สวนลาเวนเดอร์ทัมบาระ (Tambara Lavender Park) คืออะไร|ชมทุ่งดอกไม้ฤดูร้อนบนที่ราบสูง
สวนลาเวนเดอร์ทัมบาระ (Tambara Lavender Park) เป็นสวนดอกไม้แบบจำกัดฤดูกาลที่ตั้งอยู่บนที่ราบสูงทัมบาระ (Tambara Kōgen) ในเมืองนุมาตะ (Numata) จังหวัดกุนมะ (Gunma) ที่ความสูงประมาณ 1,300 เมตร และเปิดเฉพาะช่วงฤดูร้อนเท่านั้น
จากทางออกนุมาตะ (Numata IC) ของทางด่วนคันเอ็ตสึ (Kan-etsu Expressway) ขับรถประมาณ 30 นาที ก็จะถึงที่ราบสูงที่รู้สึกเย็นสบายกว่าพื้นราบ ซึ่งคุณสามารถเพลิดเพลินกับทุ่งดอกไม้ที่ลาเวนเดอร์ราว 50,000 ต้นแต่งแต้มเป็นสีม่วง
ในบทความนี้ เราจะแนะนำข้อมูลที่ผู้มาเยือนครั้งแรกอยากรู้ตามลำดับ ตั้งแต่ช่วงเวลาที่ดอกไม้บานสวยที่สุด สายพันธุ์ วิธีเดินเที่ยวในสวน ไปจนถึงการแต่งกายให้เหมาะกับที่ราบสูงในฤดูร้อน
สัมผัสไม่เพียงแค่ดอกไม้ แต่ยังมีความโปร่งโล่งแบบที่ราบสูง
ภายในสวนมีทั้งความสนุกในการสังเกตช่อดอกในระยะใกล้ และความเพลิดเพลินในการมองผืนสีม่วงที่แผ่กว้างไปตามเนินเขาจากระยะไกล
หากลองถ่ายจากมุมต่ำโดยให้ท้องฟ้าอยู่เหนือดอกไม้ หรือถอยออกมาเล็กน้อยเพื่อเก็บภาพความลาดชันของเนินเขา ก็จะสื่อถึงความกว้างใหญ่อันเป็นเอกลักษณ์ของที่ราบสูงที่ความสูง 1,300 เมตรได้ง่ายขึ้น
ลองมองดอกไม้ชนิดอื่นนอกจากลาเวนเดอร์บ้าง
ในช่วงเปิดให้บริการ นอกจากลาเวนเดอร์แล้ว ยังมีดอกไม้จัดสวนอย่างหงอนไก่ ที่เนินสีสัน (Sai no Oka), ซัลเวีย ที่แปลงรูปหัวใจ (Hāto no Hatake) และทานตะวัน คอยแต่งแต้มสีสันให้สวนอยู่บ่อยครั้ง
เนื่องจากชนิดและสถานที่ที่ดอกไม้บานจะเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศและช่วงเวลา การตรวจสอบข้อมูลการบานและแผนที่ภายในสวนก่อนเข้าชม จะช่วยให้วางลำดับการเดินเที่ยวได้ง่ายขึ้น
ตรวจสอบข้อมูลเวลาเปิด-ปิดก่อนไปเยือน
ช่วงเปิดสวนคือประมาณปลายเดือนมิถุนายนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม โดยอาจเลื่อนไปมาตามสภาพการบานของดอกไม้
เวลาเปิดให้บริการคือ 8:30-17:00 และเข้าชมรอบสุดท้าย 15:45
เนื่องจากค่าเข้าและเนื้อหากิจกรรมจะกำหนดแตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล เมื่อกำหนดวันเดินทางได้แล้ว การตรวจสอบข้อมูลการเปิดให้บริการและข้อมูลการบานจึงเป็นเรื่องสำคัญ
รายการที่ควรตรวจสอบก่อนออกเดินทางมีดังนี้
- ข้อมูลการเปิดให้บริการ:วันเปิดสวน เวลาเปิด-ปิด เข้าชมรอบสุดท้าย และค่าเข้า
- สภาพของดอกไม้:ระดับการบานของดอกไม้แยกตามสายพันธุ์
