงถึงผู้มาสักการะรอบข้าง

หากมีงานพิธีหรือการเข้าชมพิเศษ เวลาและค่าเข้าชมอาจแตกต่างจากปกติ



ที่เที่ยวใกล้วัดทองคินคาคุจิ

หลังเที่ยววัดทองแล้ว แนะนำให้เที่ยวต่อแบบวันเดียวตามถนนคินูคะเคะโนะมิจิ(Kinukake-no-michi) โดยเดินประมาณ 18 นาทีจะถึง “วัดเรียวอันจิ(Ryōan-ji)”(มีชื่อเสียงเรื่องสวนหิน) และเดินต่ออีกประมาณ 12 นาทีจะถึง “วัดนินนาจิ(Ninna-ji)”(ขึ้นชื่อเรื่องซากุระโอมุโระ(Omuro-zakura))

นอกจากนี้ รอบๆ วัดทองยังมีร้านขนมญี่ปุ่นและร้านของฝากที่จำหน่ายของขึ้นชื่อของเกียวโตอยู่มาก แวะระหว่างทริปได้อย่างสะดวก




ส่งท้าย

วัดทองเป็นจุดเช็กอินห้ามพลาดสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวญี่ปุ่น ด้วยความงดงามและฉากหลังทางประวัติศาสตร์ที่โดดเด่น

ทิวทัศน์คินคาคุที่กลมกลืนกับธรรมชาติในแต่ละฤดูกาลจะมอบความประทับใจใหม่ๆ ทุกครั้งที่มาเยือน

หากมีโอกาสมาเกียวโต อย่าลืมแวะวัดทองคินคาคุจิ แล้วสัมผัสเสน่ห์ด้วยตาตัวเอง

คำถามที่พบบ่อย

ตอบ วัดคิงคะคุจิ (Rokuon-ji) เป็นวัดเซนสังกัดนิกายรินไซ สายโชโคคุจิ โดยมีที่มาจากคฤหาสน์คิตะยามะเด็นที่อาชิคางะ โยชิมิตสึสร้างไว้ วัดนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลก “Historic Monuments of Ancient Kyoto” (1994) และได้รับการยกย่องจากทัศนียภาพของสวนและอาคารคิงคะคุ ภายในมีเส้นทางชมที่จัดไว้แล้ว จึงควรตั้งค่ากล้องให้เรียบร้อยตั้งแต่ทางเข้าเพื่อถ่ายได้ต่อเนื่องโดยไม่รบกวนการเดินของคนอื่น
ตอบ ต้นกำเนิดของวัดคิงคะคุจิคือคฤหาสน์คิตะยามะเด็นที่อาชิคางะ โยชิมิตสึสร้างขึ้นในปี 1397 การเที่ยวชมเน้นการเดินชมสวนมากกว่าตัวอาคาร ลองเดินหามุมที่คิงคะคุสะท้อนบนผิวน้ำข้ามสระจะช่วยเพิ่มความประทับใจ ความเงางามของทองจะเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศ แม้วันครึ้มก็ยังถ่ายให้ภาพดูมีมิติได้ด้วยการใส่เงาสะท้อนบนผิวน้ำหรือสีเขียวของมอสลงไป
ตอบ เวลาเข้าชมคือ 9:00-17:00 ค่าเข้าชมคือผู้ใหญ่ 500 เยน และนักเรียนประถม–มัธยม 300 เยน บริเวณทางเข้ามักแน่นช่วงเช้า หากมาเพื่อถ่ายรูป ช่วงหลังเปิดไม่นานหรือหลัง 15:00 มักจะเดินได้สบายกว่า เส้นทางชมเป็นทางเดียว ช่วงใกล้ปิดอาจต้องเดินเร็ว ควรเผื่อเวลาเพื่อเดินชมอย่างไม่รีบเร่ง
ตอบ จากหน้า “สถานีเกียวโต” นั่งรถบัสเมืองสาย 205 ลงป้าย “Kinkakuji-michi” แล้วเดินประมาณ 5 นาที รถอาจล่าช้าเพราะการจราจร หากต้องการคุมเวลาให้แน่นอนขึ้น สามารถนั่งรถไฟใต้ดินสายคาราสึมะไปสถานีคิตะโอจิ แล้วต่อรถบัสได้ ป้ายรถบัสหน้าเกียวโตมีหลายจุด ควรเช็กหมายเลขสายจากป้ายปลายทางก่อนขึ้นเพื่อไม่สับสน
ตอบ ที่จอดรถสำหรับผู้มาสักการะเปิด 8:40-17:10 รถยนต์ทั่วไป 60 นาทีแรก 400 เยน หลังจากนั้นทุก 30 นาที 200 เยน ทางออกมักไหลไปทิศทางเดียว วันที่คนเยอะควรชำระเงินล่วงหน้าเพื่อออกจากลานจอดได้ราบรื่น หากถนนรอบๆ แน่นมาก ลองเลื่อนเวลาออกหรือเปลี่ยนเป็นขนส่งสาธารณะจะช่วยลดความเครียดได้
ตอบ หลายคนเผื่อเวลาไว้ราว 30-60 นาที หากรีบ ให้โฟกัสเส้นทาง “ถ่ายคิงคะคุด้านหน้า → เดินรอบสระเคียวโคจิ → แวะร้านของฝาก” จะเก็บไฮไลต์ได้และลดโอกาสแวะเพลินจนเกินเวลา ควรรวมเวลาต่อคิวเครื่องรางและของรับพรไว้ด้วยจะสบายใจ หากมีเวลาจำกัด แนะนำลดการแวะระหว่างทางและเดินชมสวนเป็นหลัก
ตอบ กฎการถ่ายภาพให้ยึดตามประกาศหน้างานเป็นหลัก หลายจุดคนเดินเร็ว ขาตั้งกล้องหรือไม้เซลฟี่ที่ยาวอาจกีดขวางทางเดินได้ ควรถ่ายแบบไม่หยุดนาน ใช้โหมดถ่ายต่อเนื่อง แล้วไปเช็กรูปในจุดที่ไม่รบกวนคนอื่น ในจุดที่มีคนไหลผ่าน อย่าหยุดกลางทาง ให้ชิดขอบและถ่ายอย่างรวดเร็ว วันที่คนแน่น เลนส์มุมกว้างมากๆ อาจถ่ายยากกว่า เลนส์มาตรฐานมักคุมภาพได้ง่าย
ตอบ โกชูอิน (ตัวอักษรหมึกเป็นที่ระลึกการสักการะ) ขอได้ที่จุดรับเครื่องราง หลังชมเสร็จใหม่ๆ มักมีคิว ลองเดินไปดูตำแหน่งจุดรับไว้ก่อนแล้วค่อยเริ่มชม จะกลับมาได้ง่ายและลดการเสียเวลา หากซ้อนสมุดก่อนหมึกแห้งอาจเลอะได้ พกแฟ้มใสหรือแผ่นรองบางๆ จะช่วยให้พกพาได้สะอาดเรียบร้อย

รวมเส้นทางแนะนำ

เส้นทางที่แนะนำบทความนี้

รวมบทความแนะนำ

บทความรวมที่แนะนำบทความนี้

จุดแนะนำใกล้เคียง

ดูบทความแนะนำในบริเวณนี้

※ เนื้อหาบทความอ้างอิงจากข้อมูล ณ เวลาที่เขียน และอาจแตกต่างจากสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ เราไม่รับประกันความถูกต้องและความสมบูรณ์ของเนื้อหาที่เผยแพร่ โปรดเข้าใจ