ปราสาทไอซุวากามัตสึ(Aizu-Wakamatsu-jō)หรือปราสาทสึรุกะ(Tsuruga-jō)คืออะไร? ปราสาทดังแห่งฟุกุชิมะที่สายประวัติศาสตร์ไม่ควรพลาด
ปราสาทไอซุวากามัตสึ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ปราสาทสึรุกะ” เป็นปราสาทชื่อดังของญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ในย่านโอเตะมาจิ(Ōtemachi) เมืองไอซุวากามัตสึ(Aizu-Wakamatsu) จังหวัดฟุกุชิมะ(Fukushima)
ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ และยังได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 100 ปราสาทชื่อดังของญี่ปุ่น จึงเป็นทั้งปราสาทสำคัญของภูมิภาคโทโฮคุและแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับทั้งคนรักประวัติศาสตร์และนักท่องเที่ยวต่างชาติ
โดยเฉพาะหอคอยปราสาทที่มีผนังสีขาวตัดกับกระเบื้องหลังคาสีแดงอย่างโดดเด่น เป็นภาพสวยสะดุดตาที่ดึงดูดผู้มาเยือนได้เสมอ
บทความนี้จะพาไปรู้จักประวัติ จุดเด่น ช่วงเวลาเที่ยวที่น่าสนใจในแต่ละฤดู รวมถึงข้อมูลการเดินทางที่ควรรู้ก่อนมาเที่ยวปราสาทไอซุวากามัตสึอย่างละเอียด

1. ประวัติและความเป็นมาของปราสาทไอซุวากามัตสึ
ตั้งแต่การสร้างปราสาทสึรุกะจนถึงปลายยุคเอโดะ
เชื่อกันว่าปราสาทไอซุวากามัตสึมีจุดเริ่มต้นในปี 1384 เมื่ออาชินะ นาโอโมริ(Ashina Naomori)สร้างขึ้นในชื่อ “ฮิงาชิคุโรกาวะยากาตะ(Higashi-Kurokawa Yakata)”
ต่อมาในปี 1590 กาโม อุจิซาโตะ(Gamō Ujisato)ได้เข้าปกครองแคว้นไอซุและดำเนินการบูรณะครั้งใหญ่
ในปี 1593 เขาสร้างหอคอยปราสาท 7 ชั้นเสร็จสมบูรณ์ และเปลี่ยนชื่อปราสาทเป็น “ปราสาทสึรุกะ” ในช่วงเวลานี้เอง
หลังจากนั้นในสมัยของคาโต โยชิอากิ(Katō Yoshiaki)และอากินาริ(Akinari) หอคอยปราสาทได้ถูกปรับปรุงให้เหลือ 5 ชั้นเช่นในปัจจุบัน พร้อมขยายพื้นที่นิชิเดะมารุและคิตะเดะมารุ ทำให้ปราสาทค่อย ๆ มีรูปลักษณ์อย่างที่เห็นในวันนี้
ในช่วงสงครามโบชิน(Boshin War)ปี 1868 แคว้นไอซุยืนอยู่ฝ่ายรัฐบาลโชกุนเดิมและต่อสู้กับกองทัพรัฐบาลใหม่ โดยใช้ปราสาทสึรุกะเป็นฐานตั้งรับยาวนานราว 1 เดือน
จากการต้านทานการโจมตีอย่างหนักหน่วง ปราสาทสึรุกะจึงเป็นที่รู้จักในวงกว้างในฐานะ “ปราสาทที่ตีได้ยากยิ่ง”
แม้จะถูกรื้อถอนครั้งหนึ่งในปี 1874 แต่หอคอยปราสาทได้รับการสร้างขึ้นใหม่ในปี 1965 และปัจจุบันภายในเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ถ่ายทอดประวัติศาสตร์ของไอซุ
หอคอยปราสาทกระเบื้องสีแดง
เอกลักษณ์สำคัญของปราสาทสึรุกะคือหอคอยปราสาทที่มีหลังคากระเบื้องสีแดง
