ถ้ำอะบุคุมะ(Abukuma-dō)คืออะไร? สำรวจความมหัศจรรย์ของธรรมชาติในถ้ำหินงอกหินย้อยระดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น
“ถ้ำอะบุคุมะ” ตั้งอยู่ในเขตทากิเนะ(Takine) เมืองทามุระ(Tamura) จังหวัดฟุกุชิมะ(Fukushima) เป็นถ้ำหินงอกหินย้อยที่ก่อตัวขึ้นตลอดช่วงเวลายาวนาน
ในส่วนที่เปิดให้เข้าชมยาวประมาณ 600 เมตร มีหินงอกหินย้อยหลากหลายรูปแบบกระจายอยู่ทั่วถ้ำ พาผู้มาเยือนไปสู่โลกใต้ดินอันน่าตื่นตา
ภายในถ้ำเป็นที่รู้จักจากการจัดแสงอย่างสวยงาม และภาพหินงอกหินย้อยที่ถูกไลต์อัปนั้นอลังการมาก
จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับทั้งครอบครัว กลุ่มเพื่อน และคู่รัก
บทความนี้จะพาไปดูจุดเด่น ช่วงเวลาน่าเที่ยวในแต่ละฤดู และข้อมูลการเดินทางของถ้ำอะบุคุมะอย่างละเอียด

1. ความเป็นมาและประวัติของถ้ำอะบุคุมะ
ศิลปะจากธรรมชาติ
ถ้ำอะบุคุมะเป็นถ้ำหินงอกหินย้อยที่เกิดจากหินปูนบนพื้นที่คาร์สต์ในที่ราบสูงอะบุคุมะ(Abukuma Highlands)ถูกน้ำใต้ดินกัดเซาะและก่อตัวขึ้น
หินงอก หินย้อย เสาหิน และฟลว์สโตนหลากหลายรูปแบบที่พบภายในถ้ำ ล้วนเป็นผลงานศิลปะจากธรรมชาติอย่างแท้จริง
การค้นพบถ้ำอะบุคุมะและการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว
ถ้ำอะบุคุมะถูกค้นพบโดยบังเอิญในเดือนกันยายน ปี 1969 ระหว่างการทำเหมืองหินปูน
เริ่มเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมในเดือนมิถุนายน ปี 1973 และปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดฟุกุชิมะที่มีผู้มาเยือนจำนวนมากตลอดปี
ความยาวทั้งหมดของถ้ำอยู่ที่ประมาณ 4,218 เมตร และในส่วนที่ยังไม่เปิดให้เข้าชมก็ยังมีหินงอกหินย้อยจำนวนมากที่มีคุณค่าทางวิชาการ

2. จุดเด่นที่ต้องชมของถ้ำอะบุคุมะ
ห้องโถงขนาดใหญ่ที่สุดในถ้ำ “ทากิเนะโกะเท็น(Takine-Goten)”
หนึ่งในไฮไลต์ของถ้ำอะบุคุมะคือห้องโถงขนาดใหญ่สูงประมาณ 29 เมตรที่ชื่อ “ทากิเนะโกะเท็น”
บริเวณนี้เป็นที่รู้จักในฐานะโซนที่สามารถชมทั้งหินย้อยขนาดใหญ่ที่ห้อยลงมาจากเพดาน และรูปทรงหินงอกหินย้อยอย่าง “คริสตัลเคอร์เทน” และ “บ็อกซ์เวิร์ก” ได้อย่างน่าตื่นตา
แสงไฟที่ส่องไล่ระดับช่วยขับให้หินงอกหินย้อยดูชวนฝัน และสร้างทิวทัศน์อันงดงามไปทั่วบริเวณ
ฉากสุดท้ายสุดแฟนตาซี “โลกแห่งจันทร์”
“โลกแห่งจันทร์” ซึ่งเป็นฉากสุดท้ายของเส้นทางเข้าชม เป็นโซนที่สามารถสังเกตหินงอกหินย้อยหลากหลายรูปแบบได้อย่างใกล้ชิด
เสน่ห์อีกอย่างคือการได้ชมพื้นที่นี้ไปพร้อมกับสัมผัสการเปลี่ยนแปลงของแสงจากการจัดไฟภายในถ้ำ
ริวกูเด็นและหินงอกหินย้อยหลากหลายรูปแบบ
