คู่มือเที่ยวเทศกาลอะโอโมริเนบุตะ(Aomori Nebuta Matsuri)แบบครบถ้วน: วิธีไป จุดเด่น และวิธีเข้าร่วม
เทศกาลอะโอโมริเนบุตะคืออะไร?
เทศกาลอะโอโมริเนบุตะเป็นเทศกาลฤดูร้อนแบบดั้งเดิมที่มีชื่อเสียงระดับประเทศของญี่ปุ่น จัดขึ้นทุกปีระหว่างวันที่ 2–7 สิงหาคม ที่เมืองอาโอโมริ(Aomori) จังหวัดอาโอโมริ และได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสามเทศกาลใหญ่แห่งภูมิภาคโทโฮคุ(Tōhoku)
เทศกาลนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมพื้นบ้านที่จับต้องไม่ได้ที่สำคัญของประเทศ โดยภาพขบวนเนบุตะขนาดใหญ่ (รถโคมแห่) ที่เคลื่อนผ่านยามค่ำคืนอย่างยิ่งใหญ่อลังการ เป็นภาพสุดตื่นตาที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากทั้งจากญี่ปุ่นและต่างประเทศ
จำนวนผู้เข้าชมอาจแตกต่างกันในแต่ละปี แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมงานในระดับกว่า 1 ล้านคน ทำให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะหนึ่งในเทศกาลฤดูร้อนตัวแทนของญี่ปุ่น
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักจุดเด่นของเทศกาลอะโอโมริเนบุตะ วิธีเที่ยวให้สนุก วิธีเข้าร่วมงาน รวมถึงข้อมูลการเดินทางอย่างละเอียด
เตรียมพร้อมด้วยเคล็ดลับสำคัญเพื่อเที่ยวเทศกาลอะโอโมริเนบุตะให้คุ้มค่า และสัมผัสประสบการณ์สุดประทับใจ

ต้นกำเนิดและประวัติของเทศกาลอะโอโมริเนบุตะ
ต้นกำเนิดของเทศกาลเนบุตะ
ที่มาของเทศกาลอะโอโมริเนบุตะมีหลายทฤษฎี
หนึ่งในตำนานกล่าวว่า จุดเริ่มต้นมาจากช่วงสมัยเฮอัน (ค.ศ. 794–1185) เมื่อซะกะโนะอุเอะ โนะ ทามูระมะโระ(Sakanoue no Tamuramaro)แม่ทัพใหญ่ผู้ปราบปรามดินแดนตะวันออก ได้สร้างโคมไฟขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อหลอกล่อศัตรูออกมาในระหว่างการศึกกับชาวเอมิชิ
อีกทฤษฎีหนึ่งระบุว่า เทศกาลนี้มีต้นกำเนิดจากพิธี “ขับไล่ความง่วง” ที่เรียกว่า เนะมุรินางาชิ(Nemuri Nagashi)ซึ่งชาวนาใช้ปัดเป่าความง่วงในช่วงฤดูร้อนที่การทำเกษตรหนักหน่วง
ยังมีความเชื่ออีกว่า ชื่อ “เนบุตะ” มาจากคำว่า “เนะบุไต” ในสำเนียงทสึงารุ(Tsugaru) ซึ่งหมายถึง “ง่วงนอน”
ไม่ว่าจะมีที่มาแบบใด พิธีกรรมเพื่อปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและขจัดเคราะห์นี้ได้ค่อยๆ พัฒนา จนกลายเป็นเทศกาลอันงดงามตระการตาอย่างที่เห็นในปัจจุบัน
พัฒนาการสู่รูปแบบปัจจุบัน
