ชิมะออนเซ็น กุนมะ คืออะไร? ประวัติและเสน่ห์ของออนเซ็นชื่อดัง
ชิมะออนเซ็น(Shima Onsen) เป็นเมืองออนเซ็นเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในเมืองนากะโนะโจ(Nakanojō) อำเภออากัตสึมะ(Agatsuma) จังหวัดกุนมะ(Gunma) และ เป็นหนึ่งในแหล่งออนเซ็นตัวแทนของจังหวัดกุนมะที่หลายคนรู้จัก
ชื่อของที่นี่มาจากคำเล่าขานว่า “รักษาได้ถึงสี่หมื่นโรค” ซึ่งสื่อถึงสรรพคุณของน้ำแร่ร้อนที่อุดมไปด้วยคุณค่า
ตำนานการค้นพบน้ำพุร้อนมีอยู่ 2 เรื่อง ได้แก่ เรื่องที่ว่า ซากาโนะอุเอะ โนะ ทามูระมาโระ(Sakanoue no Tamuramaro) แวะมาที่นี่ในช่วงยุคเอ็นเรียคุ(Enryaku, 782〜806) และอีกเรื่องหนึ่งที่ว่าในปีเอเอ็นที่ 3(Eien 3, 989) อุซุอิ ซาดามิตสึ(Usui Sadamitsu) ผู้เป็นผู้ติดตามของมินาโมโตะ โนะ โยริมิตสึ(Minamoto no Yorimitsu) ได้รับนิมิตในฝันและค้นพบน้ำพุร้อน
ในปีโชวะที่ 29(Shōwa 29, 1954) ที่นี่ยังได้รับการกำหนดให้เป็น “แหล่งออนเซ็นเพื่อการพักฟื้นของประชาชน” อีกด้วย จึงถือเป็นออนเซ็นที่มีที่มาและความสำคัญทางประวัติศาสตร์
เมืองออนเซ็นที่แผ่ขยายอยู่ท่ามกลางหุบเขาอันเงียบสงบแห่งนี้ เป็นสถานที่ที่คุณจะได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติอันงดงามและบรรยากาศถนนออนเซ็นแบบดั้งเดิม
นอกจากนี้ยังมีจุดท่องเที่ยวให้แวะมากมาย เช่น เซกิเซ็นคัง(Sekizen-kan) ที่ถูกกล่าวว่าเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจของ “Spirited Away(Sen to Chihiro no Kamikakushi)” และทะเลสาบโอคุชิมะโกะ(Okushimako)ที่ส่องประกายสีน้ำเงินโคบอลต์
บทความนี้จะอธิบายแบบละเอียดเกี่ยวกับจุดเด่นของชิมะออนเซ็น วิธีเที่ยวให้สนุก รวมถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่าง วิธีไป・ค่าใช้จ่าย และการเดินทาง

จุดเด่นที่ต้องชมที่ชิมะออนเซ็น
เซกิเซ็นคัง|เรียวกังไม้เก่าแก่ระดับตำนานของชิมะออนเซ็น
เรียวกังสัญลักษณ์ของชิมะออนเซ็นอย่าง เซกิเซ็นคัง เป็นหนึ่งในอาคารที่พักออนเซ็นไม้แบบดั้งเดิมที่มีประวัติยาวนาน และภายในมีอาคารบางส่วนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรม
ก่อตั้งในปีเก็นโระคุที่ 7(Genroku 7, 1694) เป็นเรียวกังเก่าแก่ที่ดำเนินกิจการมายาวนาน
โดยเฉพาะ สะพานสีแดง “เคอุนบาชิ”(Keiun-bashi) ที่พาดข้ามแม่น้ำชิมะ(Shima-gawa) และอาคารของตัวเรือนหลัก เป็นมุมถ่ายรูปยอดนิยมที่หลายคนบอกว่า “ถ่ายออกมาสวย”
