ขนมดั้งเดิมของเกียวโต(Kyoto) “ยัตสึฮาชิ(Yatsuhashi)” คืออะไร?
“ยัตสึฮาชิ” หนึ่งในวากาชิที่เป็นตัวแทนของเกียวโต เป็นขนมเกียวโตดั้งเดิมที่โดดเด่นด้วยกลิ่นนิกกิ(อบเชย)และเนื้อสัมผัสนุ่มหนึบ
เป็นของฝากยอดนิยมจากเกียวโต และมักถูกเลือกเป็นขนมขึ้นชื่อเพื่อเก็บความทรงจำจากการเที่ยวเกียวโต
บทความนี้จะพาไปรู้จักประวัติ ประเภท วิธีกินยัตสึฮาชิให้อร่อย รวมถึงสถานที่แนะนำสำหรับซื้อแบบละเอียด
หากกำลังมองหาของฝากจากเกียวโต อย่าลืมเช็กข้อมูลนี้ไว้เป็นไอเดียก่อนเดินทาง

ประวัติของยัตสึฮาชิ
รสชาติดั้งเดิมที่สืบทอดมายาวนาน──ขนมขึ้นชื่อที่มีที่มาจากยัตสึฮาชิ เค็งเงียว(Yatsuhashi Kengyō)
ต้นกำเนิดของยัตสึฮาชิย้อนกลับไปได้ถึงช่วงปีเก็งโระกุในสมัยเอโดะ(ราวปีค.ศ. 1689)
เชื่อกันว่าชื่อนี้มาจากนักดนตรี “ยัตสึฮาชิ เค็งเงียว” ผู้เป็นที่รู้จักในฐานะบรมครูแห่งดนตรีโคโตะ
เล่ากันว่าขนมนี้ถูกทำขึ้นเพื่อรำลึกถึงผลงานของยัตสึฮาชิ เค็งเงียว
ในช่วงแรก “ยากิยัตสึฮาชิ(Yaki-yatsuhashi)” ซึ่งเป็นขนมแผ่นบางคล้ายเซ็มเบ้ ทำจากแป้งข้าวเจ้า น้ำตาล และนิกกิ แล้วนำไปอบ เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุด
ความกรอบและกลิ่นหอมของนิกกิทำให้ขนมนี้ยังคงเป็นที่รักมาอย่างยาวนาน
การกำเนิดของนามะยัตสึฮาชิ(Nama-yatsuhashi)และรสชาติที่หลากหลายขึ้น
เมื่อเข้าสู่ยุคโชวะ “นามะยัตสึฮาชิ” ซึ่งไม่ผ่านการอบและให้สัมผัสนุ่มหนึบได้ถือกำเนิดขึ้น และสินค้าที่ห่อไส้ถั่วแดงก็ได้รับความนิยมอย่างมาก
ปัจจุบัน นอกจากรสนิกกิแบบคลาสสิกแล้ว ยังมีรสชาติหลากหลาย เช่น มัทฉะและงาดำให้เลือก
บางช่วงยังมีรสชาติพิเศษเฉพาะฤดูกาลออกมา ทำให้ทุกครั้งที่ไปเยือนมีโอกาสได้ลองรสใหม่ ๆ เสมอ

วิธีกินยัตสึฮาชิให้อร่อย
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการกินและการจับคู่เครื่องดื่มที่แนะนำ
หลายคนมักซื้อยัตสึฮาชิเป็นของฝาก แต่การได้ชิมแบบสดใหม่ที่ร้านในเกียวโตก็เป็นอีกประสบการณ์ที่น่าสนใจ
โดยเฉพาะเมื่อทานคู่กับมัทฉะ จะช่วยให้กลิ่นนิกกิและความขมนิด ๆ ของชาเขียวเข้ากันอย่างลงตัว ทำให้ได้สัมผัสบรรยากาศแบบเกียวโตอย่างเต็มที่
ยากิยัตสึฮาชิเข้ากันได้ดีมากกับโฮจิฉะและเซ็นฉะ
เวิร์กช็อปทำเอง เก็บความทรงจำพิเศษจากทริปเกียวโต
ในเกียวโตมีร้านและสถานที่ที่สามารถร่วมเวิร์กช็อปทำยัตสึฮาชิด้วยตัวเองได้ด้วย
ตัวอย่างเช่นที่ “โอตาเบะฮนคัง(Otabe Honkan)” สามารถเข้าร่วมเวิร์กช็อปทำนามะยัตสึฮาชิได้ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที และมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ 800 เยนต่อคน
ยัตสึฮาชิที่ทำเองยังสามารถนำกลับไปเป็นของฝากได้ จึงเหมาะมากสำหรับเก็บเป็นความทรงจำจากการเดินทาง
กิจกรรมหลายแห่งต้องจองล่วงหน้า จึงควรตรวจสอบก่อนเดินทาง

