แพลนเที่ยวกุโจฮาจิมัง (Gujō-Hachiman) 1 วัน พร้อมวิธีเดินทางและจุดถ่ายรูป
กุโจฮาจิมังคือ "เมืองแห่งสายน้ำ" ที่ขึ้นชื่อที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดกิฟุ (Gifu) ซึ่งเป็นย่านเมืองรอบปราสาทที่โอบล้อมด้วยภูเขา ที่นี่คุณจะได้เพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์ของเมืองพร้อมกับเสียงของลำรางน้ำที่ไหลผ่านกลางเมืองไปพร้อมกัน
หากมาเยือนเป็นครั้งแรก การเริ่มต้นด้วยการชมภาพรวมของเมืองจากปราสาทกุโจฮาจิมัง (Gujō Hachiman Castle) แล้วเดินลงมายังย่านเมืองเก่า จากนั้นผสมผสานการเดินเล่นชมน้ำพุโซกิซุย (Sōgi-sui) และเส้นทางริมน้ำ เข้ากับกิจกรรมทำอาหารจำลอง จะเป็นเส้นทางที่เดินง่าย และแม้จะเน้นการเดินเท้าเป็นหลัก ก็สามารถเที่ยวได้อย่างสบายๆ ตั้งแต่ครึ่งวันไปจนถึง 1 วัน
ตั้งจุดเริ่มต้นไว้ที่ย่านเมืองรอบปราสาทจะเดินสะดวก
การตั้งจุดเริ่มต้นของการเดินเที่ยวเมืองไว้บริเวณย่านเมืองรอบปราสาท ซึ่งมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวและจุดพักผ่อน จะช่วยให้เดินทางได้สะดวกยิ่งขึ้น
แม้จะใช้ระบบขนส่งสาธารณะ การตรวจสอบแผนที่และข้อมูลล่าสุดที่ศูนย์บริการในเมืองก่อนเริ่มออกเดิน ก็จะช่วยให้อุ่นใจมากขึ้น
กุโจฮาจิมังสามารถเดินทางไปได้ด้วยรถบัสทางด่วนหรือรถไฟจากสถานี JR กิฟุ (JR Gifu Station) หรือจากทางนาโกยา (Nagoya) และจากสถานีกุโจฮาจิมัง (Gujō-Hachiman Station) ของรถไฟสายนาการะกาวะ (Nagaragawa Railway) สามารถเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองได้ด้วยรถบัสหรือการเดินเท้า
กำหนดลำดับการเดินเที่ยวโดยคำนึงถึงทางลาดชันและลำรางน้ำ
เนื่องจากปราสาทกุโจฮาจิมังตั้งอยู่บนยอดเขาฮาจิมัง (Mount Hachiman) ที่มองลงมาเห็นเมืองทั้งหมด การมุ่งหน้าไปยังปราสาทก่อน แล้วค่อยเดินกลับลงมายังย่านเมืองรอบปราสาท จะทำให้เส้นทางการเดินเที่ยวเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติ
เนื่องจากทางเดินจากย่านเมืองรอบปราสาทไปยังหอปราสาทเป็นทางลาดขึ้นที่ใช้เวลาเดินราว 20 นาที ควรพิจารณาเส้นทางที่มุ่งหน้าจากลานจอดรถบริเวณย่านเมืองรอบปราสาทตามกำลังของร่างกายด้วย
เนื่องจากทางเดินริมลำรางน้ำบางจุดมีความกว้างแคบ เวลาถ่ายรูปควรเลือกจุดที่จะหยุดยืน เพื่อไม่ให้กีดขวางการสัญจร
แพลนเที่ยวนี้ไม่ได้ยัดเยียดจุดชมมากเกินไป แต่ยังคงเว้นที่ว่างให้ได้ดื่มด่ำกับเสียงของเมืองและบรรยากาศริมสายน้ำ
| ลำดับ | บริเวณ | วิธีเที่ยว |
|---|---|---|
| ช่วงแรก | รอบปราสาท | ชมเมืองทั่ว |
