สวนกุหลาบฮิกาชิซาวะ (Higashizawa Rose Park) คืออะไร | จุดชมกุหลาบและวิวริมน้ำในเมืองมุรายามะ จังหวัดยามากาตะ
สวนกุหลาบฮิกาชิซาวะ (Higashizawa Rose Park) ตั้งอยู่ที่ตำบลทาเตโอกะฮิกาชิซาวะ เมืองมุรายามะ (Murayama) จังหวัดยามากาตะ (Yamagata) เป็นจุดชมดอกไม้ที่ให้คุณเพลิดเพลินกับกุหลาบราว 750 สายพันธุ์ กว่า 20,000 ต้น พร้อมทิวทัศน์ริมน้ำไปพร้อมกัน
ภายในสวนปลูกกุหลาบจากทั่วทุกมุมโลก เสน่ห์อย่างหนึ่งคือการได้เดินชมไปพร้อมกับสัมผัสไม่เพียงแค่สีสันของดอกไม้ แต่รวมถึงกลิ่นหอมด้วย
สวนกุหลาบแห่งนี้ถือกำเนิดขึ้นในปีโชวะที่ 31 (ค.ศ. 1956) และเปิดตัวอย่างเป็นทางการเต็มรูปแบบในปีเฮเซที่ 14 (ค.ศ. 2002) ปัจจุบันมีขนาดใหญ่ติดอันดับต้น ๆ ของภูมิภาคญี่ปุ่นตะวันออก
เพลิดเพลินกับวิวที่กุหลาบซ้อนทับกับริมน้ำ
สวนแห่งนี้ไม่ได้จบอยู่แค่สวนกุหลาบเท่านั้น แต่ทิวทัศน์ธรรมชาติที่รวมถึงพื้นที่ริมน้ำอย่างบึงฮิกาชิซาวะ (Higashizawa) ที่อยู่ติดกันก็สร้างความประทับใจไม่แพ้กัน
หากแบ่งเวลาระหว่างการเดินชมใกล้ ๆ แปลงดอกไม้ กับเวลานั่งพักผ่อนมองริมน้ำ ก็จะได้ซึมซับบรรยากาศภายในสวนอย่างช้า ๆ
จุดชมดอกไม้ที่เป็นตัวแทนของเมืองมุรายามะ
สวนกุหลาบฮิกาชิซาวะปลูกกุหลาบราว 750 สายพันธุ์ กว่า 20,000 ต้น จากทั่วโลก บนพื้นที่ประมาณ 7 เฮกตาร์
ในเดือนตุลาคม ปีเฮเซที่ 13 (ค.ศ. 2001) ที่นี่ยังได้รับเลือกให้เป็นสวนกุหลาบเพียงแห่งเดียวในญี่ปุ่นที่ติด 1 ใน "100 ทิวทัศน์แห่งกลิ่นหอม (Kaori Fūkei 100-sen)" ของกระทรวงสิ่งแวดล้อม จึงเป็นสวนกุหลาบที่หอมกรุ่นอย่างแท้จริง
เมื่อดูแค่ตัวเลข เราอาจโฟกัสที่ขนาดอันใหญ่โต แต่วิธีเที่ยวที่แท้จริงคือการเดินไปพร้อมกับค่อย ๆ เปรียบเทียบความแตกต่างของสีและกลิ่นทีละดอก
จัดลงในทริปยามากาตะครั้งแรกได้ง่าย
ในการเที่ยวยามากาตะ หลายคนมีจุดหมายเป็นออนเซ็น อาหาร และทิวทัศน์ธรรมชาติ สวนกุหลาบฮิกาชิซาวะเป็นจุดที่เพิ่มช่วงเวลาสงบเงียบเข้าไประหว่างทริปเหล่านั้นได้
ช่วงเวลาที่ดอกไม้บานสวยและเนื้อหาของอีเวนต์จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ดังนั้นก่อนไปควรเช็กสถานะการบานและข้อมูลเทศกาลกุหลาบ (Rose Festival) ให้เรียบร้อยเพื่อความสบายใจ

จุดเด่นและไฮไลท์ของสวนกุหลาบฮิกาชิซาวะ | วิธีเดินชมเพื่อดื่มด่ำกลิ่นหอม
ความประทับใจของสวนกุหลาบฮิกาชิซาวะไม่ได้อยู่แค่สีสันที่บันทึกลงในภาพถ่าย แต่ยิ่งลึกซึ้งขึ้นด้วยกลิ่นหอมที่เปลี่ยนไปทุกย่างก้าว
