เพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวญี่ปุ่น!

คู่มือท่องเที่ยวมัทฉะอุจิ เกียวโต|สวนชา คาเฟ่ และประสบการณ์ชงชา

คู่มือท่องเที่ยวมัทฉะอุจิ เกียวโต|สวนชา คาเฟ่ และประสบการณ์ชงชา
เมืองอุจิทางตอนใต้ของเกียวโตเป็นแหล่งผลิตมัทฉะชั้นดีที่มีชื่อเสียงเรื่องกลิ่นหอมและรสชาติเข้มข้น บทความนี้พาไปรู้จักประวัติของมัทฉะอุจิ เที่ยวสวนชาและลองเก็บใบชา เรียนวิธีชงชาแบบญี่ปุ่น คาเฟ่และของหวานยอดนิยม รวมถึงวิธีเลือกของฝากจากมัทฉะ เหมาะทั้งคอชาและผู้มาเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรก.

ไฮไลต์

เสน่ห์มัทฉะอุจิ (Uji Matcha)

อุจิเป็นแหล่งผลิตชาชั้นสูงที่มีชื่อเสียง เป็นเมืองที่สามารถสัมผัสและลิ้มรสมัทฉะอุจิที่มีกลิ่นหอมลึกและรสเข้มข้น

รสชาติและกลิ่นของมัทฉะอุจิ

มัทฉะอุจิมีเอกลักษณ์คือกลิ่นหอมเด่น รสอูมามิ และความขมละมุนอย่างมีระดับ ถือเป็นหนึ่งในชาดั้งเดิมที่ญี่ปุ่นภาคภูมิใจ

เรื่องราวชาอุจิในอดีต

มีการเล่าถึงการพัฒนาการทำชาในอุจิตั้งแต่ราวยุคคามาคุระ โดยน้ำคุณภาพดีและสภาพอากาศมีส่วนสนับสนุนคุณภาพของชา

ประสบการณ์มัทฉะที่อุจิ

ในอุจิ อาจมีสถานที่หรือโปรแกรมแบบต้องจองล่วงหน้าให้ร่วมกิจกรรม เช่น เก็บใบชา ทำมัทฉะ และทดลองชง (ตี) มัทฉะ

จุดแวะชิมมัทฉะในอุจิ

ในอุจิมีคาเฟ่และห้องชาที่สามารถเพลิดเพลินกับมัทฉะได้หลายแห่ง โดยที่ “Tsujirihei Honten (辻利兵衛本店)” สามารถลิ้มลองขนมและเครื่องดื่มที่ทำจากมัทฉะอุจิ

ของหวานมัทฉะยอดนิยม

ที่ “Tsujirihei Honten (辻利兵衛本店)” เมนูอย่างพาร์เฟต์มัทฉะเป็นขนมที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว

เลือกของฝากมัทฉะอุจิ

มัทฉะอุจิเป็นของฝากยอดนิยม นอกจากมัทฉะแล้วยังมีสินค้าแปรรูปอย่างช็อกโกแลต คุกกี้ และลูกอมรสมัทฉะ ซึ่งสามารถซื้อได้ตามร้านชา

ข้อมูลล่าสุดโปรดตรวจสอบจากประกาศอย่างเป็นทางการหรือยืนยัน ณ สถานที่จริง

มัทฉะอุจิ(Uji Matcha)คืออะไร?

มัทฉะอุจิเป็นหนึ่งในชาญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่ญี่ปุ่นภาคภูมิใจนำเสนอไปทั่วโลก

พื้นที่อุจิ(Uji)ทางตอนใต้ของจังหวัดเกียวโต(Kyōto-fu)เป็นแหล่งผลิต “ชาอุจิ(Uji-cha)” ซึ่งเป็นหนึ่งในสามแหล่งชาชื่อดังของญี่ปุ่น ร่วมกับชาชิซุโอกะ(Shizuoka-cha)และชาซายามะ(Sayama-cha)

หมอกที่ลอยขึ้นจากแม่น้ำอุจิ(Uji-gawa)และความต่างอุณหภูมิที่พอเหมาะ ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการปลูกชา ทำให้มัทฉะจากที่นี่มีรสอูมามิหวานละมุนและกลิ่นหอมเข้มข้นเป็นเอกลักษณ์


