เพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวญี่ปุ่น!

พิพิธภัณฑ์รถไฟเกียวโต | ตามรอยประวัติรถไฟญี่ปุ่นครบจบ

พิพิธภัณฑ์รถไฟเกียวโต | ตามรอยประวัติรถไฟญี่ปุ่นครบจบ
รีวิวพิพิธภัณฑ์รถไฟเกียวโต ชมรถจักรไอน้ำถึงชินคันเซ็น นั่ง SL Steam ลองซิมขับรถไฟ พร้อมวิธีเที่ยว เส้นทาง และกฎถ่ายรูป เหมาะทั้งคนรักรถไฟและครอบครัว

ไฮไลต์

เสน่ห์โดยสรุป

พิพิธภัณฑ์รถไฟเกียวโตเป็นพิพิธภัณฑ์รถไฟที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จัดแสดงรถไฟจริง 54 คันตั้งแต่หัวรถจักรไอน้ำถึงชินคันเซ็น พร้อมให้นั่งรถจักรไอน้ำและทดลองจำลองการขับรถไฟ

ไฮไลท์

ไฮไลท์ของพิพิธภัณฑ์รถไฟเกียวโตคือ โรงเก็บหัวรถจักรทรงพัด (ทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญ สร้างปี ค.ศ. 1914) ที่เรียงหัวรถจักรไอน้ำ 20 คัน, รถไฟจริงในอาคารหลักรวมถึงชินคันเซ็นซีรีส์ 500 และจุดชมวิวชั้น 3 (Sky Terrace) ที่มองเห็นรถไฟวิ่ง

นิทรรศการเชิงประสบการณ์

SL Steam เป็นการนั่งรถไฟไป-กลับ 1 กม. ที่ลากจูงด้วยหัวรถจักรไอน้ำจริง (ผู้ใหญ่ 300 เยน) เครื่องจำลองการขับรถไฟราว 10 นาที ราคา 100 เยน ต้องซื้อตั๋วล่วงหน้า

ค่าเข้าชม

ผู้ใหญ่ 1,500 เยน, มหาวิทยาลัย-มัธยมปลาย 1,300 เยน, มัธยมต้น-ประถม 500 เยน, เด็กเล็ก (3 ขวบขึ้นไป) 200 เยน

การเดินทาง

เดินจากสถานี Umekoji-Kyotonishi สาย JR Sagano ประมาณ 2 นาที จากสถานีเกียวโตเดินไปทางตะวันตกราว 20 นาที หรือใช้รถบัสจากสถานีเกียวโต ไม่มีที่จอดรถเฉพาะ

เวลาที่ใช้โดยประมาณ

ชมอาคารหลักและนิทรรศการกลางแจ้งรวมประมาณ 2 ชั่วโมง

เที่ยวได้แม้วันฝนตก

นิทรรศการส่วนใหญ่อยู่ในร่มจึงไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศ โรงเก็บหัวรถจักรทรงพัดและจุดขึ้นรถจักรไอน้ำอยู่กลางแจ้ง หากฝนตกแนะนำเดินชมโซนกลางแจ้งก่อนจะสะดวกกว่า

ข้อมูลล่าสุดโปรดตรวจสอบจากประกาศอย่างเป็นทางการหรือยืนยัน ณ สถานที่จริง

พิพิธภัณฑ์รถไฟเกียวโต สถานที่ท่องเที่ยวแบบไหน

พิพิธภัณฑ์รถไฟเกียวโต(Kyoto Railway Museum)เป็นพิพิธภัณฑ์รถไฟที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ที่ให้คุณเรียนรู้เรื่องความปลอดภัยและเทคโนโลยีของรถไฟผ่านการ "ดู สัมผัส และทดลอง"

จัดแสดงตู้รถไฟจริง 54 คัน ตั้งแต่หัวรถจักรไอน้ำจนถึงรถไฟชินคันเซ็น เหมาะทั้งสำหรับคนที่รักรถไฟและนักท่องเที่ยวที่อยากแวะระหว่างเที่ยวเกียวโต

จุดเด่นสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่มั่นใจเรื่องภาษา

สแกน QR โค้ดในห้องจัดแสดงเพื่อดูคำอธิบายภาษาอังกฤษ จีนตัวเต็ม จีนตัวย่อ และเกาหลีได้

แม้ไม่ถนัดภาษาญี่ปุ่น ก็สามารถทำความเข้าใจนิทรรศการได้ง่าย ซึ่งเป็นจุดแข็งของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้

