เกาะซาโดะคืออะไร? รวมเสน่ห์เกาะสวยนีงาตะ・ที่เที่ยวแนะนำ・วิธีไป
เกาะซาโดะ(Sado-ga-shima) คือเกาะนอกฝั่งที่ลอยอยู่กลางทะเลญี่ปุ่นนอกชายฝั่งจังหวัดนีงาตะ(Niigata) และเป็น เกาะนอกฝั่งที่ใหญ่ที่สุดของฝั่งทะเลญี่ปุ่น ในญี่ปุ่น
มีพื้นที่ราว 855 ตารางกิโลเมตร เป็นเกาะที่อัดแน่นด้วยธรรมชาติยิ่งใหญ่และประวัติศาสตร์อันรุ่มรวย
ในอดีตเคยเป็นเกาะสำหรับเนรเทศ จารึกชื่อไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ และในสมัยเอโดะก็รุ่งเรืองอย่างมากจาก การพัฒนาเหมืองทองและเงิน
ปัจจุบัน เกาะซาโดะได้รับความสนใจจากทั้งในและต่างประเทศในฐานะแหล่งท่องเที่ยวที่ได้เพลิดเพลินกับ ธรรมชาติสวยงาม ศิลปะการแสดงดั้งเดิม และอาหารทะเลสดใหม่
ไฮไลท์เกาะซาโดะ
- เหมืองทองเกาะซาโดะ(Sado no Kinzan)ที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมของยูเนสโก!
- เกาะธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ที่ “โทคิ” นกไอบิสหงอนแดง(Toki)ซึ่งเป็นอนุสรณ์ธรรมชาติพิเศษของชาติ อาศัยอยู่ในธรรมชาติ!
- เพลิดเพลินกับแนวชายฝั่งสวยงามและเส้นทางขับรถชมวิวสุดตระการตา!
- มีซีฟู้ดครบครัน ทั้งปู หอยนางรม และปลาบุริ!
สามารถเดินทางจากท่าเรือนีงาตะ(Niigata Port)ด้วยเรือเฟอร์รี่หรือเจ็ตฟอยล์ได้ จึงเหมาะกับการ เที่ยวเกาะแบบสโลว์ไลฟ์ หนีความวุ่นวายในเมือง

ที่เที่ยวเกาะซาโดะ 5 แห่งที่ห้ามพลาด
1. เหมืองทองซาโดะ – เที่ยวมรดกโลกยูเนสโก ย้อนรอยการทำเหมืองสมัยเอโดะ
เหมืองทองซาโดะ คือเหมืองทองและเงินที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยเอโดะ
หลังขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมของยูเนสโก ก็กลายเป็นจุดท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจในระดับโลก
ในสมัยเอโดะมีการขุดทองและเงินอย่างคึกคัก เป็นเหมืองสำคัญที่ค้ำจุนการเงินของรัฐบาลโชกุน
ภายในอุโมงค์เหมืองได้จำลองงานขุดเจาะในยุคนั้นด้วยหุ่นอย่างสมจริง ทำให้เดินชมได้แบบ ราวกับย้อนเวลากลับไป
วิธีเที่ยวให้สนุก
- “โดะยูโนะวาริโตะ(Dōyū no Warito)” – วิวอลังการที่ภูเขาถูกผ่าเป็นสองซีกจากการขุดตามสายแร่ทอง!
- เดินตามรอยเหมืองสมัยเอโดะใน “คอร์สโซไดยูโค(Sōdayū-kō)” สัมผัสวิถีชีวิตในยุคนั้น!
- “ซากโรงแต่งแร่คิตาซาวะ(Kitazawa Fuyū Senkōjō Ato)” – มรดกอุตสาหกรรมที่ถูกพูดถึงว่า \"เหมือนลาพิวตะ\" ก็ห้ามพลาด!
