จิบลิพาร์ค (Ghibli Park) คือสวนแบบไหน
จิบลิพาร์ค (เมืองนากาคุเตะ จังหวัดไอจิ) เป็นสถานที่ในรูปแบบสวนสาธารณะที่มี 5 โซนกระจายอยู่ในพื้นที่ของสวนสาธารณะอนุสรณ์ Aichi Earth Expo (Moricoro Park)
เสน่ห์เฉพาะของที่นี่ ไม่ใช่แค่การชมนิทรรศการและอาคาร แต่คือการเดินเล่นในสวนสาธารณะที่อุดมไปด้วยต้นไม้พร้อมสัมผัสโลกของผลงาน Studio Ghibli ไปด้วย
หากเป็นการมาครั้งแรก การทำความเข้าใจเอกลักษณ์ของแต่ละโซน การเลือกตั๋ว และวิธีไปไว้ล่วงหน้า จะช่วยให้วันนั้นเที่ยวได้อย่างราบรื่น

ความแตกต่างของ 5 โซนในจิบลิพาร์คและวิธีตระเวน
หากเป็นการเที่ยวจิบลิพาร์คครั้งแรก การทำความรู้จักเอกลักษณ์ของแต่ละโซนก่อนจะทำให้เที่ยวง่ายขึ้น
จิบลิพาร์คมี 5 โซน ได้แก่ “Ghibli's Grand Warehouse” (โกดังใหญ่ของกิบลิ) “Hill of Youth” (เนินแห่งความเยาว์) “Dondoko Forest” (ป่าดนโดโกะ) “Mononoke Village” (หมู่บ้านโมโนโนเกะ) และ “Valley of Witches” (หุบเขาแม่มด)
แต่ละโซนกระจายอยู่ในสวนสาธารณะ ตระเวนเที่ยวด้วยการเดินหรือนั่งรถบัสในสวน
Ghibli's Grand Warehouse | โซนยอดนิยมที่เที่ยวในร่ม
“Ghibli's Grand Warehouse” คือพื้นที่ในร่มที่รวบรวมการจัดแสดงสัมผัสโลกของผลงาน Studio Ghibli สนามเด็กเล่น นิทรรศการพิเศษ ห้องฉายภาพยนตร์ พื้นที่เล่นสำหรับเด็ก คาเฟ่ และร้านค้า
เพลิดเพลินได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสภาพอากาศ จึงเป็นโซนยอดนิยมที่ทำให้รู้สึกประทับใจได้แม้มาครั้งแรก
เวลาที่ใช้โดยประมาณ คือ 2-3 ชั่วโมง หากต้องการชมอย่างละเอียด แนะนำให้เลือกรอบเข้าตอนเช้าจะได้เที่ยวอย่างไม่รีบเร่ง
Hill of Youth และ Dondoko Forest | สัมผัสโลกของผลงานอย่างละเมียดละไม
“Hill of Youth” ประกอบด้วย “Earth Shop” (Chikyū-ya) ที่ปรากฏในเรื่อง Whisper of the Heart (Mimi o Sumaseba) “Cat Bureau” (Neko no Jimusho) จากเรื่อง The Cat Returns (Neko no Ongaeshi) และ “Elevator Tower” ที่ได้แรงบันดาลใจจากโลกแฟนตาซีวิทยาศาสตร์ปลายศตวรรษที่ 19
ใน “Dondoko Forest” มี “บ้านของซัทสึกิและเมย์” (Satsuki to Mei no Ie) ที่เชื่อมโยงกับโลกของ My Neighbor Totoro (Tonari no Totoro) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศของแต่ละผลงานอย่างละเมียดละไม
ทั้งสองโซนเป็นพื้นที่ที่เดินตระเวนท่ามกลางธรรมชาติ จึงแนะนำให้สวมรองเท้าที่เดินสบาย
Mononoke Village และ Valley of Witches | สัมผัสบรรยากาศชนบทและเมืองต่างแดน
