นันโซอินคืออะไร? ฟุกุโอกะ・ซาซากุริกับพระพุทธรูปนอนบรอนซ์ระดับโลก (Nanzōin)
นันโซอินเป็นวัดนิกายโคยะซังชินงน (Kōyasan Shingon-shū) ตั้งอยู่ที่เมืองซาซากุริ (Sasaguri) อำเภอคะสุยะ (Kasuya-gun) จังหวัดฟุกุโอกะ (Fukuoka) และเป็นวัดชั้นพิเศษที่มีความสำคัญทางศาสนาอย่างยิ่ง
ที่นี่เป็นวัดหลักของเส้นทางแสวงบุญ “ซาซากุริ ชิโกกุ 88 แห่ง” (Sasaguri Shikoku Hachijūhakkasho) และเป็นวัดลำดับที่ 1 ที่ผู้คนรู้จักกันดี
ไฮไลท์สำคัญที่สุดคือพระพุทธรูปพระศากยมุนีปางปรินิพพาน (Shaka Nehan-zō) หล่อด้วยบรอนซ์ที่ได้ชื่อว่าใหญ่ระดับโลก ซึ่งสเกลอันยิ่งใหญ่ทำให้ผู้มาไหว้จำนวนมากรู้สึกประทับใจตั้งแต่แรกเห็น
นอกจากนี้ วัดยังโอบล้อมด้วยป่าเขา บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับการมาพักใจและรีเฟรชทั้งกายและใจ จึงเป็นที่นิยมของทั้งสายไหว้พระและสายท่องเที่ยว

ไฮไลท์ที่ต้องชมของวัดนันโซอิน・จุดเด่นและเสน่ห์
พระพุทธรูปนอนบรอนซ์ระดับโลก: พระศากยมุนีปางปรินิพพาน
พระศากยมุนีปางปรินิพพานซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของวัดนันโซอิน มีความยาวรวม 41 เมตร สูง 11 เมตร และหนักราว 300 ตัน เรียกว่าอลังการสุด ๆ
พระพุทธรูปบรอนซ์ (สำริด) องค์นี้สร้างเสร็จในเดือนพฤษภาคม ปี 1995 (เฮเซ 7) ถ่ายทอดช่วงเวลาที่พระพุทธเจ้ากำลังเสด็จเข้าสู่ปรินิพพานในท่าบรรทม
ขนาดขององค์พระนั้นใหญ่พอ ๆ กับรูปปั้นเทพีเสรีภาพในนิวยอร์กเลยทีเดียว
เมื่อมองใกล้ ๆ จะทึ่งกับงานแกะสลักที่ประณีต ตั้งแต่รายละเอียดของพระเกศาเป็นก้นหอย (ระโฮสึ) ไปจนถึงสัดส่วนต่าง ๆ
พระพุทธรูปนอนองค์นี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ
เข้าชมภายในองค์พระ: สัมผัสประสบการณ์ “เหยียบทรายจำลอง” แสวงบุญชิโกกุ 88 แห่ง
ภายในพระพุทธรูปนอนมีพื้นที่พิเศษที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ
เมื่อชำระค่าทำบุญอธิษฐาน 500 เยน จะสามารถเข้าไปภายในและร่วมประสบการณ์แสวงบุญแบบ “เหยียบทรายจำลอง” ของชิโกกุ 88 แห่งได้
เวลาเปิดรับเข้าชมภายในองค์พระคือ 9:30〜16:00 น.
