เพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวญี่ปุ่น!

อุนเซน ออนเซ็น นางาซากิ – เดินชมบ่อ “นรก” และแช่อนเซ็นกลางภูเขาสูง

อุนเซน ออนเซ็น นางาซากิ – เดินชมบ่อ “นรก” และแช่อนเซ็นกลางภูเขาสูง
อุนเซน ออนเซ็นในจังหวัดนางาซากิตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติอุนเซน–อามาคุสะ เป็นเมืองน้ำพุร้อนบนภูเขาที่มีบ่อ “นรก” พ่นไอน้ำและบ่อน้ำแร่กำมะถันสีขาวขุ่นเป็นเอกลักษณ์ บทความนี้แนะนำเส้นทางเดินชมจิโกกุและบ่อแช่เท้า เส้นทางเดินป่าและปีนเขา โรงแรมเรียวคังและบ่อน้ำพุร้อนแบบไปเช้าเย็นกลับ อาหารท้องถิ่น รวมถึงวิธีเดินทางจากนางาซากิและฟุกุโอกะ พร้อมคำแนะนำช่วงเวลาน่าเที่ยวและการแต่งกาย.

ไฮไลต์

อุนเซ็นออนเซ็นในประโยคเดียว

อุนเซ็นออนเซ็นเป็นเมืองน้ำพุร้อนบนที่สูงในอุทยานแห่งชาติอุนเซ็น-อะมากุสะ โดดเด่นด้วยทัวร์ “จิโงกุเมกุริ” ที่มีไอพุ่งขึ้นและน้ำแร่กำมะถันสีขาวขุ่น

ความตื่นตาของจิโงกุเมกุริ

เดินตามทางเดินชมจุดพ่นไอน้ำร้อน และแวะจุดเด่นอย่าง “โอ-ยุ จิโงกุ” เพื่อสัมผัสไอร้อนและกลิ่นกำมะถันอย่างใกล้ชิด

แช่เท้าและสัมผัสออนเซ็น

ระหว่างทางมีอาชิยุ(แช่เท้า)และยังสามารถแช่ออนเซ็นได้ทั้งแบบพักเรียวกังหรือแช่แบบไปเช้าเย็นกลับ

ธรรมชาติและการเดินเขา

มีดอกอะซาเลียในฤดูใบไม้ผลิ ใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง และวิวหิมะในฤดูหนาว อีกทั้งภูเขาอุนเซ็นมีเส้นทางเดินเขาตั้งแต่ระดับเริ่มต้นถึงระดับสูง

เดินชมร่องรอยประวัติ

รุ่งเรืองในฐานะแหล่งพักรักษาตัวตั้งแต่ยุคเอโดะ และในช่วงปลายบาคุมัตสึถึงเมจิมีชาวต่างชาติเดินทางมาเยือน ทำให้ยังพอเห็นกลิ่นอายรีสอร์ตในอดีต

การเดินทาง

จากสถานีนางาซากินั่งรถบัสไปป้ายรถบัสอุนเซ็นออนเซ็นราว 1 ชั่วโมง 40 นาที–ประมาณ 2 ชั่วโมง หากขับรถจาก Isahaya IC ราว 60 นาที

ค่าใช้จ่ายและข้อควรระวัง

จิโงกุเมกุริเข้าฟรีตลอดวัน โดยทั่วไปไม่มีไฟประดับ ตอนกลางคืนจึงมืดได้ง่าย บางจุดมีกลิ่นกำมะถันแรง ควรพักเป็นระยะๆ ระหว่างเดินชม

ข้อมูลล่าสุดโปรดตรวจสอบจากประกาศอย่างเป็นทางการหรือยืนยัน ณ สถานที่จริง

อุนเซ็นออนเซ็น(Unzen Onsen)คืออะไร? เมืองออนเซ็นเก่าแก่กลางอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของญี่ปุ่น

