เพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวญี่ปุ่น!

อะชิคะงะฟลาวเวอร์พาร์ค|อุโมงค์ดอกวิสทีเรียและไฟประดับสุดโรแมนติก

อะชิคะงะฟลาวเวอร์พาร์ค|อุโมงค์ดอกวิสทีเรียและไฟประดับสุดโรแมนติก
อะชิคะงะฟลาวเวอร์พาร์ค เมืองอะชิคะงะ จังหวัดโทชิงิ เป็นสวนดอกไม้ชื่อดังของญี่ปุ่นที่มีซุ้มและอุโมงค์ดอกวิสทีเรียขนาดใหญ่ พร้อมงานไฟประดับฤดูหนาว “สวนดอกไม้แห่งแสง” สุดโรแมนติก บทความนี้แนะนำช่วงชมดอกที่สวยที่สุด ไฮไลต์ของดอกไม้ในแต่ละฤดู รายละเอียดไฟประดับ ตั๋วเข้า และวิธีเดินทางจากโตเกียว.

ไฮไลต์

อาชิคางะ ฟลาวเวอร์ พาร์ค: สรุปสั้นๆ

อาชิคางะ ฟลาวเวอร์ พาร์ค (足利フラワーパーク) เป็นแหล่งชมดอกไม้ขึ้นชื่อ ที่เที่ยวได้ทั้งวิววิสทีเรีย (ซุ้มวิสทีเรียขนาดใหญ่และอุโมงค์วิสทีเรีย) และงานไฟประดับฤดูหนาว “光の花の庭” ตามฤดูกาล

ไฮไลต์วิสทีเรีย: ซุ้มวิสทีเรียขนาดใหญ่

ซุ้มวิสทีเรียขนาดใหญ่ที่มีอายุเกิน 160 ปีให้ความอลังการ ช่วงวิสทีเรียบาน (โดยทั่วไปกลางเดือนเมษายนถึงกลางเดือนพฤษภาคม) มักมีไลต์อัปตอนกลางคืนด้วย (ขึ้นอยู่กับสภาพการบาน)

อุโมงค์วิสทีเรียสีขาว: เดินชมแบบใกล้ชิด

อุโมงค์วิสทีเรียสีขาวที่ยาวราว 80 เมตร เป็นจุดที่เดินชมได้แบบค่อยๆ เพลิดเพลิน ท่ามกลางกลิ่นหอมของดอกไม้ เหมาะกับการซึมซับบรรยากาศ

ฤดูหนาวยามค่ำ: “光の花の庭”

งานไฟประดับ “光の花の庭” ได้รับการรับรองเป็น Japan Night View Heritage (日本夜景遺産) แสงไฟราว 5 ล้านดวงสร้างเอฟเฟกต์ทั้งอุโมงค์และทุ่งดอกไม้ (ช่วงจัดงานโดยทั่วไปกลางเดือนตุลาคมถึงราวกลางเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป และอาจเปลี่ยนตามปี)

ไฮไลต์ดอกไม้ทั้งปี

ฤดูใบไม้ผลิ: วิสทีเรีย・ทิวลิป・ชาคุนาเกะ/ฤดูร้อน: กุหลาบ・ไฮเดรนเยีย・บัว/ฤดูใบไม้ร่วง: คอสมอส・ใบไม้เปลี่ยนสี/ฤดูหนาว: งานไฟประดับและดอกไม้ที่บานหน้าหนาว

การเดินทาง: จุดสำคัญ

รถไฟ: JR 両毛線 สถานี “あしかがフラワーパーク駅” เดินประมาณ 3 นาที (จากฝั่งโตเกียวโดยทั่วไปใช้เวลาราว 2 ชั่วโมงรวมเปลี่ยนขบวน แต่อาจต่างตามเส้นทาง)/รถยนต์: จาก 佐野藤岡IC ประมาณ 20 นาที มีที่จอดรถฟรี (ช่วงคนเยอะอาจมีลานชั่วคราว)

ช่วงคนเยอะ

ช่วงวิสทีเรียบาน (โดยทั่วไปกลางเดือนเมษายนถึงกลางเดือนพฤษภาคม) มักหนาแน่นมาก หากไปช่วงเปิดสวนใหม่ๆ หรือวันธรรมดาจะเดินเที่ยวได้คล่องกว่า

ข้อมูลล่าสุดโปรดตรวจสอบจากประกาศอย่างเป็นทางการหรือยืนยัน ณ สถานที่จริง

คู่มือเที่ยวอาชิกางะ ฟลาวเวอร์พาร์ค(Ashikaga Flower Park):ดอกวิสทีเรีย 4 ฤดู・จุดเด่น・วิธีไป

อาชิกางะ ฟลาวเวอร์พาร์คคืออะไร?

