สวนเนินดอกดาวเรือง Marigold no Oka Kōen คืออะไร|เนินดอกไม้ฝั่งตะวันออกของสถานีฮนโจวาเซดะ (Honjō-Waseda)
สวนเนินดอกดาวเรืองมาริโกลด์ โนะ โอกะ (Marigold no Oka Kōen) เป็นสวนสาธารณะที่อยู่ฝั่งตะวันออกของสถานีฮนโจวาเซดะ (Honjō-Waseda) เมืองฮนโจ (Honjō) จังหวัดไซตามะ (Saitama) ที่ให้คุณเพลิดเพลินกับดอกไม้ตามฤดูกาลและวิวทิวทัศน์
จากชื่ออาจทำให้รู้สึกว่าเป็นสถานที่สำหรับฤดูใบไม้ร่วงเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วมีทั้งชิบะซากุระในฤดูใบไม้ผลิ ทานตะวันในฤดูร้อน ดอกดาวเรืองในฤดูใบไม้ร่วง และไฟประดับ (illumination) ในฤดูหนาว ทำให้แต่ละช่วงเวลามีเสน่ห์ต่างกัน คุณจึงสามารถปรับวิธีเที่ยวให้เข้ากับช่วงเวลาของการเดินทางได้
สวนที่อยู่ใกล้สถานี แวะง่าย
เนื่องจากอยู่ใกล้สถานีฮนโจวาเซดะที่รถไฟชินคันเซ็น (Shinkansen) จอด นักท่องเที่ยวที่ไม่ใช้รถยนต์ก็สามารถจัดเข้าไปในแผนการเดินทางได้ง่าย
บริเวณโดยรอบมีบรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับคนที่อยากชมดอกไม้แบบห่างจากความวุ่นวายของแหล่งท่องเที่ยวสักนิด
ดอกดาวเรืองในฤดูใบไม้ร่วง ที่มาของชื่อสวน
ดอกดาวเรืองที่เป็นชื่อของสวน เป็นดอกไม้ที่บานในฤดูใบไม้ร่วง
ดอกไม้สีส้มและเหลืองที่แต่งแต้มเนินดอกไม้ เข้ากันได้ดีกับท้องฟ้าสีฟ้าในวันที่อากาศแจ่มใสและสีเขียวของสนามหญ้า เป็นวิวที่ถ่ายรูปออกมาสวยง่าย
ไม่ใช่แค่ดอกไม้ แต่ยังชมวิวได้ด้วย
บนเนินมีนาฬิกาแดดติดตั้งอยู่ และจากตรงนั้นสามารถมองเห็นแนวภูเขาที่ล้อมรอบเมืองฮนโจ
ไม่ได้มีแค่ทุ่งดอกไม้เป็นจุดหมาย แต่หากขึ้นไปบนเนินแล้วมองวิวรอบ ๆ ก็จะสัมผัสได้ถึงความโปร่งโล่งที่เป็นเอกลักษณ์ของสวนแห่งนี้

มุมมองในแต่ละฤดูกาล|เนินดอกไม้ที่เปลี่ยนไปตามดอกไม้และแสงไฟ
สวน Marigold no Oka Kōen เป็นสวนที่จุดเด่นเปลี่ยนไปตามฤดูกาลที่มาเยือน
ช่วงดอกไม้บานและช่วงไฟประดับอาจเลื่อนไปมาตามสภาพอากาศ ดังนั้นก่อนออกเดินทางควรเช็กข้อมูลการบานของดอกไม้และประกาศต่าง ๆ ไว้จะอุ่นใจกว่า
ฤดูใบไม้ผลิ เพลิดเพลินกับสีนุ่มนวลของชิบะซากุระ
ในฤดูใบไม้ผลิ มีการแนะนำว่าชิบะซากุระ (Shibazakura) จะบานสวยในช่วงประมาณกลางเดือนเมษายนถึงปลายเดือนเมษายน
ดอกไม้ที่บานปกคลุมพื้นดิน สร้างวิวในระดับสายตาต่ำที่ต่างจากดอกดาวเรือง