แทนที่จะพยายามจำชื่อดอกไม้ทั้งหมด ลองเปรียบเทียบสี รูปทรงกลีบดอก และความเข้มของกลิ่น จะทำให้นักท่องเที่ยวที่ไม่เข้าใจภาษาก็เที่ยวสนุกได้ง่ายขึ้น
เพลิดเพลินกับ 7 กลิ่นในโซนกุหลาบหอม
ภายในสวนมี "โซนกุหลาบหอม" ที่รวบรวมกุหลาบกลิ่นหอมไว้ และแนะนำให้เพลิดเพลินกับกลิ่นถึง 7 ประเภท
แทนที่จะมองหาแต่ดอกที่มีกลิ่นแรง ลองใส่ใจกับกลิ่นหอมที่ลอยมาแผ่ว ๆ เมื่อเข้าใกล้ หรือความหวานที่ต่างกันไปในแต่ละดอก แล้วความประทับใจจะเปลี่ยนไป
รู้จักชื่อกุหลาบตัวแทนของที่นี่ไว้
ภายในสวนมีกุหลาบที่มีเรื่องราวเบื้องหลัง เช่น กุหลาบออริจินัลของเมืองมุรายามะชื่อ "มุรายามะ (Murayama)" กุหลาบ "พีซ (Peace)" ที่รู้จักกันในฐานะสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ สายพันธุ์เก่าแก่หายากอย่าง "ไวโอเล็ต (Violet)" และสายพันธุ์ใหม่ "ไมอา (Maia)" ที่เมืองมุรายามะตั้งชื่อในปีเรวะที่ 4 (ค.ศ. 2022)
เมื่อได้รู้ที่มาหรือความหมายของชื่อ การมาชมก็จะไม่ใช่แค่การชมดอกไม้ แต่กลายเป็นช่วงเวลาที่ได้สัมผัสเรื่องราวของท้องถิ่น
ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกบริเวณโรสเบล (Rose Bell) สถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับคู่รัก
สวนกุหลาบฮิกาชิซาวะได้รับการรับรองเป็น "สถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับคู่รัก (Lovers' Sanctuary)" ในเดือนเมษายน ปีเฮเซที่ 27 (ค.ศ. 2015) และโรสเบล (Rose Bell) ภายในสวนก็ถูกแนะนำในฐานะสัญลักษณ์ของสิ่งนี้
ไม่เพียงทริปคู่รัก แต่ยังใช้ถ่ายรูปที่ระลึกกับเพื่อนหรือครอบครัวได้ง่าย ทั้งนี้หากถ่ายในตำแหน่งที่ไม่กีดขวางทางเดินของผู้มาเยือนคนอื่น ก็จะเที่ยวได้อย่างสบายใจ
เคล็ดลับเล็ก ๆ เพื่อเพลิดเพลินกับกลิ่นหอม
กลิ่นหอมจะรับรู้ได้ต่างกันไปตามสภาพอากาศและสภาพของดอกไม้ ดังนั้นการไม่ฉีดน้ำหอมแรงเกินไปจะช่วยให้สังเกตกลิ่นแท้ ๆ ของกุหลาบได้ง่ายขึ้น
เวลาเอาใบหน้าเข้าใกล้ดอกไม้ หากมีสำนึกที่จะไม่แตะกิ่งหรือกลีบ และคงสภาพเดิมไว้ให้คนที่มาชมต่อไป ก็จะสบายใจ

วิธีเที่ยวชมกุหลาบที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล
สวนกุหลาบฮิกาชิซาวะจะมีปริมาณดอกไม้ สีสันที่มองเห็น และบรรยากาศโดยรวมของสวนเปลี่ยนไปตามฤดูกาล
แทนที่จะกำหนดช่วงเวลาไปเที่ยวอย่างตายตัว หากคิดถึงบรรยากาศที่ตัวเองอยากเห็นก่อนแล้วค่อยเช็กข้อมูลการบาน ก็จะจัดให้เข้ากับแผนการเดินทางได้ง่าย
