สิ่งที่ควรรู้เมื่อจะซื้อกิโมโนหรือยูกาตะ
มีนักท่องเที่ยวไม่น้อยที่อยากซื้อกิโมโน(Kimono)หรือยูกาตะ(Yukata)เป็นของที่ระลึกจากการเที่ยวญี่ปุ่น
ถ้าเลือกแค่ตามความสวย อาจใส่ยากหลังกลับประเทศ หรือลำบากเรื่องการเก็บรักษา
กิโมโนและยูกาตะ ความง่ายในการเลือก สิ่งที่ขอคำแนะนำได้ และความสะดวกในการนำกลับจะแตกต่างกันตามสถานที่ซื้อ
เพื่อให้ความทรงจำจากการเดินทางอยู่ได้นาน การรู้พื้นฐานก่อนซื้อจึงสำคัญ
ซื้อกิโมโนหรือยูกาตะที่ไหนดี?
เวลาเลือกสถานที่ซื้อ ถ้าตัดสินใจก่อนว่าให้ความสำคัญกับอะไร จะไม่ค่อยลังเล
"อยากเลือกอย่างพิถีพิถัน" กับ "อยากซื้อง่ายๆ เป็นของฝาก" ร้านที่เหมาะจะต่างกัน
ถ้าเน้นคุณภาพและคำแนะนำ ให้ไปร้านโกฟุคุ(Gofuku)
ร้านกิโมโนและยูกาตะเฉพาะทาง(Gofuku)มีข้อดีคือเลือกได้พร้อมตรวจสอบความแตกต่างของวัสดุและการใช้งาน
ปรึกษาเรื่องการจับคู่กับโอบิและเครื่องประดับได้ง่าย เหมาะกับคนที่ซื้อครั้งแรกด้วย
โดยเฉพาะถ้าหาชุดที่จะใส่ได้นาน ไม่ใช่แค่ดูรูปลักษณ์ แต่ควรเช็กเนื้อผ้าและความง่ายในการดูแลด้วยจะอุ่นใจกว่า
ราคากิโมโนผ้าไหมแท้โชเค็น(Shōken)อยู่ที่หลักหมื่นถึงหลายแสนเยน แต่ยูกาตะผ้าโพลีเอสเตอร์หรือผ้าฝ้ายมีให้เลือกตั้งแต่ประมาณ 5,000-15,000 เยน
ถ้าเลือกเป็นของฝาก ลองดูร้านขายของที่ระลึกหรือร้านเครื่องใช้สไตล์ญี่ปุ่น
ถ้าอยากพกกลับง่ายๆ ระหว่างเที่ยว ร้านขายของที่ระลึกหรือร้านเครื่องใช้สไตล์ญี่ปุ่นก็เป็นตัวเลือกที่ดูง่าย
ชุดคลุมแบบยูกาตะสำหรับใส่ในห้อง โอบิขนาดเล็ก และของใช้ลายญี่ปุ่นไม่ค่อยเป็นภาระเรื่องกระเป๋า เหมาะเป็นของฝาก
ถ้าอยากเปรียบเทียบหลายแบบ ลองดูที่ห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้า
ถ้าอยากดูหลายสไตล์ในที่เดียว แผนกขายในห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้าก็สะดวก
ตั้งแต่แบบเรียบหรูไปจนถึงแบบที่เลือกง่ายสำหรับนักท่องเที่ยว สามารถเปรียบเทียบและพิจารณาได้
แผนกผ้ากิโมโนในห้างสรรพสินค้าบางแห่งรองรับการคืนภาษี(Tax Free)ดังนั้นถ้าจะซื้อของราคาสูง ควรเช็กล่วงหน้า
ถ้าอยากหาในราคาย่อมเยา ร้านกิโมโนมือสองก็เป็นตัวเลือก
ร้านกิโมโนมือสองที่ขายของสภาพดีในราคาย่อมเยา มีให้หาได้ทั่วไป โดยเฉพาะในเกียวโต(Kyoto)และโตเกียว(Tokyo)
บางทีกิโมโนผ้าไหมแท้ราคาหลักพันถึงหมื่นเยนก็มี ทำให้สนุกกับการหาของดีราคาถูก
อย่างไรก็ตาม ของมือสองมีขนาดและสภาพที่ไม่สม่ำเสมอ จึงควรหยิบดูด้วยตัวเองก่อนตัดสินใจ

ถ้าจะซื้อกิโมโนหรือยูกาตะเป็นของฝาก ควรซื้ออะไร?
