ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะ (Narusawa Hyōketsu) และถ้ำลมฟูกากุ (Fugaku Fūketsu) คืออะไร|จุดเด่นและวิธีเที่ยว
ถ้ำลาวาทั้งสองแห่งนี้เกิดขึ้นจากลาวาที่ไหลออกมาจากการปะทุของภูเขาไฟบริเวณรอบภูเขาไฟฟูจิ (Fujisan)
เชื่อกันว่าถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะเกิดจากลาวาของการปะทุครั้งใหญ่ในยุคโจกัง (Jōgan) เมื่อ ค.ศ. 864 ที่นี่ไม่ใช่เพียงแหล่งท่องเที่ยวอากาศเย็น แต่ยังเป็นสถานที่ที่ช่วยให้เข้าใจทั้งภูมิประเทศที่เกิดจากภูเขาไฟและประวัติการใช้ความเย็นภายในถ้ำของผู้คน
ถ้ำลาวาที่หลงเหลืออยู่ในป่าอาโอกิงาฮาระ (Aokigahara)
หลังจากลาวาไหลผ่าน พื้นผิวจะเย็นตัวและแข็งก่อน เมื่อลาวาด้านในไหลออกไป จึงเกิดเป็นโพรงว่างเปล่าขึ้น
ที่ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะและถ้ำลมฟูกากุ สามารถมองเห็นร่องรอยการก่อตัวของเชิงเขาฟูจิได้จากผิวหินบะซอลต์สีดำขรุขระและรูปทรงที่เกิดจากการไหลของลาวา
อุณหภูมิในถ้ำเฉลี่ยประมาณ 3°C ตลอดปี
ภายในถ้ำทั้งสองแห่งมีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 3°C และมักอยู่ราว 0–4°C ตลอดทั้งปี
แม้ในฤดูร้อนก็ควรเตรียมเสื้อคลุม ที่ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะ อุณหภูมิภายในกับภายนอกอาจต่างกันมากกว่า 20°C จึงควรหยุดปรับตัวบริเวณทางเข้าก่อนเดินเข้าไป
สถานที่ที่ได้รับการอนุรักษ์ในฐานะอนุสรณ์สถานธรรมชาติ
ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานธรรมชาติแห่งชาติในปีโชวะที่ 4 (Shōwa 4; ค.ศ. 1929) และถ้ำลมฟูกากุก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเช่นกัน
หินและน้ำแข็งภายในถ้ำเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ จึงไม่ควรออกนอกทางเดินหรือแนวราวจับ และไม่ควรแตะผนังหินหรือน้ำแข็ง เพื่อชมภูมิประเทศโดยไม่สร้างความเสียหาย
ความแตกต่างระหว่างถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะกับถ้ำลมฟูกากุ
แทนที่จะเลือกไปเพียงแห่งใดแห่งหนึ่ง การเปรียบเทียบโดยสังเกตความแตกต่างของภูมิประเทศจะช่วยให้เข้าใจได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะจัดเป็นถ้ำแนวดิ่งแบบวงกลมที่มีการเปลี่ยนระดับขึ้นลงมาก ส่วนถ้ำลมฟูกากุจัดเป็นถ้ำแนวนอนที่ค่อนข้างราบเรียบ
ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะเป็นถ้ำแนวดิ่งแบบวงกลมที่มีความลาดชัน
ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะเป็นถ้ำที่มีความสูงต่ำหลากหลาย ต้องเดินลงบันไดผ่านทางเดินเตี้ยและพื้นที่ที่มีน้ำแข็ง ลงไปลึกประมาณ 21 เมตรใต้ดินแล้ววนกลับหนึ่งรอบ