- การเดินทางภายในสวน:สถานะการให้บริการของลิฟต์ชมวิวฤดูร้อน
- ประสบการณ์ในวันนั้น:การเปิดให้บริการของกิจกรรมและร้านอาหาร

ช่วงเวลาบานสวยและสายพันธุ์ของลาเวนเดอร์|อ่านข้อมูลการบานให้เข้าใจ
ช่วงเวลาบานสวยของสวนลาเวนเดอร์ทัมบาระ (Tambara Lavender Park) โดยทั่วไปคือช่วงกลางเดือนกรกฎาคมถึงกลางเดือนสิงหาคม โดยลาเวนเดอร์ชนิดบานเร็ว บานกลาง และบานช้าจะเปลี่ยนโฉมไปตามลำดับ
ด้วยเหตุนี้ เฉดสีและสภาพช่อดอกที่เห็นจึงแตกต่างกันไปตามช่วงเวลาที่มาเยือน และไม่จำเป็นว่าทั้งผืนจะอยู่ในสภาพเดียวกันพร้อมกัน
การตรวจสอบข้อมูลการบานของแต่ละสายพันธุ์ไว้ล่วงหน้า จะช่วยลดความคลาดเคลื่อนจากที่คาดหวังไว้ได้
เพลิดเพลินกับความต่างของสายพันธุ์บานเร็ว บานกลาง และบานช้า
ที่ราบสูงทัมบาระ (Tambara Kōgen) มีการแนะนำว่าลาเวนเดอร์จะบานตามลำดับ ได้แก่ พันธุ์ Koimurasaki (บานเร็ว), พันธุ์ Nananarisawa (บานกลาง) และพันธุ์ Grosso (บานช้า)
แต่ละสายพันธุ์มีความเข้มของสีม่วงและรูปทรงช่อดอกที่แตกต่างกันเล็กน้อย อีกทั้งช่วงเวลาบานก็เหลื่อมกัน จึงสามารถเปลี่ยนช่วงเวลามาชมโฉมที่แตกต่างกันได้
หากตรวจสอบพื้นที่ที่สามารถชมได้ในปัจจุบันจากข้อมูลการบาน ก็จะเพลิดเพลินได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเพียงแค่วันที่บานเต็มที่
ตรวจสอบการแสดงสถานะการบาน
หน้าข้อมูลสถานะการบานจะแนะนำการเปลี่ยนสีของช่อดอกและความคืบหน้าของการบานเป็นระดับต่าง ๆ
การรู้ความหมายของการแสดงสถานะไว้ จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าจะเป็นทริปเน้นถ่ายรูป หรือทริปเพลิดเพลินกับกลิ่นหอมและภาพดอกไม้ระยะใกล้
การแสดงสถานะการบานมี 6 ระดับ ซึ่งเมื่อสรุปวิธีอ่านแล้วจะเป็นดังนี้
| การแสดงสถานะ | เกณฑ์สภาพโดยประมาณ | วิธีเพลิดเพลิน |
|---|---|---|
| ก่อนบาน | ก่อนเปลี่ยนสี | เน้นเดินเล่นบนที่ราบสูง |
| เริ่มเปลี่ยนสี | เริ่มเห็นสีม่วง | สังเกตการเปลี่ยนแปลง |
| ช่วงบานสวย | ช่อดอกอวบขึ้น | ถ่ายภาพวิวกว้าง |
| บาน | ดอกเริ่มบาน | เพลิดเพลินภาพระยะใกล้ |
| เลยช่วงบานสวย | ดอกที่ร่วงโรยมีมากขึ้น | มองหาสายพันธุ์บานช้า |
| สิ้นสุด | ตัดเก็บช่อดอก | เที่ยวชมดอกไม้ชนิดอื่น |
รู้ไว้ว่าสภาพอากาศทำให้มุมมองเปลี่ยนไป
ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส สีม่วงจะตัดกับท้องฟ้าอย่างชัดเจน ส่วนในวันที่มีเมฆมาก สีของดอกไม้จะดูนุ่มนวลขึ้น
หลังฝนตก แม้พื้นทางเดินอาจเปียกชื้น แต่ในทางกลับกัน หยดน้ำที่ค้างอยู่บนดอกและใบก็อาจทำให้ภาพในระยะใกล้ดูมีเสน่ห์มากขึ้น
