เพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวญี่ปุ่น!

เทศกาลโยซาโคอิ โคจิ|ระบำนารุโกะ จุดชมยอดนิยม และทิปเที่ยวสำหรับครั้งแรก

เทศกาลโยซาโคอิ โคจิ|ระบำนารุโกะ จุดชมยอดนิยม และทิปเที่ยวสำหรับครั้งแรก
เทศกาลโยซาโคอิเป็นงานหน้าร้อนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโคจิ เต็มไปด้วยทีมเต้นที่ถือ “นารุโกะ” เคาะจังหวะเดินขบวนทั่วเมืองอย่างคึกคัก บทความนี้สรุปจุดแสดงหลัก ๆ และเสน่ห์ของแต่ละโซน พร้อมทิปวางแผนเที่ยวให้สนุกแบบไม่เหนื่อย มีคำแนะนำเรื่องช่วงเวลาที่คนไม่แน่น การเดินทาง และของกินท้องถิ่นที่แวะชิมระหว่างชมการแสดงได้

ไฮไลต์

รู้จักเทศกาลโยซะโคอิ โคจิแบบสั้นๆ

เทศกาลโยซะโคอิที่โคจิเป็นงานเต้นที่คึกคัก นักเต้นถือเครื่องเคาะ “นารุโกะ” เดินขบวนแสดงทั่วเมืองโคจิ

ขนาดงานและจุดเด่น

มักจัดช่วงราว 9–12 ส.ค. มีประมาณ 190–200 ทีม และนักเต้นราว 18,000–20,000 คน (ตัวเลขอาจเปลี่ยนตามปี)

จุดชม 3 แห่ง

Chuo Park (เวทีหลัก) / Otesuji Honbu (ถนนใหญ่ราว 1 กม.) / Obiyamachi (โซนอาร์เคดช้อปปิ้ง)

กติกาการเต้น

ต้องใช้นารุโกะตามกติกา และมีการแสดงหลากสไตล์ทั้งญี่ปุ่น ฮิปฮอป แจ๊ส แซมบ้า เป็นต้น

ไฮไลต์ช่วงท้าย

วันที่ 9 ส.ค. มีงานคืนก่อนและดอกไม้ไฟ ส่วนวันที่ 12 ส.ค. ปิดท้ายด้วยพิธีมอบรางวัลและงานหลังเทศกาล

การเดินทางโดยคร่าวๆ

จากโอซาก้า (ชินโอซาก้า) ไปสถานีโคจิโดยรถไฟ (ชินคันเซ็น + รถด่วนพิเศษ) ราว 3 ชั่วโมงกว่า จากโตเกียวไปสถานีโคจิโดยรถไฟราว 6 ชั่วโมงขึ้นไป (ขึ้นกับขบวนและการต่อรถ) จากฮาเนดะไปสนามบินโคจิเรียวมะราว 1 ชม. 30 นาที จากคันไซ (KIX) ราว 45 นาที (ขึ้นกับเที่ยวบิน)

ของที่ควรพกและของกินร้านแผงลอย

สิงหาคมอากาศร้อนจัด ควรมีหมวก แว่นกันแดด ผ้าเช็ดตัว และพัด และตามร้านแผงลอยมักมีคัตสึโอะทาทากิ ซูชิบ้านๆ น้ำบุนตัน และ “ไอซึคุริน” ให้ลอง

ข้อมูลล่าสุดโปรดตรวจสอบจากประกาศอย่างเป็นทางการหรือยืนยัน ณ สถานที่จริง

โยซะโคอิมัตสึริคืออะไร?—เทศกาลหน้าร้อนสุดมันแห่งโคจิ

“โยซะโคอิมัตสึริ (Yosakoi Matsuri)” ของจังหวัดโคจิ (Kōchi) เป็นเทศกาลฤดูร้อนตัวแทนของชิโกกุ (Shikoku) ที่จัดขึ้นทุกปีช่วง 9〜12 สิงหาคม

มีนักเต้นและทีมจากทั่วประเทศมารวมตัวกัน เต้นไปพร้อมกับเดินขบวนไปตามถนนใน ตัวเมืองโคจิ เป็นเทศกาลที่อลังการและเร้าใจสุดๆ!

