เพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวญี่ปุ่น!

ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะและถ้ำลมฟุงาคุ | ความต่างและวิธีเที่ยว

ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะและถ้ำลมฟุงาคุ | ความต่างและวิธีเที่ยว
คู่มือเที่ยวถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะและถ้ำลมฟุงาคุในป่าอาโอกิงาฮาระ เปรียบเทียบภูมิประเทศลาวา จุดเด่น และประวัติการใช้งาน พร้อมการแต่งตัวและข้อควรระวังบนพื้นลื่น เพื่อเที่ยวถ้ำได้อย่างปลอดภัย

ไฮไลต์

จุดเด่นในหนึ่งประโยค

ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะและถ้ำลมฟุงาคุ (Narusawa Ice Cave & Fugaku Wind Cave) เป็นถ้ำลาวาบริเวณเชิงภูเขาฟูจิที่สามารถสังเกตลักษณะภูมิประเทศจากลาวาของป่าอาโอกิงาฮาระได้อย่างใกล้ชิด ทั้งสองแห่งเป็นอนุสรณ์ธรรมชาติแห่งชาติ และมีทั้งเสาน้ำแข็ง ลาวารูปเชือก และร่องรอยการใช้ถ้ำเป็นห้องเย็นธรรมชาติ

ความต่างของสองถ้ำ

ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะเป็นถ้ำแนวดิ่งลักษณะเป็นวงแหวน มีพื้นขรุขระและลึกลงไปใต้ดินประมาณ 21 เมตร ส่วนถ้ำลมฟุงาคุเป็นถ้ำแนวราบที่พื้นค่อนข้างเรียบ จึงสามารถเปรียบเทียบได้ว่าการปะทุครั้งเดียวกันก่อให้เกิดภูมิประเทศภายในถ้ำที่แตกต่างกันอย่างไร

ไฮไลต์

ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะมีเสาน้ำแข็งที่เกิดจากหยดน้ำซึ่งแข็งตัว และร่องรอยการใช้เป็นห้องเย็น ส่วนถ้ำลมฟุงาคุมีชั้นหินลาวา ลาวารูปเชือก และประวัติการใช้เป็นห้องเย็นธรรมชาติสำหรับเก็บไข่หนอนไหม เสาน้ำแข็งมีขนาดใหญ่ที่สุดราวเดือนเมษายน

อุณหภูมิในถ้ำ

อุณหภูมิภายในเฉลี่ยประมาณ 3 องศา (ตลอดปี 0–4 องศา) อุณหภูมิในถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะอาจต่างจากภายนอกเกิน 20 องศา แม้ในฤดูร้อนก็ควรมีเสื้อคลุม และควรหยุดปรับตัวบริเวณทางเข้าก่อนเดินต่อ

ค่าเข้าและเวลาโดยประมาณ

ค่าเข้าถ้ำแต่ละแห่ง ผู้ใหญ่ 350 เยน เด็กระดับประถมศึกษาหรือต่ำกว่า 200 เยน (กลุ่มตั้งแต่ 15 คนขึ้นไปมีส่วนลด) เวลาชมโดยประมาณ: ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะ 6–15 นาที และถ้ำลมฟุงาคุประมาณ 15 นาที

การแต่งกายและของที่ต้องเตรียม

เสื้อคลุมแขนยาวและรองเท้าผ้าใบกันลื่นเป็นพื้นฐาน หมวกและถุงมือก็มีประโยชน์ รองเท้าแตะและรองเท้าส้นสูงไม่เหมาะ วันฝนตกให้ใช้เสื้อกันฝนแทนร่มที่ทำให้มือข้างหนึ่งไม่ว่าง

ข้อควรระวังเมื่อชม

เส้นทางแคบและส่วนใหญ่เป็นทางเดินทางเดียว ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะมีบันไดประมาณ 192 ขั้น และถ้ำลมฟุงาคุประมาณ 130 ขั้น ควรใช้ราวจับและเว้นระยะห่างจากผู้ที่อยู่ด้านหน้าและด้านหลัง ผู้ใช้รถเข็นหรือผู้ที่ไม่มั่นใจในการเดินไม่สามารถเข้าถ้ำได้