การเดินทาง
- ขับรถจากท่าเรือเรียวสึ(Ryōtsu Port)ประมาณ 50 นาที
ใช้เวลาเที่ยวชมโดยประมาณ 60–90 นาที
ถ้าอยากรู้จักประวัติศาสตร์ของซาโดะให้ลึกขึ้น ที่นี่คือจุดที่พลาดไม่ได้
2. สวนโทคิโนะโมริ – จุดพบ “โทคิ” ใกล้ชิด นกหายากของญี่ปุ่น
สวนโทคิโนะโมริ(Toki no Mori Kōen) เป็นสถานที่ที่สามารถสังเกตนกสัญลักษณ์ของญี่ปุ่นอย่าง “โทคิ” ได้แบบใกล้ชิด
โทคิเคยสูญพันธุ์ในธรรมชาติของญี่ปุ่น แต่ต่อมาประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์จากคู่ที่จีนมอบให้
ปัจจุบันมีการผลักดันการคืนสู่ธรรมชาติ โดยมีเกาะซาโดะเป็นศูนย์กลาง ทำให้ในธรรมชาติก็เริ่มพบโทคิได้อีกครั้ง
วิธีเที่ยวให้สนุก
- ชมโทคิตัวจริงแบบจ่อหน้า ผ่านกรงที่ “โทคิฟุเระไอพลาซ่า(Toki Fureai Plaza)”!
- เรียนรู้การอยู่ร่วมกันของชนบทซาโดะกับโทคิ ผ่านวิดีโอและนิทรรศการ!
- รอบ ๆ สวนมีนาข้าว อาจได้เห็นโทคิป่าบินผ่านด้วย!
การเดินทาง
- ขับรถจากท่าเรือเรียวสึประมาณ 15 นาที
ค่าบำรุงรักษา (協力費) ผู้ใหญ่ 500 เยน ใช้เวลาประมาณ 30 นาที–1 ชั่วโมง
มาเจอ “โทคิมีชีวิต” ที่เห็นได้แทบจะมีที่นี่ที่เดียวบนเกาะซาโดะกันเถอะ
3. อ่าวเซ็นคาคุ – วิวหน้าผาสุดอลังการที่ถูกยกให้เหมือนฟยอร์ดนอร์ดิก
อ่าวเซ็นคาคุ(Senkaku-wan) คือจุดชมวิวขึ้นชื่อของซาโดะ โดยมีอ่าวเล็ก 5 แห่งเรียงตัวตลอดแนวชายฝั่งราว 3.2 กม.
ด้วยความงามที่คล้ายความเว้าแหว่งของฮาร์ดังเงอร์ฟยอร์ด(Hardangerfjord)ในนอร์เวย์ จึงถูกตั้งชื่อว่า “อ่าวเซ็นคาคุ”
แนวหน้าผาทรงแหลมเรียงรายเป็นทัศนียภาพไดนามิกที่ทำให้ผู้มาเยือนต้องตะลึง
วิธีเที่ยวให้สนุก
- นั่งเรือชมทะเลใสแบบมองทะลุใต้น้ำ ล่องอ่าว (ประมาณ 15 นาที)!
- ชมวิวพาโนรามาทั้งอ่าวจากจุดชมวิวในยางาชิมะยูเอ็น(Ageshima Yūen)!
- เดินเล่นทางเดินเลียบฝั่งและสะพาน “ยูเซ็นบาชิ(Yūsen-bashi)” ชมความงามชายฝั่งแบบใกล้ชิด!
การเดินทาง
- ขับรถจากท่าเรือเรียวสึประมาณ 50 นาที
เป็นหนึ่งใน “100 ชายหาดงามของญี่ปุ่น”
สนุกกับชายฝั่งสุดโฟโต้เจนิก ถ่ายรูปสวยมาก เหมาะกับสายถ่ายภาพ

4. ซาโดะนิชิมิคาวะโกลด์พาร์ค – สนุกกับประสบการณ์ร่อนทอง!
ซาโดะนิชิมิคาวะโกลด์พาร์ค(Sado Nishimikawa Gold Park) เป็นสถานที่ที่สามารถลองร่อนทองตามประวัติของเหมืองร่อนทองนิชิมิคาวะได้
ที่นี่คุณจะได้ ตักร่อนผงทองจากน้ำจริง ๆ และทองที่ได้ยังสามารถนำไปทำเป็นพวงกุญแจหรือจี้ติดตัวกลับบ้านได้ด้วย
วิธีเที่ยวให้สนุก
- ลองร่อนทอง! ทองที่เจอสามารถนำกลับเป็นของที่ระลึกได้!