ภายในมีอ่างอาบน้ำ “เก็นโระคุโนะยุ(Genroku no Yu)” ซึ่งสร้างในปีโชวะที่ 5(1930) จุดเด่นคือหน้าต่างโค้งแบบอาร์ช ให้บรรยากาศโรแมนติกยุคไทโช และสามารถเพลิดเพลินกับออนเซ็นแบบน้ำแร่จากต้นกำเนิดไหลผ่านได้
ที่นี่โด่งดังในฐานะหนึ่งในโมเดลของโรงอาบน้ำ “อาบุรายะ(Aburaya)” ในภาพยนตร์ “Spirited Away” จึงมีนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศมาเยือนเป็นจำนวนมาก
ไม่เพียงแค่เข้าพักเท่านั้น แต่ “เก็นโระคุโนะยุ” ยังสามารถแช่ออนเซ็นแบบไปเช้าเย็นกลับได้ด้วย(ประมาณ 1,500 เยน)
สายน้ำใสสีชิมะบลู|ทะเลสาบโอคุชิมะโกะและทะเลสาบชิมะ
ชิมะออนเซ็นตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีแม่น้ำชิมะไหลผ่านอย่างใสสะอาด
โดยเฉพาะทะเลสาบโอคุชิมะโกะ ซึ่งเป็นทะเลสาบของเขื่อนชิมะ(Shima-gawa Dam) ผิวน้ำจะเปลี่ยนสีเป็นน้ำเงินโคบอลต์หรือน้ำเงินเทอร์ควอยซ์ตามแสงและฤดูกาล จนเป็นที่รู้จักในชื่อ “ชิมะบลู”
ช่วงเวลาที่มักถูกพูดถึงว่า “มองเห็นชิมะบลูได้สวย” คือช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิที่มีน้ำละลายจากหิมะไหลลงมา
รอบทะเลสาบมีถนนวนรอบประมาณ 4km จึงสามารถขับรถหรือปั่นจักรยานเพื่อดื่มด่ำธรรมชาติได้เต็มที่
กิจกรรมอย่างพายเรือแคนูหรือ SUP(สแตนด์อัพพัดเดิลบอร์ด)ก็สามารถทำได้ในช่วงกรีนซีซันเช่นกัน
บริเวณปากทางของถนนออนเซ็นยังมี “ทะเลสาบชิมะ(Shima-ko/Nakanojō Dam)” ให้ชมชิมะบลูได้ด้วย หากมีเวลาจำกัด แวะที่นี่ก็เป็นตัวเลือกที่แนะนำ
ฮินาตามิ ยาคุชิโด|อาคารเก่าแก่ที่ขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติสำคัญของชาติ
บริเวณด้านในสุดของชิมะออนเซ็น ในย่านฮินาตามิ(Hinatami) มี ฮินาตามิ ยาคุชิโด(Hinatami Yakushi-dō) ซึ่งเป็นอาคารที่สร้างขึ้นในปีเคอิโชที่ 3(Keichō 3, 1598) เพื่ออธิษฐานให้ซานาดะ โนบุยูกิ(Sanada Nobuyuki) ผู้เป็นเจ้าเมืองในเวลานั้นมีชัยชนะและโชคในศึกสงคราม
ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบคาระสไตล์(อิทธิพลจีน)ช่วงปลายยุคมุโรมาจิ หลังคามุงหญ้าคายะ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติสำคัญของชาติในปีเมจิที่ 45(Meiji 45)
ภายในประดิษฐานพระไภษัชยคุรุ(Yakushi Nyorai) และเป็นที่ศรัทธาของผู้มาพักรักษาตัวด้วยการแช่ออนเซ็นมาแต่โบราณในชื่อ “ยุมาเอะ ยาคุชิ”