ชุดสีสันสดใส การเต้นทรงพลังพร้อมถือ “นารุโกะ (Naruko)” และดนตรีที่เต็มไปด้วยพลังซึ่งโอบล้อมทั้งงาน ทำให้ผู้ชมหลงใหล

ช่วงจัดงานจะมีผู้ชมจำนวนมากมาเยือน ถือเป็นบรรยากาศหน้าร้อนของโคจิที่ห้ามพลาด


ประวัติและที่มาของโยซะโคอิมัตสึริ

เทศกาลที่เกิดจากการฟื้นฟูหลังสงคราม

โยซะโคอิมัตสึริเริ่มต้นในปี 1954 (โชวะ 29) โดย จัดขึ้นเพื่อฟื้นฟูหลังสงครามและกระตุ้นความคึกคักของชุมชน

หอการค้าและอุตสาหกรรมโคจิเป็นแกนกลาง และสไตล์ “ถือนารุโกะแล้วเต้นได้อย่างอิสระ” ก็แพร่หลาย

มีการเล่ากันว่าคีตกวี “ทาเคมาซะ เอซะคุ (Takemasa Eisaku)” ผู้ทำเพลง “โยซะโคอิ นารุโกะ โอโดริ” เป็นผู้เสนอให้ใช้นารุโกะ และกลายเป็นสัญลักษณ์ของการเต้น


ไฮไลท์ที่ต้องชมในโยซะโคอิมัตสึริ

1. การแสดงสตรีทเพอร์ฟอร์แมนซ์สุดอลังการ

ภายในเมืองโคจิมีทั้งหมด 17 จุด (สนามแข่งขัน 9 แห่ง และลานแสดง 8 แห่ง) ที่แต่ละทีมจะออกมาโชว์การเต้น!

จุดชมที่แนะนำเป็นพิเศษมี 3 แห่งดังนี้

โอเทสุจิ ฮนบุ เคียวเอ็นโจ (Otesuji Honbu Kyōenjo) – โชว์ใหญ่บนถนนยาวราว 900 ม.

เป็นเวทีหลักที่มีการตัดสินด้วย

ชูโอ โคเอ็น เคียวเอ็นโจ (Chūō Kōen Kyōenjo) – เวทีหลักของงานคืนก่อนและงานคืนหลัง

โอบิยะมาจิ เอ็มบุโจ (Obiyamachi Embujo) – เต้นอย่างสวยงามในย่านอาเขต

ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศน้อย

2. การเต้นที่ผสาน “ความดั้งเดิม×ความทันสมัย”

  • ทีมที่ใส่ ท่าเต้นสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม (เซโชโยซะโคอิ)
  • ทีมที่ผสม ฮิปฮอปหรือแจ๊ซแดนซ์ แบบร่วมสมัย
  • ทีมที่เติม ซัมบ้าหรือการเรียบเรียงแบบละติน เป็นฟิวชันต่างวัฒนธรรม

หลายทีมยังคงยึดกติกา เช่น “ต้องใช้นารุโกะ” “ต้องมีทำนองโยซะโคอิ นารุโกะ โอโดริ” พร้อมเติม การนำเสนอที่มีเอกลักษณ์ ให้เทศกาลคึกคัก!

รถที่ติดตั้งเครื่องเสียง PA ซึ่งเรียกว่า “จิคาตะฉะ (Jikatasha)” จะช่วยแต่งแต้มเมืองด้วยดนตรีและสีสัน

3. “งานคืนหลัง” ที่รวมทีมผู้ชนะ

วันที่ 12 สิงหาคม จะมีทั้ง “งานคืนหลัง” และ “การแข่งขันโยซะโคอิทั่วญี่ปุ่น”

ทีมที่ได้รับรางวัลจะออกมาแสดง และช่วงฟินาเล่จะมี การเต้นรวม (โซโอโดริ)

การแข่งขันระดับประเทศที่มีทีมโยซะโคอิจากทั่วญี่ปุ่น ทำให้ได้เห็นสไตล์โยซะโคอิหลากหลาย ไม่ใช่แค่แบบต้นตำรับเท่านั้น