อย่ายึดติดกับ 'ช่วงบานเต็มที่' มากเกินไป
ดอกไม้ตามธรรมชาติไม่ได้บานด้วยความเร็วเท่ากันทุกปี แม้จะเป็นช่วงเปิดให้บริการเดียวกันก็ตาม
หากปรับสิ่งที่สังเกตให้เข้ากับระดับการบาน เช่น ทุ่งดอกไม้กว้างใหญ่ รูปทรงช่อดอก กลิ่นหอม หรือผืนป่าโดยรอบ ก็จะเพลิดเพลินกับช่วงเวลาบนที่ราบสูงได้ แม้สภาพจะไม่เป็นไปตามที่วางแผนไว้

วิธีเดินเที่ยวในสวน|ผสมผสานลิฟต์ชมวิวฤดูร้อนกับเส้นทางเดินชม
เนื่องจากสวนถูกจัดวางโดยใช้ความลาดชันของเนินเขา การเลือกวิธีเดินให้เหมาะกับกำลังกาย สภาพอากาศ และสถานที่ที่อยากชมจึงเป็นเรื่องสำคัญ
หากผสมผสานลิฟต์ชมวิวฤดูร้อน (เที่ยวเดียว 600 เยน สำหรับระดับประถมขึ้นไป) เข้ากับเส้นทางเดินชมภายในสวน ก็จะปรับสมดุลระหว่างเวลาชมวิวกับเวลาเดินได้
ลิฟต์ชมวิวฤดูร้อนให้บริการตั้งแต่ 8:30-16:00 โดยลงเที่ยวสุดท้ายเวลา 16:30
เริ่มต้นด้วยการดูแผนที่สวนเพื่อจับความสูงต่ำของพื้นที่
หากตรวจสอบตำแหน่งปัจจุบัน ทุ่งดอกไม้ จุดพักผ่อน ร้านอาหาร และตำแหน่งของลิฟต์ที่ทางเข้าก่อนเริ่มเดิน ก็จะช่วยให้ไม่ต้องรีบร้อนตอนเดินกลับ
สำหรับผู้ที่ไม่ถนัดทางลาดชัน หรือผู้ที่มากับเด็กเล็ก การตัดสินใจล่วงหน้าว่าจะใช้ลิฟต์ตอนขาขึ้นหรือขาลง จะช่วยให้อุ่นใจมากขึ้น
เลือกวิธีเที่ยวชมให้เข้ากับจุดประสงค์ของการเดินทาง
เราได้สรุปแนวคิดในการเดินเที่ยวแยกตามประเภทของนักท่องเที่ยวไว้แล้ว
| นักท่องเที่ยว | วิธีเที่ยวชม | จุดที่ควรใส่ใจ |
|---|---|---|
| มาครั้งแรก | เน้นเส้นทางหลัก | ตรวจสอบแผนที่ |
| เน้นถ่ายรูป | จากวิวกว้างสู่ภาพระยะใกล้ | ไม่รีบเดินทางเดิม |
| มากับครอบครัว | แทรกช่วงพัก | ตามจังหวะเดินของเด็ก |
| สงวนกำลังกาย | ใช้ลิฟต์ให้เป็นประโยชน์ | ตรวจสอบสถานะการให้บริการ |
| สังเกตดอกไม้ | เดินชมเส้นทางอย่างช้า ๆ | ไม่เข้าไปในทุ่ง |
จัดช่วงพักผ่อนไว้ในแผนการเที่ยว
แม้บนที่ราบสูงจะรู้สึกเย็นสบาย แต่การเดินอยู่กลางแดดต่อเนื่องก็ทำให้เหนื่อยง่าย
พกเครื่องดื่มติดตัวไปด้วย และค่อย ๆ เดินไปตามจังหวะที่ไม่ฝืนตัวเอง โดยใช้ม้านั่งและร้านอาหารระหว่างทาง
เนื่องจากกิจกรรมและเมนูอาหารแตกต่างกันไปในแต่ละวันที่เปิดให้บริการ หากตั้งใจมาเพื่อประสบการณ์ใดเป็นพิเศษ ก็จำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลของวันนั้น

เคล็ดลับการถ่ายภาพ|เก็บภาพทุ่งดอกไม้และที่ราบสูงอย่างเป็นธรรมชาติ
ที่ทุ่งลาเวนเดอร์ หากเลือกใช้ทั้งองค์ประกอบภาพที่ถ่ายเน้นดอกไม้ให้ใหญ่ และองค์ประกอบภาพที่เก็บเนินเขาหรือผืนป่าเข้ามาด้วย ก็จะทำให้ภาพถ่ายมีความหลากหลาย
