เพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวญี่ปุ่น!

บ่อน้ำสีฟ้าแห่งบิเอ ฮอกไกโด|ชมผืนน้ำสีโคบอลต์บลูและทิวไม้ยืนตายสุดเหนือจริง

บ่อน้ำสีฟ้าแห่งบิเอ ฮอกไกโด|ชมผืนน้ำสีโคบอลต์บลูและทิวไม้ยืนตายสุดเหนือจริง
บ่อน้ำสีฟ้าในเมืองบิเอ จังหวัดฮอกไกโดเป็นจุดชมวิวชื่อดังที่มีผิวน้ำสีฟ้าโคบอลต์และต้นไม้ยืนตายกลางน้ำสร้างบรรยากาศเหนือจริง บทความนี้อธิบายสาเหตุที่น้ำกลายเป็นสีฟ้า การเปลี่ยนเฉดสียามเปลี่ยนฤดูกาล ข้อมูลการประดับไฟยามค่ำ เทคนิคถ่ายรูปสำหรับมือใหม่ และวิธีเดินทางจากบิเอหรือฟุราโนะพร้อมไอเดียเที่ยวต่อรอบๆ.

ไฮไลต์

สรุปเสน่ห์ในประโยคเดียว

บ่อน้ำสีฟ้าแห่งบิเอะมีผิวน้ำใสสีฟ้าที่เปลี่ยนไปตามสภาพอากาศและช่วงเวลา เป็นจุดถ่ายรูปที่ให้บรรยากาศตื่นตา

ที่มาและการเกิดขึ้น

บ่อน้ำสีฟ้าเกี่ยวข้องกับกิจกรรมภูเขาไฟของโทคาจิดาเกะและถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์ ก่อนจะเป็นที่รู้จักในฐานะจุดชมวิวที่โดดเด่น

ทำไมถึงเป็นสีฟ้า

มีคำอธิบายว่าอนุภาคอะลูมิเนียมขนาดเล็กในน้ำทำให้แสงกระเจิง จนทำให้บางช่วงคลื่นเด่นขึ้นและมองเห็นเป็นสีฟ้า

สรุปการเดินทาง

สนามบินชินชิโตเสะ→สถานีบิเอะ ใช้ JR/รถยนต์ประมาณ 3 ชั่วโมง, สนามบินอาซาฮิคาวะ→ขับรถประมาณ 30 นาที / สถานีบิเอะ→บ่อน้ำสีฟ้า ขับรถประมาณ 20 นาที (มีรถบัสให้บริการ)

เวลาและค่าใช้จ่าย

เป็นจุดเดินเล่นกลางแจ้งที่เข้าชมได้ตลอดปี ค่าเข้าชมฟรี (ที่จอดรถมีค่าใช้จ่าย และมีช่วงเวลาใช้งาน จึงควรตรวจสอบประกาศหน้างาน)

บรรยากาศที่เปลี่ยนตามฤดูกาล

ฤดูใบไม้ผลิใสสะอาดพร้อมความเขียวใหม่ ฤดูร้อนสีน้ำเงินเข้ม ฤดูใบไม้ร่วงตัดกับสีใบไม้เปลี่ยนสี ฤดูหนาวเป็นภาพน้ำแข็งและทิวทัศน์ขาวโพลน

แวะเที่ยวรอบ ๆ

จากบ่อน้ำสีฟ้าขับรถประมาณ 10 นาทีถึงชิโรกาเนะออนเซ็น แวะออนเซ็นกลางแจ้งได้ และยังมีจุดชมเนินเขาบิเอะ (เช่น เนินแพตช์เวิร์ก) ที่สายถ่ายรูปนิยม

ข้อมูลล่าสุดโปรดตรวจสอบจากประกาศอย่างเป็นทางการหรือยืนยัน ณ สถานที่จริง

บ่อน้ำสีฟ้าแห่งบิเอะ(Biei) ฮอกไกโด(Hokkaidō) “บ่อน้ำสีฟ้าชิโรกาเนะ(Shirogane Aoi-ike)” คืออะไร?

