เพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวญี่ปุ่น!

พระพุทธรูปหินอุซึกิ (โออิตะ): สมบัติชาติญี่ปุ่น แกะสลักบนหน้าผา จุดเด่น เส้นทางเดิน และการเดินทาง

พระพุทธรูปหินอุซึกิ (โออิตะ): สมบัติชาติญี่ปุ่น แกะสลักบนหน้าผา จุดเด่น เส้นทางเดิน และการเดินทาง
อุซึกิ สโตน บุดดา คือกลุ่มพระพุทธรูปแกะสลักบนหน้าผาอายุหลายร้อยปีในจังหวัดโออิตะ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติชาติของญี่ปุ่น. บทความนี้สรุปจุดที่ไม่ควรพลาด เส้นทางเดินชมที่ทำตามได้ง่าย เวลาเที่ยวโดยประมาณ และวิธีเดินทางจากอุซึกิ.

ไฮไลต์

อุซึกิ เซกิบุตสึ: สรุปสั้นๆ

臼杵石仏 (โออิตะ・เมืองอุซึกิ) เป็นกลุ่มพระพุทธรูปหินแกะสลักบนหน้าผามากกว่า 60 องค์ เดินชมได้ตามเส้นทาง และเป็นกลุ่ม石仏เพียงแห่งเดียวในญี่ปุ่นที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น国宝

อุซึกิ เซกิบุตสึ: ไฮไลต์国宝

มีพระอย่าง 大日如来 (ใบหน้าสง่างาม) 阿弥陀如来 (รอยยิ้มอ่อนโยน) และ 地蔵菩薩 รวมพระหินยุคกลางเรียงราย สามารถชมงานแกะสลักและสีหน้าอย่างใกล้ชิด

อุซึกิ เซกิบุตสึ: โซนหลัก

พื้นที่ต่าง ๆ กระจายตามจุด เช่น ホキ石仏第一群・第二群 (โซน代表ที่มีพระหิน国宝เรียงราย) 山王山石仏 (ใบหน้าดูนุ่มนวล) และ 古園石仏 (มี 大日如来 ที่ถือเป็นสัญลักษณ์)

อุซึกิ เซกิบุตสึ: เส้นทางเดินแนะนำ

เส้นทาง ホキ石仏第一群・第二群→山王山石仏→古園石仏 เดินได้สะดวก ใช้เวลาประมาณ 60 นาที

อุซึกิ เซกิบุตสึ: ค่าเข้าชม

ผู้ใหญ่ 550 เยน เด็ก 270 เยน

อุซึกิ เซกิบุตสึ: การเดินทาง

จากสถานี JR อุซึกิ นั่งรถบัสราว 20 นาที ลงป้าย「臼杵石仏前」หากขับรถ จากเมืองโออิตะราว 50 นาที จากเมืองฟุกุโอกะราว 2 ชม.

อุซึกิ เซกิบุตสึ: ข้อควรรู้

ห้ามสัมผัสองค์พระโดยตรง วันฝนตกพื้นลื่นได้ง่าย และพื้นที่ธรรมชาติค่อนข้างมาก เตรียมกันแมลงจะเดินสบายขึ้น

ข้อมูลล่าสุดโปรดตรวจสอบจากประกาศอย่างเป็นทางการหรือยืนยัน ณ สถานที่จริง

พระพุทธรูปหินอุซึกิ คืออะไร?

พระพุทธรูปหินอุซึกิ(Usuki Sekibutsu) คือกลุ่มพระพุทธรูปแกะสลักบนหน้าผาแบบมะไกบุตสึ(Magaibutsu)ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติชาติของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ที่เมืองอุซึกิ(Usuki) จังหวัดโออิตะ(Ōita)

คาดว่าสลักขึ้นในช่วงปลายสมัยเฮอันถึงสมัยคามาคุระ

พระพุทธรูปที่สลักบนผนังหินตัฟฟ์กระจายตัวเป็นหลายกลุ่ม แต่ละจุดมีขนาดและคุณภาพงานแกะสลักที่โดดเด่น จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผลงานตัวแทนของญี่ปุ่น

ในฐานะพระพุทธรูปหน้าผา ได้รับการกำหนดเป็นสมบัติชาติ และได้รับการดูแลปกป้องอย่างพิถีพิถันในฐานะโบราณวัตถุทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า

กลุ่มพระพุทธรูปหน้าผาแบบมะไกบุตสึที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติชาติ

โบราณวัตถุที่คาดว่าสลักขึ้นตั้งแต่ปลายสมัยเฮอันถึงสมัยคามาคุระ

สัมผัสบรรยากาศลึกลับท่ามกลางธรรมชาติได้อย่างเต็มอิ่ม


ไฮไลท์ของพระพุทธรูปหินอุซึกิ: จุดเด่นที่ต้องชม

1. กลุ่มพระพุทธรูปหน้าผาแบบมะไกบุตสึที่ขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติชาติ

พระพุทธรูปหินอุซึกิเป็นกลุ่มพระพุทธรูปหน้าผาแบบมะไกบุตสึที่ขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติชาติของญี่ปุ่น

พระพุทธรูปในหลายกลุ่มได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติชาติ และมีการอนุรักษ์・บูรณะอย่างต่อเนื่อง

การขึ้นทะเบียนสมบัติชาติทำเป็นลำดับขั้น และมีการเพิ่มรายการที่ได้รับการคุ้มครองในภายหลัง

ประเภทพระพุทธรูปหลัก ๆ

  • ไดนิจิ เนียวไร(Dainichi Nyorai) … ประดิษฐานเป็นองค์ประธานของกลุ่มฟุรุโซโนะ เซกิบุตสึ(Furuzono Sekibutsu)และถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของพระพุทธรูปหินอุซึกิ
  • อะมิดะ เนียวไร(Amida Nyorai) … โดดเด่นด้วย “พระอะมิดะ 9 องค์(九品の弥陀像)” ที่เรียงรายในกลุ่มโฮกิ เซกิบุตสึ กลุ่มที่ 2(Hoki Sekibutsu Group 2)
  • จิโซ โบซัตสึ(Jizō Bosatsu) … แกะสลักร่วมกับ “สิบราชา(十王像)” ในกลุ่มโฮกิ เซกิบุตสึ กลุ่มที่ 1(Hoki Sekibutsu Group 1)

โดยเฉพาะองค์ไดนิจิ เนียวไรแห่งฟุรุโซโนะ มักถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผลงานตัวแทนของพระพุทธรูปหินอุซึกิ

มีการบูรณะให้พระเศียรกลับสู่ตำแหน่งเดิม ทำให้สัมผัสความสง่างามแบบในอดีตได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

2. อลังการของกลุ่มพระพุทธรูป! พื้นที่ลึกลับที่กลมกลืนกับธรรมชาติ

พระพุทธรูปหินอุซึกิ คือพระพุทธรูปหน้าผาที่สลักลงบนหน้าผาหินตัฟฟ์โดยตรงในรูปแบบ “มะไกบุตสึ”

ระหว่างเดินชมกลุ่มพระพุทธรูปที่กระจายตัวอยู่ในภูเขา คุณจะได้สัมผัสบรรยากาศลึกลับชวนขนลุกอย่างเป็นธรรมชาติ

โซนหลักของกลุ่มพระพุทธรูป

โฮกิ เซกิบุตสึ กลุ่มที่ 1(Dōgasako Sekibutsu)

  • พื้นที่ที่รวมงานแกะสลักน่าชมมากมาย เช่น พระตรีมูรติแบบเนียวไร จิโซ โบซัตสึ และสิบราชา

โฮกิ เซกิบุตสึ กลุ่มที่ 2

  • โซนยอดนิยมที่มีพระอะมิดะ 9 องค์เรียงราย และพระอะมิดะตรีมูรติ

ซันโนซัง เซกิบุตสึ(Sannōzan Sekibutsu)

  • มีสีหน้าอ่อนโยนเป็นเอกลักษณ์ และเป็นที่รู้จักในชื่อเล่น “จิโซที่ซ่อนอยู่”

ฟุรุโซโนะ เซกิบุตสึ

  • ศูนย์กลางของกลุ่มพระพุทธรูป โดยมีองค์ไดนิจิ เนียวไรซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพระพุทธรูปหินอุซึกิเป็นแกนกลาง และจัดองค์ประกอบแบบมันดาลา


พระพุทธรูปที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันเขียวชอุ่ม ทำให้รู้สึกถึงความเงียบสงบราวกับเวลาหยุดนิ่ง

3. ทำไมจึงสลักพระพุทธรูปไว้ที่นี่?

ประวัติของพระพุทธรูปหินอุซึกิ คาดว่าย้อนกลับไปถึง ปลายสมัยเฮอันถึงสมัยคามาคุระ

เหตุผลที่สลักพระพุทธรูปขนาดใหญ่ในพื้นที่นี้ รวมถึงช่วงเวลาและเบื้องหลังการก่อสร้าง มีหลักฐานทางเอกสารที่บ่งชี้โดยตรงค่อนข้างจำกัด

ในท้องถิ่นมีตำนาน “มะนาโนะ โจจะ(Manano Chōja)” หรือ “ตำนานคนเผาถ่านโคโงโร(Sumiyaki Kogorō)” เล่าต่อกันว่า มหาเศรษฐีให้สลักเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้บุตรสาวที่เสียชีวิต