การเลือกซื้อจะต่างกันขึ้นอยู่กับว่าจะ "ซื้อชุดเต็มยศ" หรือ "ซื้อชิ้นเดียวที่ให้ความรู้สึกญี่ปุ่น"
สำหรับของฝาก ยิ่งนึกภาพโอกาสใช้งานออกเท่าไหร่ ก็ยิ่งใช้งานได้จริงหลังนำกลับ
เลือกตามความสะดวกในการพกกลับ
ถ้าไม่อยากเพิ่มสัมภาระระหว่างเดินทาง ให้เลือกของที่เบาและพับเก็บง่าย
ยูกาตะมีส่วนประกอบที่เข้าใจง่ายกว่ากิโมโน เหมาะสำหรับการซื้อครั้งแรก
ยูกาตะผ้าฝ้ายหรือโพลีเอสเตอร์ซักง่าย จึงไม่ต้องกังวลเรื่องการดูแลหลังกลับประเทศ
ถ้าลังเล ลองเริ่มจากเครื่องประดับชิ้นเล็ก
ถ้าไม่กล้าซื้อชุดเต็มยศทีเดียว ลองเริ่มจากโอบิ ถุงผ้าคินจาคุ(Kinchaku)ผ้าฟุโรชิกิ(Furoshiki)หรือเครื่องประดับคอเสื้อเล็กๆ ก็ได้
ได้สัมผัสบรรยากาศชุดญี่ปุ่น พร้อมใช้ในชีวิตประจำวันได้สะดวก เป็นเสน่ห์ของวิธีนี้
ถ้าอยากเก็บเป็นที่ระลึก ให้เช็กวัตถุประสงค์การใช้งาน
จะเก็บเป็นของตกแต่ง หรือจะใส่จริง วิธีเลือกจะต่างกันมาก
ถ้ามีแพลนจะใส่ ไม่ใช่แค่ดูรูปลักษณ์ แต่ให้เน้นความง่ายในการใส่และดูแลรักษาจะไม่ค่อยพลาด
สิ่งที่ควรเช็กก่อนซื้อ: วัสดุ ขนาด และของที่รวมในเซ็ต
กิโมโนและยูกาตะ แม้จะดูเหมือนกัน แต่ความรู้สึกเวลาใส่และความง่ายในการดูแลต่างกัน
ก่อนซื้อ ควรดูวัสดุ ขนาด และของที่แถมมากับเซ็ตอย่างน้อย
อย่าเลือกวัสดุจากรูปลักษณ์อย่างเดียว
แม้ผ้าจะดูสวย แต่ความง่ายในการเกิดรอยยับและสัมผัสบนผิวหนังต่างกัน
จะใส่ช่วงอากาศร้อน หรือจะเก็บเป็นที่ระลึก วัสดุที่เหมาะจะต่างกัน
ที่ร้าน ถ้าเป็นไปได้ลองสัมผัสผ้าดูความหนาและความนุ่มจะตัดสินใจง่ายขึ้น
คุณลักษณะหลักของวัสดุแต่ละชนิดคือ ผ้าไหมแท้โชเค็น(Shōken)มีความเงาและสัมผัสดีเยี่ยม ผ้าฝ้ายดูดความชื้นได้ดีเหมาะกับการใส่ในชีวิตประจำวัน และโพลีเอสเตอร์ไม่ค่อยเป็นรอยยับและดูแลง่าย
ดูขนาดจากว่า "ใส่ได้ไหม"
ต่างจากเสื้อผ้าตะวันตก ชุดญี่ปุ่นมีบางส่วนที่ปรับได้ด้วยการแต่งตัว
แต่ความยาวชุดและความรู้สึกของแขนเสื้อส่งผลต่อรูปลักษณ์ จึงควรเช็กตามสัดส่วนร่างกายของตัวเอง
ถ้าจะปรึกษาที่ร้าน แจ้งส่วนสูงและความยาวแขนจะช่วยให้พนักงานแนะนำขนาดที่เหมาะได้ง่ายขึ้น
เช็กของในเซ็ตล่วงหน้า
แม้จะดูเหมือนยูกาตะ แต่โอบิ ชุดชั้นใน และเครื่องประดับอาจขายแยกต่างหาก
ถ้าอยากลองใส่หลังกลับประเทศ ควรถามก่อนว่าอะไรรวมอยู่ในเซ็ตบ้าง

เคล็ดลับการแต่งตัวสำหรับคนที่ซื้อแล้วอยากใส่
บางคนอยากใส่ในวันที่ซื้อเลย บางคนอยากลองแต่งตัวเองหลังกลับประเทศ