ข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยว

1. วันจัดงานและตารางกิจกรรม

9 สิงหาคม (งานคืนก่อน) – มีกิจกรรมที่ชูโอ โคเอ็นและจุดอื่นๆ

10〜11 สิงหาคม (งานหลัก) – มีการแสดงตามแต่ละสถานที่และเวที

12 สิงหาคม (งานคืนหลัง・แข่งขันระดับประเทศ) – การแสดงของทีมผู้ชนะและการเต้นรวม

2. เคล็ดลับการชม

  • โอเทสุจิ ฮนบุ เคียวเอ็นโจ อาจมี ที่นั่งแบบมีค่าเข้าชม จัดไว้
  • มีลานแสดงที่ชมฟรีจำนวนมาก
  • โอบิยะมาจิ เอ็มบุโจ อยู่ในอาเขต ช่วยหลบแดดและฝนได้ง่าย
  • บางปีอาจมีช่วงให้ เข้าร่วมแบบฟลายอิน ได้

3. การแต่งตัวและของที่ควรพก

  • เสื้อผ้าคล่องตัว (สิงหาคมอากาศร้อนมาก)
  • หมวก・แว่นกันแดด
  • ผ้าเช็ดหน้า & พัด・พัดลมพกพา
  • เครื่องดื่มสำหรับเติมน้ำ
  • กล้อง・สมาร์ทโฟน

4. การเดินทาง

เครื่องบิน: จากสนามบินฮาเนดะไปสนามบินโคจิเรียวมะ (Kōchi Ryōma Airport) ประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที

จากสนามบินเข้าเมืองโคจิโดยรถบัสประมาณ 30 นาที

รถไฟ: จากสถานีโอกายามะ นั่งรถด่วน JR “นันปู (Nanpū)” ไปสถานีโคจิประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที

เดินทางในเมือง: รถรางโทซาเด็นโคสึ (Tosaden Kōtsū) สะดวกมาก

ช่วงเทศกาลมีการปิดถนน แนะนำใช้ขนส่งสาธารณะ

5. ของกินโคจิช่วงโยซะโคอิ

อย่าพลาดของขึ้นชื่อโคจิอย่าง “อาหารสตรีทสไตล์แผงลอย”!

  • คัตสึโอะ โนะ ทาทากิ (กินกับเกลือหรือพอนสึ)
  • ซูชิแผงลอย (อินากะซูชิ)
  • น้ำส้มบุนตัน
  • ไอซ์คุริน


สรุป

  • โยซะโคอิมัตสึริ คือเทศกาลฤดูร้อนตัวแทนของโคจิ
  • จัด 9〜12 สิงหาคม
  • เสน่ห์คือการผสาน ความดั้งเดิม×การเรียบเรียงสมัยใหม่
  • ไม่ใช่แค่เต้น—ยังสนุกกับ อาหารแผงลอย ได้ด้วย
  • เตรียมรับมืออากาศร้อน แต่งตัวคล่องๆ แล้วไปสนุกกัน

โยซะโคอิมัตสึริ—สีสันหน้าร้อนของโคจิ

จะสายเต้นหรือสายดู ขอให้ได้มาสัมผัสพลังของเทศกาลนี้สักครั้ง!