ฤดูร้อน ถ่ายรูปสดใสกับทานตะวัน
ในฤดูร้อน ทานตะวันจะบานสวยในช่วงประมาณปลายเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนสิงหาคม สร้างบรรยากาศสดใสสมกับฤดูที่แดดจัด
หากมาเที่ยวในช่วงที่อากาศร้อน ควรเตรียมที่กันแดดและเครื่องดื่ม แล้วเดินชมในระยะที่ไม่หักโหมจนเกินไป
ฤดูใบไม้ร่วง ให้สีของดอกดาวเรืองเป็นพระเอก
ฤดูใบไม้ร่วงคือฤดูของดอกดาวเรืองที่เชื่อมโยงกับชื่อสวน โดยช่วงบานสวยอยู่ที่ประมาณต้นเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน
สีของดอกไม้แผ่กระจายไปตามไหล่เนิน คุณจึงเพลิดเพลินได้ทั้งภาพถ่ายดอกไม้ในระยะใกล้ และภาพที่ถอยออกมาเก็บเนินทั้งลูกไว้ในเฟรม
ฤดูหนาว เปลี่ยนเป็นบรรยากาศไฟประดับ
ในฤดูหนาว มีการแนะนำว่าไฟประดับ (illumination) จะเปิดในช่วงประมาณปลายเดือนพฤศจิกายนถึงปลายเดือนมกราคม
ต่างจากวิวดอกไม้ในตอนกลางวัน ในตอนกลางคืนจะเน้นการจัดแสงเป็นหลัก ดังนั้นการคิดเรื่องเสื้อกันหนาวและการเดินทางขากลับไว้ก่อนจะช่วยให้เดินเที่ยวได้สะดวกขึ้น
หากจัดระเบียบมุมมองในแต่ละฤดูกาลให้เข้ากับจุดประสงค์ของการเดินทาง จะได้ดังนี้
| ฤดูกาล | สิ่งที่เห็น | ช่วงบานสวย | วิธีใช้เวลา |
|---|---|---|---|
| ฤดูใบไม้ผลิ | ชิบะซากุระ | กลาง-ปลายเดือนเมษายน | ชมวิวเนิน |
| ฤดูร้อน | ทานตะวัน | ปลายเดือนกรกฎาคม-ต้นเดือนสิงหาคม | ถ่ายรูปสดใส |
| ฤดูใบไม้ร่วง | ดอกดาวเรือง | ต้นเดือนตุลาคม-ต้นเดือนพฤศจิกายน | เพลิดเพลินกับสีดอกไม้ |
| ฤดูหนาว | ไฟประดับ (illumination) | ปลายเดือนพฤศจิกายน-ปลายเดือนมกราคม | เดินชมวิวกลางคืน |

ชมวิวจากบนเนิน|สังเกตป้ายชื่อภูเขาและนาฬิกาแดด
เสน่ห์ของสวนแห่งนี้ ไม่ได้มีแค่การเดินใกล้ทุ่งดอกไม้ แต่ยังอยู่ที่การมองวิวรอบ ๆ จากบนเนินได้ด้วย
ในวันที่อากาศแจ่มใส จะมองเห็นรูปร่างของภูเขาได้ชัด กลายเป็นสถานที่ที่สัมผัสได้ทั้งดอกไม้ ท้องฟ้า และแนวภูเขาไปพร้อมกัน
ขึ้นไปบนเนินที่มีนาฬิกาแดด
บนเนินมีนาฬิกาแดดติดตั้งอยู่
นาฬิกาแดดเป็นจุดสังเกตในสวน และยังเป็นจุดที่ทำให้เรายกสายตาขึ้นมองหลังจากชมดอกไม้
มองหาแนวภูเขา เช่น โจโมซันซัง