อุนเซ็นออนเซ็นตั้งอยู่ใจกลางคาบสมุทรชิมาบาระ(Shimabara Peninsula) เมืองอุนเซ็น(Unzen) จังหวัดนางาซากิ(Nagasaki) ที่ความสูงประมาณ 700 เมตร เป็นเมืองออนเซ็นบนที่ราบสูงที่มีชื่อเสียงระดับญี่ปุ่น

อยู่ภายใน “อุทยานแห่งชาติอุนเซ็นอะมากุสะ(Unzen-Amakusa National Park)” ซึ่งได้รับการกำหนดเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของญี่ปุ่นในปี 1934(โชวะ 9) โดดเด่นด้วยภูมิทัศน์ภูเขาไฟอันยิ่งใหญ่และทรัพยากรน้ำพุร้อนที่อุดมสมบูรณ์

ตั้งแต่อดีตเป็นแหล่งพักฟื้นแบบแช่น้ำร้อน(โทจิ)ที่ผู้คนคุ้นเคย และหลังยุคเมจิยังพัฒนาเป็นสถานตากอากาศและแหล่งพักผ่อนของชาวต่างชาติ

ปัจจุบันยังคงมีนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศเดินทางมาเยือนจำนวนมาก

น้ำแร่ขึ้นชื่อเรื่องกลิ่นกำมะถัน และลักษณะน้ำอาจต่างกันตามแหล่งกำเนิด ทั้งแบบใสและแบบขาวขุ่น เป็นเสน่ห์อีกอย่างของที่นี่


ไฮไลท์ที่ต้องชมในอุนเซ็นออนเซ็น

1. เที่ยวอุนเซ็นจิโงกุ(Unzen Jigoku)บรรยากาศสุดตื่นตา

“อุนเซ็นจิโงกุ” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของอุนเซ็นออนเซ็น คือจุดที่มีไอพ่นความร้อนและควันไอน้ำพุ่งขึ้นจากหลายแห่ง สร้างความตื่นตาอย่างยิ่ง

ภายในมีปล่องไอน้ำกระจายอยู่ สามารถเดินตามทางเดินที่จัดไว้ให้ชมได้อย่างปลอดภัย โดยมีจุดเด่นอย่าง “ไดเคียวกันจิโงกุ(Dai-kyōkan Jigoku)” ที่ไอพ่นคึกคัก รวมถึง “โออิโตะจิโงกุ(Oito Jigoku)” และ “ฮาจิมันจิโงกุ(Hachiman Jigoku)”

ใช้เวลาเดินชมประมาณ 30〜60 นาที ระหว่างทางมี “จุดอบไอน้ำเท้า(Ashimushi)” ให้คลายหนาว และยังสามารถชิมไข่ออนเซ็น(Onsen Tamago)ที่นึ่งด้วยไอร้อนของจิโงกุได้ที่ “อุนเซ็นจิโงกุโคโบ(Unzen Jigoku Kōbō)”(10:00〜17:00)

มีป้ายบอกเล่าฉากหลังทางประวัติศาสตร์ และบริเวณโดยรอบยังมีจุดที่ตั้งอนุสรณ์สถานเกี่ยวกับการพลีชีพ(จุนเคียว)อีกด้วย

2. ธรรมชาติสวยและเส้นทางเดินเขา/ไฮกิ้ง

อุนเซ็นออนเซ็นเป็นรีสอร์ตบนที่ราบสูงที่ได้สัมผัสธรรมชาติสี่ฤดูกาลอย่างเต็มที่

ฤดูใบไม้ผลิ(ปลายเมษายน〜กลางพฤษภาคม)มีดอกมิยามะคิริชิมะ(Miyama Kirishima:กุหลาบพันปีชนิดหนึ่ง)ย้อมพื้นที่แถบนิตะโทเกะ(Nita Pass)เป็นสีชมพู และฤดูใบไม้ร่วง(ปลายตุลาคม〜ปลายพฤศจิกายน)ภูเขาอุนเซ็นทั้งลูกจะถูกแต่งแต้มด้วยใบไม้เปลี่ยนสี