ธรรมชาติสี่ฤดูที่ช่วยฮีลใจ
วัดนันโซอินตั้งอยู่ในทำเลเงียบสงบท่ามกลางภูเขา ภายในบริเวณวัดสามารถเพลิดเพลินกับธรรมชาติได้ตลอดทั้งสี่ฤดู
ฤดูใบไม้ผลิ (ปลายมีนาคม〜ต้นเมษายน) มีซากุระ ฤดูร้อนเป็นสีเขียวสดของป่า ฤดูใบไม้ร่วง (กลาง〜ปลายพฤศจิกายน) คือช่วงใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยสด และฤดูหนาวมีทิวทัศน์หิมะที่ดูสงบขรึม ทำให้สัมผัสเสน่ห์ต่างกันไปในแต่ละช่วงเวลา
อุโมงค์เจ็ดเทพแห่งโชคลาภ & ศาลไดโคคุโดเพื่อขอพรเสริมดวง
ภายในวัดไม่ได้มีแค่พระพุทธรูปนอนเท่านั้น ยังมีจุดน่าแวะอีกมากมาย
- อุโมงค์เจ็ดเทพแห่งโชคลาภ: อุโมงค์ยาวประมาณ 50 เมตร เชื่อมระหว่างฝั่งพระอุโบสถหลักกับฝั่งพระพุทธรูปนอน โดยมีรูปเคารพเจ็ดเทพแห่งโชคลาภประดิษฐานอยู่ตรงกลาง
- ศาลไดโคคุโด: สามารถรับเครื่องรางขอพรให้ถูกรางวัลลอตเตอรี่ และเป็นสปอตยอดนิยมสำหรับขอพรเรื่องโชคลาภ (Daikoku-dō)
- องค์ไดโช ฟุโดเมียวโอ: รูปเคารพฟุโดเมียวโอสูง 11 เมตร ยืนเด่นพร้อมเปลวไฟด้านหลัง ดูทรงพลังมาก (Daishō Fudō Myō-ō)
จุดเริ่มต้นของการเดินแสวงบุญ “ซาซากุริ ชิโกกุ 88 แห่ง”
วัดนันโซอินเป็นวัดหลักของเส้นทางแสวงบุญซาซากุริ ชิโกกุ 88 แห่ง และเป็นวัดลำดับที่ 1 ที่ผู้คนรู้จักกันดี
เส้นทางนี้เป็นหนึ่งใน “ชินชิโกกุ เรโจ” หรือเส้นทางแสวงบุญชิโกกุแบบใหม่ เคียงคู่กับจิตะและโชโดชิมะ โดยจะเดินทางสักการะวัดและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ 88 แห่งที่กระจายอยู่ทั่วเมืองซาซากุริ
เดินทางสะดวกและรองรับผู้มาเยือน
วัดนันโซอินมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่คำนึงถึงผู้มาเยือน
มีลานจอดรถฟรีหลายจุด และป้ายแนะนำภายในวัดก็ครบถ้วน
อย่างไรก็ตาม ภายในวัดมีทางลาดชันค่อนข้างมาก แนะนำให้ฝากสัมภาระชิ้นใหญ่ไว้ที่ล็อกเกอร์เหรียญตามสถานีหลักหรือที่พักก่อน แล้วค่อยมาไหว้พระจะเดินสะดวกกว่า

วิธีไปวัดนันโซอิน (Nanzōin)・การเดินทาง
การเดินทางด้วยรถไฟ
- นั่งรถไฟ JR สายฟุกุโฮคุ-ยูทากะ (สายซาซากุริ) (Fukuhoku-Yutaka Line / Sasaguri Line) ลงที่ “สถานีคิโด-นันโซอินมาเอะ” (Kidō-Nanzōin-mae Station) แล้วเดินประมาณ 3 นาทีถึงทางเข้าถนนสู่ตัววัด
- จากสถานีฮากาตะ (Hakata Station) ใช้รถไฟด่วนประมาณ 20 นาที
การเดินทางด้วยรถยนต์
- จากทางด่วนฟุกุโอกะ IC ประมาณ 15 นาที: ใช้ถนนหมายเลข 201 แล้วไปถึงวัดนันโซอิน
- มีที่จอดรถฟรี 3 จุด อย่างไรก็ตาม ช่วงเทศกาลปีใหม่หรือโอบงจะคนแน่น แนะนำให้ไปถึงแต่เช้า
วิธีเที่ยววัดนันโซอินให้คุ้ม
ชมพระพุทธรูปนอนแบบใกล้ชิด
บริเวณปลายเท้าขององค์พระมีพื้นที่สำหรับสักการะ จากจุดนี้จะได้เห็นความยิ่งใหญ่ของพระพุทธรูปนอนแบบเต็มตา
มีความเชื่อว่า หากอธิษฐานพร้อมจับผ้าห้าสีที่ห้อยลงมาจากพระหัตถ์ซ้าย จะช่วยเชื่อมโยงบุญสัมพันธ์และความเป็นสิริมงคล
อย่าลืมชมลวดลาย “รอยพระพุทธบาท” ที่สลักไว้บริเวณฝ่าเท้าด้วย
เดินอุโมงค์เจ็ดเทพแห่งโชคลาภ
