กลุ่มบึงโกะชิกินุมะ(Goshiki-numa)คืออะไร? จุดชมวิวธรรมชาติฟุกุชิมะที่มีบึงหลากสีสุดมหัศจรรย์
“กลุ่มบึงโกะชิกินุมะ” ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่อุระบันได(Urabandai)ของจังหวัดฟุกุชิมะ(Fukushima) คือกลุ่มบึงและทะเลสาบที่งดงาม รายล้อมด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ทางตอนเหนือของภูเขาบันได(Bandai-san)
บนเส้นทางเดินป่าที่จัดทำไว้ในชื่อ “เส้นทางศึกษาธรรมชาติโกะชิกินุมะ” นักท่องเที่ยวจะได้ชมสีสันลึกลับที่แตกต่างกันไปในแต่ละบึง ไม่ว่าจะเป็นสีน้ำเงินสด สีเขียวมรกต หรือสีน้ำเงินโคบอลต์
ผืนน้ำที่เปลี่ยนสีไปตามฤดูกาล สภาพอากาศ และมุมของแสง ได้รับการขนานนามว่าเป็น “บึงลึกลับ” และยังคงดึงดูดผู้มาเยือนได้อย่างต่อเนื่อง
บทความนี้จะพาไปรู้จักที่มาของกลุ่มบึงโกะชิกินุมะ ลักษณะเด่นของแต่ละบึง ช่วงเวลาน่าเที่ยวในแต่ละฤดู รวมถึงวิธีเดินทาง โดยอธิบายให้เข้าใจง่ายสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วย

1. ความเป็นมาและประวัติของกลุ่มบึงโกะชิกินุมะ
บึงลึกลับที่เกิดจากการปะทุของภูเขาบันไดในปี 1888
เชื่อกันว่ากลุ่มบึงโกะชิกินุมะเกิดขึ้นจากการที่ภูเขาบันไดเกิดการปะทุครั้งใหญ่ในปี 1888 จนทำให้ด้านเหนือของภูเขาที่เรียกว่าโคบันได(Ko-Bandai)พังถล่มลงมา
การพังทลายครั้งใหญ่ของภูเขาทำให้ลำน้ำหลายสายถูกปิดกั้น และเกิดเป็นบึงกับทะเลสาบจำนวนมาก
แร่ธาตุจากภูเขาไฟที่ตกตะกอนอยู่ก้นบึง รวมถึงองค์ประกอบในน้ำที่แตกต่างกัน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้แต่ละบึงมีสีเฉพาะตัว
นอกจากนี้ สีของน้ำยังเปลี่ยนไปตามมุมแสงและสภาพอากาศ จึงเป็นเสน่ห์สำคัญที่ทำให้ทุกครั้งที่มาเยือน คุณจะได้พบวิวใหม่ ๆ เสมอ
ที่มาของชื่อ “โกะชิกินุมะ” และเส้นทางเดินป่า
ชื่อ “กลุ่มบึงโกะชิกินุมะ” มาจากการที่มีบึงหลากสี ทั้งโทนน้ำเงิน เขียว และแดง กระจายอยู่ทั่วพื้นที่
บริเวณนี้มีเส้นทางเดินป่าชื่อ “เส้นทางศึกษาธรรมชาติโกะชิกินุมะ” ซึ่งเป็นคอร์สยาวประมาณ 3.6 กม. ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งถึง 2 ชั่วโมง
เนื่องจากเส้นทางมีความชันไม่มาก จึงเป็นเส้นทางยอดนิยมสำหรับทั้งผู้เริ่มต้นและครอบครัวที่มาเที่ยวด้วยกัน
สามารถเริ่มต้นได้ทั้งจากฝั่งอุระบันไดวิซิเตอร์เซ็นเตอร์(ทางเข้าบิชามอนนุมะ(Bishamon-numa))และฝั่งป้ายรถบัสทางเข้าโกะชิกินุมะ แต่คอร์สที่เริ่มจากฝั่งบิชามอนนุมะได้รับความนิยมเป็นพิเศษ

2. จุดเด่นที่ต้องชมของกลุ่มบึงโกะชิกินุมะ
ลักษณะเด่นของแต่ละบึงและสีสันลึกลับอันเป็นเอกลักษณ์