กระเบื้องชนิดนี้มักถูกกล่าวถึงว่าเหมาะกับสภาพอากาศที่มีหิมะตกหนักของไอซุ และกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สะท้อนภาพลักษณ์ของปราสาท
ผนังสีขาวตัดกับกระเบื้องสีแดงทำให้ถ่ายรูปขึ้นมาก และโดยเฉพาะเมื่ออยู่คู่กับวิวหิมะในฤดูหนาว ยิ่งเป็นภาพยอดนิยมที่หลายคนอยากเห็น

2. จุดเด่นที่ต้องชมในปราสาทสึรุกะ
วิวพาโนรามาจากหอคอยปราสาทและพิพิธภัณฑ์ภายใน
หอคอยปราสาทของปราสาทสึรุกะมีโครงสร้าง 5 ชั้น และจากชั้นชมวิวด้านบนสุดสามารถมองเห็นเมืองไอซุวากามัตสึ แอ่งไอซุ และภูเขาบันไดได้แบบพาโนรามา 360 องศา
ภายใน “พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นหอคอยปราสาทวากามัตสึ(Wakamatsu Castle Tower Local Museum)” มีจัดแสดงชุดเกราะและดาบของซามูไร เอกสารเกี่ยวกับสงครามโบชิน และนิทรรศการเกี่ยวกับเบียคโกไต(Byakkotai) ทำให้ได้สัมผัสเรื่องราวประวัติศาสตร์ของไอซุอย่างลึกซึ้ง
จึงเหมาะทั้งสำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์และผู้ที่อยากเรียนรู้วัฒนธรรมปราสาทญี่ปุ่นแบบใกล้ชิด
กำแพงหินและคูน้ำที่งดงาม
คูน้ำและกำแพงหินที่ล้อมรอบปราสาทสึรุกะก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด
กำแพงหินที่รองรับหอคอยปราสาทมักถูกกล่าวถึงร่วมกับช่างสกัดหินอาโนะชู(Anō-shū) ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นอายประวัติศาสตร์
สะพานที่ทอดข้ามคูน้ำและแนวกำแพงหินช่วยเสริมเสน่ห์ของสถานที่ และยังทำให้เพลิดเพลินกับวิวสวยได้ตลอดทั้ง 4 ฤดู
โดยเฉพาะช่วงซากุระบานและฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ภาพดอกไม้และต้นไม้ที่สะท้อนบนผิวน้ำในคูนั้นสวยงามมากและดึงดูดผู้มาเยือนได้อย่างดี
สัมผัสวัฒนธรรมที่ห้องชงชา “รินคาคุ(Rinkaku)”
ภายในเขตฮอนมารุของปราสาทสึรุกะ มีการย้ายและบูรณะห้องชงชา “รินคาคุ” ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นอาคารที่สร้างโดยโชอัง(Shōan) บุตรของเซ็น โนะ ริคิว(Sen no Rikyū)
ที่นี่คุณสามารถดื่มมัตฉะแบบต้นตำรับพร้อมชมทิวทัศน์ของปราสาทสึรุกะได้
ยังมีบัตรเข้าชมแบบรวมสำหรับหอคอยปราสาทและรินคาคุ(ผู้ใหญ่ 520 เยน) จำหน่ายอยู่ด้วย จึงแนะนำให้เที่ยวชมทั้งสองแห่งพร้อมกัน
นอกจากนี้ ที่มิวเซียมช็อปภายในปราสาทยังสามารถเลือกซื้อสินค้าท้องถิ่นและงานหัตถกรรมดั้งเดิมได้อีกด้วย

3. ฤดูแนะนำในการเที่ยวปราสาทสึรุกะและวิธีเที่ยวให้น่าสนใจ
ฤดูใบไม้ผลิ: ซากุระราว 1,000 ต้นกับวิวปราสาทสุดสวย
ฤดูใบไม้ผลิเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการมาเที่ยวปราสาทสึรุกะ
