วัดสึกิจิฮงกันจิ (Tsukiji Honganji) เป็นวัดแบบไหน
วัดสึกิจิฮงกันจิ (Tsukiji Honganji) คือ วัดในนิกายโจโดชินชู สาขาฮงกันจิ (Jōdo Shinshū Honganji-ha) โดยมีวัดนิชิฮงกันจิ (Nishi Honganji) ในเกียวโต (Kyoto) เป็นวัดต้นสังกัด
วัดนี้สร้างขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1617 บริเวณใกล้ย่านอาซากุสะ (Asakusa) จากนั้นถูกไฟไหม้ครั้งใหญ่ในยุคเมเรกิ (Meireki) ปี ค.ศ. 1657 และได้รับการบูรณะใหม่บนที่ดินปัจจุบันที่รัฐบาลเอโดะ (Edo) มอบให้
ต่อมาในปี ค.ศ. 1923 พระอุโบสถถูกไฟไหม้อีกครั้งจากเหตุแผ่นดินไหวใหญ่คันโต (Great Kantō Earthquake) และพระอุโบสถปัจจุบันได้รับการบูรณะใหม่ในปี ค.ศ. 1934 โดยการออกแบบของนักประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม ดร. อิโต ชูตะ (Itō Chūta)
ที่มาของชื่อย่าน "สึกิจิ" มาจากการถมทะเลเพื่อสร้างที่ดินขึ้นมาใหม่

ไฮไลท์สถาปัตยกรรมที่ต้องไม่พลาดในวัดสึกิจิฮงกันจิ
หน้าตาภายนอกที่ชวนนึกถึงสถาปัตยกรรมพุทธศาสนาโบราณของอินเดียและเอเชีย
เสน่ห์หลักของวัดสึกิจิฮงกันจิคือหน้าตาภายนอกที่แตกต่างจากวัดญี่ปุ่นทั่วไป
วัดสึกิจิฮงกันจิมีจุดเด่นที่รูปลักษณ์ซึ่งจำลองมาจากสถาปัตยกรรมพุทธศาสนาโบราณของเอเชียอย่างอินเดีย และมีการผสมผสานองค์ประกอบของศิลปะแบบญี่ปุ่น ตะวันตก และจีนเข้าไว้ด้วยกัน
ดร. อิโต ชูตะ ผู้ออกแบบ เป็นผู้ที่ศึกษาสถาปัตยกรรมในหลายประเทศของเอเชีย และการได้พบกับโอตานิ โคซุย (Ōtani Kōzui) ซึ่งเป็นมหานายกของนิกายฮงกันจิในขณะนั้นและเคยเดินทางตามเส้นทางสายไหม ก็เป็นเบื้องหลังของสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวนี้
แม้จะเป็นวัดแต่ก็ให้ความรู้สึกแปลกตาเหมือนอยู่ต่างประเทศ ผู้ที่มาเยือนครั้งแรกมักจะประทับใจไม่รู้ลืม
ห้ามพลาดภายในพระอุโบสถและรูปสลักสัตว์
ภายในพระอุโบสถมีพระพุทธรูปอามิดะเนียวไร (Amida Nyorai) ประดิษฐานอยู่ตรงกลางด้านหน้า ซึ่งเป็นการจัดวางแบบดั้งเดิมของวัดในนิกายชินชู (Shinshū)
ขณะเดียวกันก็มีจุดที่น่าสนใจอย่างกระจกสีบริเวณทางเข้า และรูปสลักสัตว์ตามจุดต่าง ๆ ในวัดอีกมากมาย
ในวัดมีรูปสลักสัตว์ ทั้งหมด 13 ชนิด เช่น สิงโตมีปีกที่ด้านหน้าพระอุโบสถ วัว ม้า ช้าง นกยูง และลิง การเดินค้นหารูปสัตว์เหล่านี้ก่อนหรือหลังการสักการะก็เป็นวิธีชมที่สนุกอีกแบบ
นอกจากนี้ พระอุโบสถ กำแพงหินโอยะ (Ōya-ishi) และเสาประตูซันมง (Sanmon) ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติเมื่อปี ค.ศ. 2014

เรื่องที่ควรรู้ก่อนไปสักการะวัดสึกิจิฮงกันจิ
ขั้นตอนการสักการะที่เข้าใจง่ายแม้สำหรับมือใหม่
เวลาเปิด-ปิดสำหรับการสักการะภายในพระอุโบสถคือ 06:00-16:00 น. (ปิดประตูหลังพิธีสวดมนต์ตอนเย็นเสร็จสิ้น)
