เพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวญี่ปุ่น!

ถ้ำอาบุกุมะ ฟุกุชิมะ|ผจญภัยในถ้ำหินงอกหินย้อยที่สวยติดอันดับญี่ปุ่น

ถ้ำอาบุกุมะ ฟุกุชิมะ|ผจญภัยในถ้ำหินงอกหินย้อยที่สวยติดอันดับญี่ปุ่น
ถ้ำอาบุกุมะ (Abukuma-do) ในเมืองทามุระ จังหวัดฟุกุชิมะ เป็นถ้ำหินปูนที่เกิดขึ้นตลอดหลายแสนปี เต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยรูปร่างแปลกตาและแสงไฟที่สร้างบรรยากาศแฟนตาซี ภายในบทความนี้คุณจะพบข้อมูลจุดไฮไลต์ เส้นทางเดิน ช่วงเวลาน่าเที่ยว การแต่งตัวให้เหมาะสม วิธีการเดินทาง และสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง เหมาะทั้งสำหรับครอบครัวและผู้ที่มาเที่ยวโทโฮคุครั้งแรก.

ไฮไลต์

ไฮไลต์สรุปสั้น ๆ

ถ้ำอาบุคุมะ (あぶくま洞) คือถ้ำหินปูนในฟุกุชิมะที่งดงามด้วยหินงอกหินย้อยพร้อมการจัดไฟ เหมาะทั้งเส้นทางปกติและเส้นทางแนวผจญภัย

ถ้ำเกิดขึ้นได้อย่างไร

หินปูนถูกน้ำกัดเซาะยาวนานหลายแสนปี จนเกิดหินงอกหินย้อยและหินปูนรูปทรงต่าง ๆ ซึ่งเป็น “งานสร้างสรรค์ของธรรมชาติ”

จุดไฮไลต์

ภายในมีโซน “ริวกูเด็น” (竜宮殿) และหินงอกหินย้อยหลากรูปทรง เช่น แบบม่าน ช่วยสร้างบรรยากาศลึกลับน่าค้นหา

เลือกเส้นทางเดิน

เส้นทางปกติยาวประมาณ 600m ใช้เวลา 30〜40 นาที / เส้นทางผจญภัยยาวประมาณ 120m เป็นช่วงที่ตื่นเต้นและให้ความรู้สึกเหมือนออกสำรวจ

อากาศภายในถ้ำ

อุณหภูมิภายในถ้ำราว 15 องศาโดยประมาณตลอดทั้งปี ทำให้เดินได้สบายและเย็นแม้ในฤดูร้อน

การเดินทาง

โคริยามะ → คันมาตะ (JR สายบันเอ็ตสึโท) → แท็กซี่ประมาณ 15 นาที / จากโอโนะ IC ขับรถประมาณ 15 นาที และมีที่จอดรถฟรี

เวลาเปิดและค่าเข้าชม

8:30〜17:00 (อาจเปลี่ยนตามฤดูกาล) / ค่าเข้าชม: ม.ปลายขึ้นไป 1,200 เยน, ม.ต้น 800 เยน, ประถม 600 เยน (เส้นทางผจญภัยมีค่าบริการเพิ่ม +300 เยน)

ข้อมูลล่าสุดโปรดตรวจสอบจากประกาศอย่างเป็นทางการหรือยืนยัน ณ สถานที่จริง

ถ้ำอะบุคุมะ(Abukuma-dō)คืออะไร? สำรวจความมหัศจรรย์ของธรรมชาติในถ้ำหินงอกหินย้อยระดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น

ถ้ำอะบุคุมะ” ตั้งอยู่ในเขตทากิเนะ(Takine) เมืองทามุระ(Tamura) จังหวัดฟุกุชิมะ(Fukushima) เป็นถ้ำหินงอกหินย้อยที่ก่อตัวขึ้นตลอดช่วงเวลายาวนาน

ในส่วนที่เปิดให้เข้าชมยาวประมาณ 600 เมตร มีหินงอกหินย้อยหลากหลายรูปแบบกระจายอยู่ทั่วถ้ำ พาผู้มาเยือนไปสู่โลกใต้ดินอันน่าตื่นตา