มีการแนะนำว่า จากบนเนินสามารถมองเห็นภูเขา 3 ลูกแห่งโจโม (Jōmō Sanzan) ได้แก่ อากากิ (Akagi) ฮารุนะ (Haruna) และเมียวงิ (Myōgi) รวมถึงภูเขาในแถบคิตะคันโต เช่น นันไตซัง (Nantai-san) และอาซามายามะ (Asama-yama)
การมองเห็นจะเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศและสภาพท้องฟ้า ดังนั้นแม้ในวันที่มองภูเขาไม่ชัด ก็ลองเดินเที่ยวพร้อมสัมผัสความกว้างขวางของสวนดูได้
อ่านวิวด้วยป้ายชื่อภูเขา
ในสวนมีป้ายชื่อภูเขา (Sanmeiban) ที่ได้รับบริจาคจากสโมสรโรตารีฮนโจ และมีการแนะนำว่าเป็นจุดที่สามารถเรียนรู้ชื่อภูเขาไปพร้อมกับชมวิวได้
แม้นักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นกับชื่อภูเขาในญี่ปุ่น ก็สามารถใช้ป้ายชื่อภูเขาเป็นตัวช่วย ทำให้เก็บวิวที่เห็นไว้เป็นความทรงจำของการเดินทางได้ง่ายขึ้น

ถ้าจะถ่ายรูป|วิธีเดินชมทุ่งดอกไม้และจุดถ่ายรูป
สวน Marigold no Oka Kōen เป็นสวนที่ถ่ายรูปได้โดยผสมผสานทั้งไหล่เนินที่เต็มไปด้วยดอกไม้ วิวจากบนเนิน และจุดถ่ายรูปในสวน
ในช่วงที่คนเยอะ การไม่ยึดพื้นที่นาน ๆ เพื่อถ่ายรูป และเปิดโอกาสให้คนถัดไปได้ชมวิวเดียวกัน จะช่วยให้ทุกคนเที่ยวได้อย่างมีความสุข
ไหล่เนินดอกไม้ แยกระยะใกล้และระยะกว้าง
ถ่ายดอกไม้ระยะใกล้จะสื่อถึงสีและรูปทรง ส่วนถอยออกมาถ่ายระยะกว้างจะสื่อถึงความกว้างขวางของเนิน
แม้จุดเดียวกัน แค่เปลี่ยนตำแหน่งที่ยืนก็ให้ความรู้สึกต่างกัน ดังนั้นควรหามุมจากทางเดินโดยไม่เข้าไปในแปลงดอกไม้
มองหาระฆังแห่งความหวังและม้านั่ง Dream Heart
ในสวนมี "ระฆังแห่งความหวัง" และ "ม้านั่ง Dream Heart" ที่ทำจากหิน
ม้านั่ง Dream Heart จะเปิดไฟเฉพาะช่วงที่มีการเปิดไฟประดับ (illumination) เท่านั้น
กำหนดพระเอกของภาพก่อนเดิน
หากกำหนดว่าจะให้ดอกไม้ ภูเขา นาฬิกาแดด หรือม้านั่งเป็นพระเอก ก็จะสร้างเรื่องราวของภาพถ่ายได้ง่ายแม้อยู่ในเวลาสั้น ๆ
เมื่อจัดระเบียบแง่มุมในการถ่ายรูป ก็จะมองเห็นวิธีเที่ยวในสวนเดียวกันที่เข้ากับฤดูกาลและผู้ร่วมเดินทางได้
ขอจัดระเบียบมุมมองในการถ่ายรูปแยกตามวัตถุที่ถ่าย
| วัตถุที่ถ่าย | การจัดเฟรม | ข้อควรคำนึง |
|---|---|---|
| ไหล่เนินดอกไม้ | ถ่ายระดับต่ำ | ไม่เข้าแปลงดอกไม้ |
| นาฬิกาแดด | เก็บท้องฟ้าเข้าเฟรม | รอลำดับ |
| ป้ายชื่อภูเขา | ถ่ายคู่กับแนวภูเขา | เลือกวันฟ้าใส |
| ระฆังและม้านั่ง | มีคนประกอบเฟรม | ไม่อยู่นาน |
