คาสเทลล่านางาซากิคืออะไร?
คาสเทลล่า (長崎カステラ) เป็นขนมหวานดั้งเดิมของจังหวัดนางาซากิ
ที่เป็นที่นิยมในทั่วประเทศญี่ปุ่น
แม้จะมีเนื้อสัมผัสคล้ายสปันจ์เค้กที่ฟูเบา
แต่มีรสไข่ที่เข้มข้นและความชุ่มชื้นของความหวาน เป็นเอกลักษณ์
เดิมทีเป็น ขนมสไตล์นัมบังที่มาจากโปรตุเกสในศตวรรษที่ 16
และได้รับการพัฒนาเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นจนกลายเป็นรูปร่างในปัจจุบัน

ลักษณะเด่นของคาสเทลล่านางาซากิ
1. เนื้อสัมผัสฟูเบาและชุ่มชื้น
จุดเด่นที่สุดของคาสเทลล่าคือ
ความนุ่มฟูเมื่อเคี้ยวและความชุ่มชื้นของเนื้อ
เมื่ออบจะมีการ ตีไข่ให้เป็นฟองแล้วผสมอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้เกิด
เนื้อสัมผัสพิเศษนี้
2. ความหวานละมุนและรสชาติเข้มข้น
ส่วนผสมของคาสเทลล่ามักจะเป็น ไข่ น้ำตาล แป้งสาลี และมิโดริ (น้ำเชื่อมข้าวโพด) ฯลฯ
โดยเฉพาะความเข้มข้นของรสไข่เป็นสิ่งที่โดดเด่นและให้ความหวานที่ชัดเจน
ที่ก้นเค้กจะมีการโรย น้ำตาลซาราเมะ ไว้
ทำให้ได้ความกรุบกรอบเล็กน้อยเป็นจุดตัดกับความนุ่ม
3. ประวัติที่มาจากโปรตุเกส
คาสเทลล่าเชื่อกันว่า ถูกนำมายังนางาซากิโดยชาวโปรตุเกสในศตวรรษที่ 16
นางาซากิในสมัยนั้นเป็นศูนย์กลางการค้าระหว่างญี่ปุ่นกับตะวันตก
ซึ่งจากที่นั่นคาสเทลล่าจึงแพร่หลายไปทั่วประเทศญี่ปุ่น

ประวัติของคาสเทลล่านางาซากิ
1. การค้าสไตล์นัมบังและกำเนิดคาสเทลล่า
ขนมที่เรียกว่า "ปัง เด โร (Pão de Ló)" ซึ่งนำเข้ามาโดยชาวโปรตุเกสในศตวรรษที่ 16
ถือเป็นต้นแบบของคาสเทลล่า
ในสมัยนั้นญี่ปุ่นยังไม่มี เตาอบหรือเนย
ช่างฝีมือในนางาซากิจึง ประยุกต์และคิดค้นคาสเทลล่าแบบเฉพาะของตน
2. การแพร่หลายในสมัยเอโดะ
เมื่อเข้าสู่ยุคเอโดะ คาสเทลล่านางาซากิ
เริ่มถูกใช้เป็น ของกำนัล ให้กับขุนนางและโชกุนทั่วประเทศ
ร้านขนมญี่ปุ่นเก่าแก่ในนางาซากิ ปรับปรุงสูตรอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นรสชาติแบบญี่ปุ่น
3. วัฒนธรรมคาสเทลล่าในปัจจุบัน
ปัจจุบันคาสเทลล่าเป็นที่นิยมในญี่ปุ่นโดยรวม
แต่ คาสเทลล่านางาซากิถือเป็นรสชาติแท้จากต้นตำรับ ที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษ
แต่ละร้านมี รสชาติและเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกัน
ดังนั้นการลองเปรียบเทียบชิมระหว่างร้านจึงเป็นกิจกรรมที่สนุก!