คำถามที่พบบ่อย

ตอบ เทศกาลโยซาโคอิเป็นงานใหญ่หน้าร้อนของเมืองโคจิ และจัดทุกปีช่วง 9–12 สิงหาคม เมืองมักมีการปิดถนน หากเลือกจุดชมแล้ว ควรเช็กตำแหน่งห้องน้ำใกล้สุดไว้ก่อนจะสบายใจ อากาศร้อนทำให้หมดแรงง่าย พกเครื่องดื่มแช่แข็งไว้ 1 ขวดช่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
ตอบ โยซาโคอิมีสไตล์เต้นพร้อม “นารุโกะ” เป็นพื้นฐาน เสียงและท่าทางคือจุดเด่น ในงานมีขายของที่ระลึกนารุโกะด้วย แต่ตอนชมควรไม่แกว่งจนบังคนอื่น จะดูสุภาพกว่า ถ่ายรูปให้ได้ฟีลโยซาโคอิ ลองจับจังหวะที่ยกนารุโกะขึ้น จะสื่อความเป็นเทศกาลได้ในภาพเดียว
ตอบ เพราะมีหลายเวทีและแต่ละทีมเต้นสลับกัน การยืนรอที่เดิมนานๆ มักไม่คุ้ม เที่ยวแบบ “ย้ายจุดแล้วเลือกดูแค่ไม่กี่ทีม” จะพึงพอใจง่ายกว่า เสียงค่อนข้างดัง เด็กเล็กอาจสบายขึ้นถ้ามีที่อุดหูหรือที่ครอบหู หากไม่แน่ใจ เลือกจุดบนถนนใหญ่ที่มองไกลได้ จะถ่ายรูปและวิดีโอได้ง่าย
ตอบ หลังเย็นเป็นช่วงที่คนไหลเข้าหนัก ถ้าไปตอนยังสว่างและไปสำรวจจุดยืนไว้ก่อน จะขยับตัวง่ายกว่า หากอยากเลี่ยงความแออัดตอนกลับ ไม่จำเป็นต้องอยู่ถึงไฟนอล ตัดจบที่การแสดงก่อนหน้าเป็นทางเลือกที่ทำได้จริง ถ้าจะไปกินข้าวหลังชม ควรเลือกร้านไว้ก่อน และถ้าร้านไหนจองได้ให้จองเร็ว จะไม่เสียเวลาเลือกหน้างาน
ตอบ งานส่วนใหญ่จัดกลางแจ้ง อาจมีการเปลี่ยนแปลงกำหนดการหรือเวทีตามสภาพอากาศ ใช้เสื้อกันฝนจะไม่บังสายตาเท่าร่มและยังถ่ายง่ายกว่า พื้นลื่นจึงควรใส่รองเท้าผ้าใบ และรวมของในกระเป๋ากันน้ำจะจัดการในฝูงชนได้สะดวก
ตอบ ใจกลางเมืองมักมีร้านแผงลอยและร้านอาหารคนแน่น ถ้าปล่อยให้หาอาหารตอนหิวอาจเสียเวลามาก แนะนำซื้อของว่างไว้ก่อนแล้วค่อยไปดูการแสดง จากนั้นค่อยไปกินของขึ้นชื่อช่วงท้าย จะลดโอกาส “พลาดทีมที่อยากดู” บางร้านรับเฉพาะเงินสด เตรียมเหรียญไว้จะจ่ายเร็วขึ้น
ตอบ ส่วนใหญ่ต้องยืนดูนานๆ หมอนรองนั่งพับได้และเครื่องดื่มช่วยให้สบายขึ้น กลางคืนแม้จะอบอ้าว แต่เหงื่อแห้งแล้วอาจหนาว ควรมีเสื้อคลุมบางๆ ช่วยประคองแรง แบตมือถือหมดคือปัญหาใหญ่ พาวเวอร์แบงก์ถือว่าแทบจำเป็น และเน็ตมักหน่วง ควรเซฟแผนที่แบบออฟไลน์ไว้จะอุ่นใจกว่า
ตอบ บางเวทีอาจมีกฎการถ่าย ควรยึดตามป้ายหน้างานเป็นหลัก ถ้าอยากถ่ายให้สวย เลือกมุมเฉียงหน้ากว่ามุมตรงๆ เล็กน้อย และกดรัวตอนยกนารุโกะจะได้ภาพมีพลัง อย่าขวางทางเดิน และเลี่ยงการยืดตัวถ่ายจนบังคนอื่น จะลดความตึงเครียดรอบตัวและกันปัญหาตามมา

จุดแนะนำใกล้เคียง

ดูบทความแนะนำในบริเวณนี้

※ เนื้อหาบทความอ้างอิงจากข้อมูล ณ เวลาที่เขียน และอาจแตกต่างจากสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ เราไม่รับประกันความถูกต้องและความสมบูรณ์ของเนื้อหาที่เผยแพร่ โปรดเข้าใจ