การเดินทางครั้งแรก|แนวคิดการมาด้วยขนส่งสาธารณะและรถยนต์
หากนักท่องเที่ยวต่างชาติจะมาสวน Marigold no Oka ลองยึดสถานีฮนโจวาเซดะเป็นจุดอ้างอิงก่อน จะช่วยให้วางแผนการเดินทางได้ง่ายขึ้น
กรณีมาด้วยรถยนต์ การเช็กเวลาเปิด-ปิดของลานจอดรถและคำแนะนำในช่วงมีอีเวนต์ไว้ก็จะมีประโยชน์
เดินทางจากสถานีฮนโจวาเซดะ
สามารถเดินจากทางออกทิศเหนือของสถานีฮนโจวาเซดะ สาย JR โจเอ็ตสึ・โฮคุริคุ ชินคันเซ็น ใช้เวลาประมาณ 6 นาที
การจดชื่อสถานีและชื่อทางออกไว้ล่วงหน้า จะช่วยให้นักท่องเที่ยวที่ยังไม่ชินกับป้ายภาษาญี่ปุ่นเดินทางได้อย่างใจเย็น
หากมาจากสถานีฮนโจ ให้เช็กการต่อรถ
จากทางออกทิศใต้ของสถานีฮนโจ สาย JR ทาคาซากิ มีการแนะนำเส้นทางต่าง ๆ เช่น แท็กซี่ประมาณ 10 นาที รถ Hanipon Shuttle ประมาณ 13 นาที หรือรถบัส Musashi Kankō ประมาณ 8 นาที + เดินประมาณ 6 นาที
เนื่องจากวันและเวลาเดินรถบัสอาจเปลี่ยนแปลง ควรเช็กรอบรถของวันนั้นจากผู้ให้บริการขนส่งหรือข้อมูลทางการของเมืองฮนโจ
หากมาด้วยรถยนต์ ให้เช็กเวลาของลานจอดรถ
หากมาด้วยรถยนต์ จากทางด่วน Kan-Etsu ทางออกฮนโจโคดามะ IC ใช้เวลาประมาณ 5 นาที ในสวนมีลานจอดรถฟรีสำหรับรถยนต์ทั่วไป 36 คัน รถผู้พิการ 2 คัน และรถบัสขนาดใหญ่ 1 คัน
เวลาเปิดลานจอดรถปกติคือ 9.00 น. ถึง 18.00 น. ส่วนช่วงเปิดไฟประดับ (illumination) จะเป็น 9.00 น. ถึง 21.30 น.

มารยาทที่นักท่องเที่ยวต่างชาติอยากรู้|เดินชมเนินดอกไม้อย่างมีความสุข
ในสวนดอกไม้ ทั้งคนถ่ายรูป คนเดินเล่น และครอบครัวที่มาใช้เวลาด้วยกัน ต่างใช้พื้นที่เดียวกัน
แม้ในจุดที่ไม่เห็นกฎพิเศษ การไม่ทำลายต้นไม้ ไม่กีดขวางทางเดิน และอยู่อย่างเงียบ ๆ ก็เป็นเรื่องสำคัญ
เพลิดเพลินจากทางเดินโดยไม่เข้าแปลงดอกไม้
ยิ่งอยากถ่ายดอกไม้ในระยะใกล้ ยิ่งต้องใส่ใจที่ปลายเท้า
หากไม่เข้าไปในแปลงดอกไม้หรือไหล่เนิน แล้วถ่ายรูปจากทางเดินที่กำหนดไว้ คนที่มาเยือนคนถัดไปก็จะได้ชมวิวเดียวกัน
อย่าลืมใส่ใจเรื่องเสียงและขยะ
สวนแห่งนี้เป็นสถานที่ในชีวิตประจำวันที่คนในท้องถิ่นก็ใช้เช่นกัน
ควรลดเสียงเพลงและเสียงสนทนาให้เบาลง และนำขยะจากเครื่องดื่มหรืออาหารกลับไป หรือกำจัดตามคำแนะนำในสถานที่
