เพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวญี่ปุ่น!

วิธีขึ้นรถบัสในเมืองญี่ปุ่น: เกียวโตและโยโกฮาม่า

วิธีขึ้นรถบัสในเมืองญี่ปุ่น: เกียวโตและโยโกฮาม่า
รถบัสในเมืองญี่ปุ่นต่างกันในแต่ละเมือง รถบัสเกียวโตขึ้นประตูหลังลงประตูหน้า รถบัสโยโกฮาม่าขึ้นประตูหน้าลงประตูหลัง เช็คก่อนขึ้นที่ป้ายแนะนำที่ประตูทางเข้า

ไฮไลต์

สรุปสั้น ๆ

คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับนักท่องเที่ยวมือใหม่ที่สรุปวิธีขึ้น การชำระเงิน และมารยาทของรถบัสประจำเมืองของญี่ปุ่น

ความแตกต่างของวิธีขึ้นตามพื้นที่

วิธีขึ้น-ลงต่างกันตามผู้ให้บริการ เช่น รถบัสเมืองเกียวโตขึ้นหลังลงหน้า ส่วนรถบัสเทศบาลโยโกฮามาขึ้นหน้าลงหลัง

ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

รถบัสเมืองเกียวโตมีเขตค่าโดยสารราคาเดียว ผู้ใหญ่ 230 เยน เด็ก 120 เยน รถบัสเทศบาลโยโกฮามามีเขตราคาเดียวผู้ใหญ่ 220 เยน เด็ก 110 เยน

วิธีชำระเงิน

นอกจากเงินสด รองรับบัตร IC สำหรับการเดินทาง เช่น PASMO, Suica, ICOCA และ Kitaca รถบัสเมืองเกียวโตหยอดธนบัตร 1,000 เยนและเหรียญ 500 เยนลงในกล่องค่าโดยสารได้เลย ส่วนธนบัตรราคาสูงต้องแลกเงินก่อน

ตั๋วคุ้มค่า

รถบัสเมืองเกียวโตมีพาสแบบขึ้นลงได้ไม่จำกัดและตั๋วใช้ได้หนึ่งวันสำหรับนักท่องเที่ยว เช่น "ตั๋วรถไฟใต้ดิน-รถบัส 1 วัน"

แนวโน้มความหนาแน่น

ช่วงไป-กลับงาน (7:00–9:00 และ 17:00–19:00) แน่นเป็นพิเศษ และที่เกียวโตจะแน่นมากในช่วงดอกซากุระ (ปลายมีนาคม–ต้นเมษายน) และใบไม้แดง (กลางพฤศจิกายน–ต้นธันวาคม)

มารยาทในรถ

พื้นฐานคือเอื้อเฟื้อที่นั่งสำรองพิเศษ หลีกเลี่ยงการเดินขณะรถวิ่ง งดเสียงดังและคุยโทรศัพท์ ไม่ทานอาหารในรถ และตรวจสอบวิธียึดรถเข็นเด็ก รถวีลแชร์ หรือสัมภาระขนาดใหญ่

ข้อมูลล่าสุดโปรดตรวจสอบจากประกาศอย่างเป็นทางการหรือยืนยัน ณ สถานที่จริง

บทความยอดนิยมเกี่ยวกับทุกพื้นที่

โฆษณา

วางแผนเที่ยวญี่ปุ่นให้ราบรื่น

พักใกล้ ๆ ทำให้เที่ยวสะดวกขึ้น ลองดูกิจกรรมท้องถิ่นเพิ่มเติมด้วย

วิธีขึ้นรถบัสในญี่ปุ่น (City Bus) แต่ละเมืองมีกฎต่างกันเล็กน้อย

รถบัสประจำเมือง (City Bus) ในญี่ปุ่นนั้น วิธีขึ้นและวิธีจ่ายค่าโดยสารจะแตกต่างกันเล็กน้อยในแต่ละเมือง

