เพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวญี่ปุ่น!

คู่มือชมใบไม้แดงวัดเอย์คันโดะ เกียวโต|จุดไฮไลต์ ไฟประดับยามค่ำ และการเดินทาง

คู่มือชมใบไม้แดงวัดเอย์คันโดะ เกียวโต|จุดไฮไลต์ ไฟประดับยามค่ำ และการเดินทาง
วัดเอย์คันโดะในเกียวโตขึ้นชื่อว่าเป็นจุดชมใบไม้แดงระดับต้น ๆ ของเมือง จนได้ฉายาว่า “เอย์คันโดะแห่งใบเมเปิล” บทความนี้แนะนำประวัติและเสน่ห์ของวัด มุมถ่ายรูปสวยรอบสระน้ำและเจดีย์ การประดับไฟตอนกลางคืน ช่วงเวลาที่ใบไม้แดงสวยที่สุด ค่าเข้าชม และวิธีเดินทาง เหมาะสำหรับผู้ที่มาเที่ยวเกียวโตครั้งแรกในฤดูใบไม้ร่วง。

ไฮไลต์

สรุปจุดเด่น

วัดเอคันโดะ เซ็นรินจิ|เมเปิลราว 3,000 ต้นทำให้ได้ฉายา “เอคันโดะแห่งใบเมเปิล” ชมได้ทั้งสระน้ำ เจดีย์ และวิวกลางคืน

วิวใบไม้เปลี่ยนสี

สระโฮโจอิเกะ: จุดดังที่ใบไม้เปลี่ยนสีและอาคารวัดสะท้อนบนผิวน้ำ ช่วงย่ำค่ำบรรยากาศสงบสวยเด่น

จุดชมวิว

เจดีย์ทาโฮโตะ: มองเห็นเมืองเกียวโตจากที่สูง และชมแนวใบไม้เปลี่ยนสีที่กว้างไกลด้านล่าง

จุดถ่ายรูป

รอบๆ อามิดะโด: ความกลมกลืนของใบไม้เปลี่ยนสีกับอาคารสวยงาม เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม

ไฮไลต์วัฒนธรรม

พระมิคาเอริ อามิดะ (見返り阿弥陀像): ประดิษฐานพระอมิตาภะในท่าทางอันเป็นเอกลักษณ์ เป็นหนึ่งในจุดหมายของการมาไหว้

การเดินทางและเลี่ยงคนเยอะ

เดินราว 15 นาทีจากสถานีเคอาเงะ (รถไฟใต้ดินสายโทไซ) ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี แนะนำไปเช้าๆ หรือวันธรรมดาเดินสบายกว่า

ค่าเข้าชมโดยประมาณ

ค่าเข้าชมปกติ 600 เยน ช่วงจัดแสดงสมบัติวัดในฤดูใบไม้ร่วง 1,000 เยน (รอบพิเศษตอนกลางคืนคิดค่าเข้าแยก และมี/ไม่มีขึ้นอยู่กับปี)

ข้อมูลล่าสุดโปรดตรวจสอบจากประกาศอย่างเป็นทางการหรือยืนยัน ณ สถานที่จริง

เกียวโต(Kyoto)มีวัดมากมาย และในบรรดาวัดเหล่านั้น “เอคันโด เซ็นรินจิ(Eikan-dō Zenrin-ji)” ที่ขึ้นชื่อว่า “เอคันโดคือที่สุดของใบไม้แดงในฤดูใบไม้ร่วง” คือจุดเที่ยวที่ห้ามพลาดสำหรับทริปใบไม้เปลี่ยนสี

เอคันโดที่มีต้นเมเปิลราว 3,000 ต้นแต่งแต้มลานวัดให้สดใส ถูกยกให้เป็นจุดชมใบไม้แดงมาตั้งแต่ยุคโคคินวากะชู

บทความนี้จะพาแนะนำประวัติ จุดเด่น และทิปส์การเที่ยวเอคันโด



เอคันโดคืออะไร?

เอคันโดมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “โชจูไรโงซัง มุเรียวจูอิน เซ็นรินจิ(Shōju Raigō-san Muryōju-in Zenrin-ji)”

เป็นวัดศูนย์กลางของนิกายโจโดชู สายนิชิยามะ เซ็นรินจิ

พระประธาน “มิกาเอริ อะมิดะ เนียวไร(Mikaeri Amida Nyorai)” เป็นพระพุทธรูปที่หันพระพักตร์ไปทางซ้าย ซึ่งถือว่าเป็นรูปแบบหายากในญี่ปุ่น และดึงดูดผู้มาสักการะจำนวนมาก

และในฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้แดงจะเติมสีสันให้ทั่วบริเวณ จนเป็นที่รักในชื่อเล่นว่า “เอคันโดแห่งใบไม้แดง(もみじの永観堂)”


ประวัติและลักษณะเด่น

ประวัติของเอคันโดเชื่อกันว่าเริ่มจากพระชินโจ(Shinjō)โซซุ เปิดวัดในปี 853(นินจู 3)

เล่าว่าในปี 863(โจกัน 5)จักรพรรดิเซอิวะได้พระราชทานนามวัดว่า “เซ็นรินจิ”

ช่วงสมัยโชเรียคุ(1077〜1081)พระโยคัง(Yōkan)ริตสึชิ เข้ามาพำนักและฟื้นฟูให้เป็นสำนักปฏิบัตินัมบุตสึ จากนั้นจึงเรียกกันว่า “เอคันโด”

ในสมัยคามาคุระกล่าวกันว่าได้รับอิทธิพลของพุทธศาสนาโจโด และเปลี่ยนเป็นวัดของสายโจโดชู นิกายนิชิยามะ

เอคันโดมีพระอมิดะเอกลักษณ์ที่เรียกว่า “มิกาเอริ อะมิดะโซ(Mikaeri Amida-zō)” ซึ่งมีท่วงท่าสง่างามโด่งดังเป็นพิเศษ

ว่ากันว่าเรื่องเล่านี้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เชื่อว่าเกิดขึ้นช่วงเช้าตรู่เดือนกุมภาพันธ์ ปี 1082(เออิโฮ 2)



จุดเด่นใบไม้เปลี่ยนสีที่เอคันโด | ใบไม้แดง(มอมิจิ)และไลต์อัพ

ในฤดูใบไม้ร่วง ต้นอิโรฮะโมมิจิและโอโมมิจิราว 3,000 ต้นจะย้อมลานวัดเอคันโดเป็นสีแดงและเหลืองอย่างสดใส

ช่วงพีกของใบไม้แดงโดยปกติคือกลาง〜ปลายพฤศจิกายน และช่วงนี้จะมีการไลต์อัพ ทำให้ได้ชมความงามที่แตกต่างกันทั้งกลางวันและกลางคืน

จุดชมวิวสุดสวย

  1. สระโฮโจอิเคะ(Hōjō-ike):สระน้ำกลางวัดที่สะท้อนเงาใบไม้แดงและอาคารวัดบนผิวน้ำเป็นภาพสวยงาม โดยเฉพาะมุมมองจากบนสะพานไปยังมิโดโด เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมที่เป็นสัญลักษณ์ของเอคันโด
  2. ตาโฮโต(Tahōtō):จากตาโฮโตที่อยู่บนที่สูงหลังเดินขึ้นบันไดหิน จะมองเห็นเมืองเกียวโต และยังชมทะเลใบไม้แดงที่แผ่กว้างเบื้องล่างได้
  3. อะมิดะโด(Amida-dō):ว่ากันว่าเป็นอาคารที่ย้ายมาจากมันดาราโดของวัดชิเท็นโนจิ เมืองโอซาก้าในปี 1607(เคโช 12) ความกลมกลืนระหว่างใบไม้แดงกับอาคารเก่าแก่สวยมาก เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม ภายในประดิษฐานพระมิกาเอริ อะมิดะ เนียวไร