จากรูปแบบและเทคนิคการแกะสลัก คาดว่าเป็นผลงานตั้งแต่ปลายเฮอันถึงคามาคุระ และสะท้อนทักษะงานช่างในยุคนั้นได้เป็นอย่างดี

แม้จะยังไม่มีข้อสรุปแน่ชัด แต่ความลึกลับที่ยังคงอยู่ในสถานที่แห่งนี้แม้ผ่านกาลเวลายาวนานก็ยังดึงดูดผู้คนจำนวนมาก

4. เส้นทางไหว้ชมและจุดสำคัญในการเดินเที่ยว

พระพุทธรูปหินอุซึกิแตกต่างจากวัดทั่วไป เพราะเป็นการเดินชมพระพุทธรูปกลางแจ้งที่กระจายอยู่ตามจุดต่าง ๆ

แต่ละกลุ่มจะมีอาคารคลุมที่เรียกว่า “โออิยะ(Ōiya)” เพื่อปกป้องพระพุทธรูปจากลมฝนและความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ

คอร์สแนะนำ(ใช้เวลาประมาณ: 40〜60 นาที)

  1. โฮกิ เซกิบุตสึ กลุ่มที่ 2(พระอะมิดะ 9 องค์เรียงราย)
  2. โฮกิ เซกิบุตสึ กลุ่มที่ 1(พระตรีมูรติแบบเนียวไร・จิโซและสิบราชา)
  3. ซันโนซัง เซกิบุตสึ(พระพุทธรูปสีหน้าอ่อนโยน)
  4. ฟุรุโซโนะ เซกิบุตสึ(โซนสัญลักษณ์ขององค์ไดนิจิ เนียวไร)

จุดสำคัญในการชม!

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสพระพุทธรูปโดยตรง
  • วันที่ฝนตกทางเดินอาจลื่น แนะนำรองเท้าที่เดินสบาย
  • ธรรมชาติร่มรื่น ช่วงหน้าร้อนอย่าลืมเตรียมกันแมลง
  • สภาพทิวทัศน์และพื้นทางเดินเปลี่ยนไปตามฤดูกาล เดินด้วยจังหวะที่ไม่ฝืนร่างกาย


ข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยว: ค่าเข้า・เวลาเปิด-ปิด・วิธีไป

1. ค่าเข้าชมและเวลาเข้าชม

ค่าเข้าชม(โดยประมาณ)

  • ผู้ใหญ่(มัธยมปลายขึ้นไป):ประมาณ 550 เยน
  • เด็ก(ประถม〜มัธยมต้น):ประมาณ 270 เยน
  • เด็กก่อนวัยเรียน:ฟรี
  • อาจมีสิทธิพิเศษสำหรับชาวเมืองในบางช่วง

เวลาเข้าชม(โดยประมาณ)

  • ฤดูใบไม้ผลิ〜ฤดูร้อน:ประมาณ 6:00〜19:00
  • ฤดูใบไม้ร่วง〜ฤดูหนาว:ประมาณ 6:00〜18:00
  • อาจแตกต่างตามช่วงเวลา

2. วิธีไปพระพุทธรูปหินอุซึกิ

เดินทางด้วยรถไฟ・รถบัส

  • จาก JR “สถานีอุซึกิ(Usuki Station)” นั่งรถบัสประจำทางประมาณ 20 นาที ลงป้าย “อุซึกิ เซกิบุตสึ” แล้วถึงทันที
  • จาก JR “สถานีโออิตะ(Ōita Station)” ไปสถานีอุซึกิด้วยรถด่วนพิเศษ ใช้เวลาประมาณ 25〜35 นาที

เดินทางด้วยรถยนต์(มีที่จอดรถ: ประมาณ 100 คัน)

  • จากทางด่วนฮิงาชิ-คิวชู “อุซึกิ IC(Usuki IC)” ขับรถประมาณ 5 นาที
  • จากใจกลางเมืองโออิตะ ขับรถประมาณ 40〜50 นาที

3. สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง

ซากปราสาทอุซึกิ(Usuki Castle Ruins)(ซากปราสาทที่เกี่ยวข้องกับโอโทโมะ โซริน และเป็นที่นิยมช่วงซากุระ)

ถนนประวัติศาสตร์นิโอโซะ(Nioza Rekishi no Michi)(เส้นทางเดินเล่นในเมืองปราสาทเก่า มีคฤหาสน์ซามูไรและวัดเรียงราย)

อุซึกิฟุกุ(Usuki Fugu)(เมืองอุซึกิขึ้นชื่อเรื่องปลาปักเป้า เป็นรสชาติท้องถิ่นที่คนรักกันมาก)


สรุป

พระพุทธรูปหินอุซึกิคือกลุ่มพระพุทธรูปหน้าผาแบบมะไกบุตสึที่ขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติชาติ

คาดว่าเป็นผลงานตั้งแต่ปลายสมัยเฮอันถึงสมัยคามาคุระ

องค์ไดนิจิ เนียวไรแห่งฟุรุโซโนะเป็นไฮไลท์สำคัญ

เดินชมกลุ่มพระพุทธรูปท่ามกลางธรรมชาติได้แบบเดินเที่ยวด้วยตัวเอง


คำถามที่พบบ่อย

ตอบ ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ (มัธยมปลายขึ้นไป) 550 เยน เด็กประถมและมัธยมต้น 270 เยน เปิด 9:00–17:00 และเข้าชมรอบสุดท้ายได้ถึง 16:30 ช่วงเย็นมักย้อนแสง หากอยากถ่ายสีหน้าองค์พระให้เห็นชัด ควรไปช่วงเช้าถึงเที่ยง
ตอบ จากสถานีอุซึกิ นั่งรถบัสประจำทางประมาณ 20 นาที และลงที่ป้าย “Usuki Sekibutsu” ได้เลย ช่วงขากลับบางเวลาระยะห่างของรถบัสค่อนข้างนาน จึงควรถ่ายรูปตารางเวลาไว้ตั้งแต่ตอนมาถึงจะอุ่นใจกว่า
ตอบ จาก Usuki IC บนทางด่วน Higashi-Kyushu มุ่งหน้าไปทาง Notsu ใช้เวลาประมาณ 5 นาที และมีที่จอดรถประมาณ 100 คัน ในวันที่ฝนตก บันไดหินจะลื่นง่าย รองเท้าที่พื้นมีร่องลึกจะเดินสบายกว่า หากมีเหรียญติดตัวไว้ จะซื้อของที่ร้านค้าหรือตู้จำหน่ายอัตโนมัติได้สะดวกและไม่สะดุดจังหวะการเที่ยวชม
ตอบ พระพุทธรูปหินอุซึกิเป็นกลุ่มพระพุทธรูปสลักหน้าผา และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติแห่งชาติ เมื่อมองใกล้ๆ จะเห็นร่องรอยการแตกและการผุกร่อนหลงเหลืออยู่ หากดูภาพรวมก่อน แล้วค่อยสังเกตรายละเอียดของใบหน้า จะสัมผัสได้ถึงการสะสมของกาลเวลาได้ชัดขึ้น
ตอบ เวลาเที่ยวชมโดยประมาณอยู่ที่ 60–90 นาที หากดูแผนผังเพื่อเข้าใจตำแหน่งของแต่ละ “กลุ่ม” ก่อน จะช่วยลดการเดินย้อนกลับได้ รูปถ่ายจะติดคนน้อยกว่าหากเริ่มจากกลุ่มที่คนยังไม่แน่น และถ้าถ่ายป้ายแนะนำหน้างานไว้ก่อนหนึ่งครั้ง ก็จะเช็กเส้นทางระหว่างชมได้ง่ายขึ้น
ตอบ ลักษณะของพระพุทธรูปหินต่างจากการไปไหว้ในเขตวัด จึงควรไปในฐานะการชมโบราณวัตถุทางวัฒนธรรมมากกว่าตั้งใจไปเพื่อโกะชูอิน หากอยากแวะสักการะด้วย การจับคู่ทริปกับวัดหรือศาลเจ้าในย่านเมืองเก่าของอุซึกิจะทำให้เที่ยวได้คุ้มขึ้น
ตอบ แม้วันฝนตกก็ยังเที่ยวชมได้ แต่ทางลาดและบันไดหินบริเวณพื้นจะลื่นง่าย เสื้อกันฝนแบบแจ็กเก็ตจะปลอดภัยกว่าใช้ร่มเพราะทำให้มือว่างทั้งสองข้าง และยังช่วยป้องกันกล้องเปียกได้ด้วย หากไม่มั่นใจเรื่องการเดิน ควรเลือกเดินฝั่งที่มีราวจับและค่อยๆ เดินจะปลอดภัยกว่า
ตอบ เงื่อนไขการถ่ายภาพให้ยึดตามป้ายประกาศหน้างานเป็นอันดับแรก แฟลชมักรบกวนผู้อื่นได้ง่ายจึงควรหลีกเลี่ยง และในจุดที่แสงน้อย หากพิงตัวกับราวจับเพื่อให้ร่างกายนิ่ง ก็จะช่วยลดภาพสั่นไหวได้

จุดแนะนำใกล้เคียง

ดูบทความแนะนำในบริเวณนี้

※ เนื้อหาบทความอ้างอิงจากข้อมูล ณ เวลาที่เขียน และอาจแตกต่างจากสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ เราไม่รับประกันความถูกต้องและความสมบูรณ์ของเนื้อหาที่เผยแพร่ โปรดเข้าใจ