ภายในถ้ำเป็นที่รู้จักจากการจัดแสงอย่างสวยงาม และภาพหินงอกหินย้อยที่ถูกไลต์อัปนั้นอลังการมาก

จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับทั้งครอบครัว กลุ่มเพื่อน และคู่รัก

บทความนี้จะพาไปดูจุดเด่น ช่วงเวลาน่าเที่ยวในแต่ละฤดู และข้อมูลการเดินทางของถ้ำอะบุคุมะอย่างละเอียด


1. ความเป็นมาและประวัติของถ้ำอะบุคุมะ

ศิลปะจากธรรมชาติ

ถ้ำอะบุคุมะเป็นถ้ำหินงอกหินย้อยที่เกิดจากหินปูนบนพื้นที่คาร์สต์ในที่ราบสูงอะบุคุมะ(Abukuma Highlands)ถูกน้ำใต้ดินกัดเซาะและก่อตัวขึ้น

หินงอก หินย้อย เสาหิน และฟลว์สโตนหลากหลายรูปแบบที่พบภายในถ้ำ ล้วนเป็นผลงานศิลปะจากธรรมชาติอย่างแท้จริง

การค้นพบถ้ำอะบุคุมะและการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว

ถ้ำอะบุคุมะถูกค้นพบโดยบังเอิญในเดือนกันยายน ปี 1969 ระหว่างการทำเหมืองหินปูน

เริ่มเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมในเดือนมิถุนายน ปี 1973 และปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดฟุกุชิมะที่มีผู้มาเยือนจำนวนมากตลอดปี

ความยาวทั้งหมดของถ้ำอยู่ที่ประมาณ 4,218 เมตร และในส่วนที่ยังไม่เปิดให้เข้าชมก็ยังมีหินงอกหินย้อยจำนวนมากที่มีคุณค่าทางวิชาการ


2. จุดเด่นที่ต้องชมของถ้ำอะบุคุมะ

ห้องโถงขนาดใหญ่ที่สุดในถ้ำ “ทากิเนะโกะเท็น(Takine-Goten)”

หนึ่งในไฮไลต์ของถ้ำอะบุคุมะคือห้องโถงขนาดใหญ่สูงประมาณ 29 เมตรที่ชื่อ “ทากิเนะโกะเท็น”

บริเวณนี้เป็นที่รู้จักในฐานะโซนที่สามารถชมทั้งหินย้อยขนาดใหญ่ที่ห้อยลงมาจากเพดาน และรูปทรงหินงอกหินย้อยอย่าง “คริสตัลเคอร์เทน” และ “บ็อกซ์เวิร์ก” ได้อย่างน่าตื่นตา

แสงไฟที่ส่องไล่ระดับช่วยขับให้หินงอกหินย้อยดูชวนฝัน และสร้างทิวทัศน์อันงดงามไปทั่วบริเวณ

ฉากสุดท้ายสุดแฟนตาซี “โลกแห่งจันทร์”

“โลกแห่งจันทร์” ซึ่งเป็นฉากสุดท้ายของเส้นทางเข้าชม เป็นโซนที่สามารถสังเกตหินงอกหินย้อยหลากหลายรูปแบบได้อย่างใกล้ชิด

เสน่ห์อีกอย่างคือการได้ชมพื้นที่นี้ไปพร้อมกับสัมผัสการเปลี่ยนแปลงของแสงจากการจัดไฟภายในถ้ำ

ริวกูเด็นและหินงอกหินย้อยหลากหลายรูปแบบ

ภายในถ้ำยังมีห้องโถงสูงประมาณ 13 เมตรที่ชื่อ “ริวกูเด็น(Ryūgū-den)”

ผนังที่ปกคลุมด้วยฟลว์สโตนหนาทึบ และเสาหินหรือหินงอกที่มีชื่อเรียกอย่าง “จูเฮียว” และ “คริสต์มาสทรี” ช่วยสร้างความรู้สึกลึกลับน่าค้นหา

การเติบโตของหินงอกหินย้อยเป็นไปอย่างช้ามาก จึงทำให้ผู้มาเยือนสัมผัสได้ถึงกาลเวลาที่ยาวนานอย่างแท้จริง