การไม่จดจ่อกับการถ่ายภาพมากจนเกินไป และคำนึงถึงทางเดินและผู้มาเยือนคนอื่น ๆ รอบข้าง คือพื้นฐานของการเที่ยวชมอย่างมีความสุข
ถ่ายวิวกว้างโดยคำนึงถึงมิติความลึก
หากจัดเส้นโค้งของเส้นทางเดินหรือแถวของดอกไม้ให้ไล่จากด้านหน้าไปด้านหลังของเฟรม ก็จะสื่อถึงความกว้างของเนินเขาได้ง่ายขึ้น
หากถ่ายภาพบุคคล อย่าเข้าไปในทุ่งดอกไม้ แต่ให้ถ่ายจากทางเดินหรือจุดถ่ายรูปที่กำหนดไว้ โดยให้ดอกไม้ซ้อนเป็นฉากหลัง ก็จะได้องค์ประกอบภาพที่เป็นธรรมชาติ
ในช่วงที่มีคนพลุกพล่าน อย่าครอบครองจุดใดจุดหนึ่งนานเกินไป หากถ่ายเสร็จแล้วเปิดทางให้คนอื่น ทุกคนก็จะถ่ายภาพได้อย่างสบายใจ
ในภาพระยะใกล้ ให้สังเกตดอกไม้และแมลงอย่างเงียบ ๆ
เมื่อเข้าใกล้ช่อดอก นอกจากรูปทรงดอกที่ละเอียดและกลิ่นหอมแล้ว บางครั้งก็อาจเห็นแมลงที่กำลังเก็บน้ำหวานด้วย
อย่าขยับดอกไม้หรือกิ่งเพื่อการถ่ายภาพ หรือเดินเข้าไปในแปลงต้นไม้เพื่อไล่ตามแมลง แต่ให้สังเกตจากเส้นทางเดินชม
สำหรับอุปกรณ์หรือการใช้งานที่เกินกว่าการถ่ายภาพที่ระลึกทั่วไป เช่น ขาตั้งกล้อง โดรน หรือการถ่ายเชิงพาณิชย์ ควรสอบถามทางสวนก่อนนำเข้ามาเพื่อความปลอดภัย
การแต่งกายและสิ่งของที่ควรพก|เตรียมรับมือสภาพอากาศบนที่ราบสูงในฤดูร้อน
บนที่ราบสูงที่ความสูงประมาณ 1,300 เมตร แม้ในวันที่พื้นราบอากาศร้อน อุณหภูมิที่รู้สึกได้ก็เปลี่ยนแปลงง่ายจากอิทธิพลของลมและเมฆ
เพื่อให้รับมือได้ทั้งแดดจ้า ฝนที่ตกกะทันหัน และความต่างของอุณหภูมิ อุปกรณ์ที่เบาและปรับเปลี่ยนได้ง่ายจึงเหมาะสมที่สุด
เตรียมเสื้อคลุมที่ถอดใส่ได้ง่าย
หากมีเสื้อแขนยาวเนื้อบางหรือเสื้อคลุมน้ำหนักเบา ก็สามารถใช้ได้ในยามที่ลมพัดเย็นหรือยามที่อยากหลบแดด
การเลือกเสื้อผ้าที่แห้งเร็วเพื่อไม่ให้ร่างกายเย็นหลังจากเหงื่อออก จะช่วยให้เดินได้สบายขึ้น
เลือกรองเท้าที่เดินสบายและไม่ลื่น
แม้ในสวนจะมีเส้นทางที่ปูพื้นไว้ แต่บริเวณทางลาดชันหรือจุดที่เปียกชื้นหลังฝนตกก็จำเป็นต้องระวังการก้าวเดิน
เลือกรองเท้าที่ยึดส้นเท้าได้มั่นคง และหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่ยาวลากพื้นหรือพื้นรองเท้าที่ลื่น จะช่วยให้อุ่นใจ
เตรียมของให้พร้อมตามสภาพอากาศ
เราได้สรุปสิ่งของที่ควรพกตามสภาพอากาศไว้อย่างกระชับแล้ว
| สถานการณ์ | ของที่มีประโยชน์ | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| แดดจ้า | หมวก, เครื่องดื่ม | พักผ่อนบ้าง |
| ลมเย็น | เสื้อคลุมเนื้อบาง | ป้องกันความเย็นจากเหงื่อ |