ติดกันมีบ่อน้ำรวม “โอมุโซโนะยุ(Omusō-no-Yu)” ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นต้นกำเนิดของชิมะออนเซ็น รวมถึงแช่เท้า จึงเหมาะมากที่จะมาเป็นจุดพัก/จุดกลับตัวระหว่างเดินเที่ยวถนนออนเซ็น
บ่ออาบน้ำรวมของชิมะออนเซ็น
ที่ชิมะออนเซ็นมีบ่ออาบน้ำรวมกระจายอยู่หลายจุด สามารถแวะเข้าไปแช่ได้อย่างสบายๆ
- คาวาระโนะยุ(Kawara no Yu):บ่อที่เปิดโล่งคล้ายออนเซ็นกลางแจ้ง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำชิมะ
- โอมุโซโนะยุ:อยู่ข้างฮินาตามิ ยาคุชิโด เป็นออนเซ็นต้นกำเนิดของชิมะออนเซ็น
- อุเอะโนะยุ(Ue no Yu):อยู่ช่วงกลางของถนนออนเซ็น เป็นบ่อที่คนท้องถิ่นก็ใช้กัน
ทุกแห่งไม่สามารถใช้สบู่หรือแชมพูได้ จึงเป็นการใช้แบบ “ราดน้ำแร่ร้อน” และแช่แบบเรียบง่าย
การตระเวนแช่บ่อที่บรรยากาศแตกต่างกันก็เป็นประสบการณ์เฉพาะของชิมะออนเซ็น

กิจกรรมที่ทำได้ที่ชิมะออนเซ็น
ตระเวนแช่ออนเซ็น
ในเมืองชิมะออนเซ็นมีที่พักออนเซ็นหลากหลายขนาด แต่ละแห่งมีแหล่งน้ำแร่และสรรพคุณที่ต่างกันให้ได้ลอง
บางช่วงอาจมีการจัดเตรียมบัตร/แพ็กเกจสำหรับการตระเวนแช่ออนเซ็น จึงเหมาะสำหรับคนที่อยากลองหลายที่
น้ำแร่ร้อนของที่นี่ถูกจัดว่าเป็นน้ำพุร้อนประเภทโซเดียม・แคลเซียม-คลอไรด์・ซัลเฟต และมักถูกพูดถึงว่าช่วยให้ผิวชุ่มชื้นลื่นนุ่ม
บางจุดอาจมี “จุดดื่มน้ำแร่(Insenjo/飲泉所)” และอาจมีการแนะนำให้ลองดื่มน้ำแร่ร้อนตามแนวทางที่กำหนด
เดินเล่นธรรมชาติ
รอบๆ ชิมะออนเซ็นมีเส้นทางเดินป่าและเส้นทางเดินเล่นที่ได้ชมธรรมชาติสวยๆ หลายเส้นทาง
โดยเฉพาะ “กลุ่มหลุมหินชิมะ(Shima no Ōketsu-gun)” เป็นหลุมกลมที่เกิดจากกระแสน้ำกัดเซาะยาวนาน และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์ธรรมชาติของจังหวัด
อีกจุดเด่นคือเดินจากถนนออนเซ็นไปได้ ทำให้เข้าถึงง่าย
พายเรือแคนู・SUP
ที่ทะเลสาบโอคุชิมะโกะ สามารถทำกิจกรรมทางน้ำอย่างพายเรือแคนูหรือ SUP ได้
เป็นกิจกรรมยอดนิยมที่ได้สัมผัสผิวน้ำชิมะบลูแบบใกล้ชิด และยังมีทัวร์พร้อมไกด์สำหรับมือใหม่ด้วย
ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง และช่วงซีซันอยู่ราวๆ พฤษภาคม〜ตุลาคม

วิธีไปชิมะออนเซ็น
เดินทางด้วยรถไฟ・รถบัส
- ลงที่สถานีนากะโนะโจของสาย JR อากัตสึมะ(JR Agatsuma Line)(จากฝั่งโตเกียวมักต่อรถที่สถานีทาคาซากิของชินคันเซ็นโจเอ็ตสึ โดยช่วงทาคาซากิ〜นากะโนะโจใช้เวลาประมาณ 50 นาที)
- จากสถานีนากะโนะโจ นั่งรถบัสของคันเอ็ตสึโคสึ “ไปชิมะออนเซ็น” ประมาณ 40 นาที แล้วลงที่ป้ายสุดท้าย