ตัวอย่างเช่น รถบัสเมืองเกียวโต (Kyōto City Bus) จะขึ้นจากประตูหลังและลงจากประตูหน้าเป็นหลัก แต่บางคันให้ขึ้นทางประตูหน้า ส่วนรถบัสเมืองโยโกฮาม่า (Yokohama City Bus) จะขึ้นทางประตูหน้าและลงทางประตูหลัง

เมื่อไปเมืองใหม่เป็นครั้งแรก สิ่งสำคัญคือต้องเช็กก่อนว่า ขึ้นทางประตูไหน และ จ่ายค่าโดยสารเมื่อไหร่

หากไม่แน่ใจ ให้ดูป้ายแนะนำที่บริเวณประตูทางเข้า รอบกล่องเก็บค่าโดยสาร และที่ป้ายรถบัส

แม้จะเรียกว่า City Bus เหมือนกัน แต่หากรู้ความแตกต่างของแต่ละพื้นที่ไว้ก่อน ก็จะเข้าใจขั้นตอนการขึ้นรถได้ง่ายขึ้น

บทความนี้จะอธิบายวิธีขึ้นรถบัสเมือง วิธีจ่ายค่าโดยสาร และมารยาทในรถ โดยใช้รถบัสเมืองเกียวโตและรถบัสเมืองโยโกฮาม่าเป็นตัวอย่าง เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่มาญี่ปุ่นครั้งแรกไม่หลงทาง

สิ่งที่ควรเช็กที่ป้ายรถบัสก่อนขึ้นรถ

สิ่งแรกที่ควรดูในการขึ้นรถบัสเมือง คือ หมายเลขสาย (keitō number) และ ป้ายปลายทาง

แม้แต่รถบัสเมืองโยโกฮาม่า ก็มีหลายสายจอดที่ป้ายเดียวกัน จึงต้องระวังไม่ให้ขึ้นผิดคัน

จุดที่ควรเช็กมีดังนี้

  • หมายเลขสาย (เช่น สาย 5 หรือ สาย 100 ของรถบัสเมืองเกียวโต)
  • ปลายทาง (สถานีปลายทาง หรือ จุดผ่านสำคัญ)
  • คำแนะนำการขึ้นรถ (ขึ้นประตูหน้า / ขึ้นประตูหลัง)
  • วิธีจ่ายเงิน และข้อมูลบัตร IC
  • เวลารถเที่ยวแรกและเที่ยวสุดท้าย

นอกจากนี้ ป้ายด้านนอกรถบัสอาจไม่แสดงชื่อป้ายรถบัสครบทุกป้าย

หากไม่แน่ใจ สามารถสอบถามพนักงานขับรถได้

แม้จะไม่เห็นชื่อใกล้กับจุดหมายปลายทาง ก็อย่าตกใจ เช็กดี ๆ ก่อนก็จะปลอดภัย

ที่ป้ายรถบัส หากมีคิว ให้ต่อแถวรอตามลำดับ

การยืนรอเป็นแถวที่ป้ายรถบัสเป็นพื้นฐาน หากเคลื่อนไหวอย่างเป็นระเบียบก่อนขึ้นรถ ก็จะช่วยให้การขึ้น-ลงรถเป็นไปอย่างราบรื่น

ที่ป้ายรถบัสในแหล่งท่องเที่ยว มักมีป้ายหลายภาษาและแผนที่เส้นทาง โดยป้ายรถบัสที่รองรับภาษาอังกฤษ จีน และเกาหลีก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ขั้นตอนพื้นฐานในการขึ้นรถบัสเมือง

ตอนขึ้นรถ (ประตูทางขึ้นและบัตรคิว Seiriken)

ประตูที่ใช้ขึ้นรถจะแตกต่างกันตามผู้ให้บริการและเส้นทาง

บางคันให้ขึ้นทางประตูหน้า บางคันให้ขึ้นทางประตูหลัง

หากมีเครื่องอ่านบัตร IC หรือเครื่องออกบัตรคิว (Seiriken) อยู่ตรงประตูทางเข้า ให้ทำตามคำแนะนำ

