เพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวญี่ปุ่น!

สวนกลอฟเวอร์ นางาซากิ – เดินชมบ้านแบบตะวันตกและวิวอ่าวบนเนินเขา

สวนกลอฟเวอร์ นางาซากิ – เดินชมบ้านแบบตะวันตกและวิวอ่าวบนเนินเขา
สวนกลอฟเวอร์ในเมืองนางาซากิตั้งอยู่บนเนินเขา รายล้อมด้วยบ้านสไตล์ตะวันตกยุคเมจิและสวนดอกไม้สวยงาม มองเห็นวิวอ่าวนางาซากิได้ชัดเจน บทความนี้แนะนำบ้านประวัติศาสตร์ที่เป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลก “มรดกการปฏิวัติอุตสาหกรรมญี่ปุ่นสมัยเมจิ” จุดชมวิวและมุมถ่ายรูปยอดฮิต บรรยากาศสวนยามกลางวันและกลางคืน รวมถึงคาเฟ่ ร้านของฝาก และวิธีนั่งรถรางขึ้นมาจากสถานีนางาซากิ.

ไฮไลต์

สวนโกลเวอร์ในประโยคเดียว

สวนโกลเวอร์เป็นสถานที่ที่รวมคฤหาสน์ไม้สไตล์ตะวันตกเก่าแก่ระดับต้นๆ ของญี่ปุ่นและสวนบนเนินเขา ชมวิวท่าเรือนางาซากิพร้อมบรรยากาศต่างแดนได้ในที่เดียว

คฤหาสน์ที่ไม่ควรพลาด

ไฮไลต์คือบ้านโกลเวอร์ที่สร้างในปี 1863 โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมผสมผสานญี่ปุ่น-ตะวันตกและวิวจากระเบียง

ฉากหลังของมรดกโลก

เป็นองค์ประกอบของมรดกโลกทางวัฒนธรรม “แหล่งปฏิวัติอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นยุคเมจิ” ทำให้สัมผัสประวัติการแลกเปลี่ยนกับต่างชาติและยุคอุตสาหกรรมได้

สวนและดอกไม้ตามฤดูกาล

ฤดูใบไม้ผลิทิวลิป ฤดูร้อนอาจิไซ ฤดูใบไม้ร่วงใบไม้เปลี่ยนสี ฤดูหนาวมีงานไฟประดับ ทำให้เดินเล่นได้สนุกตามฤดูกาล

การเดินทาง

จากสถานีนางาซากินั่งรถรางไปป้าย “Oura Tenshudo-shita” แล้วเดินประมาณ 8 นาที

ค่าเข้า

ทั่วไป(อายุ 15 ปีขึ้นไป)620 เยน นักเรียนมัธยมปลาย 310 เยน เด็กประถม–มัธยมต้น 180 เยน หมายเหตุ: มีแผนปรับราคา ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการ

ทริคการเดินเที่ยว

มีถนนหินและบันไดค่อนข้างมาก ควรใส่รองเท้าที่เดินสบาย หากเข้าใกล้ช่วงเย็นจะได้ลุ้นวิวช่วงก่อนและหลังพระอาทิตย์ตกด้วย

ข้อมูลล่าสุดโปรดตรวจสอบจากประกาศอย่างเป็นทางการหรือยืนยัน ณ สถานที่จริง

สวนโกลเวอร์(Glover Garden)คืออะไร? ที่เที่ยวนางาซากิและจุดชมวิวมรดกโลก

สวนโกลเวอร์ที่ตั้งอยู่ย่านมินามิยามาเตะ(Minami-yamate) เมืองนางาซากิ(Nagasaki) เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่รวบรวมคฤหาสน์สไตล์ตะวันตกอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ปลายยุคเอโดะถึงยุคเมจิ

ภายในสามารถเข้าชม “อดีตบ้านโกลเวอร์(Former Glover House)” อดีตบ้านของพ่อค้าชาวสก็อตแลนด์ โทมัส เบลก กราเวอร์(Thomas Blake Glover) รวมถึงอาคารสำคัญอย่างอดีตบ้านริงเกอร์(Former Ringer House)และอดีตบ้านออลต์(Former Alt House)ที่เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติญี่ปุ่น

จากสวนซึ่งมีพื้นที่ราว 30,000 ตารางเมตร สามารถมองเห็นท่าเรือนางาซากิได้แบบพาโนรามา เกิดเป็นพื้นที่ที่ผสานทัศนียภาพอันงดงามเข้ากับสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์ในบรรยากาศต่างแดนอย่างลงตัว

