สะพานคินไทเคียว(Kintaikyō Bridge)คืออะไร? ที่เที่ยวอิวะคุนิ ยามากุจิ
สะพานคินไทเคียวเป็นสะพานไม้ที่พาดข้ามแม่น้ำนิชิกิ(Nishiki-gawa)ในเมืองอิวะคุนิ(Iwakuni) จังหวัดยามากุจิ(Yamaguchi) และเป็นที่รู้จักในฐานะหนึ่งใน “สามสะพานชื่อดังของญี่ปุ่น”
เล่ากันว่าสร้างขึ้นในสมัยเอโดะ ปี 1673(เอ็นโปปีที่ 1)โดยเจ้าแคว้นอิวะคุนิรุ่นที่ 3 คิคคาวะ ฮิโรโยชิ(Kikkawa Hiroyoshi)
มีความยาวรวมประมาณ 193.3 เมตร กว้าง 5 เมตร และจุดเด่นคือเส้นโค้งที่เกิดจากสะพาน 5 ช่วงต่อเนื่อง
โครงสร้างจากเทคนิคงานไม้ที่ประณีตและทัศนียภาพได้รับการยกย่องสูง จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น “เมโช(Meishō)” ซึ่งเป็นสถานที่ทิวทัศน์งดงามของชาติ
ฤดูใบไม้ผลิชมซากุระ ฤดูร้อนมีการจับปลาด้วยนกกาน้ำ(Ukai) ฤดูใบไม้ร่วงชมใบไม้เปลี่ยนสี และฤดูหนาวชมวิวหิมะ เป็นต้น ทำให้ได้บรรยากาศต่างกันในแต่ละฤดู

ไฮไลท์สะพานคินไทเคียว: จุดเด่นที่ต้องชม
1. โครงสร้างโค้งแบบสะพานไม้ที่เป็นเอกลักษณ์
สะพานคินไทเคียวขึ้นชื่อเรื่องเส้นโค้งอ่อนช้อยของสะพานไม้ที่เรียงต่อกัน
ทั้งส่วนโค้งตรงกลาง โครงสร้างปลายสะพาน ตอม่อหินก่อ และงานไม้ที่ประกอบเข้าด้วยกัน ชวนดูได้ทั้งเงยหน้ามองและเดินข้าม
ไม่ว่าจะมองจากบนสะพาน ริมแม่น้ำ หรือจากลานกรวดริมฝั่ง เปลี่ยนมุมมองแล้วให้ความรู้สึกต่างกันก็เป็นเสน่ห์
2. วิวสี่ฤดู: ซากุระ・ใบไม้เปลี่ยนสี・หิมะ
บริเวณรอบสะพานคินไทเคียวเป็นย่านเดินเล่นที่วิวแม่น้ำและเมืองปราสาทเก่ากลมกลืนกัน
หากมาให้ตรงกับดอกไม้หรือกิจกรรมตามฤดูกาล ก็สนุกกับการถ่ายรูปได้
3. วิวกลางคืนและไฟประดับ (ไลท์อัพ)
ในบางช่วงอาจมีการเปิดไฟประดับ ทำให้ได้บรรยากาศต่างจากตอนกลางวัน
4. ประวัติและการอนุรักษ์สะพานคินไทเคียว
สะพานนี้เป็นที่รู้จักว่าได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมและเหตุการณ์ต่าง ๆ ก่อนซ่อมแซมซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนสืบทอดทั้งทิวทัศน์และเทคนิคการก่อสร้างมาถึงปัจจุบัน
ยังมีตำนานว่าได้อ้างอิงตำราที่เกี่ยวกับทะเลสาบซีหูของจีน และศึกษาการสร้างสะพานที่ไม่ถูกกระแสน้ำพัดพา ก่อนลงมือก่อสร้าง
ปัจจุบันก็ยังมีการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์และซ่อมแซมอย่างต่อเนื่อง
5. ที่เที่ยวใกล้สะพานคินไทเคียว
รอบ ๆ สะพานคินไทเคียวมีจุดน่าแวะสำหรับเดินเล่นย่านเมืองปราสาทกระจายอยู่
- ปราสาทอิวะคุนิ(Iwakuni-jō): อยู่บนยอดเขาใกล้สะพาน และเดินทางได้ด้วยกระเช้าไฟฟ้า
- พิพิธภัณฑ์งูขาวอิวะคุนิ(Iwakuni Shirohebi no Yakata): สถานที่จัดแสดงเกี่ยวกับงูขาวของอิวะคุนิ
- สวนคิกโก(Kikkō Park): สวนสาธารณะที่เป็นพื้นที่คฤหาสน์เดิมของตระกูลคิคคาวะ เหมาะกับการเดินเล่น