“บ่อน้ำสีฟ้าชิโรกาเนะ” ในย่านชิโรกาเนะของเมืองบิเอะ เขตคามิกาวะ ฮอกไกโด เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมที่มีเสน่ห์จากผิวน้ำสีโคบอลต์บลูอันโดดเด่น

บ่อนี้เป็นบ่อน้ำเทียมที่เกิดจากการสร้างเขื่อนกั้นลำน้ำบิเอะเพื่อป้องกันโคลนภูเขาไฟจากการปะทุของภูเขาโทกาจิดาเกะ(Tokachi-dake)ในปี 1988 ทำให้น้ำขังและเกิดเป็นบ่อน้ำขึ้นมา

บ่อน้ำที่ถือกำเนิดจากผลพลอยได้ของงานป้องกันภัยพิบัติแห่งนี้ ต่อมากลายเป็นจุดชมวิวชื่อดังที่เป็นที่รู้จักทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ

อีกทั้งยังเป็นที่รู้จักมากขึ้นหลังจากถูกนำไปใช้เป็นภาพพื้นหลังของ Mac จากบริษัท Apple ในปี 2012

บทความนี้จะพาไปดูวิธีไปบ่อน้ำสีฟ้าแห่งบิเอะ จุดเด่น ช่วงฤดูกาลที่น่าเที่ยว และข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับนักท่องเที่ยวแบบละเอียด


วิธีไปบ่อน้ำสีฟ้าแห่งบิเอะและข้อมูลพื้นฐาน

วิธีการเดินทาง

เมืองบิเอะตั้งอยู่เกือบใจกลางฮอกไกโด และอยู่ไม่ไกลจากฟุราโนะกับอาซาฮิกาวะ จึงเป็นทำเลที่สะดวกสำหรับใช้เป็นฐานท่องเที่ยว

  • จากสนามบินชินชิโตเสะ:เดินทางด้วย JR หรือรถเช่าไปยังสถานีบิเอะ(Biei Station) ใช้เวลาประมาณ 2–3 ชั่วโมง
  • จากสนามบินอาซาฮิกาวะ:ขับรถประมาณ 30 นาที ไปยังเมืองบิเอะได้สะดวก

จากสถานีบิเอะของ JR ไปบ่อน้ำสีฟ้าใช้เวลาขับรถประมาณ 25 นาที และยังมีรถบัสประจำทางของโดโฮคุบัสให้บริการด้วย (ใช้เวลาประมาณ 20 นาที)

จากมิจิโนะเอกิ บิเอะ “ชิโรกาเนะ บิรุกะ”(Michi-no-Eki Biei Shirogane Biruke) อยู่ใกล้เพียงประมาณ 2 กม. และสามารถปั่นจักรยานเช่าไปได้เช่นกัน

ที่จอดรถ เวลาเปิด และค่าเข้า/ค่าจอดรถ

ที่บ่อน้ำสีฟ้ามีลานจอดรถแบบเสียค่าบริการ รองรับรถยนต์นั่งประมาณ 220 คัน และรถบัสประมาณ 20 คัน

ค่าจอดรถสำหรับรถยนต์นั่งอยู่ที่ 500 เยน โดยเวลาเปิดใช้งานจะแตกต่างกันตามฤดูกาล: ช่วงเดือนพฤษภาคม–ตุลาคม โดยทั่วไปคือ 7:00–19:00 (ปลายเดือนตุลาคมบางวันอาจเปิดถึง 21:00) และช่วงเดือนพฤศจิกายน–เมษายน โดยประมาณคือ 8:00–21:00

การเข้าชมบ่อน้ำไม่มีค่าเข้า แต่หากอยู่นอกเวลาเปิดของลานจอดรถ การเข้าถึงจะทำได้ยาก จึงควรวางแผนล่วงหน้า

นอกจากนี้ยังมีสิทธิ์ยกเว้นค่าจอดรถสำหรับชาวเมืองบิเอะหรือผู้เข้าพักในย่านชิโรกาเนะออนเซ็น เป็นต้น


ที่มาของบ่อน้ำสีฟ้าและความลับของความสวยงาม

ทำไมบ่อน้ำถึงมีสีฟ้า?