ทิปส์เที่ยวเอคันโด | วิธีไป・ค่าเข้า・เวลาเปิดปิด

การเดินทาง

เอคันโดเดินทางจากในเมืองเกียวโตได้สะดวก

จากรถไฟใต้ดินสายโทไซ “สถานีเคะอาเงะ(Keage Station)” เดินประมาณ 15 นาที

หรือขึ้นรถบัสเมืองสาย 5 ลงป้าย “นังเซ็นจิ・เอคันโดมิจิ” แล้วเดินประมาณ 3 นาที

ช่วงใบไม้แดงจะคนเยอะมาก แนะนำให้มาแต่เช้าหรือมาในวันธรรมดา

ทั้งนี้ช่วงฤดูใบไม้แดงอาจไม่สามารถใช้ที่จอดรถได้ จึงแนะนำให้ใช้ขนส่งสาธารณะ

ค่าเข้าชมและเวลา

ค่าเข้าชมปกติ ผู้ใหญ่ 600 เยน

นักเรียนประถม・มัธยมต้น・มัธยมปลาย 400 เยน

เวลารับเข้าปกติ 9:00~16:00

ปิดประตู 17:00

ช่วงจัดแสดงสมบัติวัดในฤดูใบไม้ร่วง ค่าเข้าชมหรือเวลาอาจเปลี่ยนแปลงได้

ไลต์อัพใบไม้แดงอาจจัดแบบสลับรอบกลางวันและกลางคืน

ค่าชมรอบกลางคืนอาจกำหนดเป็น 700 เยนสำหรับนักเรียนมัธยมต้นขึ้นไป เป็นต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับช่วงเวลา

เวลารอบกลางคืนอาจเป็น 17:30~21:00(รับเข้าถึง 20:30)เป็นต้น

เพราะจะได้เห็นบรรยากาศที่แตกต่างจากกลางวันอย่างน่าประทับใจ จึงแนะนำให้ลองทั้งสองช่วง


เคล็ดลับหลีกเลี่ยงความแออัด

เอคันโดช่วงใบไม้แดงเป็นหนึ่งในจุดฮิตที่สุดของเกียวโต จึงแออัดมาก

ช่วงกลางวัน วันธรรมดาตอนเช้าจะคนบางที่สุด

ไลต์อัพช่วงเริ่มต้น (ราว 17:30) แถวซื้อบัตรมักยาว หากมาช่วงประมาณ 20:00 จะเข้าชมได้ค่อนข้างราบรื่น

นอกจากนี้เมื่อเทียบกันแล้ว ช่วงครึ่งหลังของฤดูพีก (ปลายพฤศจิกายน〜ต้นธันวาคม) มักคนจะลดลงเล็กน้อยกว่าช่วงครึ่งแรก (กลางพฤศจิกายน)

สรุปเสน่ห์เอคันโด

เอคันโดเป็นวัดที่มีประวัติยาวนานกว่า 1,000 ปี แต่ก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เพลิดเพลินกับธรรมชาติสวยงามได้ตลอดทั้งสี่ฤดู

โดยเฉพาะฤดูใบไม้แดงในฤดูใบไม้ร่วง จะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาเยือนและหลงใหลในทิวทัศน์อันตระการตา

เอคันโดที่ให้คุณได้ดื่มด่ำกับวิวสวยพร้อมเรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ไปกับตำนานพระมิกาเอริ อะมิดะ คือสถานที่ที่ควรไปให้ได้เมื่อมาเที่ยวเกียวโต