ถ้ำมีความยาวรวมประมาณ 153 เมตร และจุดที่ต่ำที่สุดมีเพดานสูงเพียงราว 91 เซนติเมตร ดังนั้นบริเวณแคบจึงต้องก้มตัวและเดินเรียงแถวเดียวโดยเว้นระยะจากคนด้านหน้า
ถ้ำลมฟูกากุเป็นถ้ำที่แผ่ขยายไปในแนวนอน
ถ้ำลมฟูกากุมีความยาวรวมประมาณ 201 เมตร และจุดที่สูงที่สุดสูง 8.7 เมตร เส้นทางส่วนใหญ่เป็นแนวนอนและค่อนข้างราบ สามารถชมชั้นลาวาและลาวารูปเชือกได้
อย่างไรก็ตาม ภายในยังมีช่วงเพดานต่ำและบันได จึงควรเดินอย่างระมัดระวัง ไม่ควรคิดว่าเป็นเส้นทางพื้นราบทั่วไป
ลักษณะน้ำแข็งและภูมิประเทศของแต่ละถ้ำแตกต่างกัน
ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะขึ้นชื่อเรื่องเสาน้ำแข็งที่เกิดจากหยดน้ำจากเพดานแข็งตัว ส่วนถ้ำลมฟูกากุมีทั้งเสาน้ำแข็ง รูปทรงลาวา และร่องรอยการใช้ถ้ำเป็นตู้เย็นธรรมชาติ
สภาพของน้ำแข็งเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลและสภาพภายในถ้ำ เสาน้ำแข็งของถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะมักมีขนาดใหญ่ที่สุดราวเดือนเมษายน ดังนั้นควรสังเกตสภาพธรรมชาติของวันนั้น ๆ โดยไม่ยึดติดว่าจะเหมือนในภาพถ่าย
เปรียบเทียบจุดเด่นของถ้ำทั้งสองแห่งก่อนเดินชม
สรุปประเด็นเปรียบเทียบของถ้ำทั้งสองแห่งได้ดังนี้
| แกนในการสังเกต | ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะ | ถ้ำลมฟูกากุ |
|---|---|---|
| รูปทรงถ้ำ | แนวดิ่งที่มีความลาดชัน | แนวนอนราบเรียบ |
| วิธีเดิน | ก้มตัวลงต่ำ | สังเกตพื้นที่เดิน |
| น้ำแข็งที่ควรสนใจ | เสาน้ำแข็งและผนังน้ำแข็ง | เสาน้ำแข็งและร่องรอยตู้เย็น |
| จุดสังเกตทางธรณีวิทยา | การเปลี่ยนระดับขึ้นลง | การไหลของลาวา |

จุดเด่นถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะ|ทางเดินเพดานต่ำและเสาน้ำแข็ง
ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะไม่ได้มีเพียงอากาศเย็น แต่ยังโดดเด่นด้วยทางเดินแคบและระดับพื้นขึ้นลงที่ทำให้สัมผัสโครงสร้างของถ้ำลาวาได้ชัดเจน
เวลาเที่ยวชมโดยประมาณอยู่ที่ 6–15 นาที ระหว่างเดินควรสังเกตผิวหินและความสูงของเพดาน โดยไม่หยุดขวางทาง
อุโมงค์ลาวาที่มีเพดานต่ำ
ทางเดินบางส่วนมีเพดานต่ำเพียงราว 91 เซนติเมตร ต้องก้มเอวหรือหันตัวด้านข้างเพื่อเดินผ่าน
อย่ามองเพียงเหนือศีรษะ ควรสลับมองด้านหน้า เพดาน และพื้นทางเดินขณะเคลื่อนที่เพื่อความปลอดภัย
เสาน้ำแข็งที่ก่อตัวจากหยดน้ำที่แข็งตัว