| ครึ่งแรก | ย่านเมืองเก่า | เดินย่านเมืองรอบปราสาท |
| ช่วงกลาง | รอบน้ำพุโซกิซุย | เดินริมน้ำ |
| ช่วงหลัง | ตรอกลำรางน้ำ | ถ่ายรูป |
| ช่วงท้าย | จุดทำกิจกรรม | งานฝีมือ |
| ปิดท้าย | ในเมือง | ช้อปพักผ่อน |
ช่วงเช้าชมวิวย่านเมืองรอบปราสาทจากปราสาทกุโจฮาจิมัง
ปราสาทกุโจฮาจิมังเป็นจุดหมายแรกที่ช่วยให้เข้าใจความเป็นมาของเมืองได้ง่ายด้วยสายตา
เมื่อมองเมืองจากปราสาท คุณจะเห็นความสัมพันธ์ระหว่างแม่น้ำ ลำรางน้ำ ตัวเมือง และภูเขา ทำให้การเดินเที่ยวหลังจากนั้นเข้าใจพื้นที่ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
สัมผัสบรรยากาศของปราสาทไม้ที่สร้างขึ้นใหม่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น
หอปราสาทของกุโจฮาจิมังในปัจจุบัน เป็นหอปราสาทจำลองที่ทำจากไม้ สร้างขึ้นในปีโชวะที่ 8 (ค.ศ. 1933) โดยจำลองแบบจากปราสาทโอกากิ (Ōgaki) และถือเป็นปราสาทไม้ที่สร้างขึ้นใหม่ซึ่งเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นเท่าที่ยังหลงเหลืออยู่
หอปราสาทสีขาวที่ตัดกับความเขียวขจีของเขาฮาจิมังเป็นภาพโดดเด่น และไม่ว่ามองจากมุมใดของย่านเมืองรอบปราสาท หอปราสาทก็ยังเป็นจุดศูนย์กลางของทิวทัศน์
ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ (ตั้งแต่นักเรียนมัธยมปลายขึ้นไป) 400 เยน เด็ก (นักเรียนประถม-มัธยมต้น) 200 เยน เวลาเปิด-ปิดเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล โดยเดือนมีนาคม-พฤษภาคม และกันยายน-ตุลาคม เปิด 9:00-17:00 น. เดือนมิถุนายน-สิงหาคม เปิด 8:00-18:00 น. และเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ เปิด 9:00-16:30 น. (ทุกช่วงปิดรับเข้าชม 15 นาทีก่อนปิดทำการ)
หากต้องการเข้าชมภายในอาคาร เนื่องจากข้อมูลการเปิดทำการและการเข้าชมอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล กรุณาตรวจสอบข้อมูลอย่างเป็นทางการก่อนออกเดินทาง
ชมวิวย่านเมืองรอบปราสาทจากมุมสูงบนหอปราสาท
จากบริเวณรอบหอปราสาท คุณจะได้ชมทิวทัศน์ของเมืองกุโจฮาจิมังที่แผ่ขยายไปตามเขาฮาจิมัง กับแม่น้ำโยชิดะ (Yoshida River) และแม่น้ำโคดาระ (Kodara River)
เสน่ห์ของสถานที่แห่งนี้คือ การได้สัมผัสว่านี่ไม่ใช่เพียงเมืองแห่งสายน้ำเท่านั้น แต่ยังเป็นดินแดนที่ปราสาทบนเขาและย่านเมืองรอบปราสาทอยู่ใกล้กัน
ในช่วงกลางถึงปลายเดือนพฤศจิกายนของฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้เปลี่ยนสี (ใบไม้แดง) ที่โอบล้อมหอปราสาทจะเปลี่ยนสีสดใสจนถูกเรียกว่า "หอปราสาทเพลิงลุก" ดึงดูดนักถ่ายภาพจำนวนมากให้มาเยือน
ระวังทางเดินขาลง