ประวัติของชาอุจิ

จุดเริ่มต้นของชาอุจิย้อนกลับไปถึงช่วงต้นยุคคามาคุระ

เชื่อกันว่าเมล็ดชาที่เอไซ เซ็นจิ(Eisai Zenji)นำกลับมาจากจีน (ราชวงศ์ซ่ง) ในปี 1191 ได้แพร่หลาย และต่อมาชาก็ถูกถ่ายทอดมาถึงดินแดนอุจิ

ในยุคมุโรมาจิ การผลิตชาที่อุจิพัฒนาขึ้นภายใต้การอุปถัมภ์ของตระกูลโชกุน มีการจัดสรรสวนชาชั้นเลิศ และชาอุจิก็สร้างชื่อเสียงอย่างมั่นคง

ต่อมาในยุคสงครามและยุคอาซุจิ–โมโมยามะ เซ็น โนะ ริคิว(Sen no Rikyū)ได้ทำให้พิธีชาสมบูรณ์แบบ มัทฉะจากอุจิจึงกลายเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ของวัฒนธรรมชงชา

ยิ่งไปกว่านั้น ในยุคเอโดะ นางาทานิ โซเอ็น(Nagatani Sōen)ได้พัฒนาวิธีทำเซ็นฉะ ทำให้อุจิมีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์ชาญี่ปุ่น


สวนชาอุจิและประสบการณ์มัทฉะ

หากมาอุจิ อย่าพลาดประสบการณ์มัทฉะ

บางแห่งมีกิจกรรมเก็บใบชาในช่วงฤดูใบไม้ผลิ (ปลายเมษายน–พฤษภาคม) รวมถึงคลาสสอนวิธีชงมัทฉะและการชิมชา

มัทฉะทำจากใบชาที่เรียกว่า เท็นฉะ(Tencha)นำไปบดด้วยโม่หินจนเป็นผง และเชื่อว่าการปลูกแบบโอยชิตะไซบะอิ(Ōishita saibai)ที่บังแสงแดด จะช่วยเพิ่มองค์ประกอบความอูมามิ

นอกจากนี้ บางสถานที่ยังจัดเวิร์กช็อปทำขนมหวานด้วยมัทฉะด้วย


จุดแวะชิมมัทฉะในอุจิ

ในอุจิมีคาเฟ่และห้องชามากมายให้แวะชิมมัทฉะ

แถวถนนการค้าอุจิบาชิโดริ(Uji-bashi-dōri Shōtengai)และบริเวณทางเข้าสู่เบียวโดอิน(Byōdō-in)จะมีร้านที่ขายขนมและเครื่องดื่มมัทฉะเรียงราย

คุณสามารถลิ้มลองเมนูมัทฉะหลากหลาย เช่น พาร์เฟต์มัทฉะ โซบะมัทฉะ และเซ็นไซมัทฉะ พร้อมเที่ยวควบคู่กับการไหว้เบียวโดอินซึ่งเป็นมรดกโลก และศาลเจ้าอุจิงามิ(Ujigami Jinja)ได้ด้วย


เลือกซื้อของฝากมัทฉะอุจิ

มัทฉะอุจิได้รับความนิยมอย่างมากในฐานะของฝาก

ร้านชาท้องถิ่นมีทั้งมัทฉะและสินค้าแปรรูปต่างๆ เช่น ช็อกโกแลต คุกกี้ บาวม์คูเฮน ลูกอม และอื่นๆ ที่ทำจากมัทฉะ

นอกจากนี้ ยังมีสินค้ากิฟต์เซ็ตที่รวมฉะเซ็น(Chasen)(แปรงชงชา)และชามมัทฉะ(Matchawan)เพื่อให้ทำมัทฉะแบบจริงจังที่บ้านได้ ซึ่งก็เป็นที่นิยมเช่นกัน

สินค้าเหล่านี้เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการส่งต่อรสชาติแบบญี่ปุ่นให้ครอบครัวและเพื่อนฝูง



วิธีไปอุจิ

จากสถานีเกียวโต นั่งสาย JR นาระ(JR Nara Line)ไป “สถานีอุจิ(Uji Station)” ใช้เวลาประมาณ 17 นาทีด้วยรถเร็ว และประมาณ 25 นาทีด้วยรถธรรมดา