อดีตบ้านโกลเวอร์ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นองค์ประกอบของมรดกโลกยูเนสโก “แหล่งมรดกการปฏิวัติอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นยุคเมจิ(Sites of Japan’s Meiji Industrial Revolution)” จึงได้รับความสนใจในระดับนานาชาติ


ไฮไลท์ที่ต้องชมในสวนโกลเวอร์

1. อดีตบ้านโกลเวอร์(มรดกโลก)

หัวใจของสวนโกลเวอร์คืออดีตบ้านโกลเวอร์ อาคารสไตล์ตะวันตกไม้ที่ได้รับการยกย่องว่าเก่าแก่ที่สุดระดับต้นๆ ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในญี่ปุ่น สร้างขึ้นในปีบุนคิว 3(1863)

จุดเด่นคือหลังคาทรงพิเศษที่เมื่อมองจากด้านบนจะคล้ายใบโคลเวอร์สี่แฉก และดีไซน์แบบผสมผสานญี่ปุ่น-ตะวันตกที่กลมกลืนอย่างน่าทึ่ง

หลังผ่านการซ่อมบำรุงและบูรณะจึงเปิดให้เข้าชม พร้อมนิทรรศการและคำอธิบายที่ช่วยให้สัมผัสวิถีชีวิตในยุคนั้นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

บางช่วงอาจมีการนำระบบ AR มาใช้เป็นคำอธิบายภาพ ทำให้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ได้ลึกขึ้น

2. อาคารประวัติศาสตร์ภายในสวน

นอกจากอดีตบ้านโกลเวอร์ ยังมีคฤหาสน์อย่างอดีตบ้านริงเกอร์และอดีตบ้านออลต์ ซึ่งถูกย้ายและบูรณะให้กลับมาใกล้เคียงสภาพเดิมภายในสวน

อาคารแต่ละหลังเป็นหลักฐานสำคัญที่ถ่ายทอดรูปแบบการใช้ชีวิตและเทคโนโลยีการก่อสร้างในยุคปลายเอโดะถึงเมจิ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ

บางวันอาจมีทัวร์ไกด์ฟรีตามรอบเวลา โปรดตรวจสอบวันและเวลาจากป้ายแนะนำในสถานที่

3. สวนสวยและดอกไม้ตามฤดูกาล

ภายในมีสวนที่เต็มไปด้วยดอกไม้ตามฤดูกาลให้เดินชมอย่างเพลิดเพลิน

ช่วงมีนาคม〜เมษายน จะมีดอกอามานะ(Amana)และกุหลาบม็อคโค(Mokkō-bara) รวมถึงทิวลิปในฤดูใบไม้ผลิ และช่วงฤดูฝนจะมีไฮเดรนเยีย(อาจิไซ)บานสวย

เรือนกระจกของอดีตบ้านโกลเวอร์ยังมีสายพันธุ์กล้วยไม้ตะวันตกที่โกลเวอร์เคยนำเข้ามาญี่ปุ่น(Cymbidium tracyanum)ซึ่งสืบสายพันธุ์และออกดอกอยู่จนถึงปัจจุบัน

ช่วงหน้าร้อน〜ใบไม้ร่วง บางปีอาจมีการเปิดสวนยามค่ำคืน พร้อมไลต์อัปให้บรรยากาศต่างจากช่วงกลางวัน

4. ตามหา “ฮาร์ตสโตน” ขอพรความรัก

บนทางหินในสวนมีแผ่นหินปูพื้นรูปหัวใจฝังอยู่ 2 จุด

มีตำนานว่า “ถ้าได้แตะแล้วความรักจะสมหวัง” ทำให้เป็นจุดพลังงานยอดนิยมของคู่รักและนักท่องเที่ยววัยรุ่น

ตำแหน่งไม่ได้ทำป้ายบอกไว้โดยตั้งใจ ลองสนุกกับการมองหาด้วยตัวเอง

5. คาเฟ่และร้านของฝาก

ภายในมีทั้ง Glover Café และคาเฟ่/ร้านของฝากสไตล์เก๋ๆ กระจายอยู่หลายจุด

นอกจากคาสเตลลาขึ้นชื่อของนางาซากิ ยังมีสินค้าดั้งเดิมที่ได้แรงบันดาลใจจาก “มาดามบัตเตอร์ฟลาย(Madame Butterfly)” และของใช้ลายโคลเวอร์สี่แฉกที่ได้รับความนิยม

ยังสามารถเช่าชุดย้อนยุคธีม “ยุคย่านชุมชนชาวต่างชาติ(居留地)” เพื่อถ่ายภาพเป็นที่ระลึกได้(มีค่าใช้จ่าย ประมาณ 30 นาที เริ่มราว 2,000 เยน〜)


