โอโทชิดามะ (Otoshidama) คืออะไร ทำความรู้จักธรรมเนียมแจกเงินปีใหม่ของญี่ปุ่น
โอโทชิดามะ (Otoshidama) คือ ธรรมเนียมที่ผู้ใหญ่มอบเงินให้เด็ก ๆ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ (โอโชวงัตสึ / Oshōgatsu) ของญี่ปุ่น ถือเป็นวัฒนธรรมที่คนญี่ปุ่นคุ้นเคยกันอย่างแพร่หลาย
โดยทั่วไปจะมอบให้พร้อมกับคำอวยพรปีใหม่ ซึ่งมากกว่าการให้เงินเฉย ๆ เพราะเป็นการส่งต่อความปรารถนาดีและพรแห่งปีใหม่ให้แก่ผู้รับ
วัฒนธรรมการมอบของขวัญแบบญี่ปุ่นที่สื่อถึงการเฉลิมฉลองปีใหม่
เทศกาลปีใหม่ของญี่ปุ่นเป็นช่วงเวลาที่ครอบครัวและญาติพี่น้องมารวมตัวกัน
โอโทชิดามะจึงเป็นการแสดงความปรารถนาดีว่า "ขอให้ลูกหลานมีสุขภาพแข็งแรงตลอดปี"
ในปัจจุบันมักเห็นการส่งต่อข้ามรุ่น เช่น จากปู่ย่าตายายให้หลาน หรือจากลุงป้าน้าอาให้ลูกของญาติ
ที่มาของโอโทชิดามะเชื่อมโยงกับคางามิโมจิ (Kagami-mochi) และเทพเจ้าโทชิงามิ (Toshigami)
ที่มาของโอโทชิดามะมีหลายทฤษฎี แต่ที่รู้จักกันมากที่สุดคือ มาจากธรรมเนียมที่นำคางามิโมจิ (Kagami-mochi) ซึ่งเป็นโมจิที่ถวายแด่เทพเจ้าโทชิงามิ (Toshigami) ในช่วงปีใหม่ มาแบ่งกันกินในครอบครัว
เชื่อกันว่าหัวหน้าครอบครัวจะแบ่งคางามิโมจิที่ทรงไว้ซึ่งวิญญาณของเทพโทชิงามิให้แก่ลูก ๆ จนกลายเป็นที่มาของคำว่า "โอโทชิดามะ"
แม้ปัจจุบันจะรู้จักในรูปแบบของการมอบเงินสด แต่เดิมทีก็มีการเล่าถึงธรรมเนียมการมอบโมจิหรือสิ่งของเป็นของขวัญด้วย

โอโทชิดามะให้ใคร เกณฑ์ผู้รับและช่วงอายุที่นิยม
โอโทชิดามะในยุคปัจจุบันมักถูกมองว่าเป็นธรรมเนียมที่มอบให้กับเด็ก ๆ
โดยมักพบในรูปแบบจากปู่ย่าตายายให้หลาน จากลุงป้าน้าอาให้ลูกของญาติ หรือจากพ่อแม่ให้ลูกของตนเอง
ส่วนใหญ่มอบให้เด็ก ผู้ใหญ่มักไม่แลกเปลี่ยนกันเอง
การมอบโอโทชิดามะระหว่างผู้ใหญ่ด้วยกันโดยทั่วไปไม่ค่อยพบเห็นมากนัก
อย่างไรก็ตาม แต่ละครอบครัวและแต่ละท้องถิ่นมีแนวคิดต่างกัน บางบ้านอาจเตรียมเป็นของขวัญชิ้นเล็ก ๆ เครื่องเขียน หรือขนมแทนเงินสด
อายุที่หยุดให้ขึ้นอยู่กับแต่ละครอบครัว
เกณฑ์ว่าจะให้ถึงอายุเท่าไร หรือใครให้ใคร แตกต่างกันไปในแต่ละครอบครัว
บางบ้านให้ตั้งแต่เด็กเล็กก่อนวัยเรียนจนถึงระดับมัธยมปลาย ในขณะที่บางบ้านยังคงให้ต่อแม้เข้ามหาวิทยาลัยแล้ว
ดังนั้น แทนที่จะมีคำตอบตายตัวว่า "ต้องเป็นแบบนี้" สิ่งสำคัญคือการให้เกียรติกฎและบรรยากาศของแต่ละครอบครัว
ไม่มีเกณฑ์ตายตัวเรื่องจำนวนเงินโอโทชิดามะ
จำนวนเงินโอโทชิดามะไม่มีเกณฑ์ตายตัว ขึ้นอยู่กับแต่ละครอบครัว
บางบ้านเพิ่มจำนวนเงินตามอายุที่มากขึ้น บางบ้านให้เท่ากันทุกคน