เหตุผลที่บ่อน้ำสีฟ้ามีสีฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์ มักอธิบายว่าเกิดจากปรากฏการณ์การกระเจิงของแสงโดยอนุภาคคอลลอยด์ที่อยู่ในน้ำ

มีการกล่าวกันว่าน้ำใต้ดินที่มีอะลูมิเนียมจากต้นน้ำ เช่น น้ำตกชิราฮิเงะ(Shirahige-no-Taki) ผสมกับน้ำในแม่น้ำบิเอะ จนเกิดเป็นอนุภาคคอลลอยด์ขนาดเล็ก

เมื่อแสงอาทิตย์ตกกระทบอนุภาคคอลลอยด์เหล่านี้ แสงสีน้ำเงินซึ่งมีความยาวคลื่นสั้นจะกระเจิงได้ง่าย จึงทำให้เรามองเห็นน้ำเป็นสีฟ้า

ยิ่งไปกว่านั้น ดินสีขาวที่ก้นบ่อ (ซึ่งมีที่มาจากกำมะถันและหินปูน) ยังสะท้อนแสง ช่วยขับให้สีฟ้าเด่นชัดยิ่งขึ้น

สีของน้ำจะเปลี่ยนไปตามคุณภาพน้ำ สภาพอากาศ และมุมของแสงอาทิตย์ จึงเป็นเสน่ห์สำคัญที่ทำให้ทุกครั้งที่มาเยือน คุณจะได้เห็นภาพที่ต่างออกไป

ความแตกต่างในแต่ละฤดูกาล

  • ฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน–พฤษภาคม):บางช่วงอาจเห็นน้ำออกโทนเขียวจากอิทธิพลของหิมะละลาย เป็นฤดูที่ความเขียวสดของธรรมชาติตัดกับผืนน้ำได้อย่างสวยงาม
  • ฤดูร้อน (มิถุนายน–สิงหาคม):เป็นช่วงที่ได้เห็นสีน้ำเงินสดใสชัดเจนที่สุด โดยโทนสีจะเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศ
  • ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–ตุลาคม):ใบไม้เปลี่ยนสีของต้นคารามัตสึและต้นเบิร์ชรอบบ่อ สร้างคอนทราสต์ที่งดงามกับผิวน้ำสีฟ้า ช่วงพีคของใบไม้เปลี่ยนสีอาจคลาดเคลื่อนเล็กน้อยในแต่ละปี
  • ฤดูหนาว (พฤศจิกายน–เมษายน):ช่วงที่น้ำแข็งจับตัวหรือมีหิมะปกคลุม อาจมองเห็นสีฟ้าของผิวน้ำได้ยาก แต่โดยทั่วไปมักมีการจัดไฟไลต์อัปตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมถึงราวเดือนเมษายน สามารถเพลิดเพลินได้ตั้งแต่พระอาทิตย์ตกจนถึงประมาณ 21:00


เคล็ดลับดูบ่อน้ำสีฟ้าให้สวยที่สุด

ช่วงเวลาที่แนะนำ

ช่วงเวลาที่บ่อน้ำสีฟ้ามักดูสดใสชัดเจนคือช่วงกลางวัน เมื่อดวงอาทิตย์อยู่สูง

เมื่อแสงแดดส่องถึงผิวน้ำได้ดี สีฟ้าจะยิ่งเด่นชัดมากขึ้น

ในทางกลับกัน ช่วงเช้าตรู่มักเกิดแสงย้อน จึงอาจได้ภาพบรรยากาศลึกลับสวยไปอีกแบบ

วิธีเลี่ยงความแออัด

เนื่องจากเป็นสถานที่ยอดนิยม โดยเฉพาะวันหยุดในฤดูร้อนจึงมักมีคนหนาแน่น

แนะนำให้เลือกไปช่วงเช้าตรู่หรือช่วงเช้าวันธรรมดาที่ค่อนข้างคนน้อยกว่า

นอกจากนี้ หลังฝนตกน้ำมักจะขุ่นได้ง่าย หากเลือกไปในวันที่อากาศแจ่มใสต่อเนื่อง จะมีโอกาสเห็นน้ำสีฟ้าสวยมากกว่า