ไฮไลท์ของพิพิธภัณฑ์รถไฟเกียวโต โรงเก็บรถจักรทรงพัดและตู้รถไฟจริง

สิ่งแรกที่ต้องชมคือโรงเก็บรถจักรทรงพัด(Fan-shaped Engine House)

เป็นโรงเก็บรถจักรคอนกรีตเสริมเหล็กทรงพัดที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นที่ยังคงเหลืออยู่ สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1914 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติ

ที่นี่จัดแสดงหัวรถจักรไอน้ำ 20 คัน เป็นโซนที่ให้ความรู้สึกถึง "ความเป็นพิพิธภัณฑ์รถไฟเกียวโต" ได้มากที่สุด

ในอาคารหลักจัดแสดงตู้รถไฟที่เป็นตัวแทนของ JR West เช่น ชินคันเซ็นซีรีส์ 500 รถไฟซีรีส์ 581 และซีรีส์ 489

ที่โซนพรอมเนดจัดแสดงตู้รถไฟในรูปแบบขบวนในพื้นที่ที่ชวนนึกถึงชานชาลาสถานี ถ้าเริ่มชมจากโซนกลางแจ้งแล้วค่อยเข้าอาคาร จะเข้าใจประวัติศาสตร์ของรถไฟได้ง่ายขึ้น

จุดถ่ายรูปที่ห้ามพลาดในพิพิธภัณฑ์รถไฟเกียวโต

จากทางเดินเชื่อมชั้น 2 ของอาคารหลัก สามารถมองลงไปเห็นโรงเก็บรถจักรทรงพัดและหัวรถจักรไอน้ำได้จากมุมสูง

ที่สกายเทอเรซชั้น 3 ของอาคารหลัก นอกจากวิวเมืองเกียวโตแล้ว ยังเห็นรถไฟสาย JR เกียวโตและชินคันเซ็นโทไคโดวิ่งผ่านได้ชัดเจน ได้เพลิดเพลินกับทั้งนิทรรศการและรถไฟจริง

กิจกรรมต้องลอง รถจักรไอน้ำ SL Steam และเครื่องจำลองการขับ

หากอยากสัมผัสประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของพิพิธภัณฑ์รถไฟเกียวโต ห้ามพลาดรถจักรไอน้ำ SL Steam

หัวรถจักรไอน้ำของจริงลากตู้โดยสารวิ่งไป-กลับระยะทาง 1 กม.

ตั๋วซื้อได้ที่ตู้จำหน่ายตั๋วบริเวณจุดขึ้นรถ SL ในวันที่เข้าชม ราคาผู้ใหญ่ นักศึกษา และนักเรียนมัธยมปลาย 300 เยน นักเรียนมัธยมต้น นักเรียนประถม และเด็กเล็ก(3 ขวบขึ้นไป)100 เยน

เวลาให้บริการ 11:00-16:00 ออกทุก 30-60 นาทีโดยประมาณ

บริเวณรอบ SL Steam อาจมีไอน้ำและเขม่าเปื้อนเสื้อผ้าได้

นอกจากนี้ ไม่สามารถขึ้นรถพร้อมรถเข็นเด็กได้ หากจำเป็นควรวางแผนใช้ที่จอดรถเข็นเด็กที่จัดไว้ให้

เครื่องจำลองการขับรถไฟเป็นนิทรรศการเชิงประสบการณ์ที่พัฒนาจากเครื่องจำลองที่ใช้ฝึกจริง

ครั้งละประมาณ 10 นาที ราคา 100 เยน ต้องซื้อตั๋วล่วงหน้าผ่าน Asoview หรือ Seven Ticket แยกจากตั๋วเข้าชม หากสนใจลองเล่นควรจัดเตรียมไว้ล่วงหน้า

แนะนำเส้นทางเดินชมพิพิธภัณฑ์รถไฟเกียวโตสำหรับมือใหม่

เวลาชมในพิพิธภัณฑ์รวมอาคารหลักและลานจัดแสดงกลางแจ้งประมาณ 2 ชั่วโมง

หากมีเวลาจำกัด แนะนำเดินจากโซนพรอมเนดไปอาคารหลัก โรงเก็บรถจักรทรงพัด แล้วต่อด้วยจุดขึ้น SL จะช่วยให้เข้าใจทั้งนิทรรศการและกิจกรรมได้อย่างต่อเนื่อง