เนื่องจากบริเวณรอบปราสาทมีทางลาดและบันได การสวมรองเท้าที่เดินสะดวกจะช่วยให้อุ่นใจ
ในวันที่ฝนตกหรือช่วงที่ยังมีหิมะตกค้าง พื้นอาจลื่นได้ จึงควรพิจารณาปรับแผนไม่เร่งรีบจนเกินไป และเน้นการเดินเที่ยวในเมืองเป็นหลัก
น้ำพุโซกิซุยและการเดินเล่นลำรางน้ำที่สัมผัสความเป็นเมืองแห่งสายน้ำ
สิ่งที่ขาดไม่ได้ในการเดินเที่ยวกุโจฮาจิมัง คือช่วงเวลาที่ได้เดินไปพร้อมกับฟังเสียงของสายน้ำ
น้ำพุโซกิซุย ซึ่งได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน 100 แหล่งน้ำชื่อดังของญี่ปุ่น และลำรางน้ำในเมือง ไม่เพียงแต่ถ่ายรูปสวย แต่ยังทำให้รู้สึกได้ถึงวิถีชีวิตของท้องถิ่นที่ใกล้ชิดกับสายน้ำ
ชมน้ำพุโซกิซุย หนึ่งใน 100 แหล่งน้ำชื่อดังของญี่ปุ่นอย่างสงบ
น้ำพุโซกิซุย (หรืออีกชื่อคือ ฮาคุอุนซุย / Hakuun-sui) เป็นน้ำพุธรรมชาติที่มีชื่อเสียง และได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน "100 แหล่งน้ำชื่อดังของญี่ปุ่น" โดยกระทรวงสิ่งแวดล้อมเมื่อปีโชวะที่ 60 (ค.ศ. 1985)
ชื่อของน้ำพุนี้มาจากปรมาจารย์กวีเร็งงะนามว่า อีอิโอะ โซกิ (Iio Sōgi) ผู้หลงใหลในน้ำใสแห่งนี้ในช่วงยุคบุนเม และได้รับการอนุรักษ์โดยชุมชนพร้อมกับรูปแบบการใช้น้ำอันเป็นเอกลักษณ์ที่เรียกว่า มิซุบุเนะ (Mizubune)
เนื่องจากบริเวณโดยรอบเป็นที่ที่ไม่เพียงนักท่องเที่ยว แต่คนในท้องถิ่นก็เดินสัญจรผ่านไปมา จึงควรมาเยือนด้วยความรู้สึกที่จะชมอย่างเงียบสงบ ไม่ยึดครองพื้นที่เดิมเป็นเวลานาน
ยานากะ มิซุโนะโคมิจิ สวยงามตั้งแต่พื้นทางเดิน
ยานากะ มิซุโนะโคมิจิ (Yanaka Mizu-no-komichi) เป็นตรอกอันเป็นสัญลักษณ์ของกุโจฮาจิมัง ที่ผสมผสานทางเดินซึ่งปูด้วยก้อนกรวดจากแม่น้ำนาการะ (Nagara) และแม่น้ำโยชิดะราว 80,000 ก้อน เข้ากับลำรางน้ำที่ไหลอยู่ข้างทาง และแนวต้นหลิว
แม้จะไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวที่หวือหวา แต่ก็เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการถ่ายภาพบรรยากาศสงบเรียบร้อยแบบกุโจฮาจิมัง
ที่ตรอกอิกาวะ ใส่ใจระยะห่างกับวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น
ตรอกอิกาวะ (Igawa-komichi) เป็นเส้นทางเดินเล่นที่สามารถสัมผัสความเป็นอยู่ของเมืองได้ ขณะเดินเลียบลำรางน้ำที่มีปลาคาร์ปและปลาน้ำจืดว่ายอยู่ ในอดีตเคยมีจุดซักผ้าและเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับชีวิตของชาวบ้าน
บริเวณที่ใกล้กับบ้านเรือน ควรลดเสียงพูด ไม่เข้าไปในเขตพื้นที่ส่วนบุคคล และไม่กีดขวางการสัญจร รักษามารยาทพื้นฐานเหล่านี้ไว้
