ปราสาทมารุโอกะ (Maruoka-jō) คืออะไร? ปราสาทประวัติศาสตร์ที่มีหอคอยดั้งเดิมเพียงแห่งเดียวในโฮคุริคุ
ปราสาทมารุโอกะซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองซาไก (Sakai) จังหวัดฟุกุอิ (Fukui) เป็นหนึ่งในหอคอยปราสาทดั้งเดิมที่ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน และเชื่อกันว่าสร้างขึ้นในปี 1576 (เท็นโชปีที่ 4)
ยังเป็นที่รู้จักในชื่อเล่นว่า “ปราสาทหมอก” (Kasumi-ga-jō) และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของประเทศ
ปราสาทแห่งนี้ยังคงกลิ่นอายประวัติศาสตร์อย่างชัดเจนตั้งแต่ยุคเซ็นโกคุจนถึงยุคเอโดะ และดึงดูดผู้ชื่นชอบปราสาทจำนวนมากในฐานะหอคอยปราสาทที่ยังคงอยู่เพียงแห่งเดียวในภูมิภาคโฮคุริคุ
หลังคาอันเป็นเอกลักษณ์มุงด้วยกระเบื้องหินชาคุดานิ (Shakudani-ishi) ซึ่งถือเป็นรูปแบบเดียวที่เหลืออยู่ในบรรดาหอคอยปราสาทดั้งเดิม
ปราสาทมารุโอกะยังได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน 100 ปราสาทชื่อดังของญี่ปุ่น (No.36) และจากหอคอยยังสามารถชมวิวกว้างไกลของที่ราบซาไกและภูเขาโดยรอบได้อีกด้วย

ไฮไลต์ห้ามพลาดของปราสาทมารุโอกะ
1. ความงามทางสถาปัตยกรรมของหอคอยดั้งเดิม
ปราสาทมารุโอกะเป็นปราสาทล้ำค่าที่มีหอคอยซึ่งสร้างก่อนยุคเอโดะและยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน เป็นหนึ่งใน “12 หอคอยดั้งเดิม” ที่มีอยู่เพียงไม่กี่แห่งในญี่ปุ่น
ภายนอกดูเหมือนมี 2 ชั้น แต่ภายในเป็นโครงสร้าง 3 ชั้น มีรูปแบบเฉพาะตัว และโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่แบบหอคอยทรงโบโรอิสระ
หลังคากระเบื้องหินคือเอกลักษณ์สำคัญ และภาพของปราสาทที่กลมกลืนกับทิวทัศน์ทั้ง 4 ฤดู ก็สร้างความประทับใจให้ผู้มาเยือน
ดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังนี้ยังคงถ่ายทอดลักษณะของปราสาทเชิงใช้งานในยุคเซ็นโกคุมาจนถึงปัจจุบัน
2. วิวพาโนรามาจากหอคอย
เมื่อขึ้นไปบนหอคอยของปราสาทมารุโอกะ จะพบกับวิวพาโนรามา 360 องศาที่มองเห็นที่ราบซาไกและภูเขาไกล ๆ ได้อย่างเต็มสายตา
บันไดชันภายในหอคอยต้องใช้เชือกช่วยจับขณะปีน เป็นประสบการณ์ที่ทั้งตื่นเต้นและน่าจดจำ
ในฤดูใบไม้ผลิ ซากุระจะบานสะพรั่งเต็มที่ โดย “สวนคาสุมิกาโจ (Kasumi-ga-jō Kōen)” ที่มีต้นซากุระรายล้อมปราสาท ยังได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “100 จุดชมซากุระชื่อดังของญี่ปุ่น” และเป็นจุดฮานามิยอดนิยม
3. สวนคาสุมิกาโจ
บริเวณรอบปราสาทมารุโอกะมี “สวนคาสุมิกาโจ” ขนาดกว้างใหญ่
ไม่ว่าจะมาในฤดูใบไม้ผลิ ฤดูใบไม้ร่วง หรือฤดูหนาว ก็สามารถเพลิดเพลินกับทัศนียภาพที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาลได้
ภายในสวนมีทางเดินจัดไว้เป็นระเบียบ ให้ใช้เวลาสบาย ๆ พร้อมชมกำแพงหินแบบโนสึระซูมิอย่างใกล้ชิด