มารยาทในการถ่ายภาพและเข้าชม

รอบบ่อน้ำสีฟ้ามีทางเดินชมวิวจัดไว้อย่างเป็นระเบียบ

หากใช้ขาตั้งกล้อง ควรระวังไม่ให้รบกวนผู้มาเยือนคนอื่น และอย่าลืมปฏิบัติตามมารยาทพื้นฐานในการท่องเที่ยว เช่น เก็บขยะกลับไปด้วย

ที่เที่ยวใกล้บ่อน้ำสีฟ้า

น้ำตกชิราฮิเงะและบลูริเวอร์

“น้ำตกชิราฮิเงะ” ใกล้บ่อน้ำสีฟ้า เป็นอีกจุดยอดนิยมที่มีชื่อเสียงจากทัศนียภาพของสายน้ำสีฟ้าที่ไหลลงสู่แม่น้ำบิเอะ

จากสะพานบลูริเวอร์ สามารถมองลงไปเห็นน้ำสีฟ้าที่แอ่งน้ำตกไหลรวมลงสู่แม่น้ำบิเอะได้อย่างชัดเจน

แม้ในฤดูหิมะ ทิวทัศน์ก็ยังสวยงาม และให้บรรยากาศที่แตกต่างเมื่อจับคู่กับวิวหิมะขาวโพลน

ชิโรกาเนะออนเซ็น(Shirogane Onsen)

ชิโรกาเนะออนเซ็นที่ตั้งอยู่ใกล้บ่อน้ำสีฟ้า เหมาะมากสำหรับแวะพักผ่อนหลังเที่ยวชม

คุณสามารถผ่อนคลายในอ่างอาบน้ำกลางแจ้งท่ามกลางธรรมชาติ พร้อมชมวิวสวยของบิเอะได้อย่างเต็มที่

เที่ยวชมเนินเขาแห่งบิเอะ

เมืองบิเอะยังมีชื่อเสียงจากทิวทัศน์เนินเขาอันสวยงาม

บนเส้นทาง “แพตช์เวิร์กโนะมิจิ”(Patchwork-no-Michi) มีจุดถ่ายภาพยอดนิยมสำหรับคนรักการถ่ายรูปกระจายอยู่หลายแห่ง เช่น “ต้นไม้เคนกับแมรี” และ “ต้นไม้เซเวนสตาร์”

ภาพพาโนรามาของทุ่งนาที่เปลี่ยนสีไปตามฤดูกาล คือวิวสุดอลังการที่เป็นเอกลักษณ์ของฮอกไกโด


ข้อควรรู้ก่อนเที่ยวบ่อน้ำสีฟ้า

การแต่งกายเมื่อมาเยือน

เมืองบิเอะเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างหนาวเย็นแม้ในฮอกไกโด จึงควรเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะกับฤดูกาลที่เดินทาง

  • ฤดูใบไม้ผลิ・ฤดูใบไม้ร่วง:เสื้อกันหนาวแบบบางหรือวินด์เบรกเกอร์
  • ฤดูร้อน:หมวกหรือแว่นกันแดดสำหรับกันแดด และรองเท้าผ้าใบที่เดินสบาย
  • ฤดูหนาว:จำเป็นต้องมีเสื้อกันหนาวหนาและรองเท้าที่กันลื่น

ทางเดินชมวิวอาจมีน้ำแข็งเกาะในฤดูหนาว จึงควรเตรียมอุปกรณ์กันลื่นให้พร้อม

อาหารและของฝาก

ที่ร้านค้าบริเวณบ่อน้ำสีฟ้า มีของหวานถ่ายรูปสวยยอดนิยม เช่น “ไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟบ่อน้ำสีฟ้า” รสรามูเนะ และ “โซดาบ่อน้ำสีฟ้า”

