อาตามิ(Atami)คืออะไร?
อาตามิในจังหวัดชิซึโอกะ(Shizuoka)เป็นหนึ่งในเมืองรีสอร์ตออนเซ็นที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น
ด้วยทำเลริมมหาสมุทรแปซิฟิกที่สวยงามและทรัพยากรน้ำพุร้อนที่อุดมสมบูรณ์ จึงเป็นเมืองที่ผู้คนคุ้นเคยมายาวนาน
ที่นี่ไม่ได้มีแค่ออนเซ็น แต่ยังมีอาคารประวัติศาสตร์ งานดอกไม้ไฟ อาหารทะเลสด รวมถึงพิพิธภัณฑ์ศิลปะและสถานที่ด้านวัฒนธรรมให้เที่ยวแบบหลากหลาย
เดินทางจากโตเกียวได้สะดวก: นั่ง JR โทไคโดชินคันเซ็น(JR Tōkaidō Shinkansen)เร็วสุดราว 40 นาที หรือ JR โทไคโดฮงเซ็น(JR Tōkaidō Main Line)ประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที ทำให้นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศมาเยือนได้ไม่ขาดสาย
อาตามิเหมาะทั้งทริปไปเช้าเย็นกลับ และทริปออนเซ็นสุดสัปดาห์

ที่เที่ยวอาตามิ・ไฮไลท์ที่ต้องไป
1. ออนเซ็นหลากหลายและน้ำพุร้อนอุดมสมบูรณ์
อาตามิมีสถานที่แช่ออนเซ็นจำนวนมาก และว่ากันว่ามีแหล่งน้ำพุร้อนมากกว่า 500 แห่ง
ไม่ว่าจะเป็นเรียวกังที่มีอ่างกลางแจ้ง หรือออนเซ็นแบบไปเช้าเย็นกลับ คุณสามารถเพลิดเพลินกับออนเซ็นพร้อมวิวอ่าวซากามิ(Sagami-nada)ได้
โซนออนเซ็นที่เป็นตัวแทน เช่น
- อาตามิออนเซ็น(Atami Onsen): ย่านออนเซ็นหลักที่แผ่ตัวตามแนวชายทะเล จุดเด่นคือวิวทะเลสวยๆ มีน้ำแร่ประเภทคลอไรด์เป็นหลัก ให้ความชุ่มชื้นกับผิวและได้รับความนิยม
- อิซุซังออนเซ็น(Izusan Onsen): เมืองออนเซ็นเงียบสงบบนที่สูงทางตอนเหนือของอาตามิ มีที่พักแบบน้ำพุร้อนไหลผ่าน(kakenagashi)อยู่มาก เหมาะกับการพักผ่อนแบบสโลว์ไลฟ์
2. ปราสาทอาตามิและย่านรอบๆ
ปราสาทอาตามิเป็นแลนด์มาร์กของเมือง และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสไตล์ \"หอคอยปราสาท\" ที่สร้างขึ้นในปี 1959(โชวะ 34)
จากจุดชมวิวชั้น 6 สามารถชมวิวพาโนรามาของตัวเมืองอาตามิและอ่าวซากามิได้แบบเต็มตา
ภายในมีนิทรรศการธีมอาวุธและชุดเกราะญี่ปุ่น รวมถึงโซนทดลองสวมชุดสมัยเอโดะ เหมาะกับการเที่ยวแบบครอบครัว
ถ้าแวะไปที่ “พิพิธภัณฑ์เขาวงกตทริกอาร์ตอาตามิ(Atami Trick Art Maze Museum)” ที่อยู่ติดกันด้วย จะได้สนุกกับการถ่ายรูปแปลกตาเพิ่มอีก

3. เทศกาลดอกไม้ไฟริมทะเลอาตามิ
เทศกาลดอกไม้ไฟริมทะเลอาตามิ(Atami Kaijō Hanabi Taikai)มีชื่อเสียงระดับประเทศ และจัดหลายครั้งตลอดทั้งปี
ดอกไม้ไฟที่ยิงขึ้นเหนืออ่าวอาตามิซึ่งล้อมด้วยภูมิประเทศคล้ายชาม ทำให้เอฟเฟกต์เสียงกระหึ่มเป็นพิเศษ ภาพแสงสะท้อนบนผิวน้ำสวยตระการตา
โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อน(กรกฎาคม〜สิงหาคม)และฤดูหนาว(ธันวาคม)จะมีผู้คนมาเที่ยวมากเป็นพิเศษ
จุดชมยอดนิยมคือ อาตามิซันบีช(Atami Sun Beach)และสวนชินซุย(Shinsui Park)หรือจะชมจากดาดฟ้าของเรียวกัง/โรงแรมก็เป็นความฟินแบบหรูๆ
4. อาหารทะเลและของอร่อย
อาตามิขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลสด
ซาชิมิ ซูชิ และฮิโมโนะ(ปลาแห้ง)จากปลาที่จับได้ในอ่าวซากามิเป็นเมนูที่ไม่ควรพลาด
ของหวานอย่างอาตามิพุดดิ้ง(Atami Purin)และมันจูออนเซ็นก็เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว
ย่านช้อปปิ้งอาตามิกินซะ(Atami Ginza)ยังมีของขึ้นชื่อท้องถิ่นและของหวานให้เลือกซื้อ จึงเหมาะกับการเดินกินไปด้วย
5. พิพิธภัณฑ์ศิลปะ MOA
สายอาร์ตแนะนำ “พิพิธภัณฑ์ศิลปะ MOA(MOA Museum of Art)”
ที่นี่สามารถชมศิลปะญี่ปุ่นและตะวันออก รวมถึงสมบัติชาติของโอกาตะ โคริน(Ogata Kōrin)อย่าง “ฉากกั้นภาพดอกบ๊วยแดง-ขาว(Kōhaku Baizu Byōbu)”
อาคารที่ปรับปรุงใหม่มีบรรยากาศโมเดิร์นและสวยงาม ตัวสถาปัตยกรรมเองก็โดดเด่น
อีกหนึ่งไฮไลท์คือวิวพาโนรามาอ่าวซากามิที่เปิดกว้างหลังขึ้นบันไดเลื่อน

วิธีไปอาตามิ(การเดินทาง)
เดินทางด้วยรถไฟ
- จากโตเกียว
- JR โทไคโดชินคันเซ็น “โคดามะ” ประมาณ 40〜50 นาที หรือ JR โทไคโดฮงเซ็นประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที
- สถานีใกล้ที่สุดคือสถานีอาตามิ(Atami Station)
- จากนาโกย่าหรือโอซาก้า
- ใช้โทไคโดชินคันเซ็นไปยังสถานีอาตามิ
- จากนาโกย่าประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง จากโอซาก้า(ชินโอซาก้า)ประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง
เดินทางด้วยรถยนต์
- ใช้โทเมเอ็กซ์เพรสเวย์(Tōmei Expressway)ออกที่ “อัตสึกิ IC(Atsugi IC)” หรือ “นุมะซุ IC(Numazu IC)” แล้วขับต่อผ่านทางหลวงหมายเลข 135 ไปอาตามิ
- จากโตเกียวใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
- ในเมืองอาตามิมีทางลาดชันและถนนแคบบางพื้นที่ จึงแนะนำให้ใช้ที่จอดรถเทศบาล
เที่ยวอาตามิให้คุ้ม
1. แช่ออนเซ็นหลายแห่ง(ออนเซ็นฮอปปิ้ง)
สามารถเลือกใช้ออนเซ็นแบบไปเช้าเย็นกลับหรือเรียวกังต่างๆ ในอาตามิ เพื่อแช่ออนเซ็นหลายสไตล์ในทริปเดียว
ที่พักบางแห่งมีห้องพร้อมอ่างกลางแจ้งแบบส่วนตัว เหมาะกับทริปวันครบรอบหรือโอกาสพิเศษ
ในเมืองยังมีจุดแช่เท้า(อาชิยุ)ฟรีหลายแห่ง แวะระหว่างเดินเล่นได้ง่ายๆ
