เพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวญี่ปุ่น!

ไทยากิคืออะไร? รสชาติ ชนิด วิธีกิน ครบจบในบทความเดียว

ไทยากิคืออะไร? รสชาติ ชนิด วิธีกิน ครบจบในบทความเดียว
ไทยากิคือขนมรูปปลาไส้ร้อนๆ ของญี่ปุ่นที่ต้องลอง! แนะนำรสชาติยอดนิยม ชนิดที่พบบ่อย วิธีกิน และเคล็ดลับเลือกซื้อสำหรับคนเพิ่งเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรก

ไฮไลต์

เสน่ห์โดยสรุป

ไทยากิเป็นขนมญี่ปุ่นยอดนิยมที่อบแป้งรูปปลาไท (ปลามงคล) พร้อมไส้ถั่วแดง เพลิดเพลินได้ง่ายระหว่างเดินเที่ยวในเมือง

ที่มาและประวัติ

กล่าวกันว่าแพร่หลายในสมัยเมจิ โดยจุดเริ่มต้นของความนิยมมาจากการจำลองปลาไทที่ชาวบ้านทั่วไปเข้าถึงได้ยากให้เป็นขนม

ราคาโดยประมาณ

ประมาณ 150–250 เยนต่อชิ้น

รสชาติที่มีให้เลือก

นอกจากไส้ถั่วแดงมาตรฐาน (แบบเม็ดและแบบกรอง) แล้ว บางร้านยังมีไส้คัสตาร์ดครีม ช็อกโกแลต ไส้ตามฤดูกาล และไส้คาวอีกด้วย

ความแตกต่างของเนื้อสัมผัสตามวิธีย่าง

มีวิธีย่างทีละตัวที่เรียกว่า "อิจโจยากิ" และวิธีย่างหลายตัวพร้อมกัน ซึ่งให้ความหอมกรอบและเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกัน

วิธีกินที่สนุก

การกินจากหัวหรือจากหางมักเป็นหัวข้อสนทนา ด้านหัวมีไส้ถั่วแดงเต็มๆ ส่วนหางจะได้ลิ้มรสความหอมกรอบของแป้ง

ข้อควรระวังเมื่อกินระหว่างเดินเที่ยว

ของเพิ่งย่างเสร็จใหม่จะร้อนข้างใน ควรกัดคำแรกอย่างช้าๆ ในสถานที่แออัด การหยุดยืนกินจะเป็นการเอาใจใส่ผู้คนรอบข้างด้วย

ข้อมูลล่าสุดโปรดตรวจสอบจากประกาศอย่างเป็นทางการหรือยืนยัน ณ สถานที่จริง

ไทยากิคืออะไร? ขนมของกินเล่นยอดนิยมในญี่ปุ่น

ไทยากิ (Taiyaki) คือขนมของกินเล่นยอดนิยมในญี่ปุ่น ทำจากแป้งเทลงแม่พิมพ์รูปปลาไท (ปลากะพงแดง) แล้วใส่ไส้ข้างใน

ด้วยรูปลักษณ์ที่น่ารักจดจำง่ายและถือทานได้สะดวก จึงเป็นอาหารที่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไม่คุ้นเคยกับขนมวากาชิก็ลองทานได้ง่าย

หลายร้านมักย่างไทยากิให้เห็นหน้าร้าน ทำให้ได้เพลิดเพลินทั้งกลิ่นหอมและเสียงย่างด้วย

ไม่ใช่แค่ทานอร่อย แต่ยังเป็นของกินเล่นที่พบเจอได้ง่ายระหว่างเดินเที่ยวตามเมืองต่าง ๆ ในญี่ปุ่น

ราคาไทยากิอยู่ที่ประมาณ 150-250 เยน ต่อชิ้น เป็นของว่างที่ราคาเข้าถึงง่ายระหว่างเที่ยว

สนุกได้ทั้งในฐานะขนมและอาหารว่าง

ไทยากิเป็นที่รู้จักดีในแบบไส้หวาน แต่ก็มีสินค้าที่ทานได้แบบอาหารว่างมื้อเบา ๆ เช่นกัน