เมื่อสักการะอามิดะเนียวไร จะมีคำแนะนำให้ท่อง "นะโมะ อะมิดะบุตสึ (Namo Amida Butsu)" ซึ่งเป็นบทสวดมนต์
กล่าวกันว่าอามิดะเนียวไรในท่ายืนเป็นการแสดงถึง "ปางที่กำลังเสด็จมาโปรดคนทุกคน" หากรู้ความหมายนี้แล้วพนมมือ การสักการะจะมีความหมายลึกซึ้งยิ่งขึ้น
การจุดธูปทำตามแบบของนิกายโจโดชินชู สาขาฮงกันจิ และมีคำแนะนำพร้อมภาพประกอบในพระอุโบสถ
หลังการสักการะ จะมีการ์ดที่ระลึกการสักการะให้เป็นของที่ระลึก
ไม่มีโอมิคุจิและโกะชูอิน
สิ่งที่นักท่องเที่ยวที่เคยเที่ยววัดและศาลเจ้าอาจรู้สึกแปลกใจคือ วัดสึกิจิฮงกันจิ ไม่มีโอมิคุจิ (Omikuji / ใบเสี่ยงทาย) โกะชูอิน (Goshuin / ตราประทับวัด) และโอมาโมริ (Omamori / เครื่องราง) ให้บริการ
นี่เป็นแนวทางตามคำสอนของนิกายโจโดชินชู ดังนั้นหากรู้ก่อนล่วงหน้าจะช่วยให้ไม่ต้องเสียเวลาเดินหา
ลองไปเยือนด้วยความรู้สึกอยากพนมมืออย่างสงบ และซึมซับความงดงามของสถาปัตยกรรมและบรรยากาศ น่าจะทำให้ใช้เวลาได้อย่างผ่อนคลายมากขึ้น
วัดสึกิจิฮงกันจิ วิธีไป และเส้นทางท่องเที่ยว
เดินทางสะดวก แวะได้ง่ายแม้มีเวลาน้อย
การเดินทางที่สะดวกก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของวัดสึกิจิฮงกันจิ
สามารถออกจากทางออกที่ 1 ของสถานีสึกิจิ (Tsukiji Station) สาย Tokyo Metro Hibiya ได้ โดยเชื่อมต่อโดยตรง หรือเดินจากทางออกที่ 4 ของสถานีชินโทมิโจ (Shintomichō) สาย Yūrakuchō, ทางออกที่ 5 ของสถานีฮิงาชิกินซา (Higashi Ginza) สาย Toei Asakusa และทางออก A1 ของสถานีสึกิจิชิโจ (Tsukiji Shijō) สาย Toei Ōedo โดยสถานีเหล่านี้ใช้เวลาเดินประมาณ 5 นาที
ที่ตั้งอยู่ที่ 3-15-1 สึกิจิ เขตชูโอ โตเกียว และอยู่ในระยะเดินจากย่านกินซา (Ginza) ทำให้สามารถสอดแทรกเข้าไปในแผนเที่ยวโตเกียวได้อย่างง่ายดาย
เดินชมวัดให้ครบ ตามลำดับ ภายนอก → พระอุโบสถ → สิ่งอำนวยความสะดวก
หากเป็นการมาครั้งแรก แนะนำให้ชมภายนอกก่อน แล้วเข้าไปยังพระอุโบสถ จากนั้นเดินไปยังศูนย์ข้อมูลและสิ่งอำนวยความสะดวกใกล้เคียง จะทำให้เห็นภาพรวมได้ชัดเจน
หากเดินชมเฉพาะภายในวัด จะใช้เวลาประมาณ 30 นาที-1 ชั่วโมง แต่ถ้ารวมคาเฟ่และร้านหนังสือด้วย ควรเผื่อเวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง จะได้เพลิดเพลินอย่างเต็มที่
อนึ่ง อาจมีการกั้นทางเดินหรือเปลี่ยนแปลงสิ่งอำนวยความสะดวกระหว่างงานบูรณะปฏิสังขรณ์
ควรตรวจสอบประกาศก่อนเข้าชมเพื่อความสบายใจ

ร้านอาหารใกล้เคียงและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ควรแวะหลังสักการะ
คาเฟ่ Tsumugi
ภายในศูนย์ข้อมูลมี คาเฟ่ Tsumugi (Tsukiji Honganji Café Tsumugi) เปิดบริการเวลา 08:00-18:00 น. และโดยปกติจะเสิร์ฟอาหารเช้าในช่วงเวลา 08:00-10:30 น.