บางครั้งญาติ ๆ ก็ตกลงจำนวนเงินกันล่วงหน้าเพื่อให้เท่ากัน
วิธีมอบโอโทชิดามะ การใช้โปจิบุคุโระ (Pochi-bukuro) และมารยาท
โอโทชิดามะมักไม่ได้ส่งให้แบบเปลือยมือ แต่จะใส่ในซองเล็ก ๆ ก่อนมอบให้
ซองนี้เรียกว่า "โปจิบุคุโระ" (Pochi-bukuro) ซึ่งมักมีลวดลายที่บ่งบอกถึงเทศกาลปีใหม่หรือดีไซน์ที่เป็นมงคล
โปจิบุคุโระคือซองอั่งเปาขนาดเล็กที่คุ้นเคยกัน
โปจิบุคุโระเป็นซองอั่งเปาขนาดเล็กที่ใช้ใส่โอโทชิดามะ
ที่มาของชื่อมีหลายทฤษฎี แต่ปัจจุบันเป็นคำที่ใช้เรียกซองขนาดเล็กโดยทั่วไป
การเลือกใช้โปจิบุคุโระและโนชิบุคุโระ (Noshi-bukuro)
ในครอบครัวที่เป็นกันเอง มักใช้โปจิบุคุโระลายการ์ตูนหรือสัตว์ประจำปีนักษัตร ในขณะที่โอกาสที่เป็นทางการมากขึ้นอาจใช้โนชิบุคุโระ (Noshi-bukuro) สีขาวเรียบ ๆ
การใส่ในซองช่วยถ่ายทอดความตั้งใจในการมอบของขวัญได้ดีกว่าการเน้นที่จำนวนเงิน
ใส่ใจทิศทางและวิธีพับธนบัตร
ในญี่ปุ่นมีวัฒนธรรมที่ให้ความสำคัญกับการจัดของขวัญให้เรียบร้อยก่อนมอบ
เช่นเดียวกับโอโทชิดามะ ควรเตรียมธนบัตรที่ไม่มีรอยยับ จัดทิศทางให้ตรงกัน แล้วจึงใส่ในโปจิบุคุโระ จะช่วยให้ดูประณีตยิ่งขึ้น
หากใส่เป็นเหรียญ ก็ควรจัดทิศทางให้ตรงกันเช่นกัน เพื่อให้ดูเป็นระเบียบ
ตัวอย่างคำพูดเมื่อมอบโอโทชิดามะ
เมื่อมอบโอโทชิดามะ มักพูดสั้น ๆ เช่น
- "อาเคมาชิเตะ โอเมเดโต" (สวัสดีปีใหม่)
- "ขอให้ปีนี้สุขภาพแข็งแรงนะ"
- "นี่ค่ะ โอโทชิดามะของหนู"
การพูดสั้น ๆ แบบนี้จะดูเป็นธรรมชาติ
ไม่จำเป็นต้องเป็นทางการเกินไป มอบด้วยรอยยิ้มและบรรยากาศสดใส คือเสน่ห์ของโอโทชิดามะ

มารยาทในการให้และรับโอโทชิดามะที่ควรระวัง
สิ่งที่ให้ความสำคัญในโอโทชิดามะคือ ความใส่ใจในบรรยากาศ มากกว่าจำนวนเงิน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีเด็กหลายคน การคำนึงถึงคนรอบข้างจะช่วยรักษาบรรยากาศที่ดี
ห้ามเปรียบเทียบจำนวนเงินต่อหน้าผู้อื่น
โอโทชิดามะเป็นของขวัญที่น่ายินดี แต่การเปรียบเทียบจำนวนเงินเสียงดังทันทีหลังได้รับเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
ในญี่ปุ่นเชื่อกันว่าการไม่พูดเรื่องเงินอย่างโจ่งแจ้งในที่สาธารณะจะทำให้ดูสุภาพและเรียบร้อยกว่า
เปิดซองทันทีหรือไม่ ให้ดูบรรยากาศ
บางบ้านเปิดทันที บางบ้านนิยมเปิดทีหลัง
หากไม่แน่ใจ ให้สังเกตท่าทีของคนรอบข้างเพื่อความสบายใจ
ขอบคุณเมื่อได้รับ
เมื่อเด็กได้รับโอโทชิดามะ มารยาทพื้นฐานคือมองหน้าผู้ให้แล้วพูดว่า "ขอบคุณค่ะ/ครับ" (อะริกะโต โกะไซมัส)
หากเป็นเด็กเล็ก ผู้ปกครองอาจช่วยพูดแทน เพื่อให้บรรยากาศอบอุ่นขึ้น
เคารพแนวทางของแต่ละครอบครัว