ในสมัยเอโดะ มีการจัดพิธีปล่อยโคมในฐานะ “เทศกาลทานาบาตะ” และต่อมาโคมไฟก็มีขนาดใหญ่ขึ้นและประณีตมากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อเข้าสู่ยุคเมจิและไทโช รถแห่เนบุตะแบบหุ่นสามมิติที่ดูทรงพลังเริ่มถูกสร้างขึ้น จนค่อยๆ มีรูปแบบใกล้เคียงกับปัจจุบัน
ปัจจุบัน เทศกาลนี้กลายเป็นงานขนาดใหญ่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั้งในและต่างประเทศ และแต่งแต้มเมืองอาโอโมริให้สดใสในทุกฤดูร้อน
ทุกวันนี้มีการสร้างเนบุตะขนาดใหญ่จำนวนมาก โดยรถแห่ยักษ์ที่มีความกว้างราว 9 เมตร ลึกราว 7 เมตร และสูงราว 5 เมตร จะเคลื่อนขบวนไปตามเส้นทางในตัวเมือง

จุดเด่นห้ามพลาดของเทศกาลอะโอโมริเนบุตะ
1. รถแห่ “เนบุตะ” ขนาดยักษ์สุดตระการตา
ไฮไลต์อันดับหนึ่งของเทศกาลอะโอโมริเนบุตะคือ รถแห่เนบุตะขนาดมหึมา
เนบุตะแต่ละคันมักใช้วีรบุรุษในประวัติศาสตร์หรือบุคคลจากเทพปกรณัมเป็นธีม โดยช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญที่เรียกว่า “เนบุตะชิ” จะใช้เวลาสร้างอย่างพิถีพิถัน
รถแห่ถูกขึ้นโครงด้วยลวด ปิดทับด้วยกระดาษวาชิ และลงสีสดใส ก่อนจะติดตั้งแสงไฟไว้ด้านใน
โดยเฉพาะในเวลากลางคืน เนบุตะที่ถูกส่องไฟจะลอยเด่นขึ้นท่ามกลางความมืด สร้างบรรยากาศแฟนตาซีที่ยิ่งโดดเด่นมากขึ้น
เมื่อเคลื่อนไหวตามสัญญาณของผู้ถือพัดนำขบวน ภาพของเนบุตะที่เคลื่อนตัวอย่างทรงพลังนั้นน่าตื่นตาตื่นใจอย่างยิ่ง
2. การเต้นของฮาเนโตะและเสียงเชียร์ “รัสเซรา”
อีกหนึ่งเสน่ห์ของเทศกาลคือเหล่านักเต้นที่เรียกว่า ฮาเนโตะ(Haneto)
ฮาเนโตะในชุดสีสันสดใส กระโดดโลดเต้นพร้อมตะโกนว่า “รัสเซรา รัสเซรา” อย่างคึกคัก เป็นภาพที่ปลุกอารมณ์ผู้ชมได้อย่างดี
นักท่องเที่ยวก็สามารถเข้าร่วมได้เช่นกัน หากสวมชุดฮาเนโตะอย่างถูกต้อง จึงเป็นโอกาสดีที่จะได้สัมผัสความร้อนแรงของเทศกาลแบบใกล้ชิด
เสียงดนตรีเนบุตะบะยะชิ(Nebuta-bayashi)ที่ประกอบด้วยขลุ่ย กลอง และฉาบมือ ก็เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเพิ่มความคึกคักให้บรรยากาศของงาน
3. ขบวนทางน้ำและการแสดงดอกไม้ไฟ
ในวันสุดท้ายของเทศกาลอะโอโมริเนบุตะ (7 สิงหาคม) หลังขบวนแห่ช่วงกลางวัน จะมีการจัดขบวนทางน้ำและการแสดงดอกไม้ไฟในตอนกลางคืน
มีการนำเนบุตะที่ได้รับรางวัลขึ้นแพลอยในอ่าวอาโอโมริ(Aomori Bay)พร้อมกับการแสดงดอกไม้ไฟ จึงเป็นฉากปิดท้ายเทศกาลที่งดงามอลังการ
ภาพรถแห่เนบุตะกับดอกไม้ไฟที่ยิงขึ้นเหนืออ่าวอาโอโมริ เป็นความงามชวนฝันที่หาไม่ได้จากที่อื่น

วิธีเที่ยวเทศกาลอะโอโมริเนบุตะให้สนุก
1. ชมขบวนบนเส้นทางแห่เนบุตะ
รถแห่ในเทศกาลเนบุตะจะวิ่งตามเส้นทางที่กำหนดไว้ และผู้ชมสามารถยืนชมได้จากริมถนนตลอดทาง