ร้านคาสเทลล่าแนะนำในนางาซากิ
福砂屋(ふくさや)
- ร้านเก่าแก่ก่อตั้งปี 1624 จำหน่ายคาสเทลล่าแบบดั้งเดิม
- มีความกรุบของซาราเมะที่ชัดเจนและรสหวานลึก
松翁軒(しょうおうけん)
- ร้านคาสเทลล่าเฉพาะทางก่อตั้งปี 1681
- มีรสชาติเช่นมัทฉะและช็อกโกแลตให้ลองด้วย
文明堂(ぶんめいどう)
- มีชื่อเสียงจากโฆษณา "カステラ一番、電話は二番♪"
- นอกจากคาสเทลล่าแบบมาตรฐานแล้วยังมีโดรายากิเป็นที่นิยม
琴海堂(きんかいどう)
- ช่างฝีมืออบในโรงงานเล็กๆ อย่างพิถีพิถัน
- มีเอกลักษณ์ที่เนื้อชุ่มและรสไข่ที่เข้มข้น
วิธีรับประทานและการประยุกต์คาสเทลล่า
1. กินเปล่า ๆ
ขอแนะนำให้เริ่มจากการ ชิมแบบเรียบง่ายโดยกินเปล่า ๆ
เพื่อจะได้สัมผัสรสไข่ที่เข้มข้นตามแบบฉบับของคาสเทลล่านางาซากิ
2. ทานกับไอศกรีม
ไอศกรีมวานิลลา บนคาสเทลล่าที่อุ่นเล็กน้อย
จะได้ความสมดุลของความหวานที่ลงตัว
3. คาสเทลลาฟรนช์โทสต์
เมื่อนำไปแช่ในไข่และนมแล้วนำไปทอด/อบ
จะกลายเป็นฟรนช์โทสต์แบบนุ่มฟูที่เรียกว่า "คาสเทลลาฟรนช์โทสต์"!
4. การปรับเป็นสไตล์ญี่ปุ่น
วาง ถั่วแดงกวนหรือครีมมัทฉะ บนคาสเทลล่า
ก็จะได้ขนมสไตล์ญี่ปุ่นที่อร่อย
ข้อมูลอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว
1. การเดินทางไปนางาซากิ
ชินคันเซ็น:จากสถานีฮากาตะไปสถานีโทเปะ/นางาซากิ(ประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที)
เครื่องบิน:จากโตเกียวหรือโอซาก้าไปสนามบินนางาซากิ(ประมาณ 1.5 ชั่วโมง)
การเดินทางภายในเมือง:รถรางและรถบัสสะดวก
2. สถานที่ท่องเที่ยวนางาซากิ
โบสถ์โอโอร่า (大浦天主堂)(โบสถ์ที่สวยงามและเป็นมรดกโลก)
สวนกลาเบอร์ (グラバー園)(ย่านบ้านสไตล์ตะวันตกที่มีบรรยากาศต่างชาติ)
ภูเขาอินาซะยามะ (稲佐山)(จุดชมวิวที่มีทิวทัศน์ยามค่ำคืนงดงาม)
3. เวลาที่เหมาะสมในการซื้อคาสเทลล่า
- ซื้อได้จากร้านคาสเทลล่าเฉพาะทางรอบสถานีนางาซากิ
- สามารถหาซื้อของฝากได้ที่สนามบินหรือสถานีชินคันเซ็น
- สามารถสั่งซื้อผ่านร้านออนไลน์ได้ด้วย
สรุปและคำถามที่พบบ่อย
สรุป
- คาสเทลล่านางาซากิเป็น ขนมดั้งเดิมที่มีต้นกำเนิดจากโปรตุเกส
- มีความชุ่มชื้นและฟูนุ่ม พร้อมกับ ความหวานเข้มข้น ที่เป็นเสน่ห์
- ที่นางาซากิมี ร้านคาสเทลล่าเก่าแก่จำนวนมาก
- มีวิธีปรับเมนูได้หลากหลายและสามารถเพลิดเพลินได้หลายรูปแบบ
คำถามที่พบบ่อย
Q: สามารถหาซื้อคาสเทลล่าได้ที่อื่นนอกจากนางาซากิไหม?
A: ได้ครับ/ค่ะ สามารถซื้อได้ที่ ห้างสรรพสินค้าและร้านออนไลน์ทั่วประเทศญี่ปุ่น!
Q: คาสเทลล่าเก็บได้นานแค่ไหน?
A: อายุการบริโภคประมาณ 2 สัปดาห์ถึง 1 เดือน ขึ้นอยู่กับบรรจุภัณฑ์ แต่หลังจากเปิดแล้วควรกินให้เร็วที่สุด
Q: ทำไมต้องมีซาราเมะบนคาสเทลล่า?
A: ซาราเมะให้ความกรุบเป็นจุดตัด และช่วยให้รสหวานมีมิติ
Q: ความแตกต่างระหว่างคาสเทลล่านางาซากิกับคาสเทลล่าทั่วไปคืออะไร?
A: คาสเทลล่านางาซากิ มีรสไข่ที่เข้มข้นและมีซาราเมะเป็นเอกลักษณ์
คาสเทลล่าทั่วไปมักจะมีเนื้อที่เบากว่า
หากได้ไปนางาซากิ อย่าลืมลองชิม คาสเทลล่าต้นตำรับ ดูนะครับ/ค่ะ!
เป็นขนมที่คุณจะได้ทั้งรสชาติของร้านเก่าแก่และความรู้สึกเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์รวมทั้งวัฒนธรรมของนางาซากิ