ข้อมูลล่าสุดโปรดตรวจสอบจากประกาศอย่างเป็นทางการหรือยืนยัน ณ สถานที่จริง

บทความยอดนิยมเกี่ยวกับYamanashi

โฆษณา

วางแผนการเดินทางให้ราบรื่น

พักใกล้ ๆ ทำให้เที่ยวสะดวกขึ้น ลองดูกิจกรรมท้องถิ่นเพิ่มเติมด้วย

ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะ (Narusawa Hyōketsu) และถ้ำลมฟูกากุ (Fugaku Fūketsu) คืออะไร|จุดเด่นและวิธีเที่ยว

ถ้ำลาวาทั้งสองแห่งนี้เกิดขึ้นจากลาวาที่ไหลออกมาจากการปะทุของภูเขาไฟบริเวณรอบภูเขาไฟฟูจิ (Fujisan)

เชื่อกันว่าถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะเกิดจากลาวาของการปะทุครั้งใหญ่ในยุคโจกัง (Jōgan) เมื่อ ค.ศ. 864 ที่นี่ไม่ใช่เพียงแหล่งท่องเที่ยวอากาศเย็น แต่ยังเป็นสถานที่ที่ช่วยให้เข้าใจทั้งภูมิประเทศที่เกิดจากภูเขาไฟและประวัติการใช้ความเย็นภายในถ้ำของผู้คน

ถ้ำลาวาที่หลงเหลืออยู่ในป่าอาโอกิงาฮาระ (Aokigahara)

หลังจากลาวาไหลผ่าน พื้นผิวจะเย็นตัวและแข็งก่อน เมื่อลาวาด้านในไหลออกไป จึงเกิดเป็นโพรงว่างเปล่าขึ้น

ที่ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะและถ้ำลมฟูกากุ สามารถมองเห็นร่องรอยการก่อตัวของเชิงเขาฟูจิได้จากผิวหินบะซอลต์สีดำขรุขระและรูปทรงที่เกิดจากการไหลของลาวา

อุณหภูมิในถ้ำเฉลี่ยประมาณ 3°C ตลอดปี

ภายในถ้ำทั้งสองแห่งมีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 3°C และมักอยู่ราว 0–4°C ตลอดทั้งปี

แม้ในฤดูร้อนก็ควรเตรียมเสื้อคลุม ที่ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะ อุณหภูมิภายในกับภายนอกอาจต่างกันมากกว่า 20°C จึงควรหยุดปรับตัวบริเวณทางเข้าก่อนเดินเข้าไป

สถานที่ที่ได้รับการอนุรักษ์ในฐานะอนุสรณ์สถานธรรมชาติ

ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานธรรมชาติแห่งชาติในปีโชวะที่ 4 (Shōwa 4; ค.ศ. 1929) และถ้ำลมฟูกากุก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเช่นกัน

หินและน้ำแข็งภายในถ้ำเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ จึงไม่ควรออกนอกทางเดินหรือแนวราวจับ และไม่ควรแตะผนังหินหรือน้ำแข็ง เพื่อชมภูมิประเทศโดยไม่สร้างความเสียหาย

ความแตกต่างระหว่างถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะกับถ้ำลมฟูกากุ

แทนที่จะเลือกไปเพียงแห่งใดแห่งหนึ่ง การเปรียบเทียบโดยสังเกตความแตกต่างของภูมิประเทศจะช่วยให้เข้าใจได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะจัดเป็นถ้ำแนวดิ่งแบบวงกลมที่มีการเปลี่ยนระดับขึ้นลงมาก ส่วนถ้ำลมฟูกากุจัดเป็นถ้ำแนวนอนที่ค่อนข้างราบเรียบ

ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะเป็นถ้ำแนวดิ่งแบบวงกลมที่มีความลาดชัน

ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะเป็นถ้ำที่มีความสูงต่ำหลากหลาย ต้องเดินลงบันไดผ่านทางเดินเตี้ยและพื้นที่ที่มีน้ำแข็ง ลงไปลึกประมาณ 21 เมตรใต้ดินแล้ววนกลับหนึ่งรอบ

ถ้ำมีความยาวรวมประมาณ 153 เมตร และจุดที่ต่ำที่สุดมีเพดานสูงเพียงราว 91 เซนติเมตร ดังนั้นบริเวณแคบจึงต้องก้มตัวและเดินเรียงแถวเดียวโดยเว้นระยะจากคนด้านหน้า

ถ้ำลมฟูกากุเป็นถ้ำที่แผ่ขยายไปในแนวนอน

ถ้ำลมฟูกากุมีความยาวรวมประมาณ 201 เมตร และจุดที่สูงที่สุดสูง 8.7 เมตร เส้นทางส่วนใหญ่เป็นแนวนอนและค่อนข้างราบ สามารถชมชั้นลาวาและลาวารูปเชือกได้