หากไป “สถานีเคฮังอุจิ(Keihan Uji Station)” ของรถไฟเคฮัง ให้เปลี่ยนขบวนเป็นสายอุจิที่สถานีชูโชจิมะ(Chūshojima Station)บนสายหลักเคฮัง ใช้เวลาประมาณ 15 นาที

จากสถานีอุจิไปเบียวโดอินและย่านถนนการค้าอุจิบาชิโดริใช้เวลาเดินราว 10 นาที และเนื่องจากจุดแวะชิมมัทฉะกระจุกตัวอยู่รอบสถานี จึงเดินเที่ยวได้สะดวก


สรุป

มัทฉะอุจิได้รับการยกย่องสูงจากคนรักชาทั่วโลก ด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ลึกซึ้ง รวมถึงรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์

เมื่อมาเที่ยวเกียวโต ลองมาสัมผัสวัฒนธรรมมัทฉะอันรุ่มรวยนี้ดูสักครั้ง

ทริปของคุณจะน่าจดจำยิ่งขึ้นเมื่อได้เพลิดเพลินกับมัทฉะ พร้อมชมทิวทัศน์สวยงามของอุจิ


คำถามที่พบบ่อย

ตอบ ชาอุจิเป็นของขึ้นชื่อของเมืองอุจิ จังหวัดเกียวโต โดยมีการกล่าวกันว่าเอไซนำชามาถ่ายทอดปลายศตวรรษที่ 12 และที่อุจิเริ่มปลูกชาต้นศตวรรษที่ 13 มัทฉะมีกลิ่นหอมเด่น ลองชิมก่อนออกเดินเที่ยวจะจำรสได้ชัดขึ้น หากรู้ประวัติก่อนชิม ความรู้สึกต่อรสชาติมักลึกขึ้น แนวที่นิยมคือเริ่มด้วยอุสุฉะ (มัทฉะแบบเบา) สักถ้วย แล้วค่อยไปของหวาน หากกังวลเรื่องรสขม การจับคู่กับวากาชิมักเข้ากันง่ายกว่าเมนูที่มีนม
ตอบ จากสถานีเกียวโต นั่ง JR สายนาระขบวนด่วน (Miyakoji Rapid) ไปสถานีอุจิ ใช้เวลาประมาณ 16 นาที หากใช้รถไฟเคฮัง โดยทั่วไปต้องเปลี่ยนขบวนที่ชูโชจิมะ (Chushojima) ช่วงคนเยอะควรเผื่อเวลาเปลี่ยนขบวนให้มากขึ้นเพื่อไม่รีบ บางช่วงเวลาอาจไม่มีขบวนด่วน ควรดูตารางเวลาให้เผื่อไว้จะกันพลาดรถได้ ทางจากสถานีไปย่านเบียวโดอินมีป้ายบอกทางเยอะ เดินตามทางก็ไม่ค่อยหลง
ตอบ ย่านระหว่างสถานีอุจิถึงถนนหน้าเบียวโดอินมีร้านขนมมัทฉะเรียงราย เหมาะกับการลองหลายร้าน ร้านดังช่วงบ่ายมักคิวยาว หากไปถึงแล้วให้ซื้อแบบเทกเอาต์ไว้ก่อน แล้วค่อยเดินเที่ยวไปกินไปจะใช้เวลาได้คุ้ม เดินกินอาจเลอะมือได้ง่าย พกทิชชู่เปียกไว้จะสบายใจแม้ก่อนเข้าวัด/ศาลเจ้า หากอยากนั่งกินในคาเฟ่ ควรเช็กเวลารอก่อนสั่งเพื่อจัดเวลาได้ดี
ตอบ กิจกรรมทำมัทฉะทำได้ที่สถานที่จัดประสบการณ์ในอุจิ โดย “ประสบการณ์บดมัทฉะด้วยโม่หิน” มีราคาประมาณ 2,200 เยน (ราว 60 นาที) บางรอบมีจำนวนที่นั่งน้อย ช่วงท่องเที่ยวพีคเลือกคิวช่วงเช้าจะจัดตารางเดินเที่ยวต่อได้ง่าย หลังทำกิจกรรม กลิ่นมัทฉะอาจติดนิ้ว ควรมองหาจุดล้างมือไว้ก่อนจะสะดวก หากเวลาไม่มาก ลำดับ “ทำกิจกรรม → เดินถนนหน้าศาล/วัด → เบียวโดอิน” จะลดการย้ายที่