| สถานการณ์ | ควรทำ | ควรเลี่ยง |
|---|---|---|
| ริมลำรางน้ำ | ถ่ายที่ริม | ยืนขวางทาง |
| ใกล้บ้านเรือน | เดินเงียบๆ | พูดเสียงดัง |
| รอบน้ำพุ | ชมสั้นๆ | ยึดครองนาน |
| วันฝนตก | ระวังพื้นลื่น | เดินรีบร้อน |
เพลิดเพลินกับการถ่ายรูปและช้อปปิ้งในย่านเมืองเก่า
หลังจากเดินเลียบสายน้ำแล้ว หากหันไปมองย่านเมืองเก่าใต้ปราสาท ความประทับใจต่อกุโจฮาจิมังจะยิ่งลึกซึ้งขึ้น
บริเวณย่านช่างฝีมือ ย่านช่างตีเหล็ก และรอบย่านยานางิ (Yanagi) ยังคงมีกลิ่นอายของย่านเมืองรอบปราสาทหลงเหลืออยู่ในแนวอาคารที่เรียงรายและตรอกซอกซอยที่แคบ
เปรียบเทียบบุคลิกของย่านเมืองรอบปราสาทในแต่ละถนน
แม้จะเป็นในเมืองเดียวกัน แต่ความสูงของอาคาร บรรยากาศของชายคา และระยะห่างจากลำรางน้ำ ก็จะค่อยๆ เปลี่ยนไปตามแต่ละถนน
แทนที่จะรีบเที่ยวเฉพาะจุดหมาย หากเผื่อเวลาไว้ชมทิวทัศน์ที่ปรากฏเมื่อเลี้ยวผ่านแต่ละมุมถนน ก็จะสัมผัสเอกลักษณ์ของกุโจฮาจิมังได้ชัดเจนขึ้น
สนุกกับการช้อปปิ้งที่บ้านเรือนและร้านค้า
ในเมืองมีร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าท้องถิ่นและสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการรำกุโจโอโดริ (Gujō-odori) ด้วย
ในร้านเล็กๆ ช่วงที่คนแน่น ควรหลีกเลี่ยงการยืนบริเวณทางเข้า และตรวจสอบป้ายในร้านก่อนหยิบจับสินค้า จะทำให้ช้อปปิ้งได้อย่างสบายใจ
อย่าลืมใส่ใจต่อพื้นที่อยู่อาศัยเวลาถ่ายรูป
ย่านเมืองเก่ามีจุดที่ถ่ายรูปสวยมากมาย แต่ในขณะเดียวกัน ก่อนจะเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่นี่ก็เป็นพื้นที่ใช้ชีวิตประจำวันเช่นกัน
บริเวณหน้าประตูบ้าน ริมหน้าต่าง หรือใกล้โรงจอดรถ ควรใส่ใจทิศทางในการถ่ายภาพ ไม่ให้ติดใบหน้าผู้คนหรือพื้นที่ส่วนบุคคลเข้ามาในภาพ
สร้างความทรงจำแบบกุโจฮาจิมังด้วยกิจกรรมทำอาหารจำลอง
กุโจฮาจิมังไม่เพียงเป็นที่รู้จักในฐานะเมืองแห่งสายน้ำและการร่ายรำเท่านั้น แต่ยังเป็นเมืองต้นกำเนิดของอาหารจำลอง (Food Sample) ที่คุณสามารถสัมผัสวัฒนธรรมงานฝีมือได้อีกด้วย
หากใส่กิจกรรมที่ไม่ใช่แค่การชมเข้ามาด้วย ก็จะช่วยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติจดจำประสบการณ์ของการเดินทางได้ชัดเจนขึ้น
สัมผัสฝีมือช่างทำอาหารจำลองที่ซัมปุรุ โคโบ (Sample Kōbō)
ที่ซัมปุรุ โคโบ คุณสามารถชม ทำ และเลือกซื้ออาหารจำลองเป็นของฝากได้ เวลาเปิด-ปิดอยู่ที่ 10:00-17:00 น. โดยประมาณ (เปิดทุกวันยกเว้นช่วงปีใหม่)
อาหารจำลองที่ดูเหมือนอาหารจริง ยังเป็นจุดเริ่มต้นให้ได้รู้จักวัฒนธรรมร้านอาหารของญี่ปุ่นอีกด้วย
ตรวจสอบล่วงหน้าก่อนทำกิจกรรมทำอาหารจำลอง