3. เส้นทางสำรวจและกิจกรรมในถ้ำอะบุคุมะ

คอร์สมาตรฐานและคอร์สผจญภัย

ถ้ำอะบุคุมะมีทั้ง “คอร์สมาตรฐาน” ที่พัฒนาไว้สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป และ “คอร์สผจญภัย” สำหรับผู้ที่อยากได้ความรู้สึกตื่นเต้นมากขึ้น

  • คอร์สมาตรฐาน:ระยะทางรวมประมาณ 600 เมตร ใช้เวลาประมาณ 40 นาที เป็นคอร์สที่สามารถเดินชมถ้ำอย่างช้า ๆ พร้อมเพลิดเพลินกับหินงอกหินย้อยและโซนไลต์อัปต่าง ๆ ภายในมีบันไดประมาณ 300 ขั้น แต่ทางเดินได้รับการจัดไว้อย่างเป็นระเบียบ
  • คอร์สผจญภัย:เป็นคอร์สยาวประมาณ 120 เมตรที่แยกจากคอร์สมาตรฐานระหว่างทาง ใช้เวลาประมาณ 10 นาที และสามารถสัมผัสประสบการณ์ผจญภัย เช่น ก้มเดินผ่านทางแคบ ไต่บันได และข้ามก้อนหินได้ ต้องชำระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

จุดถ่ายรูปและเคล็ดลับการเข้าชม

ภายในถ้ำอะบุคุมะสามารถถ่ายภาพได้ โดย “ทากิเนะโกะเท็น” และ “โลกแห่งจันทร์” เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมมาก

ภายในถ้ำ หากถ่ายโดยไม่ใช้แฟลชมักจะได้ภาพที่ดูชวนฝันกว่า จึงลองปรับตั้งค่ากล้องให้เหมาะสมได้

หากต้องการหลีกเลี่ยงความแออัด แนะนำให้มาในช่วงเช้าตรู่หรือวันธรรมดา

4. ฤดูแนะนำในการเที่ยวถ้ำอะบุคุมะและจุดเด่น

ฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูใบไม้ร่วง: อุณหภูมิในถ้ำสบาย เหมาะทั้งเที่ยวและหลบร้อน

อุณหภูมิภายในถ้ำอะบุคุมะคงที่อยู่ที่ประมาณ 15 องศาตลอดทั้งปี จึงทำให้เที่ยวได้สบายตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิไปจนถึงฤดูใบไม้ร่วง

โดยเฉพาะหน้าร้อน ความต่างระหว่างอุณหภูมิภายนอกกับภายในถ้ำชัดเจนมาก จึงเป็นจุดหลบร้อนยอดนิยมเช่นกัน

เพราะในถ้ำค่อนข้างเย็น แม้มาในฤดูร้อนก็ควรพกเสื้อคลุมบาง ๆ มาด้วย

ฤดูหนาว: ความอุ่นในถ้ำและบรรยากาศสุดชวนฝัน

ในฤดูหนาว แม้อุณหภูมิภายนอกจะลดลง แต่อุณหภูมิภายในถ้ำกลับให้ความรู้สึกอุ่นสบาย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของถ้ำอะบุคุมะ

บางช่วงอาจมีการจัดแสงหรืออีเวนต์เฉพาะฤดูกาล จึงควรตรวจสอบข้อมูลก่อนเดินทาง

วิวหิมะด้านนอกที่มองเห็นจากปากถ้ำก็มีบรรยากาศสวยไปอีกแบบ


5. วิธีไปถ้ำอะบุคุมะและข้อมูลพื้นฐาน

วิธีการเดินทาง

  • รถไฟและแท็กซี่:จากโตเกียว นั่งโทโฮคุชินคันเซ็นไปยังสถานีโคริยามะประมาณ 80 นาที จากนั้นเปลี่ยนไปขึ้นสาย JR บันเอ็ตสึโทเซ็น(Ban'etsu-Tōsen Line)ไปยังสถานีคันมาตะ(Kanmata Station)ประมาณ 45 นาที แล้วต่อแท็กซี่ประมาณ 5〜10 นาที(ไม่มีรถบัสให้บริการ)
  • รถยนต์:ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีจากทางแยกต่างระดับโอโนะบนทางด่วนบันเอ็ตสึ หรือประมาณ 15 นาทีจากทางแยกต่างระดับทามุระสมาร์ต มีลานจอดรถฟรีรองรับประมาณ 700 คัน