ดังนั้นจึงมีทั้งคนที่เลือกทานเป็นขนมหวานและคนที่เลือกทานเป็นอาหารว่างแก้หิว

เป็นของกินเล่นที่เหมาะกับการพักผ่อนสั้น ๆ ระหว่างเที่ยว

ประวัติศาสตร์และที่มาของชื่อไทยากิ

ไทยากิมีที่มาตั้งแต่สมัยเมจิ และมักถูกเล่าว่าเป็นขนมย่างที่ใกล้เคียงกับอิมากาวายากิ (Imagawayaki)

เหตุผลที่ทำเป็นรูปปลาไท คือปลาไทเป็นสัญลักษณ์มงคลที่คนญี่ปุ่นคุ้นเคยมาแต่โบราณ เพราะคำว่า "ไท" พ้องเสียงกับ "เมเดไท" ที่แปลว่ามงคล

ในสมัยเมจิ ปลาไทจริง ๆ เป็นของหรูหราที่คนทั่วไปเข้าถึงยาก จึงมีการทำขนมรูปปลาไทแทนเพื่อเป็นสิริมงคล ทำให้ได้รับความนิยมอย่างมาก

ร้านที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นต้นกำเนิดคือร้านนานิวายะโซฮงเต็น (Naniwaya Sōhonten) ที่อาซาบุจูบัง (Azabu-jūban), โตเกียว (Tōkyō) อย่างไรก็ตาม ยังมีหลักฐานว่าอาหารที่คล้ายไทยากิอาจมีอยู่ก่อนหน้านั้น จึงมีหลายข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับต้นกำเนิดที่แท้จริง

วัตถุดิบและรูปทรงของไทยากิที่ควรรู้ก่อนทาน

ไทยากิทำจากแป้งสาลีเป็นหลัก ใส่ไส้แล้วเทลงแม่พิมพ์แล้วย่าง

ด้านนอกมีกลิ่นหอมเล็กน้อย ด้านในนุ่ม เนื้อสัมผัสจะแตกต่างกันไปตามแต่ละร้าน

รูปปลาไทให้ความสนุกมากกว่าแค่หน้าตา

จุดเด่นของไทยากิคือรูปทรงปลาไทตามชื่อ

ในญี่ปุ่นมีวัฒนธรรมการเพลิดเพลินกับรูปทรงของอาหาร และไทยากิเป็นตัวอย่างที่เข้าใจง่ายที่สุด

ถ่ายรูปสวยและเป็นจุดเริ่มต้นบทสนทนาได้ง่าย จึงเป็นของว่างที่น่าจดจำระหว่างเที่ยว

ความแตกต่างของวิธีย่าง

ไทยากิมีทั้งแบบย่างทีละตัวและแบบย่างหลายตัวพร้อมกัน

การย่างทีละตัวเรียกว่า "อิจโจยากิ (Icchōyaki)"

วิธีย่างที่ต่างกันทำให้กลิ่นหอมและเนื้อสัมผัสต่างกันได้

ไม่ใช่เรื่องของดีหรือไม่ดี แต่การเพลิดเพลินกับความแตกต่างของเนื้อสัมผัสจากวิธีย่างก็เป็นอีกมุมมองหนึ่ง

เนื้อสัมผัสของแป้งส่งผลต่อความรู้สึก

แม้จะเป็นไทยากิเหมือนกัน แบบที่ย่างกรอบจะหอมกรุ่นกว่า ส่วนแบบนุ่มจะให้ความรู้สึกเบาในปาก

หน้าตาอาจคล้ายกันแต่เนื้อสัมผัสต่าง หากมีร้านที่สนใจลองซื้อเปรียบเทียบรสชาติก็สนุก

รสชาติและประเภทไทยากิ ตั้งแต่แบบดั้งเดิมถึงอะเรนจ์

เมื่อพูดถึงไทยากิ สิ่งแรกที่นึกถึงคือไส้ถั่วแดงแบบดั้งเดิม

เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะขนมญี่ปุ่น และเป็นตัวเลือกที่ลองง่ายหากเป็นครั้งแรก