ในกลุ่มบึงโกะชิกินุมะมีบึงและทะเลสาบมากกว่า 30 แห่ง โดยบึงหลักตามแนวเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติเป็นจุดยอดนิยมที่สุด
แต่ละบึงมีเฉดสีแตกต่างกัน และความงามนี้เองที่ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากหลงใหล
- บิชามอนนุมะ(Bishamon-numa):เป็นบึงที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มบึงโกะชิกินุมะ และมีจุดเด่นคือสีน้ำเขียวมรกตสดใส
- ในบางช่วงจะมีบริการเรือพาย ทำให้สามารถชมสีสันของบึงจากผืนน้ำได้อย่างใกล้ชิด
- วิวที่มีภูเขาบันไดเป็นฉากหลังถือเป็นจุดถ่ายรูปตัวแทนของโกะชิกินุมะ
- อาโอนุมะ(Ao-numa):เป็นบึงลึกลับที่มีสีน้ำเงินเข้มอย่างโดดเด่น และในวันที่ฟ้าเปิด สีฟ้าจะยิ่งสวยชัดมากเป็นพิเศษ
- เพราะเฉดสีน้ำเงินเปลี่ยนไปตามมุมแสง ทุกครั้งที่มาเยือนจึงให้บรรยากาศต่างกัน
- เบ็นเท็นนุมะ(Benten-numa):มีจุดเด่นคือโทนสีเขียวและน้ำเงินใสราวกับโปร่งแสง เป็นหนึ่งในบึงขนาดใหญ่ของโกะชิกินุมะ
- เงาต้นไม้รอบบึงสะท้อนบนผิวน้ำ ก่อให้เกิดทิวทัศน์ชวนฝันอย่างมาก
- รุรินุมะ(Ruri-numa):เป็นบึงที่สีเปลี่ยนชัดเจนตามมุมมองและสภาพอากาศ โดยเฉดเขียวมรกตและสีน้ำเงินสดจะเห็นได้โดดเด่นเป็นพิเศษ
- อากะนุมะ(Aka-numa):เป็นจุดที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนบึงอื่น เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากสภาพแวดล้อมโดยรอบและส่วนประกอบของน้ำ ทำให้เห็นโทนสีแตกต่างเฉพาะตัว
เดินป่าบนเส้นทางศึกษาธรรมชาติโกะชิกินุมะ
“เส้นทางศึกษาธรรมชาติโกะชิกินุมะ” เป็นคอร์สเดินป่าระยะประมาณ 3.6 กม. ที่ทอดยาวจากบริเวณใกล้อุระบันไดวิซิเตอร์เซ็นเตอร์ไปยังฝั่งป้ายรถบัสทางเข้าโกะชิกินุมะ
ระหว่างทางมีจุดชมวิวของแต่ละบึงกระจายอยู่เป็นระยะ ทำให้ได้เพลิดเพลินกับความเปลี่ยนแปลงของสีบึงที่ปรากฏต่อเนื่องตลอดทาง
โดยรวมเส้นทางได้รับการดูแลเป็นอย่างดี แต่บางช่วงอาจมีพื้นเฉอะแฉะ จึงแนะนำให้ใส่รองเท้าที่เดินสบายและเหมาะกับการเดินป่า
โดยเฉพาะฤดูใบไม้ผลิช่วงใบไม้เขียวสดและฤดูใบไม้ร่วงช่วงใบไม้เปลี่ยนสี จะสวยเป็นพิเศษและทำให้ผู้มาเยือนดื่มด่ำกับธรรมชาติอย่างเต็มที่
การสังเกตธรรมชาติและวิวทั้ง 4 ฤดู
ในกลุ่มบึงโกะชิกินุมะสามารถพบทั้งนกป่าและพืชพรรณหลากหลายชนิด ทำให้การชมธรรมชาติในแต่ละฤดูมีเสน่ห์แตกต่างกัน
ต้นฤดูร้อนจะมีดอกคาคิสึบาตะและดอกเร็งเงะสึสึจิ ส่วนฤดูใบไม้ร่วงจะได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสีของต้นบีชและเมเปิลสะท้อนบนผิวน้ำอย่างงดงาม