สวนปราสาทสึรุกะได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 100 จุดชมซากุระชื่อดังของญี่ปุ่น และในทุกปีตั้งแต่กลางถึงปลายเดือนเมษายน จะมีซากุระราว 1,000 ต้น โดยเฉพาะโซเมโยชิโนะ(Somei-Yoshino) บานสะพรั่งเต็มพื้นที่
ซากุระยามค่ำคืนที่มีการประดับไฟให้บรรยากาศชวนฝัน เป็นอีเวนต์ยอดนิยมที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาเยือน
ช่วงโกลเดนวีค ซากุระยาเอะก็จะเริ่มเข้าสู่ช่วงสวยที่สุดเช่นกัน
ฤดูร้อน: ฤดูแห่งความเขียวสดและกิจกรรมต่าง ๆ
ในฤดูร้อน ต้นไม้เขียวชอุ่มและวิวสีเขียวที่สะท้อนบนผิวน้ำคูปราสาทช่วยสร้างบรรยากาศสดชื่นน่าประทับใจ
ภายในเมืองไอซุวากามัตสึยังมีงานอีเวนต์อย่าง “เทศกาลไอซุ(Aizu Matsuri)” และกิจกรรมที่ได้สัมผัสประวัติศาสตร์กับวัฒนธรรม ทำให้เที่ยวรอบปราสาทสึรุกะได้หลากหลายยิ่งขึ้น
หากวางแผนหลบร้อนและเดินเล่นรอบปราสาทไปด้วย ก็เป็นอีกวิธีเที่ยวที่แนะนำ
ฤดูใบไม้ร่วง: ใบไม้เปลี่ยนสีกับปราสาทหลังคาแดงที่ตัดกันอย่างลงตัว
เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง บริเวณรอบปราสาทสึรุกะจะถูกแต่งแต้มด้วยสีสันของใบไม้เปลี่ยนสี ทำให้ใบไม้สีแดงและเหลืองกลมกลืนกับตัวปราสาทอย่างงดงาม
ช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนพฤศจิกายนเป็นเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยที่สุด และภาพหอคอยปราสาทหลังคาแดงคู่กับใบไม้เปลี่ยนสีก็เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมมาก
อากาศเย็นสบายของฤดูใบไม้ร่วงยังเหมาะอย่างยิ่งกับการเดินชมปราสาทแบบช้า ๆ
ฤดูหนาว: วิวหิมะกับความงามของหลังคาแดง
ฤดูหนาวจะมีหิมะปกคลุม จนทำให้ปราสาทสึรุกะดูราวกับลอยอยู่กลางหิมะ
ความตัดกันระหว่างหอคอยปราสาทหลังคาแดงกับหิมะสีขาวเงินเป็นภาพพิเศษที่เห็นได้เฉพาะหน้าหนาวเท่านั้น
ในฤดูหนาวอาจมีการจัดงานพิเศษ เช่น โปรเจกชันแมปปิง จึงควรเช็กข้อมูลล่วงหน้าก่อนเดินทาง
เตรียมเสื้อผ้ากันหนาวให้พร้อม แล้วลองมาเห็นเสน่ห์ชวนฝันของปราสาทสึรุกะในฤดูหนาวด้วยตัวเอง

4. วิธีไปปราสาทไอซุวากามัตสึและข้อมูลพื้นฐาน
วิธีการเดินทาง
- รถไฟ・รถบัส:จากโตเกียว นั่งโทโฮคุชินคันเซ็นไปยังสถานีโคริยามะประมาณ 80 นาที จากนั้นเปลี่ยนไปขึ้นสาย JR บันเอ็ตสึไซเซ็นไปยังสถานีไอซุวากามัตสึประมาณ 65 นาที จากสถานีไอซุวากามัตสึ สามารถนั่งรถบัสท่องเที่ยวในเมือง “ไฮคาระซัง(Haikara-san)” หรือ “อากะเบะ(Akabee)” ลงที่ป้าย “ทางเข้าปราสาทสึรุกะ” แล้วเดินต่อประมาณ 5 นาที หากนั่งแท็กซี่จะใช้เวลาจากสถานีประมาณ 10 นาที
- รถยนต์:จากทางด่วนบันเอ็ตสึ ลงที่ทางแยกต่างระดับไอซุวากามัตสึ ใช้เวลาขับรถประมาณ 15 นาที มีลานจอดรถแบบเสียค่าบริการ 3 จุด ได้แก่ ลานจอดรถนิชิเดะมารุ ลานจอดรถประตูทิศใต้ และลานจอดรถประตูทิศตะวันออก