วิธีไปสวนโกลเวอร์(การเดินทาง)

การเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ

  • รถราง
  • จากป้ายรถราง “นางาซากิเอกิมาเอะ(Nagasaki-ekimae)” ขึ้นสายไป “โซฟุกุจิ(Sōfuku-ji)” จากนั้นเปลี่ยนรถที่ “ชินจิชูคะไง(Shinchi Chinatown)” ไปสาย “อิชิบาชิ(Ishibashi)” แล้วลงที่ป้าย “โออุระเท็นชูโด(Ōura Tenshūdō)”
  • จากป้ายรถราง เดินประมาณ 5〜8 นาที (ค่าโดยสาร 150 เยน)

การเดินทางโดยรถยนต์

  • จากทางด่วน นางาซากิ(Nagasaki Expressway) ทางออก “นางาซากิ IC(Nagasaki IC)” ประมาณ 15 นาที
  • บริเวณใกล้เคียงมีลานจอดรถแบบมีค่าบริการ แต่ช่วงคนเยอะมักเต็มง่าย แนะนำใช้ขนส่งสาธารณะ


วิธีเที่ยวสวนโกลเวอร์ให้สนุก

1. เรียนรู้ประวัติศาสตร์

คฤหาสน์แต่ละหลังมีข้อมูลที่ช่วยให้เรียนรู้ชีวิตในยุคนั้นและผลงานของคุณโกลเวอร์ได้อย่างละเอียด

โกลเวอร์ยังเป็นที่รู้จักว่าเกี่ยวข้องกับการก่อตั้งบริษัทต้นกำเนิดของคิรินเบียร์(Kirin) ภายในจึงมีนิทรรศการเกี่ยวกับที่มาของฉลาก “คิริน” ด้วย

ลองอ่านแผงอธิบายและชมของจัดแสดง เพื่อสัมผัสประวัติศาสตร์การก้าวสู่ความทันสมัยของญี่ปุ่นตั้งแต่ปลายเอโดะถึงยุคเมจิ

2. เพลิดเพลินกับวิวสุดตระการตา

จากจุดชมวิวในสวนจะเห็นท่าเรือนางาซากิพร้อมฉากหลังเป็นภูเขาอินาสะ(Inasa-yama)ในมุมพาโนรามากว้างไกล

ช่วงหน้าร้อน〜ใบไม้ร่วง หากมีการเปิดสวนยามค่ำคืน จะได้ชมคฤหาสน์ที่ถูกไลต์อัปคู่กับวิวกลางคืน เป็นที่นิยมของคู่รักและครอบครัว

3. ตระเวนจุดถ่ายรูป

ทั้งอาคารประวัติศาสตร์และสวนดอกไม้ภายในเป็นมุมสวยแทบทุกจุด

ภายในมีทางเลื่อนและบันไดเลื่อน ทำให้เดินเที่ยวได้สบายแม้เป็นพื้นที่ลาดชัน

4. ลิ้มรสของอร่อยท้องถิ่น

ลองนั่งพักที่คาเฟ่ภายในสวน ชิมคาสเตลลาและมิลค์เชค(Milkshake)ขึ้นชื่อของนางาซากิ พร้อมใช้เวลาสบายๆ


ข้อมูลสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยว

  • เวลาเปิดทำการ
  • ปกติ: 8:00〜18:00(เข้ารอบสุดท้าย 17:40)
  • หากมีการเปิดสวนยามค่ำคืน อาจขยายเวลาเปิด-ปิด
  • ค่าเข้าชม
  • ทั่วไป: 620 เยน
  • มัธยมปลาย: 310 เยน
  • ประถม・มัธยมต้น: 180 เยน
  • ราคาอาจมีการปรับเปลี่ยน
  • ข้อมูลสิ่งอำนวยความสะดวก
  • ภายในรองรับผู้ใช้รถเข็นและเป็นมิตรต่อผู้มีข้อจำกัดด้านการเดิน มีทางเลื่อน・บันไดเลื่อน・เส้นทางรองรับรถเข็น
  • มีป้ายอธิบายหลายภาษาและระบบแนะนำแบบ AR ให้ใช้งานได้
  • แนะนำการแต่งกาย
  • มีทางหินและบันไดจำนวนมาก ควรสวมรองเท้าที่เดินสบาย
  • เวลาเที่ยวโดยประมาณ
  • เดินชมรอบสวน: ประมาณ 1 ชั่วโมง〜1 ชั่วโมง 30 นาที
  • รวมแวะคาเฟ่และร้านของฝาก: ประมาณ 2 ชั่วโมง
  • ข้อควรระวัง
  • ช่วงเปิดสวนยามค่ำคืนหรือช่วงอีเวนต์คนจะหนาแน่นเป็นพิเศษ แนะนำมาถึงแต่เช้า