บนเส้นทางที่มีบัตรคิว (Seiriken) จะใช้บัตรนี้ในการคำนวณค่าโดยสารตอนลง

สำหรับสายของรถบัสเมืองเกียวโตที่คิดค่าโดยสารตามระยะทาง ต้องหยิบบัตรคิว 1 ใบต่อ 1 คนตอนขึ้นรถ

หากทำบัตรคิวหาย อาจถูกคิดค่าโดยสารตั้งแต่ป้ายต้นทาง ดังนั้นควรเก็บไว้จนกว่าจะลงจากรถ เพื่อไม่ให้ลนลานในตอนหลัง

ตอนลงรถ (ปุ่มกดลง และการตรวจความปลอดภัย)

เมื่อใกล้ถึงป้ายที่ต้องการลง ให้ดูป้ายข้อมูลในรถและฟังประกาศ จากนั้นกดปุ่มลงรถ (kōsha button) เมื่อจำเป็น

เมื่อจะลงที่ป้ายถัดไป ให้แจ้งด้วยปุ่มกดลง

และที่สำคัญคือ ห้ามลุกออกจากที่นั่งจนกว่ารถจะหยุดสนิท

การลุกเดินขณะรถวิ่งอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุในรถได้ จึงต้องระวัง

โดยเฉพาะผู้สูงอายุและนักท่องเที่ยวที่มีสัมภาระเยอะ เพียงแค่ลุกขึ้นช้า ๆ หลังจากรถจอด ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการล้มได้มาก

วิธีจ่ายค่าโดยสารและการดูค่าโดยสารของรถบัสเมือง

วิธีจ่ายค่าโดยสารของรถบัสเมืองก็แตกต่างกันตามพื้นที่และเส้นทาง

รถบัสเมืองโยโกฮาม่าใช้ระบบขึ้นทางประตูหน้า-ลงทางประตูหลัง และจ่ายค่าโดยสารตอนขึ้นรถ โดยมีค่าโดยสารแบบเหมา ผู้ใหญ่ 220 เยน เด็ก 110 เยน (เงินสดและบัตร IC ราคาเดียวกัน)

รถบัสเมืองเกียวโตใช้รถที่ขึ้นทางประตูหลัง-ลงทางประตูหน้า จ่ายตอนลงเป็นหลัก ในเขตค่าโดยสารเหมา ผู้ใหญ่ 230 เยน เด็ก 120 เยน

เพียงแค่ดูตำแหน่งการจ่ายเงินและค่าโดยสารก่อนขึ้นรถ ก็จะเข้าใจขั้นตอนได้ง่ายขึ้น

วิธีใช้บัตร IC ของระบบขนส่ง (PASMO, Suica ฯลฯ)

รถบัสเมืองส่วนใหญ่สามารถจ่ายด้วยบัตร IC ของระบบขนส่งได้

รถบัสเมืองโยโกฮาม่ารองรับ PASMO และ Suica รวมถึงบัตร IC ที่ใช้ร่วมกันได้ทั่วประเทศ เช่น ICOCA, Kitaca, TOICA, manaca ดังนั้นหากเติมเงินไว้ก่อนขึ้นรถ ก็จะขึ้นรถได้สะดวก

รถบัสเมืองเกียวโตก็รองรับ PiTaPa, ICOCA, Suica, PASMO เช่นกัน

หากจะใช้บัตร IC ควรเช็กสถานะการรองรับจากคำแนะนำของผู้ให้บริการเพื่อความสบายใจ

เคล็ดลับการจ่ายด้วยเงินสด

หากจ่ายด้วยเงินสด อาจมีข้อจำกัดเรื่องชนิดของธนบัตรและเหรียญที่ใช้ได้ในรถ

รถบัสเมืองเกียวโตสามารถแลกเงินในรถได้เฉพาะธนบัตร 1,000 เยน และเหรียญ 500, 100, 50 เยน ส่วนธนบัตร 2,000, 5,000, 10,000 เยน ไม่รองรับ