ขอจัดระเบียบพฤติกรรมที่ควรใส่ใจในสวนดอกไม้ โดยแยกเป็นสิ่งที่ทำได้และสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
| ทำได้ | สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง |
|---|---|
| เดินบนทางเดิน | เข้าแปลงดอกไม้ |
| ถ่ายในเวลาสั้น ๆ | ยึดพื้นที่ |
| นำขยะกลับไป | ทิ้งขยะเรี่ยราด |
| อยู่อย่างเงียบ ๆ | ส่งเสียงดัง |
เช็กข้อมูลท่องเที่ยวในเมืองฮนโจด้วย|เคล็ดลับขยายทริปชมดอกไม้
สวน Marigold no Oka Kōen ไม่ได้เป็นเพียงที่ชมดอกไม้ แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้รู้จักย่านฮนโจอย่างค่อยเป็นค่อยไป
แทนที่จะอัดการเดินทางไกล ๆ เข้าไป การเช็กข้อมูลจุดแวะรอบสถานีและในเมืองให้เข้ากับสภาพอากาศและสภาพดอกไม้ จะช่วยให้เที่ยวได้สบายขึ้น
เผื่อเวลาว่างรอบสถานี
ในการเดินทางที่ใช้สถานีฮนโจวาเซดะ นอกจากจะมุ่งไปสวนทันทีหลังถึง การเผื่อเวลาในขากลับไว้ก็จะอุ่นใจกว่า
วันที่ถ่ายรูปดอกไม้ จังหวะการเดินจะเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศและการเคลื่อนของผู้คน ดังนั้นการไม่อัดแผนแน่นเกินไปจะทำให้เที่ยวได้อย่างเป็นธรรมชาติ
เช็กข้อมูลท่องเที่ยวในเมืองฮนโจด้วย
สมาคมท่องเที่ยวเมืองฮนโจมีการแนะนำข้อมูลเกี่ยวกับดอกไม้และสถานที่ท่องเที่ยวในเมือง
หากมาเที่ยวโดยมีดอกไม้ตามฤดูกาลเป็นจุดหมาย การเช็กงานอีเวนต์ในเมืองและข้อมูลการบานของดอกไม้ในช่วงเดียวกัน จะช่วยขยายตัวเลือกของการเดินทาง
สรุป|สวนที่เพลิดเพลินกับดอกไม้ตามฤดูกาลและวิวอย่างเงียบสงบ
สวน Marigold no Oka Kōen เป็นสวนของเมืองฮนโจที่เปลี่ยนภาพลักษณ์ไปตามฤดูกาล ไม่ใช่แค่ดอกดาวเรืองในฤดูใบไม้ร่วง แต่ยังมีชิบะซากุระในฤดูใบไม้ผลิ ทานตะวันในฤดูร้อน และไฟประดับ (illumination) ในฤดูหนาว
บนเนินยังมีความเพลิดเพลินในการมองแนวภูเขาแถบคิตะคันโต โดยใช้นาฬิกาแดดและป้ายชื่อภูเขาเป็นตัวช่วย
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่นี่เป็นจุดที่จัดเข้าแผนการเดินทางได้ง่าย เพราะมาจากสถานีได้สะดวก และเป็นสถานที่ที่ได้ชื่นชมดอกไม้กับวิวอย่างสงบในเมืองต่างจังหวัดของญี่ปุ่น
เนื่องจากช่วงดอกไม้บานสวยและงานในตอนกลางคืนมีการเปลี่ยนแปลง ก่อนมาเยือนควรเช็กข้อมูลการบานและประกาศต่าง ๆ และอย่าลืมเดินด้วยความใส่ใจต่อแปลงดอกไม้และทางเดิน