หากต้องการหลีกเลี่ยงความแออัด แนะนำให้เลือก “ที่นั่งชมแบบเสียค่าใช้จ่าย” ที่สามารถจองที่นั่งล่วงหน้าได้
ราคาค่าที่นั่งชมและช่วงเวลาจำหน่ายจะแตกต่างกันในแต่ละปี และบางปีเริ่มเปิดขายตั้งแต่ก่อนฤดูร้อน
โดยเฉพาะครอบครัวหรือผู้ที่อยากนั่งชมแบบสบายๆ ควรจัดเตรียมล่วงหน้าแต่เนิ่นๆ
จุดที่เนบุตะเพิ่งเลี้ยวผ่านโค้งเป็นหนึ่งในจุดชมยอดนิยม เพราะสามารถเห็นความยิ่งใหญ่ได้อย่างใกล้ชิด
2. เข้าร่วมประสบการณ์ฮาเนโตะ
ในเทศกาลอะโอโมริเนบุตะ นักท่องเที่ยวสามารถเข้าร่วมเป็นฮาเนโตะได้ หากสวมชุดฮาเนโตะแบบเต็มยศอย่างถูกต้อง
สามารถหาชุดฮาเนโตะได้จากร้านค้าในเมืองอาโอโมริหรือบริการเช่า และหากเตรียมชุดพร้อมแล้ว บางกรณีก็สามารถเข้าร่วมได้ในวันงานเลย
ข้อควรรู้ในการเข้าร่วมเป็นฮาเนโตะ
- การแต่งกาย:ค่าเช่าหรือค่าซื้อจะแตกต่างกันตามชุดและร้านค้า โดยอาจเริ่มต้นตั้งแต่หลักพันเยน
- กติกา:“รัสเซรา รัสเซรา” คือจังหวะหลักในการกระโดดเต้นอย่างมีจังหวะ
- ความปลอดภัย:ห้ามเข้าร่วมขณะดื่มแอลกอฮอล์หรือทำพฤติกรรมเสี่ยงอันตราย ในพื้นที่แออัดควรระวังคนรอบข้างและสนุกอย่างปลอดภัย
3. ชมสถานที่สร้างเนบุตะ (รัสเซแลนด์)
ก่อนช่วงจัดเทศกาล คุณสามารถไปชมสถานที่สร้างเนบุตะได้ที่ “รัสเซแลนด์(Rasseland)” ใกล้สวนอาโอะอุมิ(Aoiumi Park)
ภาพของเหล่าเนบุตะชิที่สร้างรถแห่ขนาดใหญ่ด้วยมืออย่างประณีตนั้นน่าทึ่งมาก
บางวันอาจมีการจัดทัวร์พร้อมไกด์ ซึ่งช่วยอธิบายต้นกำเนิดของเนบุตะและขั้นตอนการผลิตอย่างละเอียด
เมื่อได้เห็นใกล้ๆ ว่ารูปทรงอันทรงพลังของเนบุตะถูกสร้างขึ้นอย่างไร ก็จะยิ่งเข้าใจเสน่ห์ของเทศกาลมากขึ้น
โปรดทราบว่า ระหว่างการผลิตหรือขึ้นอยู่กับสิ่งจัดแสดง บางพื้นที่อาจมีข้อจำกัดเรื่องการถ่ายภาพ

กำหนดการและตารางงานเทศกาลอะโอโมริเนบุตะ
โปรแกรมในแต่ละวัน
เทศกาลอะโอโมริเนบุตะจัดขึ้นทุกปีระหว่างวันที่ 2–7 สิงหาคม และจัดตามวันดังกล่าวตายตัวไม่ว่าจะตรงกับวันอะไรในสัปดาห์
ในบางปี วันที่ 1 สิงหาคมจะมีงานก่อนเปิดเทศกาล ซึ่งสามารถเพลิดเพลินกับการประกวดและกิจกรรมต่างๆ ได้
- 2–3 สิงหาคม:ขบวนแห่กลางคืน (เนบุตะเด็กและเนบุตะขนาดใหญ่)
- 4–6 สิงหาคม:ขบวนแห่เนบุตะขนาดใหญ่ในช่วงกลางคืน มีการตัดสินรางวัลและประกาศผลในช่วงเทศกาล
- 7 สิงหาคม (วันสุดท้าย):ขบวนแห่ช่วงกลางวัน และขบวนทางน้ำกับดอกไม้ไฟในตอนกลางคืน
วิธีไปเทศกาลอะโอโมริเนบุตะและข้อมูลที่ควรรู้
วิธีการเดินทาง
- เดินจากสถานีอาโอโมริ:จากสถานี JR อาโอโมริ(Aomori Station) เดินประมาณ 10 นาที ก็ถึงเส้นทางขบวนแห่
