เพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวญี่ปุ่น!

ปราสาทคารัตสึ ซากะ – ชมวิวทะเลและป่าสนนิจิโนะมัตสึบาระ

ปราสาทคารัตสึ ซากะ – ชมวิวทะเลและป่าสนนิจิโนะมัตสึบาระ
ปราสาทคารัตสึในจังหวัดซากะตั้งอยู่บนเนินเขาริมทะเล มองเห็นอ่าวคารัตสึและป่าสนชื่อดังนิจิโนะมัตสึบาระได้กว้างไกล บทความนี้รวบรวมจุดชมวิวจากหอคอยซากุระและใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยที่สุด นิทรรศการประวัติศาสตร์และเครื่องปั้นดินเผาคารัตสึ เส้นทางเดินเล่นย่านเมืองปราสาทเก่า รวมถึงค่าเข้า เวลาทำการ และวิธีเดินทางจากสถานีกะรัตสึสำหรับผู้มาเยือนครั้งแรก.

ไฮไลต์

ปราสาทคะรัตสึในประโยคเดียว

ปราสาทคะรัตสึเป็นปราสาทริมทะเลที่มองเห็นทะเลเก็งไคและป่าสนสายรุ้งนิโจโนะมัตสึบาระได้กว้างไกล จุดเด่นคือวิวพาโนรามาจากหอคอย

จุดชมวิวเด่น

จากหอคอยปราสาทมองเห็นอ่าวคะรัตสึและนิโจโนะมัตสึบาระ วันที่ฟ้าเปิดจะเห็นความตัดกันของทะเลสีฟ้ากับป่าสนสีเขียวอย่างชัดเจน

ประวัติและนิทรรศการ

ปราสาทยังเรียกว่า “ไมซึรุโจ” และมีนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติปราสาทกับวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น คะรัตสึยากิ ให้ได้เรียนรู้

การเดินทาง

จาก JR สถานีคะรัตสึเดินประมาณ 20 นาที(นั่งแท็กซี่ราว 5 นาที)หากขับรถจาก Karatsu IC ประมาณ 15 นาที มีที่จอดรถแบบเสียค่าใช้จ่ายบริเวณใกล้เคียง

ค่าขึ้นหอคอย

ทั่วไป(อายุ 15 ปีขึ้นไป)500 เยน เด็กประถม–มัธยมต้น 250 เยน เด็กก่อนวัยเรียนฟรี

เวลาเที่ยว

รวมชมภายในหอคอยและเดินเล่นรอบๆ ใช้เวลาราว 1–2 ชั่วโมง

คนเยอะและการเดิน

ฤดูซากุระมักคนเยอะ ภายในมีบันไดมาก ควรใส่รองเท้าที่เดินสบาย

ข้อมูลล่าสุดโปรดตรวจสอบจากประกาศอย่างเป็นทางการหรือยืนยัน ณ สถานที่จริง

ปราสาทคารัตสึ(Karatsu Castle)คืออะไร? สัญลักษณ์แห่งคารัตสึ ซางะ ที่รู้จักกันในชื่อ “ปราสาทไมซึรุ”

ปราสาทคารัตสึเป็นปราสาทประวัติศาสตร์ที่ตั้งอยู่บนภูเขามิตสึชิมะ(Mitsushima-yama) ริมอ่าวคารัตสึในเมืองคารัตสึ จังหวัดซางะ และยังมีอีกชื่อว่า “ปราสาทไมซึรุ(Maizuru-jō)”

เริ่มสร้างในปี 1602 โดยเทราซาวะ ฮิโรทากะ(Terazawa Hirotaka) ไดเมียวคนแรกของแคว้นคารัตสึ และใช้เวลาก่อสร้างนาน 7 ปี ก่อนแล้วเสร็จในปี 1608

มีการเล่ากันว่า วัสดุบางส่วนที่ใช้สร้างปราสาทนั้นนำมาจากซากปราสาทนาโงยะ(Nagoya Castle) ซึ่งเคยใช้เป็นฐานทัพของโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ(Toyotomi Hideyoshi)ในช่วงการยกทัพไปเกาหลี

หอคอยปราสาทที่เห็นในปัจจุบันเป็นอาคารที่สร้างขึ้นในปี 1966 เพื่อใช้เป็นสถานที่ด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว โดยภายในจัดแสดงประวัติศาสตร์ของคารัตสึและเครื่องปั้นคารัตสึยากิ

ชื่อเล่น “ปราสาทไมซึรุ” มาจากการที่หอคอยดูคล้ายศีรษะของนกกระเรียน และแนวสนที่แผ่ออกด้านซ้ายขวาดูเหมือนปีก ทำให้ที่นี่เป็นจุดเที่ยวชื่อดังที่ได้รับความนิยมทั้งในฤดูซากุระและฤดูดอกวิสทีเรีย