“Mononoke Village” มีจุดเด่นคือทิวทัศน์ชนบทแบบซาโตยามะ (Satoyama) และสถานที่สำหรับสัมผัสประสบการณ์ที่ได้แรงบันดาลใจจากเรื่อง Princess Mononoke (Mononoke Hime) มีอาคารทาทาราบะ (Tatara-ba / โรงถลุงเหล็ก) และประติมากรรมอ็อคโคโตะนุชิ (Okkotonushi) ตั้งอยู่
“Valley of Witches” คือโซนกลางแจ้งที่มีไฮไลท์มากมาย รวมทั้งทิวทัศน์เมือง อาคาร ร้านค้า ร้านอาหาร และเครื่องเล่น ที่ได้แรงบันดาลใจจาก Kiki's Delivery Service (Majo no Takkyūbin) Howl's Moving Castle (Hauru no Ugoku Shiro) และ Earwig and the Witch (Aya to Majo)

ประเภทตั๋วจิบลิพาร์คและวิธีเลือก
ตั๋วจิบลิพาร์คเป็นแบบจองล่วงหน้าระบุวัน-เวลา และไม่มีจำหน่ายที่จิบลิพาร์ค
เลือกได้ระหว่างตั๋วเซ็ตที่ตระเวนหลายโซน หรือตั๋วแยกแต่ละโซน
ตั๋วใดเหมาะสำหรับการมาครั้งแรก
Big Stroll Ticket Standard คือตั๋วที่ตระเวนได้ 3 โซน ได้แก่ “Ghibli's Grand Warehouse” “Mononoke Village” และ “Valley of Witches” ค่าเข้า ผู้ใหญ่ วันธรรมดา 3,300 เยน วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุด 3,800 เยน
เป็นตั๋วที่เลือกง่ายสำหรับผู้ที่ต้องการชมโซนยอดนิยมในวงกว้าง
Big Stroll Ticket Premium เป็นตั๋วระดับสูงที่เข้าได้ทั้ง 5 โซน และยังเข้าชมภายในอาคารใน Valley of Witches ได้ เช่น “บ้านของโอคิโนะ” (Okino Tei) “ปราสาทฮาวล์” (Hauru no Shiro) และ “บ้านแม่มด” (Majo no Ie)
ค่าเข้า ผู้ใหญ่ วันธรรมดา 7,300 เยน วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุด 7,800 เยน เหมาะกับผู้ที่ต้องการสัมผัสโลกของผลงานในวงกว้างและลึกที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
สิ่งที่ควรรู้ก่อนจองตั๋ว
โดยทั่วไป ตั๋วทุกประเภทเริ่มจำหน่ายตั้งแต่เวลา 14:00 ของวันที่ 10 ของ 2 เดือนก่อนเดือนที่จะเข้าชม
เมื่อกำหนดวันที่ต้องการแล้ว ควรเข้าตรวจสอบเว็บไซต์จองตั๋ว (Boo-Woo Ticket) แต่เนิ่น ๆ
นอกจากนี้ ตั๋ว Big Stroll Ticket จะระบุเวลาเข้า “Ghibli's Grand Warehouse” โดยต้องเข้าภายใน 1 ชั่วโมงหลังเวลาที่ระบุ
โซนอื่น ๆ ใช้รูปแบบเข้าได้ภายในเวลา 16:30 โดยเฉพาะ Hill of Youth และ Dondoko Forest มักหนาแน่นมากในช่วง 16:00 เป็นต้นไปจนใกล้ปิด แนะนำให้ตระเวนในช่วงเช้าหรือช่วงต้นบ่าย

วิธีไปจิบลิพาร์ค ใช้ระบบขนส่งสาธารณะเป็นหลัก
สถานีที่ใกล้ที่สุดคือสถานี “Aichi Earth Expo Memorial Park” (Aichi Kyūhaku Kinen Kōen) บนรถไฟลีนิโม (Linimo) สายโทบุคิวเรียว (Tōbu Kyūryō Line) ของระบบขนส่งความเร็วสูงไอจิ ลงสถานีแล้วถึงทันที