อย่างไรก็ตาม ภายในยังมีช่วงเพดานต่ำและบันได จึงควรเดินอย่างระมัดระวัง ไม่ควรคิดว่าเป็นเส้นทางพื้นราบทั่วไป

ลักษณะน้ำแข็งและภูมิประเทศของแต่ละถ้ำแตกต่างกัน

ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะขึ้นชื่อเรื่องเสาน้ำแข็งที่เกิดจากหยดน้ำจากเพดานแข็งตัว ส่วนถ้ำลมฟูกากุมีทั้งเสาน้ำแข็ง รูปทรงลาวา และร่องรอยการใช้ถ้ำเป็นตู้เย็นธรรมชาติ

สภาพของน้ำแข็งเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลและสภาพภายในถ้ำ เสาน้ำแข็งของถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะมักมีขนาดใหญ่ที่สุดราวเดือนเมษายน ดังนั้นควรสังเกตสภาพธรรมชาติของวันนั้น ๆ โดยไม่ยึดติดว่าจะเหมือนในภาพถ่าย

เปรียบเทียบจุดเด่นของถ้ำทั้งสองแห่งก่อนเดินชม

สรุปประเด็นเปรียบเทียบของถ้ำทั้งสองแห่งได้ดังนี้

แกนในการสังเกต ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะ ถ้ำลมฟูกากุ
รูปทรงถ้ำ แนวดิ่งที่มีความลาดชัน แนวนอนราบเรียบ
วิธีเดิน ก้มตัวลงต่ำ สังเกตพื้นที่เดิน
น้ำแข็งที่ควรสนใจ เสาน้ำแข็งและผนังน้ำแข็ง เสาน้ำแข็งและร่องรอยตู้เย็น
จุดสังเกตทางธรณีวิทยา การเปลี่ยนระดับขึ้นลง การไหลของลาวา

จุดเด่นถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะ|ทางเดินเพดานต่ำและเสาน้ำแข็ง

ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะไม่ได้มีเพียงอากาศเย็น แต่ยังโดดเด่นด้วยทางเดินแคบและระดับพื้นขึ้นลงที่ทำให้สัมผัสโครงสร้างของถ้ำลาวาได้ชัดเจน

เวลาเที่ยวชมโดยประมาณอยู่ที่ 6–15 นาที ระหว่างเดินควรสังเกตผิวหินและความสูงของเพดาน โดยไม่หยุดขวางทาง

อุโมงค์ลาวาที่มีเพดานต่ำ

ทางเดินบางส่วนมีเพดานต่ำเพียงราว 91 เซนติเมตร ต้องก้มเอวหรือหันตัวด้านข้างเพื่อเดินผ่าน

อย่ามองเพียงเหนือศีรษะ ควรสลับมองด้านหน้า เพดาน และพื้นทางเดินขณะเคลื่อนที่เพื่อความปลอดภัย

เสาน้ำแข็งที่ก่อตัวจากหยดน้ำที่แข็งตัว

เสาน้ำแข็งเกิดจากหยดน้ำที่ซึมออกมาจากเพดานตกลงมาแล้วแข็งตัว บางปีอาจเติบโตจนมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 50 เซนติเมตร สูงราว 3 เมตร

รูปทรงและขนาดไม่คงที่ จุดเด่นคือรูปลักษณ์ในแต่ละช่วงเวลาที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและความชื้นในธรรมชาติ

ร่องรอยที่เคยใช้เป็นที่เก็บความเย็น

ภายในถ้ำมีพื้นที่เก็บน้ำแข็งที่บอกเล่าประวัติการใช้ความเย็นตามธรรมชาติเพื่อถนอมสิ่งของ

เมื่อรู้ว่าถ้ำธรรมชาติเคยถูกใช้ในชีวิตประจำวันและอุตสาหกรรม ก็จะมองเห็นทั้งทิวทัศน์และวัฒนธรรมท้องถิ่นควบคู่กัน

จุดเด่นถ้ำลมฟูกากุ|ร่องรอยลาวาและตู้เย็นธรรมชาติ

ขณะเดินไปตามถ้ำแนวนอนของถ้ำลมฟูกากุ สามารถสังเกตร่องรอยการไหลของลาวาและความกว้างของพื้นที่ได้