เสาน้ำแข็งเกิดจากหยดน้ำที่ซึมออกมาจากเพดานตกลงมาแล้วแข็งตัว บางปีอาจเติบโตจนมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 50 เซนติเมตร สูงราว 3 เมตร
รูปทรงและขนาดไม่คงที่ จุดเด่นคือรูปลักษณ์ในแต่ละช่วงเวลาที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและความชื้นในธรรมชาติ
ร่องรอยที่เคยใช้เป็นที่เก็บความเย็น
ภายในถ้ำมีพื้นที่เก็บน้ำแข็งที่บอกเล่าประวัติการใช้ความเย็นตามธรรมชาติเพื่อถนอมสิ่งของ
เมื่อรู้ว่าถ้ำธรรมชาติเคยถูกใช้ในชีวิตประจำวันและอุตสาหกรรม ก็จะมองเห็นทั้งทิวทัศน์และวัฒนธรรมท้องถิ่นควบคู่กัน

จุดเด่นถ้ำลมฟูกากุ|ร่องรอยลาวาและตู้เย็นธรรมชาติ
ขณะเดินไปตามถ้ำแนวนอนของถ้ำลมฟูกากุ สามารถสังเกตร่องรอยการไหลของลาวาและความกว้างของพื้นที่ได้
เวลาเที่ยวชมโดยประมาณอยู่ที่ราว 15 นาที เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับทางลาดชันของถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะ จะเห็นได้ว่าการปะทุเดียวกันสร้างถ้ำที่มีลักษณะแตกต่างกัน
ชั้นลาวาและลาวารูปเชือก
ผนังและพื้นยังคงมีรูปทรงที่เกิดขึ้นขณะลาวาไหลผ่าน และผนังหินบะซอลต์ยังช่วยดูดซับเสียงภายในถ้ำ
ลองสังเกตพื้นผิวที่คล้ายเชือกและชั้นหินต่าง ๆ เพื่อจินตนาการถึงการเคลื่อนตัวของลาวาก่อนแข็งตัว
ประวัติศาสตร์ในฐานะตู้เย็นธรรมชาติ
ถ้ำลมฟูกากุมีประวัติศาสตร์การใช้เป็นตู้เย็นธรรมชาติ โดยใช้ประโยชน์จากอุณหภูมิต่ำในการเก็บรักษาไข่ไหมจนถึงต้นยุคโชวะ
เรื่องราวการใช้ความเย็นตามธรรมชาติในยุคที่เครื่องทำความเย็นยังไม่แพร่หลาย เป็นอีกหนึ่งจุดน่าสนใจของถ้ำแห่งนี้

ค่าเข้าชมถ้ำและเวลาเที่ยวชมโดยประมาณ
ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะและถ้ำลมฟูกากุเป็นคนละสถานที่และเก็บค่าเข้าชมแยกกัน
หากจะเที่ยวทั้งสองแห่ง ควรทราบเวลาเที่ยวชมโดยประมาณล่วงหน้าเพื่อวางแผนได้สะดวก
ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 350 เยน เด็กชั้นประถมและเด็กที่อายุต่ำกว่า 200 เยน
ค่าเข้าชมของแต่ละถ้ำคือ ผู้ใหญ่ 350 เยน เด็กชั้นประถมและเด็กที่อายุต่ำกว่า 200 เยน และมีส่วนลดสำหรับกลุ่มตั้งแต่ 15 คนขึ้นไป
หากจะเที่ยวทั้งสองแห่ง ควรเตรียมค่าเข้าชมแยกสำหรับแต่ละจุดและตรวจสอบข้อมูลล่วงหน้า
เวลาเที่ยวชมโดยประมาณ 6–15 นาที
เวลาเที่ยวชมถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะอยู่ที่ประมาณ 6–15 นาที ส่วนถ้ำลมฟูกากุประมาณ 15 นาที
ควรเผื่อเวลาเดินจากลานจอดรถถึงทางเข้าและเวลารอในช่วงคนพลุกพล่านด้วย
การแต่งกายและสิ่งของที่ควรพกติดตัวสำหรับการชมถ้ำ