การทำอาหารจำลอง สามารถเลือกได้จากหลายเมนู เช่น พาร์เฟต์หรือเทมปุระ ใช้เวลาราว 30 นาที แต่รายละเอียดและรูปแบบการสมัครอาจเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา
หากต้องการให้กิจกรรมนี้เป็นไฮไลต์ของการเดินทาง ควรตรวจสอบว่าสามารถจองผ่านโทรศัพท์ (เวลารับสายโดยประมาณ 10:00-16:00 น.) หรือทางออนไลน์ได้หรือไม่ จากข้อมูลอย่างเป็นทางการก่อนออกเดินทาง
แวะแค่ช้อปปิ้งก็เข้าง่าย
แม้รอบกิจกรรมจะไม่ตรงกับแผน เพียงแค่ชมนิทรรศการหรือร้านค้า ก็สามารถเพลิดเพลินกับบรรยากาศงานฝีมือแบบกุโจฮาจิมังได้
อาหารจำลองชิ้นเล็กๆ เหมาะเป็นของที่ระลึก และเลือกเป็นของฝากที่สื่อความเป็นญี่ปุ่นได้โดยไม่ต้องพึ่งคำพูด
ผสมผสานกับการเดินเที่ยวเมืองแห่งสายน้ำได้ง่าย
จุดทำกิจกรรมสามารถแทรกเข้าไปในเส้นทางเดินเที่ยวเมืองได้ง่าย และยังสะดวกเป็นจุดแวะระหว่างเดินเล่นลำรางน้ำหรือก่อนกลับ
หากใส่สถานที่ที่อยู่ในร่มเข้าไปในกำหนดการ ก็จะใช้เป็นจุดพักในวันที่อากาศร้อนหรือฝนตกได้ด้วย
วิธีปรับเปลี่ยนการเดินเที่ยวตามฤดูกาลและสภาพอากาศ
กุโจฮาจิมังมีภาพลักษณ์ของเมืองที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล
แม้จะเป็นลำรางน้ำเดียวกัน แต่ในช่วงที่อากาศร้อนก็จะกลายเป็นจุดที่รู้สึกเย็นสบาย ส่วนฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว ทิวทัศน์อันสงบของย่านเมืองรอบปราสาทจะให้บรรยากาศที่น่าประทับใจ
ฤดูร้อนสัมผัสบรรยากาศการรำกุโจโอโดริ
การรำกุโจโอโดริ เป็นวัฒนธรรมตัวแทนของกุโจฮาจิมังที่สืบทอดกันมายาวนาน จัดขึ้นราว 30 คืนในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนกันยายนของทุกปี
โดยเฉพาะช่วงเทศกาลบง วันที่ 13-16 สิงหาคม จะเป็นที่รู้จักในชื่อ "เท็ตสึยะโอโดริ" (Tetsuya-odori หรือการรำข้ามคืน) เมื่อมาเยือน ควรตรวจสอบกำหนดการ สถานที่ และคำแนะนำในการเข้าร่วมจากข้อมูลอย่างเป็นทางการ และเพลิดเพลินด้วยความรู้สึกที่จะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน ไม่ใช่แค่เฝ้าดู
วันฝนตกเชื่อมต่อในร่มกับริมน้ำสั้นๆ
ในวันฝนตก การไม่ฝืนเดินขึ้นทางลาดของปราสาท แต่เน้นจุดชมในร่มในเมือง ร้านค้า และกิจกรรมทำอาหารจำลอง จะทำให้เที่ยวได้สบายขึ้น
บริเวณริมลำรางน้ำ แม้ฝนจะช่วยเพิ่มบรรยากาศ แต่พื้นก็ลื่นง่าย จึงแนะนำให้เลือกเดินในช่วงสั้นๆ
รู้จักภาพของเมืองในแต่ละฤดูกาล
อย่าวางกำหนดการตายตัวเกินไป หากสลับลำดับจุดชมตามสภาพอากาศและความหนาแน่นของคน ก็จะเพิ่มความพึงพอใจในการเดินทาง
| ฤดูกาล | ภาพที่เห็น | วิธีเดินเที่ยว |