หากเตรียมธนบัตร 1,000 เยน และเหรียญย่อยไว้ล่วงหน้า ก็จะจ่ายเงินได้สบายใจขึ้น

มารยาทในรถบัสเมืองที่ควรใส่ใจ

ในรถบัสเมือง ต้องใส่ใจวิธีการใช้ที่นั่งและการยืน

รถบัสเมืองเกียวโตมีที่นั่งสำรองพิเศษ (Priority Seat) สำหรับผู้สูงอายุ ผู้พิการทางร่างกาย หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่พาเด็กเล็ก และผู้ที่มีความพิการภายในร่างกาย

หากต้องยืน ให้จับห่วงโหนหรือราวจับให้แน่น และอย่าฝืนเร่งรีบไปทางประตูทางออกก่อนที่รถจะจอด

การเคลื่อนไหวขณะรถวิ่งเป็นเรื่องอันตราย

เพื่อความปลอดภัย สิ่งสำคัญคือต้องตระหนักว่า ควรเคลื่อนไหวหลังจากที่รถจอดสนิทแล้วเท่านั้น

รถเข็นเด็ก รถเข็นวีลแชร์ และสัมภาระขนาดใหญ่

รถเข็นเด็กและรถเข็นวีลแชร์ แม้จะใช้ได้เลยในรถบางคัน แต่ก็มีวิธีการยึดและคำแนะนำจากพนักงานขับรถ

รถบัสเมืองโยโกฮาม่าให้วางรถเข็นเด็กในทิศหันหลังให้กับทิศทางการเคลื่อนที่ และยึดด้วยเข็มขัดที่ติดอยู่กับที่นั่งและตัวล็อกล้อ

รถบัสเมืองเกียวโตขอความร่วมมือในการใช้พื้นที่สำหรับวีลแชร์และยึดด้วยเข็มขัด

หากสัมภาระใหญ่ เช่น กระเป๋าเดินทาง ก็ควรวางไว้ที่เท้าหรือบนตักเพื่อไม่กีดขวางทางเดิน เพื่อให้ผู้โดยสารคนอื่นขึ้น-ลงได้สะดวก

มารยาทการสนทนา การโทรศัพท์ และการรับประทานอาหาร

มารยาทพื้นฐานในรถ คือ งดสนทนาหรือคุยโทรศัพท์เสียงดัง

ผู้ให้บริการบางรายขอให้ปิดโทรศัพท์มือถือบริเวณที่นั่งสำรองพิเศษในเวลาที่แออัด

การรับประทานอาหารควรหลีกเลี่ยง โดยจำกัดอยู่ที่การดื่มน้ำจากขวดเท่านั้น

เคล็ดลับที่สะดวกเมื่อใช้รถบัสเมืองสำหรับเที่ยวด้วยตัวเอง

บัตรโดยสาร 1 วันและบัตร Free Pass สำหรับนักท่องเที่ยว

รถบัสเมืองเกียวโตมีบัตร Free Pass ที่สะดวกสำหรับการท่องเที่ยว เช่น บัตรโดยสาร 1 วัน รถไฟใต้ดิน-รถบัส (Chikatetsu-Bus 1-Day Pass) ที่ขึ้นได้ไม่จำกัดทั้งรถบัสเมืองและรถไฟใต้ดิน

ขึ้นอยู่กับตั๋วที่ใช้และระยะทางการเดินทาง อาจจะคุ้มกว่าการจ่ายเงินสดทุกครั้ง

รถบัสเมืองโยโกฮาม่าก็มีตั๋ววันเช่นกัน หากเลือกตามเส้นทางท่องเที่ยว ก็ช่วยประหยัดค่าโดยสารได้