ภายในถ้ำจำเป็นต้องเตรียมรับมือกับความหนาว พื้นที่เปียก และเพดานต่ำ
แม้อากาศภายนอกจะร้อน ก็ไม่ควรเข้าถ้ำด้วยเสื้อผ้าบางแบบที่ใช้เดินเที่ยวในเมืองเพียงอย่างเดียว
เตรียมเสื้อคลุมไว้ไม่ว่าฤดูใด
เสื้อคลุมแขนยาวช่วยป้องกันทั้งอากาศเย็นเฉลี่ยราว 3°C และการเสียดสีกับผนังหินในทางเดินแคบ
ควรเลือกแบบที่ถอดใส่ง่าย และเก็บไว้ในตำแหน่งที่หยิบออกจากกระเป๋าได้สะดวก เพื่อให้สวมใส่ได้ที่ทางเข้า
เลือกรองเท้ากีฬาที่ไม่ลื่น
ควรสวมเสื้อผ้าที่เคลื่อนไหวสะดวกและรองเท้ากีฬา พร้อมหลีกเลี่ยงรองเท้าแตะ รองเท้าส้นสูง และกระโปรงสั้น
รองเท้าพื้นบางหรือรองเท้าที่หลุดง่าย ไม่เหมาะกับบันไดที่เปียกและทางเดินที่ขรุขระ
ปกป้องร่างกายด้วยหมวกและถุงมือ
หมวกช่วยปกป้องศีรษะจากเพดานที่ต่ำ และถุงมือมีประโยชน์เมื่อต้องจับราวจับที่เย็น
หากกังวลเรื่องเพดานต่ำหรือการกระแทกศีรษะ ควรปรึกษาเจ้าหน้าที่ก่อนเข้าถ้ำ
วันฝนตกให้ใช้เสื้อกันฝน
การถือร่มทำให้มือไม่ว่างขณะขึ้นลงบันได จึงควรใช้เสื้อกันฝนแทน
การถือร่มอาจบดบังทางและทำให้มือไม่ว่าง จึงควรเตรียมเสื้อกันฝนที่ถอดใส่ง่ายแทน
เตรียมตัวตามสถานการณ์
สรุปเสื้อผ้าและสิ่งของที่เหมาะกับสภาพภายในถ้ำได้ดังนี้
| สถานการณ์ | สิ่งที่ควรเตรียม | สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง |
|---|---|---|
| อากาศเย็น | เสื้อคลุมแขนยาว | แต่งตัวบางเบา |
| พื้นเปียก | รองเท้ากีฬา | รองเท้าแตะ |
| เพดานต่ำ | หมวก | สัมภาระใบใหญ่ |
| ฝนตก | เสื้อกันฝน | กางร่มในถ้ำ |

วิธีวางแผนเที่ยวถ้ำทั้งสองแห่ง
ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะและถ้ำลมฟูกากุมีทางเข้าแยกกัน จึงควรวางแผนทั้งการเดินทางระหว่างสองจุดและเวลาเข้าชมแต่ละถ้ำ
แม้จะไปเที่ยวทั้งสองแห่ง ก็ควรเผื่อเวลาไว้เพื่อให้สามารถเปลี่ยนไปเที่ยวเพียงแห่งเดียวได้ตามสภาพร่างกายและสภาพอากาศ
- สภาพร่างกาย: สามารถก้มตัวและขึ้นลงบันไดได้โดยไม่ฝืนหรือไม่
- สภาพอากาศ: มีผลต่อสภาพภายในถ้ำหรือการจราจรหรือไม่
- การเดินทาง: ตรวจสอบทั้งขาไปและขากลับแล้วหรือยัง
ตรวจสอบความแตกต่างของวิธีเดินก่อน
หากกังวลเรื่องการก้มตัวหรือทางลาดชัน ควรตรวจสอบลักษณะเส้นทางของถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะซึ่งลงไปลึกประมาณ 21 เมตรใต้ดินล่วงหน้า
แม้ถ้ำลมฟูกากุจะเป็นถ้ำแนวนอนที่ค่อนข้างราบ แต่ก็ยังมีบันไดและช่วงเพดานต่ำ ทั้งสองแห่งจึงไม่ใช่เส้นทางเดินแบบพื้นราบทั่วไป
เช็กเวลาเปิด-ปิดและการเดินทางก่อนออกเดินทาง