ระหว่างทางจากพระอุโบสถไปยังฝั่งพระพุทธรูปนอน จะผ่านอุโมงค์เจ็ดเทพแห่งโชคลาภ ซึ่งสามารถสักการะ เอบิสึ ไดโคคุเท็น บิชามงเท็น เบ็นไซเท็น ฟุคุโระคุจู จูโรจิน และโฮเท ได้ครบทั้ง 7 องค์
หากมาเที่ยวกับครอบครัวหรือเพื่อน ๆ แล้วเดินวนด้วยกัน จะกลายเป็นความทรงจำสนุก ๆ ได้เลย
เพลิดเพลินกับวิวตามฤดูกาล
ทิวทัศน์ของที่นี่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล
โดยเฉพาะฤดูซากุระในฤดูใบไม้ผลิ และฤดูใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วงที่สวยน่าประทับใจ
สำหรับสายถ่ายรูป ที่นี่เป็นจุดถ่ายภาพยอดเยี่ยม เพราะสามารถเก็บภาพองค์พระพุทธรูปนอนคู่กับธรรมชาติได้อย่างลงตัว
ซื้อของฝาก
ที่ถนนร้านค้าหน้าวัด นากามิเซะโดริ (Nakamise-dōri) ใต้พระพุทธรูปนอน มีจำหน่ายขนมและอาหารแบรนด์ของวัดนันโซอิน รวมถึงเครื่องรางและกำไลลูกประคำข้อมือ (Ude-nenju) เป็นต้น
กำไลลูกประคำที่ทำจากไม้มงคลของวัดได้รับคำบอกต่อว่า “เด่นเรื่องการแข่งขันและชัยชนะ” และเป็นที่นิยมจนมีผู้ใช้ประจำจำนวนไม่น้อย

มารยาทในการไหว้พระและข้อควรระวัง
วัดนันโซอินเป็นสถานที่แห่งศรัทธา จึงควรรักษามารยาทในการเข้าชม
- ห้ามสัมผัสองค์พระพุทธรูปหรืออาคารต่าง ๆ
- พื้นที่ภายในวัดงดสูบบุหรี่ทั้งหมด
- มีข้อกำหนดการแต่งกาย หากเปิดเผยมากเกินไปอาจถูกจำกัดการเข้าชม
- ภายในห้องประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของการเข้าชมภายในองค์พระ ห้ามถ่ายภาพ
- ภายในวัดไม่มีล็อกเกอร์เหรียญ กรุณาฝากสัมภาระชิ้นใหญ่ไว้ที่สถานีหลักหรือที่พักก่อนแล้วค่อยมา
ข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับนักท่องเที่ยว
- เวลาไหว้พระ
- ฝั่งพระพุทธรูปนอนโดยทั่วไป 9:00〜17:00 น. หลังช่วงเย็นอาจมีการล็อกทางเดินเป็นบางครั้ง ส่วนพระอุโบสถหลักและวัดลำดับที่ 45 จะมีช่วงเวลาที่สามารถไหว้ได้
- ค่าเข้าชม
- ค่าเข้าชมแตกต่างตามประเภทผู้มาเยือน ส่วนการเข้าชมภายในองค์พระต้องชำระค่าทำบุญอธิษฐาน 500 เยน
- ช่วงที่เหมาะที่สุด
- แนะนำฤดูซากุระในฤดูใบไม้ผลิ (ปลายมีนาคม〜ต้นเมษายน) และฤดูใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง (กลาง〜ปลายพฤศจิกายน) แต่พระพุทธรูปนอนสามารถสักการะได้ตลอดทั้งปี
- เวลาเที่ยวโดยประมาณ
- หากเดินชมจุดหลัก ๆ ให้ครบ ใช้เวลาประมาณ 1〜2 ชั่วโมง
- การแต่งกายที่แนะนำ
- ภายในวัดมีทางลาดและบันไดเยอะ ควรใส่รองเท้าที่เดินสบาย ช่วงหน้าหนาวอากาศในเขตภูเขาจะหนาวกว่าตัวเมือง ควรเตรียมเสื้อกันหนาวให้พร้อม
สรุป
วัดนันโซอินเป็นสถานที่พิเศษที่รวมความยิ่งใหญ่ของพระพุทธรูปนอนบรอนซ์ระดับโลก ธรรมชาติ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ไว้ด้วยกัน
อีกทั้งยังเดินทางสะดวกมาก จากสถานีฮากาตะนั่งรถไฟเพียงราว 20 นาที จึงเป็นที่เที่ยวฟุกุโอกะที่ไม่ควรพลาด
ลองมาใช้เวลาสงบ ๆ ในวัดบนภูเขา ชมความงามของพุทธศิลป์และธรรมชาติ แล้วปล่อยใจให้ผ่อนคลายดูสักครั้ง