ภายในถ้ำยังมีห้องโถงสูงประมาณ 13 เมตรที่ชื่อ “ริวกูเด็น(Ryūgū-den)”
ผนังที่ปกคลุมด้วยฟลว์สโตนหนาทึบ และเสาหินหรือหินงอกที่มีชื่อเรียกอย่าง “จูเฮียว” และ “คริสต์มาสทรี” ช่วยสร้างความรู้สึกลึกลับน่าค้นหา
การเติบโตของหินงอกหินย้อยเป็นไปอย่างช้ามาก จึงทำให้ผู้มาเยือนสัมผัสได้ถึงกาลเวลาที่ยาวนานอย่างแท้จริง
3. เส้นทางสำรวจและกิจกรรมในถ้ำอะบุคุมะ
คอร์สมาตรฐานและคอร์สผจญภัย
ถ้ำอะบุคุมะมีทั้ง “คอร์สมาตรฐาน” ที่พัฒนาไว้สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป และ “คอร์สผจญภัย” สำหรับผู้ที่อยากได้ความรู้สึกตื่นเต้นมากขึ้น
- คอร์สมาตรฐาน:ระยะทางรวมประมาณ 600 เมตร ใช้เวลาประมาณ 40 นาที เป็นคอร์สที่สามารถเดินชมถ้ำอย่างช้า ๆ พร้อมเพลิดเพลินกับหินงอกหินย้อยและโซนไลต์อัปต่าง ๆ ภายในมีบันไดประมาณ 300 ขั้น แต่ทางเดินได้รับการจัดไว้อย่างเป็นระเบียบ
- คอร์สผจญภัย:เป็นคอร์สยาวประมาณ 120 เมตรที่แยกจากคอร์สมาตรฐานระหว่างทาง ใช้เวลาประมาณ 10 นาที และสามารถสัมผัสประสบการณ์ผจญภัย เช่น ก้มเดินผ่านทางแคบ ไต่บันได และข้ามก้อนหินได้ ต้องชำระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
จุดถ่ายรูปและเคล็ดลับการเข้าชม
ภายในถ้ำอะบุคุมะสามารถถ่ายภาพได้ โดย “ทากิเนะโกะเท็น” และ “โลกแห่งจันทร์” เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมมาก
ภายในถ้ำ หากถ่ายโดยไม่ใช้แฟลชมักจะได้ภาพที่ดูชวนฝันกว่า จึงลองปรับตั้งค่ากล้องให้เหมาะสมได้
หากต้องการหลีกเลี่ยงความแออัด แนะนำให้มาในช่วงเช้าตรู่หรือวันธรรมดา
4. ฤดูแนะนำในการเที่ยวถ้ำอะบุคุมะและจุดเด่น
ฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูใบไม้ร่วง: อุณหภูมิในถ้ำสบาย เหมาะทั้งเที่ยวและหลบร้อน
อุณหภูมิภายในถ้ำอะบุคุมะคงที่อยู่ที่ประมาณ 15 องศาตลอดทั้งปี จึงทำให้เที่ยวได้สบายตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิไปจนถึงฤดูใบไม้ร่วง
โดยเฉพาะหน้าร้อน ความต่างระหว่างอุณหภูมิภายนอกกับภายในถ้ำชัดเจนมาก จึงเป็นจุดหลบร้อนยอดนิยมเช่นกัน
เพราะในถ้ำค่อนข้างเย็น แม้มาในฤดูร้อนก็ควรพกเสื้อคลุมบาง ๆ มาด้วย
ฤดูหนาว: ความอุ่นในถ้ำและบรรยากาศสุดชวนฝัน
ในฤดูหนาว แม้อุณหภูมิภายนอกจะลดลง แต่อุณหภูมิภายในถ้ำกลับให้ความรู้สึกอุ่นสบาย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของถ้ำอะบุคุมะ
บางช่วงอาจมีการจัดแสงหรืออีเวนต์เฉพาะฤดูกาล จึงควรตรวจสอบข้อมูลก่อนเดินทาง
วิวหิมะด้านนอกที่มองเห็นจากปากถ้ำก็มีบรรยากาศสวยไปอีกแบบ

5. วิธีไปถ้ำอะบุคุมะและข้อมูลพื้นฐาน