ฤดูหนาว(มกราคม〜กุมภาพันธ์)บางครั้งจะมีน้ำค้างแข็งเกาะ(มุเฮียว)ปกคลุมภูเขา ให้ทิวทัศน์หิมะที่ชวนฝัน

ภูเขาอุนเซ็นมีเส้นทางเดินเขาหลายระดับตั้งแต่มือใหม่ถึงสายลุย และหากใช้กระเช้านิตะโทเกะ(Nita Pass Ropeway)จะขึ้นไปถึงภูเขาเมียวเค็นดาเกะ(Myōken-dake)ที่ความสูง 1,333 เมตรได้ในราว 3 นาที

3. ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

อุนเซ็นออนเซ็นอบอวลด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มาตั้งแต่อดีต

ในยุคเมจิ ชาวต่างชาติจำนวนมากที่เดินทางมาญี่ปุ่นผ่านเส้นทางเรือจากเซี่ยงไฮ้ ได้มาใช้ที่นี่เป็นสถานตากอากาศ ทำให้อุนเซ็นพัฒนาเป็นรีสอร์ตนานาชาติ

ภายในเมืองออนเซ็นยังมีอาคารคลาสสิกหลายแห่งหลงเหลือให้เดินชม พร้อมสัมผัสกลิ่นอายยุคนั้นระหว่างการเดินเล่น

4. ประสบการณ์พักค้างคืนท่ามกลางไอออนเซ็น

เมืองออนเซ็นมีที่พักหลากหลายตั้งแต่เรียวกังเก่าแก่กว่า 100 ปี ไปจนถึงรีสอร์ตโรงแรมสมัยใหม่

ที่พักจำนวนมากมีอ่างอาบน้ำรวมและออนเซ็นกลางแจ้ง ให้ผ่อนคลายท่ามกลางกลิ่นกำมะถันอย่างเต็มที่

ยังมีสถานที่รองรับการแช่แบบไปเช้าเย็นกลับจำนวนมาก และโรงอาบน้ำรวม(เคียวโดโยคุโจ)มี 3 โซน ได้แก่ ฟุรุยุ(Furu-yu) ชินยุ(Shin-yu) และโคจิโงกุ(Ko-jigoku)อย่างละ 1 แห่ง

5. ของอร่อยท้องถิ่น

อุนเซ็นออนเซ็นยังมีอาหารท้องถิ่นที่ใช้ประโยชน์จากภูเขาไฟให้ลิ้มลอง

เมนูท้องถิ่น “อุนเซ็นฮายาชิ(Unzen Hayashi)” เป็นของขึ้นชื่อใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจจากอาหารตะวันตกที่เคยเสิร์ฟให้ชาวต่างชาติในอดีต โดยแต่ละร้านมีสูตรเฉพาะของตัวเอง

ยังมี “อาหารนึ่งจิโงกุ(Jigoku-mushi Ryōri)” ที่นึ่งด้วยไอร้อนจากจิโงกุ ไข่ออนเซ็น รวมถึงเมนูซีฟู้ดสดๆ อีกมากมายที่อร่อยไม่แพ้กัน


วิธีไปอุนเซ็นออนเซ็น(การเดินทาง)

ขนส่งสาธารณะ

  • จากสถานีนางาซากิ
  • จากหน้าสถานีนางาซากิ นั่งรถบัสชิมาเท็ตสึ(Shimatetsu Bus:สายชิมาบาระ・อุนเซ็น・อิซาฮายะ)ไปป้าย “อุนเซ็น(Unzen)” ใช้เวลาประมาณ 100 นาที
  • จากป้ายรถบัส เดินถึงใจกลางเมืองออนเซ็นได้ทันที
  • จากสถานีอิซาฮายะ(Isahaya)
  • จากสนามบินนางาซากิ นั่งรถลิมูซีนประมาณ 20 นาทีถึงสถานีอิซาฮายะ
  • จากสถานีอิซาฮายะ นั่งรถบัสชิมาเท็ตสึไปอุนเซ็นออนเซ็นประมาณ 80 นาที