เวลาเที่ยวชมโดยประมาณอยู่ที่ราว 15 นาที เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับทางลาดชันของถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะ จะเห็นได้ว่าการปะทุเดียวกันสร้างถ้ำที่มีลักษณะแตกต่างกัน

ชั้นลาวาและลาวารูปเชือก

ผนังและพื้นยังคงมีรูปทรงที่เกิดขึ้นขณะลาวาไหลผ่าน และผนังหินบะซอลต์ยังช่วยดูดซับเสียงภายในถ้ำ

ลองสังเกตพื้นผิวที่คล้ายเชือกและชั้นหินต่าง ๆ เพื่อจินตนาการถึงการเคลื่อนตัวของลาวาก่อนแข็งตัว

ประวัติศาสตร์ในฐานะตู้เย็นธรรมชาติ

ถ้ำลมฟูกากุมีประวัติศาสตร์การใช้เป็นตู้เย็นธรรมชาติ โดยใช้ประโยชน์จากอุณหภูมิต่ำในการเก็บรักษาไข่ไหมจนถึงต้นยุคโชวะ

เรื่องราวการใช้ความเย็นตามธรรมชาติในยุคที่เครื่องทำความเย็นยังไม่แพร่หลาย เป็นอีกหนึ่งจุดน่าสนใจของถ้ำแห่งนี้

ค่าเข้าชมถ้ำและเวลาเที่ยวชมโดยประมาณ

ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะและถ้ำลมฟูกากุเป็นคนละสถานที่และเก็บค่าเข้าชมแยกกัน

หากจะเที่ยวทั้งสองแห่ง ควรทราบเวลาเที่ยวชมโดยประมาณล่วงหน้าเพื่อวางแผนได้สะดวก

ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 350 เยน เด็กชั้นประถมและเด็กที่อายุต่ำกว่า 200 เยน

ค่าเข้าชมของแต่ละถ้ำคือ ผู้ใหญ่ 350 เยน เด็กชั้นประถมและเด็กที่อายุต่ำกว่า 200 เยน และมีส่วนลดสำหรับกลุ่มตั้งแต่ 15 คนขึ้นไป

หากจะเที่ยวทั้งสองแห่ง ควรเตรียมค่าเข้าชมแยกสำหรับแต่ละจุดและตรวจสอบข้อมูลล่วงหน้า

เวลาเที่ยวชมโดยประมาณ 6–15 นาที

เวลาเที่ยวชมถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะอยู่ที่ประมาณ 6–15 นาที ส่วนถ้ำลมฟูกากุประมาณ 15 นาที

ควรเผื่อเวลาเดินจากลานจอดรถถึงทางเข้าและเวลารอในช่วงคนพลุกพล่านด้วย

การแต่งกายและสิ่งของที่ควรพกติดตัวสำหรับการชมถ้ำ

ภายในถ้ำจำเป็นต้องเตรียมรับมือกับความหนาว พื้นที่เปียก และเพดานต่ำ

แม้อากาศภายนอกจะร้อน ก็ไม่ควรเข้าถ้ำด้วยเสื้อผ้าบางแบบที่ใช้เดินเที่ยวในเมืองเพียงอย่างเดียว

เตรียมเสื้อคลุมไว้ไม่ว่าฤดูใด

เสื้อคลุมแขนยาวช่วยป้องกันทั้งอากาศเย็นเฉลี่ยราว 3°C และการเสียดสีกับผนังหินในทางเดินแคบ

ควรเลือกแบบที่ถอดใส่ง่าย และเก็บไว้ในตำแหน่งที่หยิบออกจากกระเป๋าได้สะดวก เพื่อให้สวมใส่ได้ที่ทางเข้า

เลือกรองเท้ากีฬาที่ไม่ลื่น

ควรสวมเสื้อผ้าที่เคลื่อนไหวสะดวกและรองเท้ากีฬา พร้อมหลีกเลี่ยงรองเท้าแตะ รองเท้าส้นสูง และกระโปรงสั้น