จากสถานีนาโกย่า (Nagoya Station) มีรถบัสตรงออกจากชานชาลา 24 ชั้น 4 ของศูนย์รถบัสเมเท็ตสึ (Meitetsu Bus Center) และจากสนามบินนานาชาติชูบุ (Chubu Centrair) เทอร์มินอล 1 มีรถบัสปลายทาง “Aichi Earth Expo Memorial Park (Ghibli Park)” ผ่าน “ฟุจิงะโอกะ” (Fujigaoka)
ในขณะที่จิบลิพาร์คไม่มีที่จอดรถเฉพาะ
ที่จอดรถของสวนสาธารณะอนุสรณ์ Aichi Earth Expo มักเต็มในวันหยุด จึงควรเตรียมตัวมาด้วยระบบขนส่งสาธารณะตั้งแต่แรก จะช่วยให้วางแผนการเดินทางในวันนั้นได้สะดวกกว่า
เวลาเปิด-ปิดและคำแนะนำการใช้งานจิบลิพาร์ค
เวลาเปิด-ปิด คือ วันธรรมดา 10:00-17:00 วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุด 9:00-17:00 วันปิดทำการคือวันอังคาร (หากตรงกับวันหยุดราชการ จะปิดในวันธรรมดาถัดไป)
เมื่อกำหนดวันมาเที่ยวแล้ว ควรตรวจสอบปฏิทินเวลาทำการเพื่อดูวันเปิดและวันปิดให้แน่ใจ
ด้านการรองรับหลายภาษา มีหน้าเว็บภาษาอังกฤษ ทำให้นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศสามารถตรวจสอบข้อมูลล่วงหน้าได้สะดวก
กฎการถ่ายภาพและสิ่งที่ต้องระวังเรื่องสัมภาระ
ภายในสวนมีพื้นที่บางส่วนที่ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปหรือวิดีโอ
แม้ในจุดที่ถ่ายได้ ก็ห้ามใช้แฟลชในที่ร่ม รวมถึงห้ามถ่ายเพื่อจุดประสงค์เชิงพาณิชย์ ไลฟ์สด และห้ามเผยแพร่พื้นที่หรืออาคารที่ไม่เปิดเผยลงในโซเชียลมีเดีย
นอกจากนี้ เพื่อความปลอดภัย ห้ามใช้ขาตั้งกล้อง ขาตั้งเดียว และไม้เซลฟี่
การถ่ายด้วยอุปกรณ์ขนาดเล็กที่ถือมือเดียวได้ และไม่ยกสูงเกินศีรษะนั้นสามารถทำได้
ห้ามนำสัมภาระชิ้นใหญ่ (เช่น กระเป๋าเดินทาง) เข้าไป ควรพิจารณาใช้ตู้ล็อกเกอร์ที่ศูนย์บริการประตูเหนือ ศูนย์แลกเปลี่ยนพลเมืองโลก และศูนย์บริการ-ห้องพักประตูตะวันตก ภายในสวนสาธารณะอนุสรณ์ Aichi Earth Expo
ภายในแต่ละโซนไม่มีจุดให้รับประทานอาหารที่นำเข้ามาเอง การดื่มน้ำจากขวดพลาสติก PET ที่มีฝาปิด ควรทำในที่กลางแจ้งหรือทางเดิน-ลานที่ไม่ใช่ห้องนิทรรศการ
เนื่องจากเป็นสถานที่ที่เดินตระเวนในสวน ควรสวมรองเท้าที่เดินสบายและเสื้อผ้าที่เหมาะกับฤดูกาลจะเคลื่อนที่ได้คล่องตัว

สรุป | เคล็ดลับเที่ยวจิบลิพาร์คครั้งแรกอย่างไม่หลงทาง
จิบลิพาร์คไม่ใช่สถานที่ที่ตระเวนตามฉากของผลงานอย่างต่อเนื่อง แต่คือสถานที่ที่เดินค้นหาโลกที่สนใจไปทีละจุดในสวนสาธารณะกว้างใหญ่
ดังนั้น ควรกำหนดโซนที่อยากไปก่อน แล้วเลือกตั๋ว (Big Stroll Ticket Premium / Standard) ตรวจสอบเวลาเข้า Ghibli's Grand Warehouse, Hill of Youth และ Dondoko Forest ที่หนาแน่นในช่วงเย็น และกฎเรื่องการถ่ายภาพและสัมภาระล่วงหน้า จะช่วยให้เที่ยวในวันนั้นได้อย่างผ่อนคลาย