|---|---|---|
| ใบไม้ผลิ | เมืองสดใส | เน้นถ่ายรูป |
| ร้อน | เสียงน้ำเย็นสบาย | พักบ่อยๆ |
| ใบไม้ร่วง | ภูเขาโดดเด่น | ลองไปปราสาท |
| หนาว | เมืองเงียบสงบ | ระวังพื้นลื่น |
| ฝน | ริมน้ำน่าประทับใจ | ใช้จุดในร่มร่วม |
เคล็ดลับเดินเที่ยวกุโจฮาจิมังที่นักท่องเที่ยวต่างชาติควรรู้
กุโจฮาจิมังต่างจากแหล่งท่องเที่ยวในเมืองใหญ่ เพราะเป็นเมืองที่ใกล้ชิดกับกลิ่นอายของวิถีชีวิต
การเดินอย่างเงียบสงบ และใส่ใจการวางตัวในร้านค้าและริมน้ำ จะทำให้เพลิดเพลินกับเสน่ห์ของเมืองได้อย่างเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น
เลือกรองเท้าที่เดินสะดวก
ในแพลนเที่ยวที่ผสมผสานปราสาท ตรอกซอกซอย และริมลำรางน้ำ รองเท้าที่รองรับพื้นต่างระดับและทางลาดได้ดีจะเหมาะสม
แม้เดินไปถ่ายรูปไป ก็อย่าลืมระวังพื้นทางเดินด้วย
ตรวจสอบเวลาเปิด-ปิดและวันหยุดในวันนั้น
ข้อมูลการเปิดทำการของสถานที่ ร้านค้า และกิจกรรมต่างๆ อาจเปลี่ยนแปลงได้
ค่าเข้า เวลารับสมัคร วันหยุด และการต้องจองหรือไม่ ไม่ควรยึดข้อมูลในบทความเพียงอย่างเดียว แต่ควรตรวจสอบจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของแต่ละแห่งหรือศูนย์บริการนักท่องเที่ยวก่อนออกเดินทาง จะปลอดภัยกว่า
หากพักถึงกลางคืน ให้กำหนดเส้นทางกลับไว้ก่อน
หากเดินเที่ยวเมืองในช่วงเทศกาลกุโจโอโดริหรือหลังพลบค่ำ ควรตรวจสอบวิธีการเดินทางกลับไว้ล่วงหน้า
เมืองยามค่ำคืนมีบรรยากาศที่ดี แต่ในสถานที่ที่มาครั้งแรก การกำหนดวิธีการเดินทางไว้ก่อนจะช่วยให้เที่ยวได้อย่างอุ่นใจ
สรุป|ทริปกุโจฮาจิมัง ดื่มด่ำเมืองแห่งสายน้ำและย่านเมืองรอบปราสาทอย่างสบายๆ
แพลนเที่ยวกุโจฮาจิมัง 1 วัน เข้ากันได้ดีกับเส้นทางที่เริ่มจากการชมเมืองจากปราสาทกุโจฮาจิมัง ปราสาทไม้ที่สร้างขึ้นใหม่ที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น แล้วเดินชมย่านเมืองเก่า สัมผัสความเป็นเมืองแห่งสายน้ำที่น้ำพุโซกิซุย หนึ่งใน 100 แหล่งน้ำชื่อดังของญี่ปุ่น และลำรางน้ำ แล้วนำความทรงจำของการเดินทางกลับไปด้วยกิจกรรมทำอาหารจำลอง
แทนที่จะยัดเยียดเรื่องค่าเข้าและเวลาเปิด-ปิด การตรวจสอบเงื่อนไขในวันนั้นจากข้อมูลอย่างเป็นทางการ พร้อมกับใส่ใจต่อทางลาด ริมน้ำ และพื้นที่ใช้ชีวิต คือเคล็ดลับที่จะเพลิดเพลินกับกุโจฮาจิมังได้อย่างสบายใจ
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาญี่ปุ่นครั้งแรก ก็จะเป็นทริปเดินเที่ยวที่ได้ดื่มด่ำกับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม งานฝีมือ และวิถีเมืองที่สงบได้อย่างสมดุล


รีวิว (0)