ช่วงเวลาที่คนแน่นและจังหวะการขึ้นรถ

ช่วงเวลาเข้าทำงาน-โรงเรียน ตอนเช้าและเย็น (ประมาณ 7-9 โมงเช้า และ 17-19 น.) เป็นช่วงที่รถบัสเมืองแออัด

หากใช้สำหรับเที่ยวด้วยตัวเอง ควรเลือกช่วงเช้าตรู่ ช่วงบ่าย หรือก่อนเย็น ก็จะมีโอกาสได้นั่งมากขึ้น

ฤดูท่องเที่ยวซากุระเกียวโต (โดยทั่วไปปลายมีนาคม-ต้นเมษายน) และใบไม้เปลี่ยนสี (โดยทั่วไปกลางพฤศจิกายน-ต้นธันวาคม) จะแออัดเป็นพิเศษ จึงควรเผื่อเวลาให้พอ

สรุป | เคล็ดลับที่จะไม่หลงทางในการขึ้นรถบัสเมือง

เมื่อใช้รถบัสเมือง ให้ตระหนักถึง การเช็กหมายเลขสายและปลายทางที่ป้ายรถบัส, การดูประตูทางขึ้นและลำดับการจ่ายเงิน, และ การไม่ฝืนเคลื่อนไหวขณะรถวิ่ง ก็จะเข้าใจขั้นตอนได้ง่ายขึ้น

เพียงตัวอย่างจากรถบัสเมืองเกียวโตและรถบัสเมืองโยโกฮาม่า ก็เห็นได้ว่าวิธีขึ้นรถและขั้นตอนการจ่ายค่าโดยสารแตกต่างกัน