| ฝนตกกะทันหัน | อุปกรณ์กันฝน | ตรวจดูพื้นทางเดิน |
| ท้องฟ้ามีเมฆ | เสื้อผ้าที่ปรับได้ | เตรียมรับความต่างของอุณหภูมิที่รู้สึก |
จัดสัมภาระให้ใช้มือได้ทั้งสองข้าง
ในยามที่ต้องเดินบนทางลาดชันหรือใช้ลิฟต์ สัมภาระที่ทำให้มือว่าง เช่น เป้สะพายหลังหรือกระเป๋าสะพายไหล่ จะสะดวกกว่า
สำหรับสมาร์ตโฟน กล้อง และหมวก ควรตรวจสอบสายคล้องหรือที่เก็บให้เรียบร้อย เพื่อไม่ให้หล่นหรือปลิวไปกับลม

มารยาทสำหรับการเที่ยวชมกับครอบครัวและสัตว์เลี้ยง
สวนลาเวนเดอร์ทัมบาระ (Tambara Lavender Park) มีลานเล่นสำหรับครอบครัว ร้านอาหารและร้านค้า อีกทั้งยังมีกฎของสวนสำหรับการพาสัตว์เลี้ยงมาด้วย
หากให้ความสำคัญกับสภาพของผู้ร่วมทางและสัตว์เลี้ยง และแบ่งเวลาชมดอกไม้กับเวลาพักผ่อนออกจากกัน ก็จะเที่ยวได้อย่างไม่ฝืนตัวเอง
นัดจุดนัดพบกับเด็ก ๆ
เนื่องจากที่ทุ่งดอกไม้มักเพลินกับการถ่ายภาพจนลืมตัว การกำหนดจุดนัดพบเผื่อกรณีที่สมาชิกในครอบครัวพลัดกันตั้งแต่ตอนเข้าสวน จะช่วยให้อุ่นใจ
หากเด็กวิ่งออกไป อาจเกิดการชนกันบนทางลาดชันหรือทางเดินได้ ดังนั้นในจุดที่มีคนพลุกพล่านควรจูงมือไว้ และคอยดูแลไม่ให้เข้าไปในแปลงต้นไม้
ดูแลสุนัขโดยปฏิบัติตามกฎของสวน
นอกบริเวณลานวิ่งสุนัข (dog run) ต้องใส่สายจูงหรือใส่ไว้ในกระเป๋าใส่สัตว์เลี้ยง และเจ้าของต้องเก็บของเสียของสัตว์เอง
ในร้านอาหารและร้านค้ามีบางบริเวณที่สัตว์เลี้ยงเข้าไม่ได้ และไม่อนุญาตให้วางสัตว์เลี้ยงไว้บนม้านั่งหรือโต๊ะด้วย
สุนัขที่ไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าภายใน 1 ปี จะไม่สามารถเข้าสวนได้ ดังนั้นโปรดตรวจสอบเงื่อนไขก่อนพามาด้วย
เคารพดอกไม้และผู้มาเยือนคนอื่น
งดเว้นการกระทำต่าง ๆ เช่น เดินเข้าไปในทุ่งดอกไม้ หักต้นไม้ กีดขวางทางเดิน หรือส่งเสียงดัง
แม้ตอนที่ต้องการดมกลิ่นก็อย่าบีบดอกไม้แรง ๆ และอย่านำดอกไม้กลับไป เว้นแต่จะอยู่ในบริเวณหรือกิจกรรมที่อนุญาตไว้อย่างชัดเจน เช่น กิจกรรมเก็บดอกไม้
แม้จะเป็นนักท่องเที่ยวที่มีวัฒนธรรมและภาษาต่างกัน การรักษาลำดับคิวและแบ่งปันจุดถ่ายรูปให้กัน ก็นำไปสู่การชมที่สบายใจ
วิธีไปสวนลาเวนเดอร์ทัมบาระ (Tambara Lavender Park) และจุดที่ควรตรวจสอบในวันเดินทาง
เนื่องจากที่ราบสูงทัมบาระ (Tambara Kōgen) ตั้งอยู่ในเขตภูเขาที่ห่างจากตัวเมือง จึงจำเป็นต้องกำหนดวิธีการเดินทางไป-กลับให้แน่นอนก่อนเข้าชม
มีทางเลือกทั้งรถยนต์ รถไฟและรถบัส รวมถึงรถรับส่งแบบจำกัดช่วงเวลา โดยรถรับส่งมีการกำหนดช่วงเวลาให้บริการและเงื่อนไขการจองไว้