ตอบ มัทฉะแพ้ความชื้นและแสง หลังซื้อควรเก็บในที่เย็นและมืด และหลังเปิดแล้วควรใช้ให้หมดโดยเร็ว ผงมัทฉะจับตัวเป็นก้อนได้ง่าย การร่อนผ่านตะแกรงชาก่อนชงจะช่วยให้เนียนและกลิ่นหอมเด่น หากเก็บในตู้เย็น ต้องปิดสนิทเพื่อลดการรับกลิ่นอื่นๆ ผงสำหรับทำมัทฉะลาเต้กับผงสำหรับตีมัทฉะอาจมีความละเอียดต่างกัน ควรบอกการใช้งานกับพนักงานเพื่อเลือกให้เหมาะ
ตอบ มัทฉะคือชาที่นำเท็นฉะมาบดเป็นผงแล้วตีให้เข้ากันเพื่อดื่ม ส่วนเซ็นฉะคือชาที่แช่ใบชาให้เกิดน้ำชาก่อนดื่ม เกียวคุโระปลูกแบบคลุมแสงและเด่นเรื่องรสอูมามิ หากไม่ถนัดเครื่องดื่มมัทฉะที่มีรสหวานมาก ลองตีให้บางลงและทานคู่กับวากาชิจะดื่มง่ายขึ้น มือใหม่มักรู้สึกว่ามัทฉะ “เข้ม = ขม” ได้ง่าย ลองลดปริมาณผงและเริ่มจากแบบบางก่อนจะสบายกว่า ส่วนเกียวคุโระถ้าชงด้วยอุณหภูมิต่ำลงมักดึงรสอูมามิได้ดี
ตอบ มารยาทการดื่มมัทฉะโดยทั่วไปคือถือถ้วยด้วยสองมือ หมุนถ้วยเล็กน้อยเพื่อหลีกเลี่ยงด้านหน้าแล้วค่อยดื่ม ไม่ต้องคิดซับซ้อน สิ่งสำคัญคือดื่มอย่างสงบและแสดงความขอบคุณ เครื่องดื่มร้อน ควรจิบคำแรกน้อยๆ จะไม่สำลักและยังคุยต่อได้ง่าย สำหรับชาวต่างชาติ บอกว่า “ไม่ต้องเคร่งท่าทางมาก แต่ให้ใส่ใจความรู้สึกตอนชิม” จะช่วยลดความเข้าใจผิด หากจะถ่ายรูป ควรบอกคนรอบข้างสักคำและไม่ยึดพื้นที่นั่งนานเกินไปจะดูสุภาพ
ตอบ อุจิเที่ยวครึ่งวัน (3-4 ชั่วโมง) ก็ได้ ตัวอย่างลำดับที่เดินทางน้อยคือ “เช้าไปเบียวโดอิน → เดินถนนหน้าวัดกินขนมมัทฉะ → เดินเล่นริมแม่น้ำอุจิ” หากมีเวลา แทรกการนั่งร้านชาชงมัทฉะสักถ้วยจะทำให้ทริปจบสวย ช่วงคนเยอะอาจต้องรอคิวเข้าชมเบียวโดอิน หากกินอะไรเบาๆ แถวถนนหน้าวัดก่อนแล้วค่อยไปต่อคิว จะลดเวลาว่างที่เสียไปได้ หากจะซื้อของฝากขากลับ เลือกซื้อระหว่างทางไปสถานีจะยกของน้อยและเดินสบายกว่า

จุดแนะนำใกล้เคียง

ดูบทความแนะนำในบริเวณนี้

※ เนื้อหาบทความอ้างอิงจากข้อมูล ณ เวลาที่เขียน และอาจแตกต่างจากสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ เราไม่รับประกันความถูกต้องและความสมบูรณ์ของเนื้อหาที่เผยแพร่ โปรดเข้าใจ