คำถามที่พบบ่อย

ตอบ เออิคันโด (永観堂/วัดเซ็นรินจิ 禅林寺) เป็นวัดนิกายโจโด สาย 西山禅林寺派 และมีพระพุทธรูป “มิคาเอริ อามิดะ” ที่อยู่ในท่าหันกลับเป็นเอกลักษณ์ ภายในมีจุดให้สักการะจากมุมด้านข้างด้วย ช่วงคนแน่นยิ่งลองเปลี่ยนมุมจะได้ความพอใจมากขึ้น สวนมีสระน้ำเป็นไฮไลต์ เดินวนให้ครบโซนรอบสระจะไม่พลาดการไล่เฉดสีของใบไม้
ตอบ การเข้าชมปกติของเออิคันโดอยู่ที่ประมาณ 9:00–17:00 (ปิดรับเข้าประมาณ 16:00) ค่าเข้าชมทั่วไป 600 เยน ช่วงเข้าชมพิเศษ เช่น ฤดูใบไม้แดง อาจมีการปรับค่าเข้าหรือเวลาเปิด–ปิด เพื่อไม่สับสน แนะนำดูป้ายประกาศของวันนั้นที่ทางเข้าให้เรียบร้อยก่อน เหรียญย่อยจะช่วยให้ซื้อตั๋วเข้าชมได้เร็วและเข้ากับจังหวะแถวได้ง่าย
ตอบ การเข้าชมพิเศษตอนกลางคืน (ไลท์อัพ) ของเออิคันโดโดยมากจัดช่วงประมาณต้นพฤศจิกายนถึงต้นธันวาคม (อาจเลื่อนได้ตามปี) บางปีช่วงใบไม้แดงอาจแยกค่าเข้าและเวลาต่างจากรอบกลางวัน การกำหนดช่วงเวลาที่อยากไปให้ชัดก่อนจะทำให้วางแผนง่าย กลางคืนภาพสะท้อนผิวน้ำที่สระโฮโจอิเกะ (放生池) มักเด่น ควรไปดูจุดยืนในช่วงสว่างไว้ก่อนเพื่อถ่ายได้มั่นคงขึ้น
ตอบ จากสถานีเกียวโตไปเออิคันโด โดยรถบัสเมืองใช้เวลาประมาณ 30 นาที ลงป้าย “Nanzenji/Eikando-michi (南禅寺・永観堂道)” แล้วเดินราว 3 นาที ช่วงคนเยอะ หากไปถึงสถานีเคะอะเกะ (蹴上) ด้วยรถไฟใต้ดินสายโทไซ แล้วเดินต่อ จะคุมเวลาไปถึงได้ง่ายกว่า บริเวณรอบ ๆ มีทางชัน ใส่รองเท้าที่เดินสบายจะเดินจนจบได้ไม่เหนื่อย
ตอบ ช่วงพีคของใบไม้แดงเออิคันโดโดยมากอยู่ราวกลาง–ปลายพฤศจิกายน หากไปเพื่อไลท์อัพ ช่วงเปิดประตูใหม่ ๆ คนมักน้อยกว่า และทางออกกลับก็ลื่นไหล จึงเดินได้ไม่เหนื่อย หากเข้าไวแล้วเดินให้จบในเวลาสั้น ๆ จะสบายกว่า ทางเข้ากับทางออกอยู่คนละจุด ควรตกลงจุดนัดพบไว้ล่วงหน้าเพื่อไม่หลงกัน
ตอบ เวลาเที่ยวเออิคันโดโดยประมาณ 30–60 นาที หากเดินตามลำดับ “สระโฮโจอิเกะ (放生池) → เจดีย์ทาโฮโต (多宝塔)” วิวจะค่อย ๆ เปลี่ยนทีละขั้น ระหว่างทางลองหันกลับถ่ายให้มีสระน้ำอยู่ในเฟรม จะได้ความเป็น “เออิคันโด” มากขึ้น เริ่มเดินรอบสระก่อนเพื่อปรับจังหวะหายใจ แล้วค่อยไต่ขึ้นด้านบน จะเหนื่อยน้อยกว่า
ตอบ ภายในอาคารมีหลายจุดที่ห้ามถ่ายเพื่อการอนุรักษ์วัตถุสำคัญ ควรยึดป้ายคำแนะนำเป็นหลัก ในสวนควรไม่หยุดขวางทางเดิน และขาตั้งกล้องมักกีดขวางทางจึงควรหลีกเลี่ยง การใช้แฟลชอาจรบกวนคนอื่น ปิดไว้จะเหมาะกว่า จุดมืดทำให้ภาพสั่นง่าย เลือกตำแหน่งยืนก่อน แล้วถ่ายให้จบในเวลาสั้น ๆ จะดูสุภาพและคล่องตัว
ตอบ แนะนำเริ่มเช้าที่วัดนันเซ็นจิ → เออิคันโด → เส้นทางนักปรัชญา (哲学の道) จะเดินง่ายและต่อเนื่อง ช่วงเย็นทางชันฝั่งภูเขามักมืดเร็ว ควรเที่ยวโซนวัด/ศาลเจ้าให้เสร็จก่อนพระอาทิตย์ตก เส้นทางนักปรัชญาช่วงเย็นบางวันคนเยอะ หากอยากเดินเงียบ ๆ ลองย้ายไปเดินช่วงเช้าจะสบายกว่า

จุดแนะนำใกล้เคียง

ดูบทความแนะนำในบริเวณนี้

※ เนื้อหาบทความอ้างอิงจากข้อมูล ณ เวลาที่เขียน และอาจแตกต่างจากสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ เราไม่รับประกันความถูกต้องและความสมบูรณ์ของเนื้อหาที่เผยแพร่ โปรดเข้าใจ