ในขณะเดียวกัน ปัจจุบันมีหลากหลายประเภท นักท่องเที่ยวสามารถเลือกตามความชอบได้ง่าย

อยากทานรสชาติดั้งเดิมเลือกไทยากิไส้ถั่วแดง

ที่รู้จักกันดีที่สุดคือไทยากิไส้ถั่วแดง (อังโกะ)

รู้สึกถึงความหวานอ่อนโยนแบบขนมวากาชิได้ง่าย เหมาะสำหรับคนที่อยากรู้จักขนมญี่ปุ่น

ไส้ถั่วแดงมี 2 แบบ คือ สึบุอัง (ถั่วแดงบดหยาบ) ที่ให้เนื้อสัมผัสของเม็ดถั่ว กับโคชิอัง (ถั่วแดงกรองละเอียด) ที่ให้ความเนียนนุ่มในปาก

สำหรับคนที่ชอบมัทฉะหรือชาญี่ปุ่น น่าจะรู้สึกคุ้นเคยกับรสชาตินี้ได้ง่าย

ยังมีไส้ครีมและรสชาติตามฤดูกาล

บางร้านมีไส้คัสตาร์ดครีม ช็อกโกแลต หรือวัตถุดิบตามฤดูกาล

แม้ไม่ค่อยชอบถั่วแดง ไส้เหล่านี้ก็อาจลองทานได้ง่าย

การเลือกรสชาติต่างกันกับเพื่อนร่วมทางแล้วเปรียบเทียบกันก็เป็นวิธีสนุกกับไทยากิอีกแบบหนึ่ง

ไทยากิไส้คาวก็มีให้เลือก

ไม่ใช่แค่ไส้หวาน บางร้านยังมีสินค้าที่ใส่ไส้แบบอาหารว่างด้วย

จึงไม่ใช่แค่ของหวาน แต่ยังเลือกทานเป็นอาหารว่างระหว่างเดินทางได้

อย่าตัดสินจากภาพลักษณ์ "ขนมวากาชิ" เพียงอย่างเดียว ลองดูเมนูหน้าร้านจะเพิ่มความสนุกในการเลือก

วิธีทานไทยากิ สนุกได้แม้เป็นครั้งแรก

ไทยากิไม่มีวิธีทานที่ยุ่งยากเป็นพิเศษ

โดยพื้นฐานแล้ว ทานตอนอุ่น ๆ เพิ่งย่างเสร็จได้เลย

แต่เพิ่งย่างเสร็จใหม่ไส้ข้างในจะร้อนมาก คำแรกควรค่อย ๆ ทานช้า ๆ จะปลอดภัย

ทานจากหัวหรือทานจากหาง?

ไทยากินั้นมักเป็นที่ถกกันว่า จะทานจากหัวดีหรือหางดี

ไม่มีกฎตายตัวว่าแบบไหนถูก เลือกตามชอบได้เลย

ฝั่งหัวมักมีไส้ถั่วแดงเต็ม ส่วนหางเป็นส่วนที่ได้เพลิดเพลินกับความหอมกรุ่นของแป้ง

เป็นหัวข้อพูดคุยที่สนุก และเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้สัมผัสวัฒนธรรมขนมญี่ปุ่นได้อย่างเป็นกันเอง

เวลากินเดินควรเคารพผู้อื่นรอบข้าง

เมื่อทานไทยากิข้างนอก ควรระวังอย่าเดินชนคนอื่นและเก็บเศษแป้งและห่อให้เรียบร้อย

ในสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน หยุดยืนทานจะสบายใจกว่า

แค่ใส่ใจเรื่องมารยาทต่อผู้อื่น ก็ทำให้ความประทับใจในทริปดียิ่งขึ้น

เคล็ดลับเลือกและสนุกกับไทยากิ

ครั้งแรกที่เลือกไทยากิ ไม่ต้องคิดมากก็ได้

ดูจากหน้าตา กลิ่น และประเภทไส้ แล้วเลือกแบบที่คิดว่าทานง่าย ก็สนุกได้

ครั้งแรกเริ่มจากไทยากิไส้ถั่วแดง

อยากรู้จักรสชาติแบบญี่ปุ่น เริ่มจากไส้ถั่วแดงแบบดั้งเดิมเป็นตัวเลือกที่เข้าใจง่าย