เมนูเด่นอย่าง "อาหารเช้า 18 อย่าง" มีจำนวนจำกัดและอาจหมดก่อน 10:30 น. หากอยากชิมให้แน่นอน แนะนำให้พิจารณาจองล่วงหน้า
นอกจากอาหารเช้าและอาหารกลางวันแล้ว ยังมีชาญี่ปุ่น ของหวานสไตล์ญี่ปุ่น และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จึงสะดวกสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนหลังการสักการะ
ออร์แกนท่อขนาดใหญ่และการเดินชมในวัดที่น่าประทับใจ
ในพระอุโบสถมีออร์แกนท่อ (Pipe Organ) ขนาดใหญ่ ซึ่งใช้ในพิธีกรรมและงานแต่งงาน รวมถึงคอนเสิร์ตช่วงพักกลางวันใน ทุกวันศุกร์สุดท้ายของแต่ละเดือน
หากชมกระจกสีที่ทางเข้าพระอุโบสถ และเดินค้นหารูปสลักสัตว์ที่ซ่อนอยู่ตามจุดต่าง ๆ ด้วย ก็จะได้รับประสบการณ์การสักการะที่ไม่เหมือนที่ไหน เพราะแม้จะเป็นวัด แต่ยังได้สัมผัสองค์ประกอบของสถาปัตยกรรมเอเชียและดนตรีตะวันตกในเวลาเดียวกัน
ไม่จบแค่การสักการะ แต่ใช้เวลาซึมซับรายละเอียดของสถาปัตยกรรม รูปสลักสัตว์ และบรรยากาศของวัดอย่างช้า ๆ จะทำให้สัมผัสเสน่ห์ของวัดสึกิจิฮงกันจิได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ข้อควรระวังก่อนไปสักการะวัดสึกิจิฮงกันจิ
การแต่งกาย มารยาท และการถ่ายภาพ
พระอุโบสถเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ควรหลีกเลี่ยงการแต่งกายที่เปิดเผยเกินไป และอยู่ในความสงบเมื่ออยู่ภายใน
ระหว่างพิธีสวดมนต์ ควรงดเว้นการพูดคุยและการเดินไปมา และพนมมือในตำแหน่งที่ไม่รบกวนผู้สักการะคนอื่น
การถ่ายภาพภายในพระอุโบสถ ควรหลีกเลี่ยงการถ่ายจากด้านหน้าของพระประธานและการถ่ายระหว่างพิธีสวดมนต์ และปฏิบัติตามคำแนะนำในสถานที่จริง
เคล็ดลับและช่วงเวลาที่แนะนำเพื่อหลีกเลี่ยงความแออัด
วัดสึกิจิฮงกันจิมีผู้มาสักการะตลอดทั้งปี โดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ วันหยุดราชการ และช่วงเช้าที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยวพร้อมตลาดสึกิจิ (Tsukiji Outer Market) จะมีคนเยอะ
หากต้องการสักการะอย่างสงบ ช่วงเช้าตรู่ 06:00 น. หลังเปิดประตู หรือช่วงเย็นก่อนปิดให้เข้าสักการะ จะได้ใช้เวลาอย่างสงบกว่า
หากต้องการลิ้มลองอาหารเช้าที่คาเฟ่ Tsumugi ควรพิจารณาจองล่วงหน้าหรือมาทันทีหลังเปิดร้าน เพื่อให้เป็นไปอย่างราบรื่น
สรุป
วัดสึกิจิฮงกันจิเป็นวัดที่อยู่ใจกลางกรุงโตเกียว แต่สามารถเพลิดเพลินกับประวัติศาสตร์ ความงามทางสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และประสบการณ์การสักการะที่สงบไปพร้อมกัน
เดินทางสะดวกจากสถานีรถไฟ และเข้าไปได้ง่ายแม้สำหรับผู้มาครั้งแรก ขณะเดียวกันก็มีจุดที่แตกต่างจากวัดและศาลเจ้าทั่วไป
ลองตรวจสอบเวลาสักการะและคำแนะนำในวัดล่วงหน้า แล้วค่อย ๆ สัมผัสรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมและบรรยากาศของพระอุโบสถอย่างสงบ