ทางรถยนต์ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีจากทางออกนุมาตะ (Numata IC)
หากเดินทางด้วยรถยนต์ ระยะเวลาโดยประมาณคือ 30 นาที (ประมาณ 19 กิโลเมตร) จากทางออกนุมาตะ (Numata IC) ของทางด่วนคันเอ็ตสึ (Kan-etsu Expressway) และมีที่จอดรถฟรี (จอดได้ 2,000 คัน)
ก่อนออกเดินทาง ควรตรวจสอบสภาพการจราจรและสภาพอากาศในพื้นที่ และเมื่อฝนตกหรือมีหมอกก็ควรลดความเร็วในการขับขี่
ปฏิบัติตามป้ายแนะนำในพื้นที่สำหรับที่จอดรถและทางเข้าสวน และในบริเวณที่มีคนเดินเท้าจำนวนมากก็ควรสังเกตรอบข้างให้ดี
ระบบขนส่งสาธารณะ ควรตรวจสอบเที่ยวขากลับด้วย
หากเดินทางด้วยรถไฟ สถานีที่ใกล้ที่สุดคือสถานีนุมาตะ (Numata Station) ของสาย JR โจเอตสึ (JR Jōetsu Line) และในบางช่วงของฤดูเปิดให้บริการจะมีรถรับส่งฟรี (ต้องจองล่วงหน้า เที่ยวเดียวประมาณ 50 นาที) ให้บริการ
ในวันที่ไม่มีรถรับส่ง ให้พิจารณาใช้รถบัสประจำทางที่วิ่งในวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ (วันละ 3 เที่ยวไป-กลับ, เที่ยวเดียว 1,050 เยน, ประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที) หรือแท็กซี่
หากวางแผนโดยรวมไม่เพียงแค่เวลาชมดอกไม้ แต่รวมถึงเวลาต่อรถและเวลารอด้วย ก็จะช่วยเลี่ยงสถานการณ์ที่ต้องรีบเดินในสวนเพราะกังวลเรื่องเที่ยวสุดท้ายได้
หลังไปถึง ให้ทบทวนข้อมูลของวันนั้นอีกครั้ง
หากตรวจสอบสถานะการบานของวันนั้น การให้บริการลิฟต์ กิจกรรม และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ใช้ได้ที่ทางเข้า ก็จะปรับเปลี่ยนแผนได้อย่างยืดหยุ่น
แม้สภาพอากาศหรือสภาพของดอกไม้จะเปลี่ยนไป หากกำหนดลำดับความสำคัญของการเดินชม การถ่ายรูป การรับประทานอาหาร และการพักผ่อนไว้ ก็จะเที่ยวได้อย่างใจเย็น
สรุป|ตรวจสอบสถานะการบานแล้วออกไปชมทุ่งดอกไม้บนที่ราบสูง
สวนลาเวนเดอร์ทัมบาระ (Tambara Lavender Park) เป็นสถานที่ที่คุณสามารถเพลิดเพลินกับลาเวนเดอร์ราว 50,000 ต้นและทิวทัศน์ที่ราบสูงที่ความสูงประมาณ 1,300 เมตร ในโฉมที่แตกต่างกันไปตามตำแหน่งที่เดินและระดับการบาน
ก่อนไปเยือน ควรตรวจสอบข้อมูลการเปิดให้บริการ สถานะการบาน วิธีเดินทาง และการให้บริการของลิฟต์ชมวิวฤดูร้อน และในวันเดินทางก็ควรสวมรองเท้าที่เดินสบายและเสื้อผ้าที่ปรับเปลี่ยนได้ง่ายไป
การไม่เข้าไปในทุ่งดอกไม้ แบ่งปันทางเดินและจุดถ่ายรูปให้กัน พร้อมกับค่อย ๆ ดื่มด่ำกับการเปลี่ยนแปลงของกลิ่นหอม สี และอากาศ จะช่วยให้เที่ยวชมได้อย่างน่าประทับใจยิ่งขึ้น





รีวิว (0)