ไฮไลต์ปราสาทคารัตสึ

1. วิวสวยจากชั้นชมวิวบนชั้น 5 ของหอคอยปราสาท

ชั้น 5 ของหอคอยปราสาทคารัตสึเป็นชั้นชมวิวที่สามารถมองเห็นอ่าวคารัตสึและ “นิจิโนะมัตสึบาระ(Niji-no-Matsubara)” หนึ่งในสามแนวสนที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่นได้แบบพาโนรามา

โดยเฉพาะในวันที่อากาศแจ่มใส ทะเลสีน้ำเงินของเก็งไคนาดะและแนวสนสีเขียวจะตัดกันอย่างสวยงาม

นอกจากนี้ยังมองเห็นเกาะอิกิ สะพานมัตสึอุระ และทิวทัศน์เมืองปราสาทโดยรอบได้อย่างน่าประทับใจ

2. นิทรรศการเรียนรู้ประวัติศาสตร์

ชั้น 2 ถึง 4 ของหอคอยเป็นโซนจัดแสดงประวัติศาสตร์ของแคว้นคารัตสึ

มีทั้งแผงข้อมูลและเอกสารที่เล่าประวัติของตระกูลไดเมียวผู้ปกครองแคว้นคารัตสึ ตั้งแต่ยุคของเทราซาวะ ฮิโรทากะ จนถึงยุคปฏิรูปเมจิ พร้อมจัดแสดงชุดเกราะและดาบฮิเซ็น

นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงผลงานเครื่องปั้นดินเผาพื้นเมืองชื่อดังของคารัตสึอย่าง “คารัตสึยากิ” รวมถึงมุมจำลองห้องชงชาที่เป็นอีกหนึ่งจุดน่าสนใจ

3. ทิวทัศน์ตามฤดูกาลที่แต่งแต้มด้วยซากุระและวิสทีเรีย

สวนไมซึรุรอบปราสาทคารัตสึเป็นจุดชมดอกไม้ชื่อดัง

ช่วงปลายมีนาคมถึงต้นเมษายน ซากุระจะบานเต็มที่ และภาพหอคอยปราสาทคู่กับดอกซากุระถือว่าสวยมาก

ช่วงปลายเมษายนถึงต้นพฤษภาคม ดอกวิสทีเรียบนซุ้มจะบานสะพรั่ง กลีบดอกสีม่วงพร้อมกลิ่นหอมหวานช่วยเติมเสน่ห์ให้ตัวปราสาท

ส่วนใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วงและบรรยากาศเงียบสงบในฤดูหนาวก็มีเสน่ห์ไม่แพ้กัน ทำให้ปราสาทแห่งนี้เที่ยวได้ตลอดทั้งปี

4. เดินเล่นเมืองปราสาทและชมเครื่องปั้นคารัตสึยากิ

บริเวณรอบปราสาทคารัตสึยังคงมีบรรยากาศของเมืองประวัติศาสตร์ และสามารถแวะชมเตาเผาหรือแกลเลอรีคารัตสึยากิได้

อาคารตะวันตกยุคเมจิ–ไทโช เช่น “ธนาคารคารัตสึเก่า” ที่ออกแบบโดยทัตสึโนะ คิงโงะ(Tatsuno Kingo) ก็เป็นอีกจุดน่าสนใจ ทำให้การเดินเล่นย่านเมืองปราสาทยิ่งคุ้มค่า

5. การประดับไฟยามค่ำคืน

ปราสาทคารัตสึมีการประดับไฟในช่วงกลางคืน ทำให้ได้ชมภาพหอคอยปราสาทที่ส่องสว่างอย่างสวยงามท่ามกลางความมืด

โดยเฉพาะในช่วงเทศกาล “คารัตสึคุนจิ(Karatsu Kunchi)” เดือนพฤศจิกายน บรรยากาศของงานเทศกาลและปราสาทที่ประดับไฟจะยิ่งน่าชมเป็นพิเศษ


วิธีไปปราสาทคารัตสึ

การเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ

จากทางออกเหนือของสถานีคารัตสึ เดินประมาณ 20 นาที หรือขึ้นแท็กซี่ประมาณ 5 นาที

นอกจากนี้ยังสามารถขึ้นรถบัสประจำทางจากศูนย์รถบัสโอเตกุจิหน้า สถานีคารัตสึ ไปลงที่ป้าย “ทางเข้าปราสาทคารัตสึ” ได้เช่นกัน