ไม่ว่ากรณีไหน การเลือกชุดที่แต่งตัวไม่ยากเกินไปจะทำให้ใช้งานง่าย
ถ้าเป็นครั้งแรก ยูกาตะเข้าถึงง่ายกว่า
โดยทั่วไป ยูกาตะมีส่วนประกอบที่เรียบง่ายกว่ากิโมโน แม้เป็นครั้งแรกก็จับทางได้ง่าย
เหมาะสำหรับคนที่ซื้อเป็นของฝากแล้วอยากลองใส่เองภายหลัง
จุดที่ควรดูเรื่องการแต่งตัว
ตอนซื้อ ถ้าคำนึงถึงจุดต่อไปนี้ จะไม่ค่อยลำบากทีหลัง
- เป็นแบบที่จัดเองคนเดียวได้ง่ายไหม
- วิธีผูกโอบิซับซ้อนเกินไปไหม
- ใช้เครื่องประดับที่มีอยู่แทนได้ไหม
- เมื่อฟังคำอธิบายแล้วเข้าใจวิธีใส่ได้ไหม
ถ้ารู้สึกว่ายาก ลองเริ่มจากเครื่องประดับเล็กๆ หรือยูกาตะง่ายๆ ก่อนก็เป็นวิธีเลือกที่เป็นธรรมชาติ
วิธีเก็บรักษากิโมโนและยูกาตะหลังกลับประเทศ
สิ่งที่มักลังเลหลังซื้อคือวิธีเก็บรักษา
แม้จะดูสภาพดี แต่ถ้าเก็บทิ้งไว้นานเฉยๆ อาจทำให้ผ้าเสียหายได้
ก่อนเก็บ อย่าปล่อยให้มีความชื้นค้าง
หลังสวมใส่หรือเพิ่งนำกลับมา อย่ารีบปิดผนึก ให้ระบายอากาศก่อนแล้วค่อยเก็บ
ถ้ายังมีความชื้นค้างอยู่ อาจทำให้เกิดกลิ่นหรือผ้าเสียหาย
แขวนไว้ในที่ที่อากาศถ่ายเทได้สักพักจะช่วยให้ความชื้นระเหยไป
ตรวจคราบสกปรกก่อนพับ
บริเวณคอเสื้อ ปลายแขน และชายกระโปรงเป็นจุดที่เปื้อนง่าย
แม้เป็นคราบที่ไม่เด่น ก็อย่าปล่อยทิ้งไว้ ควรตรวจสอบสภาพก่อนพับ
เลือกที่เก็บที่อากาศถ่ายเทดี
ถ้าจะเก็บนาน ให้เลือกที่ที่ความชื้นไม่สะสม
หลีกเลี่ยงที่ที่โดนแดดจัดตลอดเวลาหรือที่ที่อากาศไม่ถ่ายเท
ถ้าจะใช้ยากันแมลง ให้ใช้ตามคำแนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์
ตรวจสอบสภาพเป็นระยะจะอุ่นใจกว่า
ไม่ใช่เก็บแล้วจบ ควรหยิบออกมาตรวจสภาพเป็นครั้งคราวจะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ง่าย
มีธรรมเนียมเอาออกมาผึ่งลมในวันที่อากาศดีเป็นระยะ เรียกว่า "มุชิโบชิ"(Mushiboshi)ช่วยป้องกันเชื้อราและแมลงกัดผ้า
ถ้าอยากเก็บรักษาเป็นของที่ระลึกล้ำค่า ควรคิดรวมถึงวิธีเก็บรักษาด้วย

สรุป
เมื่อจะซื้อกิโมโนหรือยูกาตะ ไม่ใช่แค่เลือกตามความชอบรูปลักษณ์ แต่ถ้าคิดรวมถึงสถานที่ซื้อ ความสะดวกในการนำกลับเป็นของฝาก ความง่ายในการแต่งตัว และวิธีเก็บรักษาด้วย จะเลือกได้ง่ายขึ้น
จะเลือกอย่างพิถีพิถันที่ร้านเฉพาะทาง หรือเริ่มจากเครื่องประดับชิ้นเล็กเป็นที่ระลึกการเดินทางก็ได้
เมื่อชัดเจนว่า "อยากใส่เลยทันที" หรือ "อยากเก็บไว้หลังกลับประเทศ" การช้อปปิ้งระหว่างเดินทางจะน่าพอใจมากขึ้น