ในทางกลับกัน หากชอบรสชาติใกล้เคียงขนมตะวันตก ไทยากิไส้ครีมอาจรู้สึกคุ้นเคยมากกว่า

ระหว่างเที่ยว ไม่จำเป็นต้องเลือกแต่แบบดั้งเดิม ลองเริ่มจากสิ่งที่ใกล้เคียงกับรสนิยมตัวเองก็เป็นวิธีที่ดี

ย่างสดหรือไม่ก็ให้ความรู้สึกต่าง

หากร้านย่างสดหน้าร้าน จะได้เพลิดเพลินกับความหอมและความอุ่นได้มากขึ้น

ส่วนแบบซื้อกลับ เนื้อสัมผัสอาจนุ่มลงเล็กน้อย

ไทยากิเหมือนกันแต่ให้ความรู้สึกต่าง หากพบร้านระหว่างเที่ยวลองเพลิดเพลินกับบรรยากาศ ณ จุดนั้นด้วย

ไทยากิ ขนมที่ทำให้สัมผัสวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่นได้อย่างง่ายดาย

ข้อดีของไทยากิคือ ไม่ต้องมีความรู้มากก็เพลิดเพลินได้

หน้าตาน่ารักเป็นกันเอง เลือกรสชาติง่าย ทำให้สัมผัสวัฒนธรรมขนมญี่ปุ่นได้อย่างเป็นธรรมชาติ

เหมาะทั้งคนที่สนใจขนมวากาชิและคนที่อยากหาของทานเล่นระหว่างเดินเที่ยว

เรื่องเล่าของฝากจากไทยากิ

ประสบการณ์เล็ก ๆ อย่าง "เลือกรสอะไร" "ทานจากหัวหรือหาง" ก็กลายเป็นความทรงจำจากทริปได้

ไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยวใหญ่ ๆ แต่การสัมผัสอาหารในชีวิตประจำวันก็ทำให้ทริปเที่ยวญี่ปุ่นมีมิติมากยิ่งขึ้น

สรุป

ไทยากิเป็นขนมญี่ปุ่นที่มีเสน่ห์ครบ ทั้งรูปทรงปลาไทมงคล กลิ่นแป้งหอมกรุ่น และไส้หลากหลาย

ไทยากิที่แพร่หลายตั้งแต่สมัยเมจิ มีประวัติยาวนานกว่า 100 ปี และยังคงพัฒนาต่อเนื่อง

ตั้งแต่ไส้ถั่วแดงแบบดั้งเดิม ไส้ครีม ไปจนถึงไส้คาว สนุกกับความแตกต่างของแต่ละร้านได้

แม้เป็นการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรก ก็ลองทานได้ง่าย หากพบเจอระหว่างเดินเที่ยว ลองหยิบมาชิมดูสักชิ้น