วิธีไปสะพานคินไทเคียว
ไปด้วยรถไฟ+รถบัส
- จาก JR “สถานีอิวะคุนิ(Iwakuni Station)”
- นั่งรถบัสประจำทางที่มุ่งหน้าไปทางสะพานคินไทเคียว แล้วเดินจากป้ายรถบัสไปได้
ขับรถไปเองและที่จอดรถ
- จากทางด่วนซันโย(San’yō Expressway) “อิวะคุนิ IC(Iwakuni IC)”
- ขับไปทางสะพานคินไทเคียว และใช้ที่จอดรถบริเวณใกล้เคียง
ไปจากสนามบินอิวะคุนิ คินไทเคียว
- จากสนามบินอิวะคุนิ คินไทเคียว(Iwakuni Kintaikyō Airport)
- เดินทางโดยรถไปทางสะพานคินไทเคียวได้

เที่ยวสะพานคินไทเคียว: ทำอะไรดี
1. เดินข้ามบนสะพาน
ถ้าเดินข้ามสะพานคินไทเคียว จะได้สัมผัสโครงสร้างงานไม้และความลาดชันของส่วนโค้งอย่างใกล้ชิด
จากบนสะพานมองเห็นสายน้ำของแม่น้ำนิชิกิและวิวภูเขาชิโรยามะ(Shiroyama)กว้างไกล เหมาะกับการถ่ายรูป
2. ชมจากริมแม่น้ำ・ลานกรวด
ลงไปที่ลานกรวดริมฝั่งแล้วเงยหน้ามอง จะเห็นโครงสร้างและเส้นโค้งของสะพานได้ใกล้ขึ้น
3. สนุกกับอีเวนต์ตามฤดูกาล
บริเวณรอบ ๆ อาจมีงานหรือกิจกรรมตามฤดูกาลจัดขึ้น
หากตรงกับช่วงที่คุณมาเที่ยว ก็สามารถเพลิดเพลินไปพร้อมกับทิวทัศน์ได้
4. อิ่มอร่อยกับอาหารท้องถิ่น
รอบ ๆ มีร้านที่สามารถลิ้มลองอาหารท้องถิ่นและของขึ้นชื่อได้
แนะนำให้ลอง “อิวะคุนิซูชิ(Iwakuni-zushi)” ซูชิแบบกดอัดชนิดหนึ่ง เพื่อสัมผัสรสชาติพื้นถิ่น

ข้อมูลเที่ยวสะพานคินไทเคียว: ค่าเข้า เวลาเปิด-ปิด และข้อควรรู้
- การข้ามสะพาน (การเก็บค่าเข้าชม)
- การข้ามสะพานต้องชำระค่าธรรมเนียมตามที่กำหนด
- เวลาเก็บค่าธรรมเนียมแตกต่างตามฤดูกาล โดยระบุไว้ว่า 8:00〜17:00 ช่วง 1 มีนาคม〜31 ตุลาคม ถึง 18:00 และเดือนสิงหาคมถึง 19:00
- ค่าเข้า
- ระบุไว้ว่า ผู้ใหญ่ (ม.ต้นขึ้นไป) 310 เยน/เด็กประถม 150 เยน
- เวลาเที่ยวโดยประมาณ
- การเดินไป-กลับบนสะพานพร้อมเดินเล่นรอบ ๆ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเป็นแนวทาง
- ข้อควรระวัง
- บนสะพานมีระดับต่าง (ขั้น/สเต็ป) แนะนำใส่รองเท้าที่เดินสบาย
- ช่วงคนเยอะไม่ควรหยุดยืนนานเกินไป และควรคำนึงถึงผู้คนรอบข้างขณะเดิน
สรุป
สะพานคินไทเคียวเป็นจุดท่องเที่ยวเด่นของอิวะคุนิ ที่ผสานความงามของโครงสร้างสะพานไม้เข้ากับทิวทัศน์ย่านเมืองปราสาทได้อย่างลงตัว
หากมาเดินเล่นริมแม่น้ำหรือสวนสาธารณะ และแวะเที่ยวจุดใกล้เคียงด้วย จะยิ่งใช้เวลาได้คุ้มและเต็มอิ่มมากขึ้น
เมื่อมาเที่ยวจังหวัดยามากุจิหรืออิวะคุนิ อย่าลืมแวะมาเยือนสักครั้ง