บางครอบครัวมีกฎเรื่องวิธีรับและการจัดการเงินของลูก
หากใช้เวลาช่วงท่องเที่ยวร่วมกับครอบครัวที่สนิท ควรสอบถามแนวทางล่วงหน้าจะดีที่สุด

หากเห็นวัฒนธรรมโอโทชิดามะระหว่างเที่ยวญี่ปุ่น ควรเข้าใจอย่างไร
ในช่วงปลายปีถึงปีใหม่ของญี่ปุ่น จะเห็นโปจิบุคุโระวางขายตามร้านค้า และโอโทชิดามะกลายเป็นหัวข้อสนทนาในครอบครัว
หากรู้ที่มา จะช่วยให้สนุกกับบรรยากาศปีใหม่ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
สัมผัสบรรยากาศปีใหม่จากร้านค้าและบทสนทนา
ร้านเครื่องเขียน ร้านของชำร่วย ห้างสรรพสินค้า ร้านหนังสือ ฯลฯ มักจัดมุมพิเศษสำหรับโปจิบุคุโระเมื่อใกล้สิ้นปี
มีลายดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ญี่ปุ่น เช่น สัตว์ประจำปีนักษัตร ตุ๊กตาดารุมะ หรือภูเขาฟูจิ ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวต่างชาติก็สามารถเพลิดเพลินกับการเลือกชมได้
หากต้องเป็นฝ่ายให้เอง ไม่ต้องฝืน
แม้จะมีโอกาสได้ใช้เวลากับลูกของเพื่อนหรือญาติชาวญี่ปุ่น ก็ไม่จำเป็นต้องเตรียมโอโทชิดามะเสมอไป
หากความสัมพันธ์ไม่ใกล้ชิดมาก เพียงทักทายปีใหม่ก็เพียงพอแล้ว และหากลังเลใจ ลองปรึกษาล่วงหน้าจะปลอดภัยกว่า
การมอบของฝากจากต่างประเทศ เครื่องเขียนชิ้นเล็ก หรือหนังสือนิทานแทน ก็เป็นทางเลือกที่อบอุ่นและเป็นที่ชื่นชอบเช่นกัน
โปจิบุคุโระเหมาะเป็นของฝากกลับบ้าน
นอกช่วงเทศกาลปีใหม่ ก็สามารถซื้อโปจิบุคุโระได้ตามร้านเครื่องเขียนหรือร้านของชำร่วยสไตล์ญี่ปุ่น
เป็นของชิ้นเล็กที่ใช้แทนกระเป๋าใส่เหรียญหรือการ์ดข้อความได้ และยังเป็นของฝากที่บ่งบอกความเป็นญี่ปุ่นได้ดี
สรุป โอโทชิดามะคือประตูสู่การทำความรู้จักปีใหม่ญี่ปุ่น
โอโทชิดามะคือธรรมเนียมดั้งเดิมที่ผู้ใหญ่มอบให้เด็ก ๆ ในช่วงปีใหม่ของญี่ปุ่น เพื่อส่งต่อความปรารถนาดีและพรแห่งปีใหม่
การใส่ในโปจิบุคุโระ ความใส่ใจที่สำคัญกว่าจำนวนเงิน รากเหง้าจากความเชื่อเรื่องคางามิโมจิและเทพโทชิงามิ และความแตกต่างของแต่ละครอบครัว เป็นสิ่งที่หากรู้ไว้จะช่วยให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น
หากมาเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงปลายปีถึงปีใหม่ นอกจากการไปไหว้พระที่ศาลเจ้าครั้งแรกของปี (ฮัตสึโมเดะ / Hatsumōde) และอาหารโอเซจิ (Osechi) แล้ว การสังเกตการแลกเปลี่ยนระหว่างสมาชิกครอบครัวเช่นนี้จะทำให้เห็นวัฒนธรรมปีใหม่ในมิติที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
เช่นเดียวกับลูกอมจิโตเสะอาเมะ (Chitose-ame) และฮัตสึโมเดะ โอโทชิดามะก็เป็นหนึ่งในธรรมเนียมที่ใกล้ตัวซึ่งทำให้สัมผัสบรรยากาศปีใหม่ของญี่ปุ่นได้