รองเท้าพื้นบางหรือรองเท้าที่หลุดง่าย ไม่เหมาะกับบันไดที่เปียกและทางเดินที่ขรุขระ

ปกป้องร่างกายด้วยหมวกและถุงมือ

หมวกช่วยปกป้องศีรษะจากเพดานที่ต่ำ และถุงมือมีประโยชน์เมื่อต้องจับราวจับที่เย็น

หากกังวลเรื่องเพดานต่ำหรือการกระแทกศีรษะ ควรปรึกษาเจ้าหน้าที่ก่อนเข้าถ้ำ

วันฝนตกให้ใช้เสื้อกันฝน

การถือร่มทำให้มือไม่ว่างขณะขึ้นลงบันได จึงควรใช้เสื้อกันฝนแทน

การถือร่มอาจบดบังทางและทำให้มือไม่ว่าง จึงควรเตรียมเสื้อกันฝนที่ถอดใส่ง่ายแทน

เตรียมตัวตามสถานการณ์

สรุปเสื้อผ้าและสิ่งของที่เหมาะกับสภาพภายในถ้ำได้ดังนี้

สถานการณ์ สิ่งที่ควรเตรียม สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
อากาศเย็น เสื้อคลุมแขนยาว แต่งตัวบางเบา
พื้นเปียก รองเท้ากีฬา รองเท้าแตะ
เพดานต่ำ หมวก สัมภาระใบใหญ่
ฝนตก เสื้อกันฝน กางร่มในถ้ำ

วิธีวางแผนเที่ยวถ้ำทั้งสองแห่ง

ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะและถ้ำลมฟูกากุมีทางเข้าแยกกัน จึงควรวางแผนทั้งการเดินทางระหว่างสองจุดและเวลาเข้าชมแต่ละถ้ำ

แม้จะไปเที่ยวทั้งสองแห่ง ก็ควรเผื่อเวลาไว้เพื่อให้สามารถเปลี่ยนไปเที่ยวเพียงแห่งเดียวได้ตามสภาพร่างกายและสภาพอากาศ

  • สภาพร่างกาย: สามารถก้มตัวและขึ้นลงบันไดได้โดยไม่ฝืนหรือไม่
  • สภาพอากาศ: มีผลต่อสภาพภายในถ้ำหรือการจราจรหรือไม่
  • การเดินทาง: ตรวจสอบทั้งขาไปและขากลับแล้วหรือยัง

ตรวจสอบความแตกต่างของวิธีเดินก่อน

หากกังวลเรื่องการก้มตัวหรือทางลาดชัน ควรตรวจสอบลักษณะเส้นทางของถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะซึ่งลงไปลึกประมาณ 21 เมตรใต้ดินล่วงหน้า

แม้ถ้ำลมฟูกากุจะเป็นถ้ำแนวนอนที่ค่อนข้างราบ แต่ก็ยังมีบันไดและช่วงเพดานต่ำ ทั้งสองแห่งจึงไม่ใช่เส้นทางเดินแบบพื้นราบทั่วไป

เช็กเวลาเปิด-ปิดและการเดินทางก่อนออกเดินทาง

เวลาเปิด-ปิดคือ 1 เมษายน–15 ตุลาคม 9:00–17:00, 16 ตุลาคม–15 พฤศจิกายน และ 16 มีนาคม–31 มีนาคม 9:00–16:30, ส่วน 16 พฤศจิกายน–15 มีนาคม 9:00–16:00 ทั้งนี้อาจเปลี่ยนแปลงตามสภาพอากาศและสภาพภายในถ้ำ

หากใช้ขนส่งสาธารณะ ควรตรวจสอบตารางรถบัสจากผู้ให้บริการ ส่วนผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ควรตรวจสอบทางเข้าและลานจอดรถของแต่ละสถานที่ก่อนออกเดินทาง

ข้อควรระวังเพื่อการชมอย่างปลอดภัย

ภายในถ้ำมีทางเดินแคบและส่วนใหญ่เป็นเส้นทางแบบทางเดียว จึงย้อนกลับกลางทางได้ยาก

ก่อนเข้าถ้ำควรประเมินสภาพร่างกายและความสามารถในการเดิน หากไม่มั่นใจไม่ควรฝืน

ใช้ราวจับที่บันได

ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะมีบันไดประมาณ 192 ขั้น ถ้ำลมฟูกากุมีประมาณ 130 ขั้น ที่บันไดเปียกควรก้าวสั้น ๆ ไม่รีบเร่ง และใช้ราวจับในการเคลื่อนที่