วันฝนตก ส่วนใหญ่ของพิพิธภัณฑ์อยู่ในร่มจึงชมได้สะดวก

อย่างไรก็ตาม มีส่วนกลางแจ้งอย่างโรงเก็บรถจักรทรงพัดและจุดขึ้น SL ด้วย วันที่อากาศไม่แน่นอนอาจวางแผนชมโซนกลางแจ้งก่อนจะสะดวกกว่า

ค่าเข้าชมและวิธีไปพิพิธภัณฑ์รถไฟเกียวโต

ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 1,500 เยน นักศึกษาและนักเรียนมัธยมปลาย 1,300 เยน นักเรียนมัธยมต้นและประถม 500 เยน เด็กเล็ก(3 ขวบขึ้นไป)200 เยน

การเดินทาง สะดวกที่สุดคือเดินประมาณ 2 นาทีจากสถานีอุเมะโคจิเคียวโตนิชิ(Umekoji-Kyotonishi)สาย JR ซากาโนะ

จากสถานีเกียวโตเดินไปทางทิศตะวันตกประมาณ 20 นาที หรือนั่งรถบัสประจำทางไปก็ได้

ไม่มีที่จอดรถภายในพิพิธภัณฑ์

เวลาเปิด-ปิด 10:00-17:00 เข้าชมได้ถึง 16:30

วันหยุดทุกวันพุธ แต่อาจเปิดในวันหยุดนักขัตฤกษ์หรือช่วงปิดเทอม

ตารางกิจกรรมและวันหยุดอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบปฏิทินเปิดทำการและข้อมูลกิจกรรมก่อนไปเยือน

กฎการถ่ายรูปและมารยาทในพิพิธภัณฑ์รถไฟเกียวโต

ภายในพิพิธภัณฑ์มีข้อจำกัดในการใช้ขาตั้งกล้องสามขาและไม้เซลฟี่ และห้ามขึ้นไปบนสิ่งจัดแสดง

การรับประทานอาหารให้ใช้พื้นที่ที่กำหนดเท่านั้น ห้ามรับประทานในห้องจัดแสดง

ผู้ที่ต้องการถ่ายวิดีโอ ควรทราบว่าห้ามถ่ายวิดีโอขณะเดิน

นอกจากนี้ ห้ามโพสต์วิดีโอเพื่อการค้าโดยไม่ได้แจ้งขอสัมภาษณ์

ช่วงที่คนเยอะ ไม่ควรกีดขวางทางเดิน และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ จะช่วยให้ทั้งตัวเองและคนรอบข้างเดินชมได้สะดวก

สรุป รีวิวพิพิธภัณฑ์รถไฟเกียวโต

พิพิธภัณฑ์รถไฟเกียวโตเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ของเกียวโตที่ไม่เพียงชมตู้รถไฟจริง แต่ยังได้สัมผัสประสบการณ์รถไฟผ่านรถจักรไอน้ำ SL Steam และเครื่องจำลองการขับ

สำหรับมือใหม่ แนะนำให้วางแผนรอบโรงเก็บรถจักรทรงพัด นิทรรศการในอาคารหลัก และกิจกรรมเชิงประสบการณ์ จะได้ความพึงพอใจสูง

ก่อนไป ควรตรวจสอบวันเปิดทำการ กิจกรรมในวันนั้น และตั๋วสำหรับกิจกรรมต่างๆ ล่วงหน้า