เราขอสรุปภาพที่เห็นในแต่ละฤดูในมุมที่นักท่องเที่ยวจินตนาการภาพตามได้ง่าย
| ฤดูกาล | ภาพที่เห็น | วิธีเที่ยว |
|---|---|---|
| ปลายฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูร้อน | ดอกไม้เป็นจุดเด่น | เปรียบเทียบกลิ่น |
| ฤดูร้อน | เขียวเข้ม | เดินริมน้ำด้วย |
| ฤดูใบไม้ร่วง | สีนุ่มนวลลง | สนุกกับการถ่ายรูป |
| ฤดูหนาว | ทิวทัศน์เงียบสงบ | เน้นเช็กข้อมูลล่วงหน้า |
ปลายฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูร้อน ใส่ใจกับกลิ่นหอม
โดยทั่วไปกุหลาบจะบานสวยในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมถึงต้นเดือนกรกฎาคม และช่วงนี้จะมีการจัดเทศกาลกุหลาบฤดูใบไม้ผลิ (Spring Rose Festival)
ในช่วงเทศกาลกุหลาบฤดูใบไม้ผลิ เวลาเปิด-ปิดของร้านค้าภายในสวนคือ 9.00 น. ถึง 17.00 น. ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ 600 เยน นักเรียนประถม-มัธยมต้น 300 เยน และเด็กก่อนวัยเรียนเข้าฟรี
ในฤดูนี้ ไม่เพียงสีของดอกไม้ แต่กลิ่นหอมก็มักกลายเป็นความทรงจำของทริป ดังนั้นแทนที่จะรีบเดินรอบเดียวจบ การเดินแบบหยุดพักสักครู่หน้าดอกไม้ที่สนใจจะเหมาะกว่า
ฤดูใบไม้ร่วง เพลิดเพลินกับการชมดอกไม้อย่างสงบ
เทศกาลกุหลาบฤดูใบไม้ร่วง (Autumn Rose Festival) บางครั้งจะจัดในช่วงกลางถึงปลายเดือนกันยายน
ในช่วงเทศกาลกุหลาบฤดูใบไม้ร่วง เวลาเปิด-ปิดคือ 9.00 น. ถึง 16.00 น. และในบางปีวันที่มีการเปิดไฟประดับ (Light-up) ก็จะขยายเวลาถึงกลางคืน
เนื่องจากได้ชมดอกไม้ท่ามกลางบรรยากาศสงบที่ต่างจากฤดูใบไม้ผลิ จึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่อยากเดินชมอย่างเงียบ ๆ ไปพร้อมกับถ่ายรูป
ช่วงที่ดอกไม้น้อยก็ยังซึมซับบรรยากาศของสวนได้
ในฤดูที่ไม่ใช่ช่วงกุหลาบบานเป็นหลัก หากปรับมาเป็นช่วงเวลาค่อย ๆ ชมริมน้ำ ทางเดินในสวน และธรรมชาติโดยรอบ ก็จะเที่ยวได้สนุกขึ้น
อนึ่ง นอกช่วงเทศกาลกุหลาบเข้าชมฟรี แต่ร้านค้า อีเวนต์ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการเข้าชมอาจเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา ดังนั้นกรุณาให้ความสำคัญกับการเช็กข้อมูลก่อนไป

การถ่ายรูปและมารยาทในการชม | เพื่อไม่ให้ดอกไม้เสียหาย
ที่สวนกุหลาบฮิกาชิซาวะ เนื่องจากได้ชมดอกไม้ในระยะใกล้ พฤติกรรมของผู้เข้าชมจึงเชื่อมโยงกับการปกป้องทิวทัศน์