เวลาทำการและค่าเข้าชม

  • เวลาทำการ:8:30〜17:00(อาจขยายหรือปรับสั้นลงตามฤดูกาล)
  • ค่าเข้าชม:ผู้ใหญ่(มัธยมปลายขึ้นไป)1,200 เยน นักเรียนมัธยมต้น 800 เยน นักเรียนประถม 600 เยน คอร์สผจญภัยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เด็กก่อนวัยเรียนเข้าฟรี

สิ่งอำนวยความสะดวกและข้อมูลรอบ ๆ

ที่ถ้ำอะบุคุมะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ทั้งร้านขายของฝาก ร้านอาหาร และห้องน้ำ

ภายในถ้ำมีการขึ้นลงบันไดประมาณ 300 ขั้น จึงไม่สามารถนำรถเข็นเด็กหรือรถเข็นผู้ใช้วีลแชร์เข้าไปได้

แนะนำให้สวมรองเท้าที่เดินสบายและเสื้อผ้าที่คล่องตัว(ไม่เหมาะกับกระโปรงหรือรองเท้าส้นสูง)

บริเวณใกล้เคียงยังมีหอดูดาวโฮชิโนะมุระ(Hoshi no Mura Observatory)และทางเดินธรรมชาติ จึงสามารถวางแผนเดินเล่นต่อหลังเที่ยวถ้ำได้

ข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับนักเดินทาง

วิธีเที่ยวที่แนะนำ

เวลาเที่ยวชมถ้ำอะบุคุมะโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 40 นาทีสำหรับคอร์สมาตรฐาน และประมาณ 50 นาที〜1 ชั่วโมงหากรวมคอร์สผจญภัย

แผนเที่ยวยอดนิยมคือเข้าถ้ำช่วงเช้า แล้วช่วงบ่ายไปเดินเล่นในธรรมชาติรอบ ๆ หรือขับรถต่อประมาณ 40 นาทีไปชมมิฮารุ ทากิซากุระ(Miharu Takizakura)ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ

ข้อมูลของฝาก

ที่ร้านขายของฝากของถ้ำอะบุคุมะ มีทั้งของฝากจากจังหวัดฟุกุชิมะและสินค้าธีมถ้ำวางจำหน่าย

ยังมีของขึ้นชื่อท้องถิ่น รวมถึงขนมและของใช้ลายถ้ำอะบุคุมะแบบออริจินัล จึงเหมาะมากสำหรับซื้อเก็บไว้เป็นความทรงจำจากการเดินทาง

สรุป

ถ้ำอะบุคุมะคือหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวเด่นของจังหวัดฟุกุชิมะ ที่สามารถเพลิดเพลินกับหินงอกหินย้อยหลากหลายรูปแบบได้อย่างเต็มที่

ด้วย 2 เส้นทางคือคอร์สมาตรฐานและคอร์สผจญภัย ทำให้ที่นี่เหมาะทั้งสำหรับครอบครัวและผู้ที่ชอบความตื่นเต้น

หากคุณมาเที่ยวจังหวัดฟุกุชิมะ อย่าพลาดมาสัมผัสโลกใต้ดินอันน่าอัศจรรย์ที่ถ้ำอะบุคุมะ