การเดินทางโดยรถยนต์

  • จากทางด่วน นางาซากิ(Nagasaki Expressway) ทางออก “อิซาฮายะ IC(Isahaya IC)” ประมาณ 60 นาที
  • รอบๆ เมืองออนเซ็นมีลานจอดรถหลายแห่ง(มีค่าบริการ・บางแห่งฟรี)


วิธีเที่ยวอุนเซ็นออนเซ็นให้สนุก

1. เที่ยวจิโงกุและแช่เท้า

ระหว่างเดินเที่ยวจิโงกุหรือในใจกลางเมืองออนเซ็นมีจุดแช่เท้า(อาชิยุ)ให้พักเหนื่อยได้

ลานแช่เท้าข้าง “อุนเซ็นโอยามะโนะโจโฮคัง(Unzen Oyama no Jōhōkan)” มีหลังคาคลุม และอุณหภูมิราว 40 องศา แช่สบายกำลังดี

2. ผ่อนคลายในที่พักออนเซ็น

หากเลือกห้องพักที่มีอ่างออนเซ็นกลางแจ้งส่วนตัว จะได้ใช้เวลาส่วนตัวอย่างหรูหรา

แม้ไม่พักค้างคืน ก็ยังมีสถานที่รองรับการแช่แบบไปเช้าเย็นกลับจำนวนมาก ทำให้ลองสัมผัสน้ำแร่อุนเซ็นได้ง่าย

3. ชิมของอร่อยท้องถิ่น

ลองแวะร้านอาหารและคาเฟ่ในเมืองออนเซ็น ชิมอุนเซ็นฮายาชิและอาหารนึ่งจิโงกุที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น

การซื้อไข่ออนเซ็นร้อนๆ จากอุนเซ็นจิโงกุโคโบแล้วเดินกินไปด้วยก็เป็นกิจกรรมยอดฮิต


ข้อมูลสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยว

  • อุนเซ็นจิโงกุ
  • เดินเที่ยวได้ เข้าชมฟรี
  • มีทางเดินจัดไว้ ใช้เวลาประมาณ 30〜60 นาที
  • ไข่ออนเซ็น
  • อุนเซ็นจิโงกุโคโบ: 10:00〜17:00(หมดแล้วหมดเลย)
  • กระเช้านิตะโทเกะ
  • ผู้ใหญ่ไป-กลับ 1,290 เยน / เด็กไป-กลับ 650 เยน
  • เวลาเปิดทำการเปลี่ยนตามฤดูกาล(เมษายน〜ตุลาคม: 8:31〜17:23 / พฤศจิกายน〜มีนาคม: 8:31〜17:11)
  • การแต่งกาย
  • เป็นที่ราบสูงความสูงราว 700 เมตร แม้หน้าร้อนเช้า-เย็นก็อาจเย็น ควรเตรียมเสื้อกันหนาวหรือเสื้อคลุม
  • ควรใส่รองเท้าที่เดินสบายและพกเสื้อกันลม/กันหนาว
  • ข้อควรระวัง
  • โซนจิโงกุมีจุดที่กลิ่นกำมะถันแรง
  • ผู้ที่มีโรคหอบหืดหรือปัญหาระบบทางเดินหายใจควรสังเกตอาการ หากรู้สึกไม่สบายให้พักและอย่าฝืน
  • ห้ามออกนอกทางเดิน เพราะมีความเสี่ยงโดนน้ำร้อนลวก หากพ้นแนวรั้วอาจเป็นอันตราย

สรุป

อุนเซ็นออนเซ็นคือเมืองออนเซ็นเด่นของนางาซากิที่รวมประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และการเยียวยาไว้ในที่เดียว ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของญี่ปุ่น

ตั้งแต่การเดินเที่ยวอุนเซ็นจิโงกุสุดตื่นตา วิวตามฤดูกาล ไปจนถึงการแช่ออนเซ็น ทุกอย่างช่วยให้ลืมความเหนื่อยล้าจากชีวิตประจำวันได้อย่างพิเศษ

หากมาเที่ยวนางาซากิ อย่าพลาดแวะอุนเซ็นออนเซ็นเป็นไฮไลท์ของทริป!