สรุป

สวนโกลเวอร์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเด่นของนางาซากิที่รวมสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์ซึ่งขึ้นทะเบียนมรดกโลก สวนสวย และวิวท่าเรืออันน่าประทับใจไว้ในที่เดียว

ลองมาเที่ยวกับครอบครัว เพื่อน หรือคนรัก เพื่อสัมผัสช่วงเวลาพิเศษในบรรยากาศต่างแดน

เมื่อได้เรียนรู้ฉากหลังทางประวัติศาสตร์ พร้อมสนุกกับการเดินชมคฤหาสน์และตามหาฮาร์ตสโตน คุณจะค้นพบ “สไตล์การเที่ยว” ที่เหมาะกับตัวเองได้อย่างแน่นอน


คำถามที่พบบ่อย

ตอบ สวนโกลเวอร์เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งย่านมินามิยามาเตะ เมืองนางาซากิ ที่ชมคฤหาสน์สไตล์ตะวันตกยุคเมจิได้ ทางลาดเยอะ เริ่มจากขึ้นไปด้านบนก่อนแล้วค่อยเดินลง จะประหยัดแรงและถ่ายรูปง่ายกว่า
ตอบ เวลาเปิด 8:00〜18:00 (เข้ารอบสุดท้าย 17:40) ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 620 เยน นักเรียนมัธยมปลาย 310 เยน เด็กประถม-มัธยมต้น 180 เยน ใกล้เวลาปิดมักต้องรีบเดิน หากตั้งใจไปถ่ายแสงเย็น ควรกำหนดอาคารที่อยากดูไว้ก่อน จะเที่ยวได้คุ้มกว่า
ตอบ จากแถบสถานีนางาซากินิยมขึ้นรถรางไปย่านโบสถ์โออุระ แล้วเดินขึ้นไปจะเข้าใจง่าย ทางขึ้นค่อนข้างชัน ถ้าของหนักให้ใช้บันไดเลื่อนหรือทางเดินเลื่อนใกล้ๆ จะไม่เหนื่อยง่าย
ตอบ ใช้เวลาประมาณ 60〜90 นาที และสามารถย่นเวลาได้หากโฟกัสเฉพาะจุดชมวิวกับอาคารหลัก พื้นที่มีระดับสูงต่ำ หากอยากถ่ายรูปให้ไปจุดสูงก่อน แล้วค่อยเดินลงเก็บวิวที่โปร่ง “โล่งตา” จะมีประสิทธิภาพกว่า
ตอบ ไฮไลต์คือภายในคฤหาสน์และวิวมองเห็นท่าเรือนางาซากิ อีกกิจกรรมยอดนิยมคือ “ตามหาหินรูปหัวใจ” ในสวน หากจะหาให้ได้ง่าย ช่วงเช้าคนจะน้อยกว่า และเวลาหยุดดูพื้นควรชิดขอบทางเดิน เป็นมารยาทที่ดี
ตอบ กลางวันสีของอาคารจะเด่น ส่วนช่วงเย็นแสงจะนุ่ม ทำให้ถ่ายรูปคนง่ายขึ้น จุดที่ย้อนแสงบ่อย ให้จัดตัวแบบอยู่ในเงาแล้วเพิ่มค่าแสงเล็กน้อย มือถือก็ทำให้ผิวไม่มืดง่าย
ตอบ วันฝนตกยังเข้าชมได้ แต่หินปูและบันไดจะลื่นง่าย ควรเลี่ยงรองเท้าผ้าใบที่พื้นยึดเกาะไม่ดี และใช้เรนโค้ตแทนร่มพับ จะทำให้มือว่างจับราวได้และปลอดภัยขึ้น
ตอบ ใกล้ๆ มีโบสถ์โออุระและเนินโอรันดะซะกะที่เดินถึงกันได้ ทางขึ้นลงต่อเนื่อง ถ้าอยากเก็บแรง แนะนำลำดับ “บน (สวนโกลเวอร์) → ล่าง (เดินเที่ยวรอบๆ)” จะย้ายที่ได้สบายกว่า

จุดแนะนำใกล้เคียง

ดูบทความแนะนำในบริเวณนี้

※ เนื้อหาบทความอ้างอิงจากข้อมูล ณ เวลาที่เขียน และอาจแตกต่างจากสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ เราไม่รับประกันความถูกต้องและความสมบูรณ์ของเนื้อหาที่เผยแพร่ โปรดเข้าใจ