ข้อมูลการเปิดให้เข้าชม
- เวลาทำการ:หอคอยปราสาทสึรุกะเปิดให้เข้าชมเวลา 8:30〜17:00(เข้าชมรอบสุดท้าย 16:30)
- สวนปราสาทสึรุกะเข้าชมได้ฟรี และยังเป็นจุดยอดนิยมสำหรับการเดินเล่นหรือวิ่งยามเช้า
- ค่าเข้าชม:ผู้ใหญ่(มัธยมปลายขึ้นไป)410 เยน เด็กประถมและมัธยมต้น 150 เยน บัตรรวมสำหรับหอคอยปราสาทและห้องชงชารินคาคุ ราคา 520 เยนสำหรับผู้ใหญ่
มารยาทและข้อควรระวังระหว่างเข้าชม
ภายในหอคอยปราสาทเป็นพิพิธภัณฑ์ และมีบางโซนที่จำกัดการถ่ายภาพนิทรรศการ
โปรดอย่าเข้าไปในจุดอันตราย เช่น บนกำแพงหิน
มีป้ายแนะนำภาษาอังกฤษและแผ่นพับเตรียมไว้รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วย
ที่พักแนะนำ
ในเมืองไอซุวากามัตสึมีทั้งเรียวกังออนเซ็นและโรงแรมให้เลือกมากมาย โดยเฉพาะฮิงาชิยามะออนเซ็น(Higashiyama Onsen)และอาชิโนมากิออนเซ็น(Ashinomaki Onsen)
บริเวณรอบปราสาทสึรุกะเองก็มีที่พักที่เดินทางสะดวกสำหรับการท่องเที่ยว และการแช่ออนเซ็นเพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทางก็เป็นตัวเลือกที่ดีมาก
5. ข้อมูลเที่ยวที่เป็นประโยชน์สำหรับนักเดินทาง
อาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อของไอซุวากามัตสึ
เมื่อมาเที่ยวไอซุวากามัตสึ อย่าลืมลองลิ้มรสอาหารท้องถิ่นด้วย
เมนูท้องถิ่นยอดนิยมของนักท่องเที่ยว ได้แก่ ข้าววัปปะเมชิ(Wappa-meshi)ที่เสิร์ฟในภาชนะไม้ ไอซุโซบะ(Aizu-soba)ที่มีเส้นเหนียวนุ่ม และซอสคัตสึด้ง(Sōsu-katsu-don)จานใหญ่เต็มอิ่ม
นอกจากนี้ ไอซุยังเป็นหนึ่งในแหล่งสาเกชั้นนำของญี่ปุ่น และมีโรงหมักสาเกหลายแห่งในเมืองที่สามารถไปชิมสาเกท้องถิ่นได้
ของขึ้นชื่อท้องถิ่นและของฝาก
ที่ไอซุวากามัตสึ คุณสามารถเลือกซื้อของฝากขึ้นชื่ออย่างเครื่องเขินไอซุนุริ(Aizu-nuri) ตุ๊กตาวัวแดงอากะเบโกะ(Akabeko) และตุ๊กตาล้มลุกโอกิอาการิโคโบชิ(Okiagari-koboshi)
สินค้าท้องถิ่นเหล่านี้หาซื้อได้ที่มิวเซียมช็อปภายในปราสาทสึรุกะและร้านขายของฝากรอบ ๆ ดังนั้นแวะช้อประหว่างเที่ยวได้อย่างสะดวก
สรุป
ปราสาทไอซุวากามัตสึคือปราสาทสำคัญของแคว้นไอซุในจังหวัดฟุกุชิมะ ที่ผ่านประวัติศาสตร์อันเข้มข้นมาตั้งแต่การก่อสร้างในปี 1384 จนถึงสงครามโบชินช่วงปลายยุคเอโดะ
เสน่ห์ของที่นี่อยู่ที่หอคอยปราสาทหลังคาแดงและทิวทัศน์ทั้ง 4 ฤดู ไม่ว่าจะเป็นซากุระ ใบไม้เปลี่ยนสี หรือวิวหิมะ ทำให้มาเที่ยวเมื่อไรก็มีสิ่งใหม่ให้ค้นพบเสมอ
ลองมาเยือนปราสาทไอซุวากามัตสึ แล้วสัมผัสประสบการณ์พิเศษในการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมญี่ปุ่นด้วยตัวคุณเอง