- โซนนิทรรศการเรียนรู้คุณสมบัติของทองและประวัติทองซาโดะ!
- เหมาะทั้งครอบครัวและคู่รัก ใช้เวลาประมาณ 30 นาที–1 ชั่วโมง!
การเดินทาง
- ขับรถจากท่าเรือเรียวสึราว 40 นาที
ค่าร่อนทอง: ตั้งแต่ม.ต้นขึ้นไป 1,500 เยน / ประถม 1,200 เยน / เด็กเล็ก 900 เยน
เก็บความทรงจำทริปด้วย “ทองของจริง” กันเถอะ
5. ของอร่อยเกาะซาโดะ – ชิมซีฟู้ดสดและเมนูท้องถิ่น!
เกาะซาโดะถูกล้อมด้วยทะเลญี่ปุ่น จึงเป็นขุมทรัพย์ด้านอาหาร
ด้วยแหล่งประมงอุดมสมบูรณ์จากกระแสน้ำอุ่นสึชิมะและกระแสน้ำเย็นจากทางเหนือ ทำให้ได้ลิ้มรสอาหารทะเลสดใหม่ตามฤดูกาล
ของอร่อยแนะนำบนเกาะซาโดะ
- บูริคัตสึด้ง(Buri Katsu-don)– เมนูขึ้นชื่อของซาโดะ แป้งทอดกรอบกับซอสหวานเค็มอร่อยมาก!
- คานิจิรุ ซุปปู(Kani-jiru)– รสเข้มข้นจากปูเบนิซุไว ฤดูหนาวห้ามพลาด!
- หอยนางรมหิน(Iwa-gaki)– หน้าร้อน (ราวมิ.ย.–ส.ค.) คือช่วงพีก เนื้อเด้งครีมมี่!
- เฮ็นจินม็อคโค(Henjin Mokko)– ร้านไส้กรอกแฮมทำมือยอดนิยมของซาโดะ!
มาสนุกกับวัฒนธรรมอาหารของซาโดะให้เต็มที่กันเถอะ
บนเกาะมีร้านอาหารและร้านซูชิที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นกระจายอยู่หลายจุด

วิธีไปเกาะซาโดะ・ข้อมูลเรือเฟอร์รี่
เดินทางด้วยเรือ (นีงาตะ⇔เกาะซาโดะ)
- ท่าเรือนีงาตะ → ท่าเรือเรียวสึ:คาร์เฟอร์รี่ประมาณ 2 ชม. 30 นาที หรือ เจ็ตฟอยล์ประมาณ 67 นาที
- มีเส้นทางท่าเรือนาโอเอ็ตสึ(Naoetsu Port)~ท่าเรือโอกิ(Ogi Port)ด้วย เวลาการเดินทางจะแตกต่างตามชนิดเรือและตารางเดินเรือ กรุณาตรวจสอบตารางเวลาจากเว็บไซต์ทางการของซาโดะคิเซ็น(Sado Kisen)
การเดินทางภายในเกาะ
เช่ารถเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด
มีรถบัสประจำทางเช่นกัน แต่จำนวนเที่ยวค่อนข้างน้อย หากอยากเที่ยวให้คุ้มและมีประสิทธิภาพ แนะนำให้ใช้รถ
การเดินทางด้วยเรือก็เป็นหนึ่งในความสนุกของการเที่ยวซาโดะ วางแผนทริปเผื่อเวลาให้สบาย ๆ กันนะ

สรุป
✅ เกาะซาโดะคือเกาะนอกฝั่งที่ใหญ่ที่สุดฝั่งทะเลญี่ปุ่น เต็มไปด้วยธรรมชาติและประวัติศาสตร์!
✅ มีไฮไลท์มากมาย ทั้งมรดกโลก “เหมืองทองเกาะซาโดะ” และโทคิ!
✅ เพลิดเพลินกับหน้าผาอ่าวเซ็นคาคุ ทะเลสวย และซีฟู้ดสดใหม่!
✅ เดินทางจากท่าเรือนีงาตะด้วยเรือเฟอร์รี่หรือเจ็ตฟอยล์ได้!