ในบางฤดูกาลอาจมีรถบัสด่วนจากสถานีโตเกียวไปยังย่านชิมะออนเซ็นให้บริการด้วย
เดินทางด้วยรถยนต์
- จากจุดขึ้นลงทางด่วนคันเอ็ตสึ “ชิบุคาวะอิคาโฮะ IC(Shibukawa-Ikaho IC)” ใช้ทางหลวงหมายเลข 353 ประมาณ 60 นาที
- ภายในชิมะออนเซ็นมีลานจอดรถของเทศบาลหลายแห่ง จึงเดินทางด้วยรถยนต์ได้สะดวก

ข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับนักท่องเที่ยว
ที่พักแนะนำ
ชิมะออนเซ็นมีที่พักประมาณ 30 แห่ง ตั้งแต่เรียวกังเก่าแก่ไปจนถึงที่พักสไตล์โมเดิร์น
โดยเฉพาะเซกิเซ็นคัง ชิมะทามุระ(Shima Tamura) และชิมะยามะงุจิคัง(Shima Yamaguchi-kan) เป็นที่พักยอดนิยมที่ได้เพลิดเพลินทั้งออนเซ็นและอาหารอย่างเต็มที่
บางที่พักยังมีแพ็กเกจยูจิ(Tōji|การพักรักษาตัวด้วยออนเซ็น)ในราคาที่เข้าถึงง่าย และรองรับการเข้าพักระยะยาวด้วย
ข้อมูลอาหารท้องถิ่น
- ของกินเดินกินในถนนออนเซ็น:เพลิดเพลินกับของขึ้นชื่อของกุนมะ เช่น ยากิมันจู และออนเซ็นมันจู
- อาหารปลาแม่น้ำ:ลิ้มลองปลาแยมาเมะหรืออิวานะสดๆ ทั้งแบบย่างเกลือและเทมปุระ
- โอกิริโคมิอุด้ง(Okirikomi Udon):อาหารพื้นเมืองของกุนมะ เส้นอุด้งกว้างต้มกับผัก ให้ความอุ่นสบาย
ช่วงเวลาน่าเที่ยวที่สุด
ชิมะออนเซ็นเที่ยวได้ตลอดปี แต่ฤดูกาลต่อไปนี้มักถูกแนะนำเป็นพิเศษ:
- ฤดูใบไม้ผลิ(เมษายน〜พฤษภาคม):สีเขียวสดของธรรมชาติสวยงาม และมักมองเห็นชิมะบลูได้เด่นชัด
- ฤดูใบไม้ร่วง(ปลายตุลาคม〜ต้นพฤศจิกายน):ใบไม้เปลี่ยนสีแต่งแต้มถนนออนเซ็นและภูเขารอบๆ ให้เป็นวิวสวยงาม
- ฤดูหนาว(ธันวาคม〜กุมภาพันธ์):สนุกกับออนเซ็นกลางแจ้งชมหิมะ และดื่มด่ำบรรยากาศออนเซ็นที่เงียบสงบ
มารยาทและข้อควรระวังระหว่างเที่ยว
บ่ออาบน้ำรวมไม่มีผ้าเช็ดตัวหรือสบู่ให้ จึงควรนำไปเอง
ถนนในย่านออนเซ็นมักแคบและคดเคี้ยวตามภูเขา หากขับรถควรระมัดระวังเป็นพิเศษ
บริเวณรอบทะเลสาบโอคุชิมะโกะอาจมีรายงานพบหมีในบางช่วง หากพกกระดิ่งหรืออุปกรณ์เตือนเสียงจะช่วยให้สบายใจขึ้น
สรุป
ชิมะออนเซ็นเป็นหนึ่งในเมืองออนเซ็นชั้นนำของกุนมะ ที่ผสานธรรมชาติอันงดงามเข้ากับวัฒนธรรมออนเซ็นอย่างลึกซึ้ง
ทั้งเซกิเซ็นคังอันเปี่ยมประวัติศาสตร์ ผิวน้ำชิมะบลูที่ชวนหลงใหล และฮินาตามิ ยาคุชิโดที่เป็นสมบัติสำคัญของชาติ ล้วนเป็นไฮไลท์ที่มีเสน่ห์
หากมีโอกาสไปเที่ยวกุนมะ อย่าลืมแวะชิมะออนเซ็นและสัมผัสเสน่ห์ของที่นี่ด้วยตัวเอง
ใช้เวลาพักผ่อนเพื่อเยียวยาทั้งใจและกาย และสร้างความทรงจำที่น่าประทับใจให้กับทริปญี่ปุ่นของคุณ