ควรใช้สมาร์ทโฟนหรือกล้องตามกฎของสถานที่ และห้ามมองหน้าจอขณะเดินบนบันได

รักษาระยะห่างหน้าหลังในทางเดินแคบ

เว้นระยะห่างเล็กน้อยขณะเดิน เพื่อไม่ให้ชนกันเมื่อคนข้างหน้าหยุดยืน

ไม่ควรแซงหรือเร่งคนด้านหน้า เพื่อความปลอดภัยและความสบายใจของผู้เข้าชมทุกคน

ตรวจสอบล่วงหน้าว่าสามารถเข้าถ้ำได้หรือไม่

เนื่องจากมีบันไดมากและเป็นทางเดินทางเดียว จึงมีการระบุว่าผู้ใช้รถเข็นหรือผู้ที่กังวลเรื่องการเดินไม่สามารถเข้าถ้ำได้

การเปิดให้เข้าชมอาจเปลี่ยนแปลงตามสภาพอากาศและสภาพภายในถ้ำ จึงควรตรวจสอบเว็บไซต์ทางการในวันเดินทาง

สรุปวิธีปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยในแต่ละสถานการณ์ได้ดังนี้

สถานการณ์ การปฏิบัติ สิ่งที่ควรตระหนัก
ก่อนเข้าถ้ำ ตรวจสอบสภาพร่างกาย ไม่ฝืนตัวเอง
บันได ใช้ราวจับ ก้าวสั้น ๆ
ทางเดินแคบ เดินเรียงแถวเดียว รักษาระยะห่าง
หลังออกจากถ้ำ ปรับการแต่งกาย ระวังผลต่างอุณหภูมิ

สรุป|เที่ยวถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะและถ้ำลมฟูกากุอย่างปลอดภัย

ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะโดดเด่นด้วยทางลาดชันและทางเดินแคบ ส่วนถ้ำลมฟูกากุมีจุดเด่นที่ร่องรอยลาวาในถ้ำแนวนอนและประวัติการใช้เป็นตู้เย็นธรรมชาติ

ทั้งสองแห่งมีอากาศเย็นและพื้นอาจลื่น จึงควรเตรียมเสื้อคลุม รองเท้ากีฬา และหมวก พร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่องการใช้ราวจับและเส้นทางแบบทางเดียว

เมื่อค่อย ๆ สังเกตน้ำแข็งและชั้นหิน จะเห็นความเชื่อมโยงระหว่างธรรมชาติของเชิงเขาฟูจิกับวิถีชีวิตของผู้คน