การได้พบพืชและสัตว์ที่เปลี่ยนไปในแต่ละฤดูจะช่วยเพิ่มความสนุกให้กับการเดินบนเส้นทางศึกษาธรรมชาติได้มากยิ่งขึ้น

3. ฤดูแนะนำในการเที่ยวกลุ่มบึงโกะชิกินุมะ
ฤดูใบไม้ผลิ: วิวใบไม้เขียวสดและดอกไม้ป่า(พฤษภาคม〜มิถุนายน)
ในฤดูใบไม้ผลิ พื้นที่รอบกลุ่มบึงโกะชิกินุมะจะถูกแต่งแต้มด้วยใบไม้เขียวสด พร้อมอากาศปลอดโปร่งสดชื่น
โดยเฉพาะตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน ดอกไม้ป่าขนาดเล็กจะเริ่มบาน ทำให้ได้เดินชมธรรมชาติพร้อมสัมผัสพลังชีวิตของป่าอย่างเต็มที่
ช่วงนี้ยังเป็นเวลาที่สีของบึงสดใสยิ่งขึ้นจากอิทธิพลของน้ำละลายจากหิมะด้วย
ฤดูร้อน: สดชื่นท่ามกลางร่มไม้เย็นสบาย(กรกฎาคม〜สิงหาคม)
ฤดูร้อนในอุระบันได(ระดับความสูงประมาณ 800 ม.)เย็นสบายกว่าพื้นราบ เพราะมีร่มไม้มากและลมพัดผ่านตลอด จึงเหมาะกับการเดินป่าอย่างสบาย ๆ
สีสวยของบึงจะยิ่งเปล่งประกายภายใต้แสงอาทิตย์ฤดูร้อน โดยเฉพาะโทนน้ำเงินและเขียวที่ดูสดชัดเป็นพิเศษ
เพราะเป็นจุดเดินเล่นคลายร้อนยอดนิยม ช่วงปิดเทอมฤดูร้อนจึงมักคึกคักไปด้วยครอบครัวจำนวนมาก
ฤดูใบไม้ร่วง: ความตัดกันของใบไม้เปลี่ยนสีกับสีของบึง(กลางตุลาคม〜ต้นพฤศจิกายน)
เมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วง กลุ่มบึงโกะชิกินุมะจะถูกโอบล้อมด้วยสีสันของใบไม้เปลี่ยนสีอันสวยงาม
ความตัดกันระหว่างต้นไม้สีแดงและเหลืองกับโทนน้ำเงินและเขียวของบึงเป็นภาพที่งดงามมาก จึงเป็นฤดูยอดนิยมที่สุดที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาเยือน
ช่วงกลางเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายนเป็นเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ดีที่สุด และยังเป็นฤดูกาลเหมาะมากสำหรับการถ่ายภาพวิวธรรมชาติ
โดยเฉพาะช่วงเช้าที่เงียบสงบ ภาพใบไม้เปลี่ยนสีสะท้อนบนผิวน้ำจะยิ่งสวยโดดเด่นขึ้นอีก
ฤดูหนาว: บึงท่ามกลางหิมะและความเงียบสงบ(ธันวาคม〜มีนาคม)
เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว กลุ่มบึงโกะชิกินุมะจะถูกปกคลุมด้วยหิมะ เกิดบรรยากาศชวนฝันและเงียบสงบ
ในฤดูหนาว บางช่วงของเส้นทางอาจเดินลำบากเพราะหิมะสะสม จึงควรเตรียมอุปกรณ์กันหนาวและรองเท้าบูตหิมะให้พร้อม

4. วิธีไปกลุ่มบึงโกะชิกินุมะและข้อมูลพื้นฐาน
วิธีการเดินทาง
- รถไฟและรถบัส:จากโตเกียว นั่งโทโฮคุชินคันเซ็นไปสถานีโคริยามะประมาณ 80 นาที แล้วต่อสาย JR บันเอ็ตสึไซเซ็นไปยังสถานีอินาวาชิโระประมาณ 40 นาที
- จากสถานีอินาวาชิโระ วิธีที่สะดวกที่สุดคือขึ้นรถบัสประจำทางไปลงที่ป้าย “ทางเข้าโกะชิกินุมะ” โดยใช้เวลาประมาณ 25 นาที