การเดินทางด้วยรถยนต์

  • จากทางออกคารัตสึ IC บนทางด่วนสายตะวันตกคิวชู ใช้เวลาประมาณ 15 นาที
  • บริเวณรอบปราสาทมีที่จอดรถแบบเสียค่าใช้จ่าย เช่น ลานจอดรถฮิงาชิโจไน ซึ่งรองรับได้ประมาณ 190 คัน

ขึ้นหอคอยปราสาทด้วยลิฟต์

จากเชิงเขาขึ้นไปยังลานชั้นบนของสวนไมซึรุมีความต่างระดับประมาณ 34 เมตร แต่มีลิฟต์แนวเอียงให้บริการ

ค่าบริการลิฟต์อยู่ที่ เที่ยวเดียวสำหรับบุคคลทั่วไป (อายุ 15 ปีขึ้นไป) 100 เยน และนักเรียนประถม–มัธยมต้น 50 เยน โดยเด็กก่อนวัยเรียนและผู้ที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไปใช้ฟรี

จึงเหมาะสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องการขึ้นบันไดหิน และสามารถขึ้นไปถึงหอคอยปราสาทได้อย่างสบายใจ


วิธีเที่ยวปราสาทคารัตสึให้สนุก

1. ถ่ายรูปที่ระลึกบนชั้นชมวิวของหอคอย

อย่าพลาดถ่ายรูปที่ระลึกกับครอบครัวหรือเพื่อน ๆ โดยมีวิวสวยจากชั้นชมวิวบนชั้น 5 ของหอคอยปราสาทเป็นฉากหลัง

ที่มุมกิจกรรมบนชั้น 1 ยังมีชุดคอสตูม เช่น หมวกนักรบจำลองให้สวมถ่ายภาพได้อีกด้วย

2. เช็กอีเวนต์ตามฤดูกาล

ช่วงซากุระบาน (ปลายมีนาคม–ต้นเมษายน) และช่วงดอกวิสทีเรียสวยที่สุด (ปลายเมษายน–ต้นพฤษภาคม) มักคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวมาชมดอกไม้

ส่วน “คารัตสึคุนจิ” ที่จัดวันที่ 2–4 พฤศจิกายน คือเทศกาลใหญ่ที่สุดของคารัตสึ ซึ่งมีขบวนรถแห่ฮิคิยามะอันทรงพลังเดินผ่านเมือง

3. ช้อปปิ้งคารัตสึยากิ

รอบปราสาทคารัตสึมีทั้งเตาเผาและร้านค้าที่จำหน่ายคารัตสึยากิ ซึ่งเป็นสินค้าพื้นเมืองชื่อดัง

คารัตสึยากิมีเสน่ห์แบบเรียบง่ายและอบอุ่น ได้รับความนิยมทั้งในฐานะภาชนะใช้ในชีวิตประจำวันและของฝาก จึงเหมาะมากสำหรับการหาชิ้นโปรดกลับบ้าน

4. พักผ่อนชิล ๆ ที่สวนไมซึรุ

สวนไมซึรุที่ล้อมรอบหอคอยปราสาท เป็นจุดเดินเล่นที่เหมาะอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงซากุระและดอกวิสทีเรียบาน

ในฤดูดอกไม้ หลายคนก็นิยมนำเบนโตะมานั่งกินแบบสบาย ๆ พร้อมชมวิวทะเลไปด้วย


ข้อมูลเที่ยวที่เป็นประโยชน์สำหรับนักเดินทาง

  • เวลาเปิดทำการ
  • หอคอยปราสาทเปิด 9:00–17:00 น. (เข้าชมรอบสุดท้าย 16:40 น.)
  • ค่าเข้าชม
  • บุคคลทั่วไป (อายุ 15 ปีขึ้นไป): 500 เยน นักเรียนประถม–มัธยมต้น: 250 เยน เด็กก่อนวัยเรียน: ฟรี
  • ชั้นใต้ดินและชั้น 1 ของหอคอยเปิดให้เข้าฟรี และยังสามารถใช้บริการร้านขายของฝากได้
  • การแต่งกายที่แนะนำ
  • เนื่องจากต้องขึ้นลงบันไดหินและบันไดภายในปราสาท แนะนำให้ใส่รองเท้าที่เดินสะดวก
  • หากกังวลเรื่องการเดิน สามารถใช้ลิฟต์แนวเอียงได้
  • ข้อควรทราบ
  • ช่วงฤดูซากุระและเทศกาลคารัตสึคุนจิจะมีนักท่องเที่ยวหนาแน่นมาก แนะนำให้มาแต่เช้า
  • ช่วงวันหยุดปีใหม่อาจมีการปิดให้บริการ