คำถามที่พบบ่อย

ตอบ ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะเป็นถ้ำแนวดิ่งแบบวงแหวนที่ลงลึกประมาณ 21 เมตร ส่วนถ้ำลมฟูงาคุเป็นถ้ำแนวนอนที่ลาดเอียงเล็กน้อย ถ้ำน้ำแข็งมีความยาวรวมประมาณ 153 เมตร มีช่วงที่เพดานต่ำสุด 91 ซม. ส่วนถ้ำลมยาวรวมประมาณ 201 เมตร จุดสูงสุด 8.7 เมตร ทั้งสองเป็นอนุสรณ์ธรรมชาติของชาติที่ขึ้นทะเบียนในปี 1929 แม้มีที่มาจากการปะทุโจกังปี 864 เดียวกัน แต่วิธีเดินและความกว้างของพื้นที่ต่างกันมาก
ตอบ ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะและถ้ำลมฟูงาคุเป็นถ้ำลาวาในป่าอาโอกิงาฮาระ อุณหภูมิภายในเฉลี่ยประมาณ 3 องศาเซลเซียสตลอดปี ทั้งสองแห่งได้รับการกำหนดให้เป็นอนุสรณ์ธรรมชาติแห่งชาติในปี 1929 และสามารถชมร่องรอยที่เกิดจากการเย็นตัวของลาวาได้ เนื่องจากอุณหภูมิภายในถ้ำต่างจากภายนอกมากในฤดูร้อน ควรเก็บเสื้อคลุมไว้ในจุดที่หยิบใช้ได้ง่ายก่อนเข้าถ้ำ
ตอบ ภายในถ้ำมีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 3 องศาเซลเซียสตลอดปี เพราะโครงสร้างของถ้ำทำให้อากาศเย็นสะสมอยู่ในบริเวณที่ต่ำ ถ้ำลมฟูงาคุเคยใช้เก็บไข่ไหมและเมล็ดพันธุ์ ส่วนถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะเคยใช้เก็บน้ำแข็งธรรมชาติ นอกจากอุณหภูมิแล้ว เสียงสะท้อนและความชื้นของผนังยังแตกต่างกันในแต่ละถ้ำ การสังเกตสิ่งเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจว่าทำไมถ้ำจึงถูกเรียกว่าเป็นตู้เย็นธรรมชาติ
ตอบ เสาน้ำแข็งเกิดจากหยดน้ำที่ตกจากเพดานแล้วแข็งตัวสะสม โดยมักมีขนาดใหญ่ที่สุดราวเดือนเมษายน บางปีอาจมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 50 เซนติเมตรและสูงประมาณ 3 เมตร โดยทั่วไปเริ่มเห็นน้ำแข็งได้ตั้งแต่ประมาณเดือนมกราคม แต่รูปร่างและขนาดเปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิและความชื้นในแต่ละวัน จึงควรชมตามสภาพธรรมชาติจริงแทนการคาดหวังว่าจะเหมือนภาพถ่ายทุกครั้ง
ตอบ จากสถานีคาวางูจิโกะ ขึ้นรถบัสฟูจิคิวสายรอบนารุซาวะ–โชจิ–โมโตสุ หรือบลูไลน์ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที แล้วลงที่ป้าย "ถ้ำลม" หรือ "ถ้ำน้ำแข็ง" ป้ายรถบัสอยู่ใกล้ทางเข้าของแต่ละถ้ำ และมีที่จอดรถฟรีสำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ ตารางรถบัสอาจเปลี่ยนตามฤดูกาลและวันในสัปดาห์ จึงควรตรวจสอบเที่ยวสุดท้ายของขากลับไว้ล่วงหน้า
ตอบ ค่าเข้าชมแต่ละถ้ำอยู่ที่ 350 เยนสำหรับผู้ใหญ่ และ 200 เยนสำหรับเด็กระดับประถมหรือต่ำกว่า กลุ่มตั้งแต่ 15 คนขึ้นไปมีราคาพิเศษ นอกจากนี้ยังมีบัตรเข้าชมสองถ้ำ ราคา 600 เยนสำหรับผู้ใหญ่ และ 300 เยนสำหรับเด็กระดับประถมหรือต่ำกว่า ซึ่งประหยัดกว่าซื้อแยกคนละ 100 เยน สามารถซื้อบัตรได้ที่จุดจำหน่ายตั๋วของถ้ำแห่งแรก และควรเก็บไว้จนกว่าจะเข้าชมถ้ำแห่งที่สอง
ตอบ เวลาเข้าชมโดยประมาณคือ 6–7 นาทีสำหรับถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะ และประมาณ 15 นาทีสำหรับถ้ำลมฟูงาคุ ระหว่างสองถ้ำใช้เวลาขับรถประมาณ 2 นาที หรือเดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติผ่านป่าประมาณ 20 นาที ควรเผื่อเวลารอเข้าถ้ำ เวลาเปลี่ยนเสื้อคลุม และเวลาเดินทางระหว่างสองแห่ง โดยเฉพาะเมื่อใช้รถบัส เพื่อไม่ให้พลาดเที่ยวขากลับ
ตอบ เพื่อรับมืออากาศเย็นเฉลี่ยประมาณ 3 องศา ควรเตรียมเสื้อคลุมแขนยาวที่ถอดใส่ง่ายไม่ว่าฤดูใด และรองเท้าผ้าใบที่ไม่ลื่น รองเท้าแตะ รองเท้าส้นสูง หรือกระโปรงสั้นไม่เหมาะกับบันไดที่เปียก หากมีหมวกป้องกันศีรษะจากเพดานต่ำ หรือถุงมือสำหรับจับราวที่เย็นก็จะอุ่นใจ ควรจัดสัมภาระไว้ในเป้เพื่อให้ว่างมือทั้งสองข้าง

โฆษณา

วางแผนการเดินทางให้ราบรื่น

พักใกล้ ๆ ทำให้เที่ยวสะดวกขึ้น ลองดูกิจกรรมท้องถิ่นเพิ่มเติมด้วย

จุดแนะนำใกล้เคียง

ดูบทความแนะนำในบริเวณนี้

※ เนื้อหาบทความอ้างอิงจากข้อมูล ณ เวลาที่เขียน และอาจแตกต่างจากสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ เราไม่รับประกันความถูกต้องและความสมบูรณ์ของเนื้อหาที่เผยแพร่ โปรดเข้าใจ
โฆษณาบทความนี้อาจมีโฆษณา (ลิงก์พันธมิตร) และเราอาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการจองผ่านลิงก์