คำถามที่พบบ่อย

ตอบ อุนเซ็นออนเซ็นเป็นเมืองน้ำพุร้อนบนภูเขาที่มีกลิ่นกำมะถันและไอร้อนฟุ้ง บรรยากาศธรรมชาติเป็นเสน่ห์ น้ำแร่กำมะถันอาจทำให้เครื่องประดับโลหะเปลี่ยนสีได้ คนที่กังวลควรถอดก่อนแช่ จะสบายใจกว่า
ตอบ การชมอุนเซ็นจิโกกุเข้าฟรี และใช้เวลาเดินประมาณ 30〜60 นาที มีจุดที่พื้นร้อนหรือไอน้ำหนาแน่น ควรเดินอยู่บนทางเดินและอย่าออกนอกเส้นทาง เวลาหยุดดูให้เหลือทางให้คนด้านหลังเดินผ่าน จะปลอดภัยกว่า
ตอบ จากตัวเมืองนางาซากิมีเส้นทางไปอุนเซ็นด้วยรถบัสด่วนหรือการต่อรถตามเส้นทางขึ้นเขา เส้นทางภูเขาเดาเวลาได้ยาก หากแบ่งกิจกรรมเป็น “วันแรกเดินจิโกกุ → วันถัดไปเที่ยวเมืองออนเซ็นช้าๆ” จะมีเวลาเหลือและไม่เร่ง
ตอบ แช่น้ำร้อนแบบไปเช้าเย็นกลับทำได้ที่เรียวกังหรือบ่อรวม และราคาต่างกันตามสถานที่ตั้งแต่หลักร้อย〜ราวหนึ่งพันเยน บางที่ไม่ขายผ้าเช็ดตัว แนะนำพกผ้าแห้งเร็วบางๆ 1 ผืน จะสะดวกแม้แวะกะทันหัน
ตอบ ช่วงที่แนะนำคือฤดูใบไม้ผลิที่เขียวสดและฤดูใบไม้ร่วงใบไม้เปลี่ยนสี ส่วนฤดูหนาวหนาวจัดและมีวันที่มีหมอกหรือหิมะ พื้นอาจลื่น ควรเลือกรองเท้าพื้นแน่น และตอนกลางคืนเลือกเดินทางบนถนนที่สว่าง จะอุ่นใจกว่า
ตอบ ใส่รองเท้าผ้าใบก็พอ แต่บริเวณที่ไอน้ำพุ่งอาจชื้นและลื่นง่าย กลิ่นกำมะถันอาจติดเสื้อผ้าได้ คนที่กังวลอาจถอดเสื้อคลุมนอกตอนเดิน และพกถุงที่เปิดระบายได้ไว้ จะสะดวกตอนกลับ
ตอบ ออนเซ็นส่วนใหญ่มีมารยาทพื้นฐานคือราดน้ำล้างตัวก่อนลง และไม่เอาผ้าเช็ดตัวลงในบ่อ แม้สถานที่ที่ป้ายอังกฤษน้อย ก็สามารถถ่ายรูปประกาศหน้าทางเข้าแล้วใช้แปลช่วยตรวจสอบ จะลดปัญหาได้
ตอบ เดินเล่นเมืองออนเซ็นก็สนุกได้ ทั้งวิวไอร้อน คาเฟ่ และร้านของฝากเป็นคอร์สยอดนิยม จิโกกุเหมาะเที่ยวตอนกลางวัน ส่วนออนเซ็นแนะนำช่วงเย็นเป็นต้นไป ร่างกายจะอุ่นง่าย และหน้าหนาวก็เที่ยวได้สบายจนจบ

จุดแนะนำใกล้เคียง

ดูบทความแนะนำในบริเวณนี้

※ เนื้อหาบทความอ้างอิงจากข้อมูล ณ เวลาที่เขียน และอาจแตกต่างจากสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ เราไม่รับประกันความถูกต้องและความสมบูรณ์ของเนื้อหาที่เผยแพร่ โปรดเข้าใจ