วิธีเที่ยวตามฤดูกาล
- ฤดูใบไม้ผลิ (ต้น-กลางเมษายน):ซากุระในสวนคาสุมิกาโจบานสะพรั่งเต็มที่ และภาพตัดกันระหว่างปราสาทกับดอกซากุระสวยงามมาก
- ฤดูร้อน (มิถุนายน-สิงหาคม):ตัวปราสาทที่ตั้งอยู่ท่ามกลางสีเขียวสดดูโดดเด่น และให้ความรู้สึกเย็นสบาย
- ฤดูใบไม้ร่วง (ตุลาคม-พฤศจิกายน):ใบไม้เปลี่ยนสีแต่งแต้มปราสาท และความตัดกันของสีกับกำแพงหินก็สวยงามอย่างยิ่ง
- ฤดูหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์):หอคอยที่มีกระเบื้องหินปกคลุมด้วยหิมะสร้างบรรยากาศชวนฝันที่หาดูได้ยากจากที่อื่น
ค่าเข้าชมและเวลาเปิด
ค่าเข้าชมหอคอยปราสาทมารุโอกะ ผู้ใหญ่ 450 เยน เด็กประถมและมัธยมต้น 150 เยน (เป็นบัตรรวมกับพิพิธภัณฑ์ “อิปปิตสึ เคโจ นิฮงอิจิ มิจิไค เทะกามิ โนะ ยากาตะ” (Ippitsu Keijō Nihon Ichi Mijikai Tegami no Yakata))
เวลาเปิดคือ 8:30-17:00 น. (เข้ารอบสุดท้าย 16:30 น.)
ข้อมูลการเดินทาง
ที่อยู่
1-59 คาสุมิโจ (Kasumi-chō) เมืองมารุโอกะ (Maruoka) เมืองซาไก จังหวัดฟุกุอิ
วิธีไปปราสาทมารุโอกะ
- รถไฟและรถบัส
- จากสถานี JR ฟุกุอิ (JR Fukui Station) นั่งรถบัสเคฟุคุ (Keifuku Bus) สาย “มารุโอกะโจ (Maruoka-jō)” ประมาณ 40 นาที ลงป้ายรถบัส “มารุโอกะโจ (Maruoka-jō)” แล้วเดินประมาณ 5 นาที
- รถยนต์
- จากทางด่วนโฮคุริคุ “มารุโอกะ IC (Maruoka IC)” ใช้เวลาประมาณ 10 นาที
ที่จอดรถ
บริเวณรอบปราสาทมารุโอกะมีที่จอดรถฟรี
ในช่วงซากุระหรือวันหยุดยาว แนะนำให้มาถึงแต่เช้า

วิธีเที่ยวปราสาทมารุโอกะให้สนุก
1. ขึ้นสู่หอคอยปราสาท
ลองปีนบันไดชันขึ้นไป แล้วดื่มด่ำกับวิวสวยจากหอคอย
คุณจะได้สัมผัสบรรยากาศราวกับอยู่ในยุคเซ็นโกคุ พร้อมรับรู้ถึงลมหายใจแห่งประวัติศาสตร์
เนื่องจากบันไดมีความชันมาก ควรจับเชือกให้มั่นและค่อย ๆ ปีนอย่างระมัดระวัง
2. เดินเล่นในสวนและชมกำแพงหิน
เดินเล่นในสวนคาสุมิกาโจและเพลิดเพลินกับความงามของธรรมชาติในแต่ละฤดูกาล
กำแพงหินแบบโนสึระซูมิ ซึ่งเป็นเทคนิคการก่อกำแพงยุคเซ็นโกคุโดยเรียงหินธรรมชาติเหมือนจิ๊กซอว์ เป็นจุดที่แฟนปราสาทไม่ควรพลาด
โดยเฉพาะซากุระในฤดูใบไม้ผลิและใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง แนะนำให้พกกล้องมาเก็บภาพ
3. พิพิธภัณฑ์จดหมายสั้นที่สุดในญี่ปุ่น
ที่นี่จัดแสดงผลงานชนะเลิศ “จดหมายสั้นที่สุดในญี่ปุ่น” จากการประกวดทั่วประเทศ รวมถึงจดหมายของบุคคลมีชื่อเสียง
ตั้งอยู่ใกล้กับปราสาทมารุโอกะมาก และเปิดโอกาสให้สัมผัสพลังการสื่อสารและความลึกซึ้งของถ้อยคำสั้น ๆ
สามารถเข้าชมได้ด้วยบัตรรวมกับหอคอยปราสาทมารุโอกะ

ข้อมูลสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว
ของที่ควรพกและการแต่งกาย
- รองเท้าที่เดินง่าย:ภายในหอคอยต้องถอดรองเท้าก่อนขึ้น และมีบันไดชันมาก จึงแนะนำรองเท้าผ้าใบที่ถอดง่ายใส่ง่าย
- เสื้อกันหนาว:หากมาในฤดูหนาว ควรเตรียมเสื้อผ้าให้อบอุ่น เพราะภายในหอคอยไม่มีเครื่องทำความร้อน
- กล้องถ่ายรูป:เป็นสิ่งที่ควรพกสำหรับถ่ายภาพปราสาทและธรรมชาติอันสวยงาม
ข้อควรระวัง
- บันไดชันมาก:บันไดในหอคอยชันมาก ควรระวังเท้าขณะขึ้นลงเป็นพิเศษ โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็กเล็ก
- ช่วงคนเยอะ:ในช่วงซากุระและวันหยุด อาจมีนักท่องเที่ยวหนาแน่น แนะนำให้มาในช่วงเช้า
- ระยะเวลาที่ใช้โดยประมาณ:ใช้เวลาชมหอคอยและเดินเล่นสวนคาสุมิกาโจประมาณ 60-90 นาที และหากรวมพิพิธภัณฑ์จดหมายจะอยู่ที่ประมาณ 2 ชั่วโมง
ปราสาทมารุโอกะคือสถานที่พิเศษที่ให้คุณได้สัมผัสประวัติศาสตร์และความงามทางสถาปัตยกรรมของญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด
มาเยือนหอคอยดั้งเดิมเพียงแห่งเดียวในโฮคุริคุที่กลมกลืนกับธรรมชาติทั้ง 4 ฤดู แล้วสัมผัสเสน่ห์ของที่นี่ด้วยตัวเองกันเถอะ!