คำถามที่พบบ่อย

ตอบ ไทยากิเป็นขนมยอดนิยมของญี่ปุ่น ทำจากแป้งสาลีเทลงในแม่พิมพ์รูปปลาไท (ปลากะพงแดง) แล้วใส่ไส้ถั่วแดงหรือไส้อื่นแล้วอบ ราคาประมาณ 150–250 เยนต่อตัว นอกจากรสชาติแล้วยังได้สัมผัสกลิ่นหอมและเสียงจากการอบหน้าร้านด้วย ที่ทำเป็นรูปปลาไทเพราะคำว่า "ไท" พ้องกับ "เมเดไท" ที่แปลว่ามงคล จึงถูกยกให้เป็นขนมนำโชค
ตอบ ไทยากิแพร่หลายในโตเกียวตั้งแต่สมัยเมจิ โดยร้านที่ถูกยกให้เป็นต้นกำเนิดคือ "นานิวายะ โซฮมเต็น" ย่านอาซาบุจูบัง (ก่อตั้ง ค.ศ. 1909) ในยุคนั้นปลาไทตัวจริงเป็นของหรูเกินเอื้อมสำหรับชาวบ้าน จึงทำขนมรูปปลาไทเพื่ออวยพรแทน อย่างไรก็ตาม มีหลักฐานบ่งชี้ว่าขนมลักษณะคล้ายไทยากิอาจมีมาก่อนร้านนานิวายะ จึงยังมีหลายทฤษฎีเกี่ยวกับต้นกำเนิดที่แน่ชัด
ตอบ เท็นเน็นโมโนะ (แบบธรรมชาติ) หมายถึงวิธีดั้งเดิมที่ใช้แม่พิมพ์คู่ "อิชโจยากิ" ย่างทีละตัวบนเตาไฟ ให้แป้งบางกรอบ ส่วน "โยโชกุโมโนะ" (แบบเลี้ยง) คือการย่างหลายตัวพร้อมกันบนแผ่นเหล็กที่มีพิมพ์เรียงกัน ให้ผลสม่ำเสมอและแป้งนุ่มฟู คำเรียกนี้เริ่มเป็นที่รู้จักจากหนังสือของช่างภาพ มิยาจิมะ ยาสุฮิโกะ ที่ตีพิมพ์ในปี 2002
ตอบ ไม่มีกฎตายตัวว่าต้องกินจากส่วนไหน จะเริ่มจากหัวหรือหางก็ได้ ฝั่งหัวมักมีไส้เยอะกว่า ส่วนหางจะได้ความกรอบหอมของแป้งมากกว่า เริ่มจากด้านไหนก็ให้ความรู้สึกต่างกัน เป็นหัวข้อสนุก ๆ ที่ชวนคุยกับเพื่อนร่วมทางได้
ตอบ ไส้ดั้งเดิมเป็นถั่วแดงกวน แต่ยังมีไส้ยอดนิยมอื่นอย่างคัสตาร์ดครีมและช็อกโกแลต ช่วงหลังมีไทยากิแป้งครัวซองต์ และแบบอ้าปากใส่ซอฟต์ครีมด้วย หากไปกับเพื่อนลองเลือกคนละรสแล้วแบ่งกินครึ่ง จะเปรียบเทียบเอกลักษณ์ของแต่ละร้านได้ง่ายขึ้น
ตอบ ไทยากิหาซื้อได้ทั้งจากร้านเฉพาะทาง แผงขายในตลาดและแหล่งท่องเที่ยว ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อ ที่ร้านสะดวกซื้อมักเป็นแบบแช่แข็งหรือแช่เย็น อุ่นไมโครเวฟก็กินได้ทันที แต่หากต้องการสัมผัสความกรอบหอมของแป้งสด ๆ แนะนำร้านเฉพาะทางที่อบหน้าร้านจะให้ความแตกต่างชัดเจนกว่า
ตอบ ไทยากิมีรูปทรงที่ถือกินสะดวก แต่ในแหล่งท่องเที่ยวหรือตลาดบางแห่งมีป้ายขอความร่วมมือไม่ให้กินเดิน ควรหยุดกินบริเวณที่นั่งหน้าร้านหรือม้านั่ง จะเป็นมารยาทที่ดีต่อคนรอบข้าง นอกจากนี้ ไทยากิเพิ่งอบเสร็จจะร้อนมากโดยเฉพาะไส้ข้างใน คำแรกควรระวังอย่าให้ปากลวก
ตอบ ไทยากิมีรูปลักษณ์โดดเด่นและถ่ายรูปสวย จึงเป็นขนมที่เหมาะเก็บเป็นความทรงจำจากการเดินทาง ขนมรูปปลาเป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับชาวต่างชาติ และยังเป็นขนมญี่ปุ่นที่เป็นที่รู้จักผ่านอนิเมะและโซเชียลมีเดีย แม้ไม่ชอบถั่วแดง ก็มีไส้คัสตาร์ดหรือช็อกโกแลตให้เลือก จึงเหมาะสำหรับคนที่เพิ่งลองเป็นครั้งแรก

จุดแนะนำใกล้เคียง

ดูบทความแนะนำในบริเวณนี้

※ เนื้อหาบทความอ้างอิงจากข้อมูล ณ เวลาที่เขียน และอาจแตกต่างจากสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ เราไม่รับประกันความถูกต้องและความสมบูรณ์ของเนื้อหาที่เผยแพร่ โปรดเข้าใจ