บริเวณรอบสถานีบิเอะและย่านชิโรกาเนะออนเซ็น ยังมีร้านอาหารและคาเฟ่ที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นกระจายอยู่หลายแห่ง

โดยเฉพาะเมนูที่ใช้มันฝรั่งและผลิตภัณฑ์นมจากบิเอะ เป็นของอร่อยที่ไม่ควรพลาด

ของฝากแนะนำ ได้แก่ ขนมหวานที่ทำจากถั่วและผลิตภัณฑ์นมจากบิเอะ รวมถึงสินค้าลิมิเต็ดของบ่อน้ำสีฟ้า

สรุป: ไปชมสีฟ้ามหัศจรรย์ที่ธรรมชาติรังสรรค์

“บ่อน้ำสีฟ้า” แห่งบิเอะ ฮอกไกโด เป็นจุดชมวิวที่ถือกำเนิดจากผลพลอยได้ของงานป้องกันภัยพิบัติ

ผิวน้ำสีฟ้าที่เปลี่ยนอารมณ์ไปตามฤดูกาลและช่วงเวลา มอบภาพความประทับใจที่ไม่เหมือนกันในทุกครั้งที่มาเยือน

หากจัดทริปเที่ยวควบคู่กับน้ำตกชิราฮิเงะหรือเนินเขาแห่งบิเอะ คุณจะได้สัมผัสการเดินทางในฮอกไกโดที่ครบถ้วนยิ่งขึ้น

ถ้ามีโอกาสมาเที่ยวบิเอะ อย่าลืมเพิ่มบ่อน้ำสีฟ้าอันงดงามแห่งนี้ไว้เป็นไฮไลต์ของทริป