ซื้อยัตสึฮาชิที่ไหนดีในเกียวโต
ร้านเก่าแก่และผู้ผลิตชื่อดังที่ควรรู้จัก
ตามแหล่งท่องเที่ยวอย่างสถานีเกียวโต กิอง(Gion) และอาราชิยามะ(Arashiyama) มีร้านขายยัตสึฮาชิจำนวนมาก
แบรนด์เก่าแก่ที่มีชื่อเสียง ได้แก่ “ฮนเกะ นิชิโอะ ยัตสึฮาชิ(Honke Nishio Yatsuhashi)”, “โชโกะอิน ยัตสึฮาชิ โซฮนเท็น(Shōgoin Yatsuhashi Sōhonten)”, “โอตาเบะ(Bijū)” และ “อิซุตสึ ยัตสึฮาชิ ฮมโป(Izutsu Yatsuhashi Honpo)” เป็นต้น
หลายร้านมีบริการชิม ทำให้สามารถลองเปรียบเทียบหลายรสชาติก่อนเลือกซื้อ ซึ่งเป็นจุดเด่นที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบ
ในโซนขายของฝากภายในสถานีเกียวโตก็มีสินค้าจากผู้ผลิตหลักครบ ทำให้สะดวกมากสำหรับแวะซื้อก่อนกลับ
สามารถสั่งซื้อผ่านร้านออนไลน์ได้เช่นกัน
แม้จะไม่ได้เดินทางไปเกียวโต ก็ยังสามารถสั่งซื้อยัตสึฮาชิผ่านร้านค้าออนไลน์ทางการของแต่ละผู้ผลิตได้
จึงเหมาะทั้งสำหรับสั่งมาทานที่บ้านเพื่อสัมผัสรสชาติแบบเกียวโต หรือซื้อเป็นของขวัญให้คนสำคัญ
ข้อมูลสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว
จุดซื้อ: นอกจากสถานีเกียวโตและย่านกิองชิโจ(Gion-Shijō)แล้ว ยังพบร้านยัตสึฮาชิได้ตามทางขึ้นวัดคิโยมิสึเดระ(Kiyomizu-dera)อย่างคิโยมิสึซากะ(Kiyomizu-zaka)และซันเนซากะ(Sannen-zaka) รวมถึงถนนสายหลักในอาราชิยามะ
วิธีเก็บรักษาและวันหมดอายุ: นามะยัตสึฮาชิมักมีอายุเก็บไม่นานนัก หากเก็บที่อุณหภูมิห้อง ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรงและอุณหภูมิสูง และควรรับประทานโดยเร็วที่สุด
ยากิยัตสึฮาชิเก็บได้นานกว่าและพกพากลับได้ง่าย จึงเป็นของฝากยอดนิยมที่หลายคนเลือกซื้อ
ราคาโดยประมาณ: ราคาแตกต่างกันไปตามปริมาณและประเภท แต่มีให้เลือกตั้งแต่ราคาย่อมเยา
รสชาติพิเศษตามฤดูกาล: ในแต่ละฤดูกาลอาจมีรสชาติลิมิเต็ดออกวางจำหน่าย
การได้ลิ้มลองรสชาติที่ต่างกันไปตามช่วงเวลาที่มาเยือนก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของยัตสึฮาชิ

สรุป
ยัตสึฮาชิเป็นขนมดั้งเดิมที่เป็นตัวแทนของเกียวโต
ตั้งแต่ยากิยัตสึฮาชิที่กรอบหอม ไปจนถึงนามะยัตสึฮาชิที่นุ่มหนึบ คุณสามารถเพลิดเพลินกับรสชาติและเนื้อสัมผัสที่หลากหลายได้
ไม่ว่าจะเป็นการชิมตามร้านในแหล่งท่องเที่ยว หรือเข้าร่วมเวิร์กช็อปทำเอง อย่าพลาดลิ้มลองเสน่ห์ของยัตสึฮาชิแบบฉบับเกียวโตด้วยตัวเอง