2. พักผ่อนที่ชายหาด
อาตามิซันบีชเป็นหาดทรายที่คึกคักในช่วงหน้าร้อน(กลางกรกฎาคม〜ปลายสิงหาคม)
ช่วงกลางคืนมีไฟไลต์อัพ บรรยากาศโรแมนติกน่าเดินเล่น
แนวชายหาดมีต้นปาล์มเรียงราย เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมที่ให้ฟีลเมืองตากอากาศ
3. เดินเล่นในเมืองและหาของฝาก
เดินที่อาตามิกินซะหรือถนนการค้าเฮวะโดริ(Heiwa-dōri Shopping Street)จะเจอของขึ้นชื่อและของกินมากมาย
ฮิโมโนะและมันจูออนเซ็นเป็นของฝากคลาสสิก
ช่วงหลังมีคาเฟ่และร้านของใช้จิปาถะที่เจ้าของรุ่นใหม่เปิดเพิ่ม ทำให้เดินเที่ยวได้สนุกด้วยบรรยากาศที่ผสมผสานความเก่าและใหม่
4. เดินชมธรรมชาติที่ศาลเจ้าคิโนมิยะ
“ศาลเจ้าคิโนมิยะ(Kinomiya Jinja)” ในย่านตัวเมืองอาตามิ จุดเด่นคือ ต้นการบูรยักษ์(Ōkusu)
มีตำนานว่า “เดินรอบลำต้นหนึ่งรอบ อายุจะยืนเพิ่ม 1 ปี” ทำให้เป็นพาวเวอร์สปอตยอดนิยม
ในบริเวณศาลเจ้ามีคาเฟ่ด้วย แวะพักหลังไหว้ได้สบายๆ
เดินจากสถานี JR คิโนมิยะ(Kinomiya Station)ได้ และจากสถานีอาตามิก็สามารถเดินเที่ยวไปเรื่อยๆ ระหว่างทางได้เช่นกัน

ข้อมูลเที่ยวอาตามิ: ช่วงเวลาที่แนะนำ・เคล็ดลับ
- เวลาทำการของย่านออนเซ็น
- เวลาเปิด-ปิดของสถานที่แช่ออนเซ็นแตกต่างกันไปตามแต่ละแห่ง
- โดยทั่วไปที่พักจะเช็กอินราว 15:00 และเช็กเอาต์ราว 10:00
- ช่วงเวลาที่แนะนำ
- ฤดูใบไม้ผลิมีดอกบ๊วยและซากุระบานเร็วที่สวนอุเมะอาตามิ(Atami Baien) ฤดูร้อนสนุกกับทะเลและดอกไม้ไฟ ส่วนฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาวเหมาะกับออนเซ็นและดอกไม้ไฟ
- การแต่งกายและของที่ควรพก
- เมืองอาตามิมีทางชันเยอะ ควรใส่รองเท้าที่เดินสบาย
- พกผ้าเช็ดตัวจะสะดวกเวลาแวะจุดแช่เท้า
- การรองรับหลายภาษา
- ศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวรอบสถานีอาตามิมีโบรชัวร์ภาษาอังกฤษแจก
- สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ หลายแห่งมีป้ายแนะนำภาษาอังกฤษ
สรุป
อาตามิเป็นเมืองรีสอร์ตออนเซ็นที่มีเสน่ห์ครบ ทั้งออนเซ็น ธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ของอร่อย และเทศกาลดอกไม้ไฟ
การเดินทางจากโตเกียวด้วยชินคันเซ็นราว 40 นาที เป็นจุดเด่นสำคัญที่ทำให้อาตามิเที่ยวได้ง่าย
ก่อนวางแผนทริป แนะนำให้เช็กตารางดอกไม้ไฟและเวลาเปิดทำการของออนเซ็นจากเว็บไซต์ทางการล่วงหน้า
ลองไปสัมผัสทริปออนเซ็นพิเศษที่ผสานความดั้งเดิมและความโมเดิร์นของญี่ปุ่นที่อาตามิกัน