เวลาถ่ายรูป สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ถ่ายให้สวย แต่คือสำนึกที่จะรักษาแปลงดอกไม้และทางเดินไว้ให้คนต่อไป
เราขอสรุปพฤติกรรมที่มักลังเลระหว่างเดินชม ให้อยู่ในรูปแบบที่ใช้ได้ง่ายในสวนดอกไม้
| สถานการณ์ | พฤติกรรมที่ดี | พฤติกรรมที่ควรงด |
|---|---|---|
| ใกล้ดอกไม้ | รักษาระยะห่าง | แตะดอกไม้ |
| ระหว่างถ่ายรูป | เปิดทางเดิน | ยึดครองนาน |
| ดมกลิ่น | โน้มตัวเข้าใกล้เท่าที่จำเป็น | ดึงกิ่ง |
| ตอนพัก | เก็บขยะไว้กับตัว | ทิ้งไว้ในสวน |
ไม่เข้าไปในแปลงดอกไม้
แม้ตอนถ่ายรูปโดยมีกุหลาบเป็นฉากหลัง หลักการพื้นฐานคือการไม่เข้าไปในแปลงดอกไม้หรือใช้มือดึงกิ่งเข้ามา
หากดอกไม้ดอกหนึ่งเสียหาย ทิวทัศน์ของคนที่มาเยือนหลังจากนั้นก็จะเปลี่ยนไปด้วย
คำนึงถึงภาพถ่ายที่มีคนติดเข้ามา
ภายในสวน นักท่องเที่ยวคนอื่นและคนท้องถิ่นก็กำลังเพลิดเพลินกับทิวทัศน์เดียวกัน
หากจะเผยแพร่ภาพที่มีบุคคลติดเข้ามาชัดเจน จำเป็นต้องคำนึงถึงความเป็นส่วนตัว เช่น จัดองค์ประกอบภาพให้ระบุตัวตนได้ยาก

การเตรียมตัวและจุดที่ควรเช็กเพื่อให้นักท่องเที่ยวไม่หลงทาง
สวนกุหลาบฮิกาชิซาวะเป็นจุดที่ต้องเดินท่ามกลางธรรมชาติ ความพึงพอใจจึงเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศและสภาพดอกไม้ในวันนั้น
เพื่อไม่ให้ลำบากที่หน้างาน แทนที่จะท่องจำค่าเข้าและเวลาเปิด-ปิด การกำหนดว่าควรเช็กอะไรล่วงหน้าจะเป็นประโยชน์กว่า
เราขอสรุปสิ่งที่อยากให้เช็กก่อนออกเดินทางในมุมมองของนักท่องเที่ยว
| แหล่งที่เช็ก | สิ่งที่ดู | เหตุผล |
|---|---|---|
| ข้อมูลการบาน | สถานะการบาน | ใช้ตัดสินใจทริปชมดอกไม้ |
| ประกาศอีเวนต์ | ข้อมูลเทศกาล | เงื่อนไขเปลี่ยนได้ |
| ข้อมูลการเดินทาง | ข้อมูลการเดินรถ | ความอุ่นใจในการเดินทาง |
| พยากรณ์อากาศ | ฝนและอุณหภูมิ | ปรับการแต่งกาย |
เช็กสถานะการบานเพื่อปรับแผนการเดินทาง
กุหลาบเป็นดอกไม้ธรรมชาติ ช่วงบานสวยจึงไม่ได้ดำเนินไปเหมือนกันทุกปี
เนื่องจากมีการประกาศข้อมูลการบาน หากใกล้ถึงวันเดินทางแล้วเช็กสถานะไว้ ก็จะช่วยลดความคลาดเคลื่อนจากที่คาดหวังได้
เช็กค่าเข้าและเงื่อนไขในช่วงเทศกาลกุหลาบ
ที่สวนกุหลาบฮิกาชิซาวะ ในช่วงเทศกาลกุหลาบบางครั้งจะมีการแนะนำอีเวนต์ ร้านค้า และของหวานที่เกี่ยวกับกุหลาบ
ค่าเข้าชมในช่วงเทศกาลกุหลาบคือ ผู้ใหญ่ 600 เยน นักเรียนประถม-มัธยมต้น 300 เยน เด็กก่อนวัยเรียนฟรี และนอกช่วงเทศกาลเข้าฟรี แต่เวลาและเนื้อหาอีเวนต์เปลี่ยนไปตามช่วงเวลา จึงกรุณาอย่าตัดสินใจจากบล็อกท่องเที่ยวเก่า ๆ แต่ให้ดูข้อมูลล่าสุดก่อน