สรุป

ปราสาทคารัตสึคือหนึ่งในจุดท่องเที่ยวเด่นของเมืองคารัตสึ จังหวัดซางะ ที่ผสานวิวสวยของทะเลเก็งไคนาดะเข้ากับประวัติศาสตร์ของเมืองปราสาทได้อย่างลงตัว

ไม่ว่าจะเป็นวิวพาโนรามาจากหอคอย ทิวทัศน์สวนไมซึรุที่แต่งแต้มด้วยซากุระและวิสทีเรียในฤดูใบไม้ผลิ หรือการเดินชมคารัตสึยากิ ก็ล้วนเป็นเสน่ห์ที่น่าหลงใหล

ไม่ว่าจะมาในช่วงเทศกาลคารัตสึคุนจิหรือฤดูกาลไหนก็ตาม ปราสาทคารัตสึคือสถานที่ที่พร้อมมอบประสบการณ์พิเศษและการค้นพบใหม่ ๆ ให้คุณเสมอ


คำถามที่พบบ่อย

ตอบ ปราสาทคะระสึเป็นปราสาทบนเนินที่มองเห็นอ่าวคะระสึ มีอีกชื่อว่า “ปราสาทไมซึรุ” วิวทะเลและแนวป่าสนจากหอคอยเป็นเสน่ห์ ก่อนขึ้นไปลองถ่ายฝั่งทะเลไว้ก่อน จะได้เทียบความเปลี่ยนของแสงได้ดี
ตอบ เวลาเปิด 9:00〜17:00 (เข้าชมรอบสุดท้าย 16:40) ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 500 เยน เด็กประถม-มัธยมต้น 250 เยน ทางขึ้นมีเนินและบันได ใส่รองเท้าเดินสบายจะเที่ยวได้สบายจนถึงจุดชมวิว
ตอบ จากแถบสถานีคะระสึเดินไปได้ แต่ถ้ามีกระเป๋าเยอะใช้แท็กซี่หรือรถบัสจะสบายกว่า แถวปราสาทบางวันลมทะเลแรง โดยเฉพาะช่วงเย็นพกเสื้อคลุมบางๆ จะรู้สึกต่างมาก
ตอบ ใช้เวลาประมาณ 60〜90 นาที หากดูนิทรรศการในหอคอยและขึ้นจุดชมวิวพร้อมกันจะคุ้มค่า เพราะมีขึ้นลงบันได แนะนำขึ้นจุดชมวิวก่อนแล้วค่อยดูนิทรรศการ จะไม่เหนื่อยจนเสียสมาธิช่วงท้าย
ตอบ ช่วงดอกไม้บานอาจต่างกันไปตามปี แต่ฤดูใบไม้ผลิเป็นช่วงที่ภาพ “ปราสาทกับดอกไม้” ได้รับความนิยม วันคนเยอะทางเดินรอบนอกมักกระจายคนได้ดีกว่า เตรียมช็อตถ่ายหอคอยจากด้านนอกไว้ จะไม่พลาดภาพ
ตอบ ถ้าอยากเลี่ยงความหนาแน่น ช่วงเช้าเร็วหรือใกล้เย็นมักเดินได้สบายกว่า คนที่อยากดูนิทรรศการแบบละเอียดให้เข้าด้านในก่อน แล้วค่อยไปจบที่จุดชมวิว จะสวนกับคลื่นคนได้ง่าย
ตอบ ตัวปราสาทถ่ายมุมเงยจากฝั่งทะเลจะดูเด่น และถ้าใส่ป่าสนหรืออ่าวลงไปจะได้ความเป็นคะระสึมากขึ้น วันคนเยอะให้ใช้มุมกว้างถ่ายดึงฉากหลัง และยืนชิดด้านข้างสำหรับรูปคน จะไม่กีดขวางทางเดิน
ตอบ คะระสึเด่นเรื่องอาหารทะเล ทั้งข้าวหน้าทะเลและเซ็ตเมนูวัตถุดิบท้องถิ่นช่วยเพิ่มความพอใจ หลังเที่ยวเดินเยอะ แนะนำเลือกคาเฟ่ที่แวะพักได้สักที่ก่อนกลับสถานี จะทำให้การย้ายที่ง่ายขึ้น

จุดแนะนำใกล้เคียง

ดูบทความแนะนำในบริเวณนี้

※ เนื้อหาบทความอ้างอิงจากข้อมูล ณ เวลาที่เขียน และอาจแตกต่างจากสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ เราไม่รับประกันความถูกต้องและความสมบูรณ์ของเนื้อหาที่เผยแพร่ โปรดเข้าใจ