คำถามที่พบบ่อย

ตอบ ถ้ำอะบุคุมะเป็นถ้ำหินงอกหินย้อยเพื่อการท่องเที่ยวในเมืองทามูระ จังหวัดฟุกุชิมะ จุดเด่นคือรูปทรงหินงอกหินย้อยที่มีการจัดไฟให้ชมได้สวย ภายในมีบางช่วงลื่น ควรใช้กระเป๋าเป้ใบเล็กให้มือว่าง และเลือกรองเท้าที่พื้นไม่ลื่นแม้เปียกจะอุ่นใจ ภายในถ้ำเย็นและลื่นง่าย จึงควรมีเสื้อคลุมและรองเท้ากันลื่น
ตอบ ค่าเข้าถ้ำคือ ผู้ใหญ่ 1,200 เยน / มัธยมต้น 800 เยน / เด็กประถม 600 เยน และคอร์สผจญภัยเพิ่ม 300 เยน คอร์สผจญภัยมีจังหวะต้องก้มตัว จึงใส่ฮู้ดจะสะดวกกว่าหมวก และถ้ามีสายคล้องกันตกสำหรับมือถือจะอุ่นใจ ภายในถ้ำเย็นและลื่นง่าย จึงควรมีเสื้อคลุมและรองเท้ากันลื่น
ตอบ เวลาเปิดถ้ำคือ 8:30–17:00 และช่วงฤดูหนาวปิดเร็วขึ้นเป็น 16:30 ภายในถ้ำเย็นกว่าด้านนอก แม้หน้าร้อนมีเสื้อคลุมบางจะสบาย และช่วงใกล้ปิดอาจรู้สึกมืดที่พื้น ควรเข้าให้เร็วจะอุ่นใจ ภายในถ้ำเย็นและลื่นง่าย จึงควรมีเสื้อคลุมและรองเท้ากันลื่น
ตอบ คอร์สทั่วไปใช้เวลาราว 40–60 นาที และถ้ารวมคอร์สผจญภัยด้วย เผื่อเวลาประมาณ 1.5 ชั่วโมง โซนใกล้ทางเข้ามักแน่น ช่วงแรกเดินต่อเนื่องเข้าไปด้านในก่อน แล้วค่อยย้อนมาถ่ายจุดที่ชอบตอนขากลับจะเดินทางลื่นไหลกว่า ภายในถ้ำเย็นและลื่นง่าย จึงควรมีเสื้อคลุมและรองเท้ากันลื่น
ตอบ คอร์สทั่วไปพาเด็กไปได้ แต่มีบันไดและต่างระดับ ทำให้ใช้รถเข็นเด็กได้ยาก เด็กเล็กแนะนำใช้เป้อุ้มจะปลอดภัยกว่า ภายในถ้ำเสียงก้อง เด็กบางคนอาจกลัว หากบอกให้รู้คร่าว ๆ ว่าระยะถึงทางออกประมาณไหนจะช่วยให้สงบขึ้น ภายในถ้ำเย็นและลื่นง่าย จึงควรมีเสื้อคลุมและรองเท้ากันลื่น
ตอบ เป็นการเที่ยวในถ้ำจึงสนุกได้แม้ฝนตก บริเวณใกล้ทางเข้าอาจชื้นจากอากาศด้านนอก ทำให้พื้นลื่น เลือกรองเท้ากันลื่นจะอุ่นใจ และพกถุงพลาสติกไว้ใส่เสื้อคลุมที่เปียก จะไม่ลำบากในรถหรือร้านค้า ภายในถ้ำเย็นและลื่นง่าย จึงควรมีเสื้อคลุมและรองเท้ากันลื่น
ตอบ มีที่จอดรถรองรับรถยนต์ 700 คัน และจอดฟรี หากกรุ๊ปทัวร์มาพร้อมกันทางเข้าจะหนาแน่น แนะนำหลีกเลี่ยงช่วงก่อนเที่ยง ไปเช้าสุดหรือเข้าหลัง 15:00 จะค่อนข้างลื่นไหล ร้านขายของอยู่ฝั่งทางออก จึงแวะท้ายสุดจะเดินสะดวกกว่า ภายในถ้ำเย็นและลื่นง่าย จึงควรมีเสื้อคลุมและรองเท้ากันลื่น
ตอบ ใกล้ ๆ มีสถานที่สำหรับดูดาวหรือกิจกรรมธรรมชาติ ทำให้จัดเป็นทริป 1 วันได้ง่าย หลังอยู่ในถ้ำจนร่างกายเย็น มักอยากได้เครื่องดื่มอุ่น ๆ หากมีขวดเก็บความร้อนในรถ จะช่วยให้การเดินทางต่อสบายขึ้น ภายในถ้ำเย็นและลื่นง่าย จึงควรมีเสื้อคลุมและรองเท้ากันลื่น

จุดแนะนำใกล้เคียง

ดูบทความแนะนำในบริเวณนี้

※ เนื้อหาบทความอ้างอิงจากข้อมูล ณ เวลาที่เขียน และอาจแตกต่างจากสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ เราไม่รับประกันความถูกต้องและความสมบูรณ์ของเนื้อหาที่เผยแพร่ โปรดเข้าใจ