วิธีการเดินทาง
- รถไฟและแท็กซี่:จากโตเกียว นั่งโทโฮคุชินคันเซ็นไปยังสถานีโคริยามะประมาณ 80 นาที จากนั้นเปลี่ยนไปขึ้นสาย JR บันเอ็ตสึโทเซ็น(Ban'etsu-Tōsen Line)ไปยังสถานีคันมาตะ(Kanmata Station)ประมาณ 45 นาที แล้วต่อแท็กซี่ประมาณ 5〜10 นาที(ไม่มีรถบัสให้บริการ)
- รถยนต์:ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีจากทางแยกต่างระดับโอโนะบนทางด่วนบันเอ็ตสึ หรือประมาณ 15 นาทีจากทางแยกต่างระดับทามุระสมาร์ต มีลานจอดรถฟรีรองรับประมาณ 700 คัน
เวลาทำการและค่าเข้าชม
- เวลาทำการ:8:30〜17:00(อาจขยายหรือปรับสั้นลงตามฤดูกาล)
- ค่าเข้าชม:ผู้ใหญ่(มัธยมปลายขึ้นไป)1,200 เยน นักเรียนมัธยมต้น 800 เยน นักเรียนประถม 600 เยน คอร์สผจญภัยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เด็กก่อนวัยเรียนเข้าฟรี
สิ่งอำนวยความสะดวกและข้อมูลรอบ ๆ
ที่ถ้ำอะบุคุมะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ทั้งร้านขายของฝาก ร้านอาหาร และห้องน้ำ
ภายในถ้ำมีการขึ้นลงบันไดประมาณ 300 ขั้น จึงไม่สามารถนำรถเข็นเด็กหรือรถเข็นผู้ใช้วีลแชร์เข้าไปได้
แนะนำให้สวมรองเท้าที่เดินสบายและเสื้อผ้าที่คล่องตัว(ไม่เหมาะกับกระโปรงหรือรองเท้าส้นสูง)
บริเวณใกล้เคียงยังมีหอดูดาวโฮชิโนะมุระ(Hoshi no Mura Observatory)และทางเดินธรรมชาติ จึงสามารถวางแผนเดินเล่นต่อหลังเที่ยวถ้ำได้
ข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับนักเดินทาง
วิธีเที่ยวที่แนะนำ
เวลาเที่ยวชมถ้ำอะบุคุมะโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 40 นาทีสำหรับคอร์สมาตรฐาน และประมาณ 50 นาที〜1 ชั่วโมงหากรวมคอร์สผจญภัย
แผนเที่ยวยอดนิยมคือเข้าถ้ำช่วงเช้า แล้วช่วงบ่ายไปเดินเล่นในธรรมชาติรอบ ๆ หรือขับรถต่อประมาณ 40 นาทีไปชมมิฮารุ ทากิซากุระ(Miharu Takizakura)ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ
ข้อมูลของฝาก
ที่ร้านขายของฝากของถ้ำอะบุคุมะ มีทั้งของฝากจากจังหวัดฟุกุชิมะและสินค้าธีมถ้ำวางจำหน่าย
ยังมีของขึ้นชื่อท้องถิ่น รวมถึงขนมและของใช้ลายถ้ำอะบุคุมะแบบออริจินัล จึงเหมาะมากสำหรับซื้อเก็บไว้เป็นความทรงจำจากการเดินทาง
สรุป
ถ้ำอะบุคุมะคือหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวเด่นของจังหวัดฟุกุชิมะ ที่สามารถเพลิดเพลินกับหินงอกหินย้อยหลากหลายรูปแบบได้อย่างเต็มที่
ด้วย 2 เส้นทางคือคอร์สมาตรฐานและคอร์สผจญภัย ทำให้ที่นี่เหมาะทั้งสำหรับครอบครัวและผู้ที่ชอบความตื่นเต้น
หากคุณมาเที่ยวจังหวัดฟุกุชิมะ อย่าพลาดมาสัมผัสโลกใต้ดินอันน่าอัศจรรย์ที่ถ้ำอะบุคุมะ