คำถามที่พบบ่อย

ตอบ พิพิธภัณฑ์รถไฟเกียวโตเป็นพิพิธภัณฑ์รถไฟขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จัดแสดงรถไฟจริง 54 คัน ตั้งแต่รถจักรไอน้ำจนถึงรถไฟชินคันเซ็น เปิดตัวเมื่อปี 2016 โดยเน้นแนวคิด "ดู สัมผัส ลงมือทำ" มีทั้งรถจักรไอน้ำ SL สตีมโก และเครื่องจำลองขับรถไฟ จึงสนุกได้ทั้งแฟนรถไฟและครอบครัวที่มากับเด็ก
ตอบ ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 1,500 เยน, นักศึกษาและมัธยมปลาย 1,300 เยน, มัธยมต้นและประถม 500 เยน, เด็กเล็ก (3 ปีขึ้นไป) 200 เยน ตั๋วนั่ง SL สตีมโก ผู้ใหญ่ 300 เยน เด็ก 100 เยน เครื่องจำลองขับรถไฟคิดค่าใช้จ่ายแยกต่างหาก กิจกรรมเชิงประสบการณ์บางอย่างจำกัดจำนวน ควรตรวจสอบรอบจำหน่ายตั๋วก่อนจะวางแผนเดินชมได้สะดวกขึ้น
ตอบ สถานีที่ใกล้ที่สุดคือสถานี อุเมะโคจิเกียวโตนิชิ (JR สายซะงะโนะ) เดินจากสถานีราว 2 นาที หรือเดินจากทางออกกลางของสถานีเกียวโตไปทางตะวันตกราว 20 นาทีก็ถึง พิพิธภัณฑ์ไม่มีที่จอดรถ จึงแนะนำใช้ขนส่งสาธารณะ หากเดินไป เลือกเส้นทางผ่านสวนอุเมะโคจิจะเข้าใจง่าย และยังแวะพักบนสนามหญ้าระหว่างทางได้ด้วย
ตอบ SL สตีมโก เป็นรถจักรไอน้ำของจริงที่ลากตู้โดยสารวิ่งไปกลับราว 1 กม. ใช้เวลาประมาณ 10 นาที เดินรถระหว่าง 11:00–16:00 ออกทุก 15–60 นาทีโดยประมาณ ซื้อตั๋วได้ที่เครื่องจำหน่ายตั๋ว ณ จุดขึ้นรถ SL ในวันนั้น หากอยู่ชมจนถึงรอบสุดท้ายจะเห็นการหมุนหัวรถจักรบนแท่นหมุนและการเก็บเข้าโรงรถพัดก็ได้เห็นเสน่ห์ที่มากกว่าแค่การนั่งรถ
ตอบ โรงรถจักรพัดสร้างเสร็จในปี 1914 เป็นอาคารประวัติศาสตร์ที่จัดแสดงรถจักรไอน้ำเรียงกันเป็นรูปพัด ขึ้นไปบนทางเดินเชื่อมจะมองเห็นภาพรวมทั้งหมดจากด้านบน ทำให้เข้าใจการจัดวางรถและความสัมพันธ์กับแท่นหมุนได้ง่าย เป็นนิทรรศการกลางแจ้งที่ให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่ หลังฝนตกรางรถไฟจะสะท้อนแสงทำให้ภาพถ่ายมีมิติต่างออกไป
ตอบ รวมกิจกรรมเชิงประสบการณ์แล้วใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง ควรเดินตามลำดับ ทางเดินโพรมินาด → อาคารหลัก → โรงรถจักรพัด → จุดขึ้นรถ SL จะติดตามประวัติศาสตร์รถไฟได้เป็นลำดับ หากวันฝนตกให้ชมนิทรรศการกลางแจ้งก่อนแล้วค่อยเข้าอาคาร จะลดผลกระทบจากสภาพอากาศและจัดสรรเวลาได้ง่ายขึ้น
ตอบ เปิดให้เข้าชม 10:00–17:00 เข้าได้ถึง 16:30 วันหยุดคือทุกวันพุธและช่วงปีใหม่ แต่วันหยุดนักขัตฤกษ์และช่วงปิดเทอมอาจเปิดให้บริการ ช่วงวันหยุดยาวอาจมีคิวรอเข้าก่อนเที่ยง หากไปตั้งแต่เปิดจะเริ่มชมนิทรรศการได้เร็วและจัดเวลาเล่นกิจกรรมยอดนิยมได้ง่ายขึ้น
ตอบ ในห้องจัดแสดงมี QR โค้ดสำหรับอ่านคำอธิบายภาษาอังกฤษ จีนตัวเต็ม จีนตัวย่อ และเกาหลี จึงติดตามเนื้อหาได้แม้ไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่น นอกจากนี้ รถไฟจริง โมเดลจำลอง และ SL สตีมโก สนุกได้โดยไม่ต้องพึ่งภาษา เหมาะกับครอบครัวนักท่องเที่ยวต่างชาติ เส้นทางเดินภายในค่อนข้างเข้าใจง่าย แม้มาครั้งแรกก็เดินชมได้สะดวก

จุดแนะนำใกล้เคียง

ดูบทความแนะนำในบริเวณนี้

※ เนื้อหาบทความอ้างอิงจากข้อมูล ณ เวลาที่เขียน และอาจแตกต่างจากสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ เราไม่รับประกันความถูกต้องและความสมบูรณ์ของเนื้อหาที่เผยแพร่ โปรดเข้าใจ