- ชินคันเซ็น:จากโตเกียวไปสถานีชินอาโอโมริ(Shin-Aomori Station)ด้วยโทโฮคุ・ฮอกไกโดชินคันเซ็น ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง จากนั้นจากชินอาโอโมริไปสถานีอาโอโมริโดยสาย JR โออุ(Ōu Main Line) ใช้เวลาประมาณ 6 นาที
ข้อมูลที่พัก
ในช่วงเทศกาลอะโอโมริเนบุตะ โรงแรมและที่พักในเมืองอาโอโมริจะมีผู้เข้าพักหนาแน่นมาก
แนะนำให้จองล่วงหน้า
หากที่พักในเมืองอาโอโมริเต็ม การพักที่เมืองใกล้เคียงอย่างฮิโรซากิ(Hirosaki)หรือฮาจิโนเฮะ(Hachinohe)ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
ข้อมูลสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว
การรองรับหลายภาษา
ในเทศกาลอะโอโมริเนบุตะ มีศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวและพื้นที่จัดงานหลายแห่งที่รองรับภาษาต่างประเทศ เช่น ภาษาอังกฤษและภาษาจีน
บนเว็บไซต์ทางการก็มีข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษ เกาหลี และจีน (ตัวย่อ・ตัวเต็ม) จึงเป็นสภาพแวดล้อมที่นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถเที่ยวได้อย่างสบายใจ
Wi-Fi ฟรีและห้องน้ำ
รอบพื้นที่จัดงานเทศกาลอะโอโมริเนบุตะ มีหลายจุดที่สามารถใช้ Wi-Fi ฟรีได้
สะดวกมากสำหรับผู้ที่อยากถ่ายรูปด้วยสมาร์ตโฟนแล้วแชร์ทันที
แม้จะมีห้องน้ำชั่วคราวติดตั้งตามเส้นทางขบวนแห่ แต่คาดว่าจะมีคนใช้จำนวนมาก จึงควรใช้ห้องน้ำที่สถานีหรือห้างสรรพสินค้าก่อนล่วงหน้าเพื่อความสบายใจ
คำแนะนำเรื่องการแต่งกายและของที่ควรพก
เดือนสิงหาคมของอาโอโมริมีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 24–25°C แต่ตอนกลางคืนอาจเย็นลงได้
หากต้องชมงานกลางแจ้งเป็นเวลานาน ควรเตรียมเสื้อคลุมบางๆ ติดตัวไว้
นอกจากนี้ แนะนำให้ใส่รองเท้าที่เดินสบาย และเตรียมอุปกรณ์กันฝนไว้ด้วย
สรุป
เทศกาลอะโอโมริเนบุตะเป็นหนึ่งในสามเทศกาลใหญ่แห่งโทโฮคุ ที่แต่งแต้มฤดูร้อนของอาโอโมริให้สดใส และเป็นเทศกาลดั้งเดิมอันทรงพลังที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมพื้นบ้านที่จับต้องไม่ได้ที่สำคัญของประเทศ
ไม่ว่าจะเป็นขบวนรถแห่เนบุตะขนาดยักษ์ ความคึกคักของฮาเนโตะ หรือการผสานกันอย่างงดงามระหว่างขบวนทางน้ำกับดอกไม้ไฟ ล้วนเป็นไฮไลต์ที่ห้ามพลาด
ในช่วงเทศกาลอะโอโมริเนบุตะ เมืองอาโอโมริทั้งเมืองจะเต็มไปด้วยพลังชีวิต และต้อนรับผู้มาเยือนอย่างอบอุ่น
หากคุณกำลังมองหาเทศกาลฤดูร้อนของญี่ปุ่นที่ควรสัมผัสสักครั้งในชีวิต อย่าพลาดมาเยือนเทศกาลอะโอโมริเนบุตะ