เลือกเสื้อผ้าที่เดินสะดวก
ภายในสวนต้องเดินใกล้แปลงดอกไม้และบริเวณริมน้ำ ดังนั้นไม่ใช่แค่ถ่ายรูปสวย แต่การเดินสะดวกก็สำคัญ
หลังฝนตกหรือวันที่อากาศร้อน ภาระต่อเท้าและร่างกายจะเปลี่ยนไป ดังนั้นแทนที่จะฝืนเดินให้ครบทุกจุด หากเลือกเจาะจงโซนที่อยากดู ก็จะเที่ยวได้อย่างสบายใจ
วิธีใช้เวลารวมถึงบริเวณโดยรอบ
แทนที่จะรีบดูแค่สวนกุหลาบฮิกาชิซาวะ หากรวมกับการรับประทานอาหารและพักผ่อนในเมืองมุรายามะ ก็จะกลายเป็นหนึ่งวันที่มีกลิ่นอายของยามากาตะได้ง่ายขึ้น
สิ่งอำนวยความสะดวกและเงื่อนไขการเดินทางทั้งในและนอกสวนอาจเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้นข้อมูลการเปิดทำการที่เจาะจงควรเช็กล่วงหน้า ส่วนในบทความจะเน้นที่แนวคิดของวิธีใช้เวลา
หลังชมดอกไม้แล้วค่อย ๆ เก็บความประทับใจ
หลังเพลิดเพลินกับกลิ่นหอมของกุหลาบแล้ว แทนที่จะรีบไปยังจุดท่องเที่ยวถัดไปทันที หากได้กลับมาดูรูปหรือจดชื่อดอกไม้ที่ประทับใจ ความทรงจำของทริปก็จะลึกซึ้งขึ้น
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ช่วงเวลาชมดอกไม้ในเมืองต่างจังหวัดของญี่ปุ่นเป็นประสบการณ์ที่สัมผัสความสงบซึ่งต่างจากการเที่ยวเมืองใหญ่ที่แออัดได้ง่าย
วันที่ฝนตกอย่าฝืน
กุหลาบในวันฝนตกจะดูมีสีชุ่มฉ่ำ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องระวังเรื่องพื้นเปียกและความสะดวกในการถ่ายรูป
เมื่ออากาศไม่ดี หากลดเวลาที่อยู่กลางแจ้งให้สั้นลง และกำหนดจุดพักหรือจุดหมายถัดไปไว้ล่วงหน้า ก็จะอุ่นใจ
สรุป | เคล็ดลับเที่ยวสวนกุหลาบฮิกาชิซาวะอย่างสบายใจ
สวนกุหลาบฮิกาชิซาวะเป็นจุดชมดอกไม้ในเมืองมุรายามะ จังหวัดยามากาตะ ที่ได้สัมผัสสีสัน กลิ่นหอมของกุหลาบ และทิวทัศน์ริมน้ำไปพร้อมกัน
นอกจากขนาดที่มีกุหลาบราว 750 สายพันธุ์ กว่า 20,000 ต้น แล้ว ยังมีจุดเด่นที่เปลี่ยนความประทับใจไปได้ระหว่างเดิน เช่น โซนกุหลาบหอมที่เพลิดเพลินได้ถึง 7 กลิ่น และโรสเบลซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับคู่รัก
ก่อนไปควรเช็กสถานะการบานและข้อมูลเทศกาลกุหลาบ และที่หน้างานสิ่งสำคัญคือการไม่แตะดอกไม้ พร้อมทั้งเอื้อเฟื้อทางเดินให้กันขณะชม
หากไม่อัดแผนไว้แน่นเฉพาะช่วงดอกไม้บานสวย แต่มีใจที่จะใช้เวลาอย่างช้า ๆ ท่ามกลางธรรมชาติของมุรายามะ ก็จะกลายเป็นช่วงเวลาที่ใส่ไว้ในทริปยามากาตะครั้งแรกได้ง่าย