- รถยนต์:จากทางด่วนบันเอ็ตสึ ลงที่ทางแยกต่างระดับอินาวาชิโระบันไดโคเก็ง แล้วขับต่อผ่านถนนหมายเลข 459 ประมาณ 20 นาที
- มีพื้นที่จอดรถจัดเตรียมไว้บริเวณรอบอุระบันไดวิซิเตอร์เซ็นเตอร์และใกล้ทางเข้าโกะชิกินุมะ
ข้อมูลการเปิดให้เข้าชม
กลุ่มบึงโกะชิกินุมะได้รับการพัฒนาเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติ จึงสามารถเดินเที่ยวได้อย่างอิสระ
อย่างไรก็ตาม ในฤดูหนาวจะมีหิมะตกมาก จึงควรตรวจสอบสภาพอากาศและสภาพทางเดินล่วงหน้ากับอุระบันไดวิซิเตอร์เซ็นเตอร์หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อความปลอดภัย
ข้อมูลสิ่งอำนวยความสะดวก
ที่อุระบันไดวิซิเตอร์เซ็นเตอร์ มีนิทรรศการเกี่ยวกับธรรมชาติและความเป็นมาของโกะชิกินุมะ พร้อมข้อมูลเส้นทางเดินป่าให้ศึกษา
ห้องน้ำมีอยู่ที่ปลายทั้งสองด้านของเส้นทาง(ฝั่งอุระบันไดวิซิเตอร์เซ็นเตอร์และฝั่งทางเข้าโกะชิกินุมะ)แต่ไม่มีระหว่างทาง จึงควรวางแผนให้ดี
5. ข้อมูลเที่ยวที่เป็นประโยชน์สำหรับนักเดินทาง
เคล็ดลับการเดินโกะชิกินุมะ
รูปแบบการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมคือเดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติโกะชิกินุมะ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งถึง 2 ชั่วโมง
เนื่องจากเป็นเส้นทางเที่ยวแบบเดินทางเดียว ควรวางแผนขากลับว่าจะใช้รถบัส หรือเดินย้อนกลับเส้นทางเดิม
แนะนำให้เตรียมรองเท้าเดินสบายและเสื้อผ้าที่เหมาะกับฤดูกาล(หน้าร้อนควรมีเสื้อคลุมบาง ๆ หน้าหนาวควรมีอุปกรณ์กันหนาว)
เพราะที่นี่เหมาะกับการเดินชมธรรมชาติแบบช้า ๆ อย่างเพลิดเพลิน การเผื่อเวลาให้พอจะช่วยให้เที่ยวได้เต็มอิ่มยิ่งขึ้น
ของขึ้นชื่อท้องถิ่นและของฝาก
บริเวณรอบโกะชิกินุมะมีสินค้าพิเศษของจังหวัดฟุกุชิมะและของที่ระลึกธีมโกะชิกินุมะวางจำหน่าย
นอกจากนี้ยังสามารถซื้อของฝากสไตล์ฟุกุชิมะอย่างเครื่องเขินไอซุและอากะเบโกะได้ด้วย จึงเหมาะมากสำหรับเลือกซื้อเก็บไว้เป็นความทรงจำจากทริปนี้
สรุป
กลุ่มบึงโกะชิกินุมะแห่งจังหวัดฟุกุชิมะ คือกลุ่มบึงลึกลับที่เกิดจากการปะทุของภูเขาบันไดในปี 1888 และเป็นจุดชมวิวธรรมชาติที่สามารถสัมผัสความงามของทั้ง 4 ฤดูได้อย่างเต็มที่
สีสันที่แตกต่างกันของแต่ละบึง และธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ที่พบได้ตลอดเส้นทางศึกษาธรรมชาติยาวประมาณ 3.6 กม. จะช่วยเยียวยาจิตใจและมอบประสบการณ์น่าประทับใจให้กับผู้มาเยือน
หากคุณมีโอกาสมาเที่ยวฟุกุชิมะ อย่าพลาดแวะมาสัมผัสความงามลึกลับของธรรมชาติที่กลุ่มบึงโกะชิกินุมะ