คำถามที่พบบ่อย

ตอบ บ่อน้ำสีฟ้าดูเป็นสีน้ำเงินเพราะน้ำใต้ดินที่มีอะลูมิเนียมผสมกับน้ำของแม่น้ำบิเอะ แล้วเกิดอนุภาคคอลลอยด์ละเอียดที่ช่วยกระเจิงแสงอาทิตย์ จึงเห็นเป็นสีฟ้า อีกทั้งเคยถูกเลือกเป็นภาพวอลเปเปอร์ของ macOS ทำให้มีชื่อเสียงไปทั่วโลก สีฟ้าจะเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศและมุมแสง และในวันที่ฟ้าใส ช่วงเช้ามักเห็นเป็นสีน้ำเงินสดใสมากกว่า
ตอบ จากสถานี JR บิเอะ นั่งรถบัส Dohoku ประมาณ 20 นาที ลงป้าย “ทางเข้าบ่อน้ำสีฟ้า ชิโรกาเนะ” แล้วเดินถึงทันที หากขับรถ จากสนามบินอาซาฮิคาวะใช้เวลาประมาณ 30 นาที ค่าจอดรถสำหรับรถทั่วไป 500 เยน รองรับประมาณ 270 คัน ช่วงฤดูท่องเที่ยวหน้าร้อนหลัง 10:00 ที่จอดมักแน่น จึงแนะนำไปถึงราว 8:00 จะสบายกว่า เนื่องจากรถบัสมีรอบไม่มาก การเดินทางด้วยรถจึงสะดวก
ตอบ ช่วงที่สีฟ้ามักเห็นชัดที่สุดโดยทั่วไปคือกลางพฤษภาคมถึงมิถุนายน เมื่อมีน้ำละลายจากหิมะไหลเข้าและความใสของน้ำเพิ่มขึ้น ช่วงเวลาที่เหมาะคือประมาณ 10:00–14:00 เมื่อดวงอาทิตย์อยู่สูง และถ้าวันไหนลมสงบ ผิวน้ำเรียบ จะเห็นเงาสะท้อนของต้นลาร์ชที่ตายยืนต้นบนผิวน้ำอย่างสวยงาม ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีในเดือนตุลาคมก็โดดเด่นด้วยคอนทราสต์ระหว่างสีทองของต้นไม้กับผิวน้ำสีฟ้า
ตอบ ไลต์อัปฤดูหนาวโดยทั่วไปจัดช่วงพฤศจิกายนถึงเมษายน หิมะบนบ่อน้ำที่กลายเป็นน้ำแข็งจะถูกส่องด้วยไฟ LED ให้บรรยากาศแฟนตาซี เวลาเปิดไฟประมาณหลังพระอาทิตย์ตกถึงราว 21:00 เข้าชมฟรี บ่อน้ำสีฟ้าหน้าหนาวให้ภาพ “โลกสีเงิน” ต่างจากหน้าร้อนมาก อุณหภูมิอาจลดลงใกล้ -20°C ได้ จึงควรเตรียมเสื้อกันหนาวแบบดาวน์ ถุงมือ หมวก และรองเท้ากันหนาวให้พร้อม
ตอบ การเดินชมบ่อน้ำตามทางเดินใช้เวลาประมาณ 15–20 นาที ใกล้ ๆ (ขับรถราว 5 นาที) มีน้ำตกชิระฮิเงะ (Shirahige Falls) ที่ไหลลงสู่แม่น้ำบิเอะสีโคบอลต์บลู และสามารถแวะย่านออนเซ็นชิโรกาเนะได้ เป็นเส้นทางยอดนิยม หากกลับไปทางตัวเมืองบิเอะยังมีจุดชมวิวทุ่งเนินเขา เช่น “ถนนแพตช์เวิร์ก” และ “ต้นเซเว่นสตาร์” ให้เที่ยวต่อได้
ตอบ ในวันที่ฝนตกหรือฟ้าครึ้ม สีฟ้าของบ่อมักดูเข้มหม่นลง และอาจไม่สดเท่าวันฟ้าใส อย่างไรก็ตาม ในวันที่มีหมอกลอย บรรยากาศจะดูละมุนและชวนฝันจากต้นลาร์ชที่ตายยืนต้น ทำให้ได้ภาพถ่ายที่ต่างออกไป ทางเดินเป็นกรวด ระบายน้ำได้ดี แต่วันฝนอาจมีจุดเละโคลนบ้าง จึงแนะนำรองเท้ากันน้ำเพื่อความสบาย
ตอบ สามารถพาสัตว์เลี้ยงไปได้ แต่ต้องใช้สายจูงและระวังไม่ให้รบกวนผู้มาเยือนคนอื่น รอบบ่อไม่มีร้านอาหาร มีเพียงร้านเล็ก ๆ ใกล้ลานจอดรถ การนำอาหารเข้าไปได้ แต่ไม่มีถังขยะจึงต้องนำขยะกลับเอง หากอยากทานมื้อกลางวัน แนะนำกลับไปตัวเมืองบิเอะแล้วเลือกคาเฟ่ที่มีเมนูยอดนิยมอย่างแกงกะหรี่หรือซุปที่ใช้ผักท้องถิ่น
ตอบ จุดถ่ายยอดนิยมคือเดินจากทางเข้าไปทางด้านซ้ายลึกเข้าไป จะได้องค์ประกอบของต้นลาร์ชที่ตายยืนต้นกับผิวน้ำสีฟ้าอย่างสมดุล หากใช้เลนส์มุมกว้าง ใส่ต้นลาร์ชไว้ด้านหน้าและจัดแนวเทือกเขาโทคาจิดาเกะไว้ด้านหลัง จะได้มิติความลึก การใช้ฟิลเตอร์โพลาไรซ์ (PL) ช่วยลดแสงสะท้อนผิวน้ำและทำให้เห็นสีน้ำเงินใสได้ดีขึ้น ขาตั้งกล้องอาจกีดขวางทางเดิน จึงควรใช้ช่วงเช้าที่คนยังน้อยจะปลอดภัยกว่า

จุดแนะนำใกล้เคียง

ดูบทความแนะนำในบริเวณนี้

※ เนื้อหาบทความอ้างอิงจากข้อมูล ณ เวลาที่เขียน และอาจแตกต่างจากสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ เราไม่รับประกันความถูกต้องและความสมบูรณ์ของเนื้อหาที่เผยแพร่ โปรดเข้าใจ