เวลาเปิด-ปิดคือ 1 เมษายน–15 ตุลาคม 9:00–17:00, 16 ตุลาคม–15 พฤศจิกายน และ 16 มีนาคม–31 มีนาคม 9:00–16:30, ส่วน 16 พฤศจิกายน–15 มีนาคม 9:00–16:00 ทั้งนี้อาจเปลี่ยนแปลงตามสภาพอากาศและสภาพภายในถ้ำ
หากใช้ขนส่งสาธารณะ ควรตรวจสอบตารางรถบัสจากผู้ให้บริการ ส่วนผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ควรตรวจสอบทางเข้าและลานจอดรถของแต่ละสถานที่ก่อนออกเดินทาง
ข้อควรระวังเพื่อการชมอย่างปลอดภัย
ภายในถ้ำมีทางเดินแคบและส่วนใหญ่เป็นเส้นทางแบบทางเดียว จึงย้อนกลับกลางทางได้ยาก
ก่อนเข้าถ้ำควรประเมินสภาพร่างกายและความสามารถในการเดิน หากไม่มั่นใจไม่ควรฝืน
ใช้ราวจับที่บันได
ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะมีบันไดประมาณ 192 ขั้น ถ้ำลมฟูกากุมีประมาณ 130 ขั้น ที่บันไดเปียกควรก้าวสั้น ๆ ไม่รีบเร่ง และใช้ราวจับในการเคลื่อนที่
ควรใช้สมาร์ทโฟนหรือกล้องตามกฎของสถานที่ และห้ามมองหน้าจอขณะเดินบนบันได
รักษาระยะห่างหน้าหลังในทางเดินแคบ
เว้นระยะห่างเล็กน้อยขณะเดิน เพื่อไม่ให้ชนกันเมื่อคนข้างหน้าหยุดยืน
ไม่ควรแซงหรือเร่งคนด้านหน้า เพื่อความปลอดภัยและความสบายใจของผู้เข้าชมทุกคน
ตรวจสอบล่วงหน้าว่าสามารถเข้าถ้ำได้หรือไม่
เนื่องจากมีบันไดมากและเป็นทางเดินทางเดียว จึงมีการระบุว่าผู้ใช้รถเข็นหรือผู้ที่กังวลเรื่องการเดินไม่สามารถเข้าถ้ำได้
การเปิดให้เข้าชมอาจเปลี่ยนแปลงตามสภาพอากาศและสภาพภายในถ้ำ จึงควรตรวจสอบเว็บไซต์ทางการในวันเดินทาง
สรุปวิธีปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยในแต่ละสถานการณ์ได้ดังนี้
| สถานการณ์ | การปฏิบัติ | สิ่งที่ควรตระหนัก |
|---|---|---|
| ก่อนเข้าถ้ำ | ตรวจสอบสภาพร่างกาย | ไม่ฝืนตัวเอง |
| บันได | ใช้ราวจับ | ก้าวสั้น ๆ |
| ทางเดินแคบ | เดินเรียงแถวเดียว | รักษาระยะห่าง |
| หลังออกจากถ้ำ | ปรับการแต่งกาย | ระวังผลต่างอุณหภูมิ |
สรุป|เที่ยวถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะและถ้ำลมฟูกากุอย่างปลอดภัย
ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะโดดเด่นด้วยทางลาดชันและทางเดินแคบ ส่วนถ้ำลมฟูกากุมีจุดเด่นที่ร่องรอยลาวาในถ้ำแนวนอนและประวัติการใช้เป็นตู้เย็นธรรมชาติ
ทั้งสองแห่งมีอากาศเย็นและพื้นอาจลื่น จึงควรเตรียมเสื้อคลุม รองเท้ากีฬา และหมวก พร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่องการใช้ราวจับและเส้นทางแบบทางเดียว
เมื่อค่อย ๆ สังเกตน้ำแข็งและชั้นหิน จะเห็นความเชื่อมโยงระหว่างธรรมชาติของเชิงเขาฟูจิกับวิถีชีวิตของผู้คน




รีวิว (0)