อย่าคิดว่ารถบัสเมืองทุกที่เหมือนกัน การดูป้ายแสดงในจุดนั้น ๆ อย่างละเอียดเป็นทางลัดที่จะทำให้การเดินทางในญี่ปุ่นเข้าใจง่ายขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ตอบ ประตูขึ้นและลงของรถบัสในเมืองของญี่ปุ่นแตกต่างกันไปตามพื้นที่และเส้นทาง. รถบัสเมืองเกียวโตปัจจุบันใช้การขึ้นด้านหลังและลงด้านหน้าเป็นหลัก ส่วนรถบัสเมืองโยโกฮาม่าและรถบัสโทเอใน 23 เขตของโตเกียวใช้การขึ้นด้านหน้าและลงด้านหลังเป็นหลัก. ก่อนขึ้นควรมองหาป้ายทางเข้าใกล้ประตู จะช่วยลดความสับสนในเมืองที่ไปครั้งแรก.
ตอบ ค่าโดยสารคงที่ของรถบัสในเมืองของญี่ปุ่นแตกต่างกันไปตามเมืองและผู้ประกอบการ. รถบัสเมืองเกียวโตมีค่าโดยสารผู้ใหญ่ 230 เยน และรถบัสเมืองโยโกฮาม่าผู้ใหญ่ 220 เยนเป็นเกณฑ์. สามารถชำระด้วยบัตรไอซี เช่น ซุยกะหรือพาสโม ได้ และหลายบริษัทคิดราคาเท่ากับเงินสด หากต้องการขึ้นลงรวดเร็ว บัตรไอซีที่เติมเงินไว้ล่วงหน้าจะสะดวกกว่า.
ตอบ บัตรเซริเค็นเป็นบัตรที่แสดงจุดที่ขึ้นรถ สำหรับรถบัสที่ขึ้นด้านหลังและจ่ายเงินตอนลง. เมื่อขึ้นรถให้หยิบจากเครื่องออกบัตรคนละ 1 ใบ. หากลืมหยิบ อาจถูกนับว่าขึ้นจากต้นสายและถูกเรียกเก็บค่าโดยสารสูงสุด จึงควรทำให้เป็นนิสัยว่าต้องหยิบบัตรเซริเค็นก่อนหาที่นั่ง.
ตอบ เครื่องแลกเงินในรถส่วนใหญ่รองรับธนบัตร 1,000 เยนและเหรียญเป็นหลัก และไม่สามารถแลกธนบัตร 5,000 เยนหรือ 10,000 เยนได้. ควรแลกเงินที่ร้านสะดวกซื้อหรือเครื่องขายตั๋วของสถานีก่อนขึ้นรถ. หากจำเป็นจริงๆ ให้ปรึกษาคนขับ เพราะบางกรณีอาจมีวิธีชำระภายหลังตามคำแนะนำของผู้ประกอบการ.
ตอบ โดยทั่วไปควรกดปุ่มลงรถ 1 ครั้งทันทีหลังมีประกาศชื่อป้ายถัดไปที่ต้องการลง. หากกดเร็วเกินไป เช่น ทันทีหลังรถออกหรือก่อนประกาศป้ายถัดไป อาจทำให้คนขับเข้าใจผิด. ควรตรวจสอบชื่อป้ายจากเสียงประกาศหรือป้ายไฟด้านหน้าก่อนกดเพื่อให้ลงรถได้ราบรื่น.
ตอบ หากใช้รถบัสเที่ยวเกียวโต ตั๋ว 1 วันสำหรับรถไฟใต้ดินและรถบัสเป็นตัวเลือกที่สะดวก. ราคาผู้ใหญ่ 1,100 เยน เด็ก 550 เยน และใช้ได้กับรถไฟใต้ดิน รถบัสเมืองเกียวโตทุกสาย รวมถึงรถบัสเกียวโต รถบัสเคฮัง และรถบัสเจอาร์ตะวันตกบางสาย. มีสิทธิพิเศษมากกว่า 50 สถานที่ และหากขึ้นรถ 3 ครั้งขึ้นไปต่อวันก็มักคุ้มค่า.
ตอบ ค่าโดยสารเด็กของรถบัสในญี่ปุ่นโดยทั่วไปใช้กับนักเรียนประถม และมักอยู่ที่ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ใหญ่. เด็กตั้งแต่ 1 ขวบจนถึงก่อนเข้าโรงเรียนมักจัดเป็นเด็กเล็ก ส่วนเด็กอายุต่ำกว่า 1 ขวบมักจัดเป็นทารก. ผู้ประกอบการหลายรายให้เด็กเล็ก 2 คนต่อผู้ใหญ่ 1 คนขึ้นฟรี แต่บางบริษัทแบ่งตามระดับการศึกษาแทนอายุ จึงควรตรวจสอบป้ายหรือประกาศเมื่อเดินทางเป็นครอบครัว.
ตอบ รถบัสในเมืองมักหนาแน่นในวันธรรมดาช่วงเช้า 7:00-9:00 น. และช่วงเย็น 17:00-19:00 น. เพราะมีผู้โดยสารที่ไปทำงานและไปเรียนจำนวนมาก. การเดินทางพร้อมกระเป๋าเดินทางจะลำบากเป็นพิเศษในช่วงนี้. หากท่องเที่ยว ควรเดินทางประมาณ 10:00 น. หรือ 14:00 น. ซึ่งมีโอกาสได้นั่งมากขึ้นและชมวิวจากหน้าต่างได้สบายกว่า.

โฆษณา

วางแผนเที่ยวญี่ปุ่นให้ราบรื่น

พักใกล้ ๆ ทำให้เที่ยวสะดวกขึ้น ลองดูกิจกรรมท้องถิ่นเพิ่มเติมด้วย

จุดแนะนำใกล้เคียง

ดูบทความแนะนำในบริเวณนี้

※ เนื้อหาบทความอ้างอิงจากข้อมูล ณ เวลาที่เขียน และอาจแตกต่างจากสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ เราไม่รับประกันความถูกต้องและความสมบูรณ์ของเนื้อหาที่เผยแพร่ โปรดเข้าใจ
โฆษณาบทความนี้อาจมีโฆษณา (ลิงก์พันธมิตร) และเราอาจได้รับค่าคอมมิชชันจากการจองผ่านลิงก์