“อาชิกางะ ฟลาวเวอร์พาร์ค(Ashikaga Flower Park)” ตั้งอยู่ที่เมืองอาชิกางะ จังหวัดโทชิงิ เป็นสวนดอกไม้ที่มีพื้นที่ราว 100,000 ตารางเมตร และมีดอกไม้งดงามบานสะพรั่งตลอดทั้ง 4 ฤดู

ที่นี่ขึ้นชื่อเป็นพิเศษในฐานะแหล่งชม “ดอกวิสทีเรีย” โดยเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ซุ้มวิสทีเรียที่บานเต็มที่จะสร้างทัศนียภาพราวกับความฝัน

ในปี 2014 ยังเคยถูกพูดถึงในฐานะสถานที่ท่องเที่ยวของญี่ปุ่นที่ได้รับการแนะนำใน “10 จุดหมายปลายทางในฝันของโลก” ที่คัดเลือกโดย CNN สหรัฐอเมริกา จนกลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจ

นอกจากนี้ อีเวนต์ไฟประดับฤดูหนาว “สวนดอกไม้แห่งแสง ‘ฮิคาริ โนะ ฮานะ โนะ นิวะ’(Hikari no Hana no Niwa)” ยังทำให้คุณได้เพลิดเพลินกับวิวค่ำคืนที่ผสานดอกไม้และแสงไฟอย่างงดงาม

บทความนี้จะพาไปรู้จักเสน่ห์ของอาชิกางะ ฟลาวเวอร์พาร์ค จุดที่ต้องชม วิธีการเดินทาง และข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับนักท่องเที่ยว


เสน่ห์ของอาชิกางะ ฟลาวเวอร์พาร์ค

วิววิสทีเรียสุดตระการตาที่คนทั่วโลกยอมรับ

ดอกวิสทีเรียของอาชิกางะ ฟลาวเวอร์พาร์คเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากชื่นชอบ

“ซุ้มวิสทีเรียยักษ์” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสวน มีวิสทีเรียอายุกว่า 150 ปี แผ่กิ่งก้านปกคลุมพื้นที่ราว 1,000 ตารางเมตร ให้ภาพที่น่าทึ่งสุดประทับใจ

ทั้งวิสทีเรียยักษ์อย่างโนดะคิวชะคุ ฟูจิ(Noda-Kyūshaku Fuji)และยาเอะ-โคคุริว ฟูจิ(Yae-Kokuryū Fuji) รวมถึงอุโมงค์วิสทีเรียสีขาวยาวราว 80 เมตร ล้วนเป็นสปอตที่ดูเพลินและคุ้มค่าแก่การมาเยือน

ในช่วงฤดูกาลวิสทีเรีย(กลางเมษายน〜กลางพฤษภาคม)จะเริ่มจากวิสทีเรียสีชมพูอ่อน แล้วตามด้วยวิสทีเรียสีม่วง วิสทีเรียสีขาว และวิสทีเรียสีเหลืองที่ทยอยบานต่อเนื่อง ทำให้เพลิดเพลินกับสีสันของวิสทีเรียได้ยาวประมาณ 1 เดือน

ความตัดกันระหว่างดีไซน์สวนสไตล์สวนญี่ปุ่นกับดอกไม้เป็นที่นิยมในหมู่คนรักการถ่ายภาพด้วย

สวนดอกไม้ที่เพลิดเพลินได้ตลอดปี

อาชิกางะ ฟลาวเวอร์พาร์คมีดอกไม้หลากหลายบานสะพรั่งตลอดทั้งปี

  • ต้นฤดูใบไม้ผลิ(ต้นมกราคม〜ปลายกุมภาพันธ์):โบตั๋นบานฤดูหนาว、โรบัย(ดอกบ๊วยหอม)、อุเมะสีแดงเข้มทนหนาว
  • ฤดูใบไม้ผลิ(ต้นมีนาคม〜กลางพฤษภาคม):ทิวลิป、ซากุระ、วิสทีเรีย、อะซาเลีย、ชะคุนาเงะ(โรโดเดนดรอน)
  • ต้นฤดูร้อน(กลางพฤษภาคม〜ต้นกรกฎาคม):กุหลาบ、คลีมาไทส์、ฮานะโชบุ(ไอริสญี่ปุ่น)、อะจิไซ(ไฮเดรนเยีย)
  • ฤดูร้อน〜ฤดูใบไม้ร่วง(ต้นกรกฎาคม〜กลางพฤศจิกายน):สายน้ำผึ้งน้ำ(บัว) 、อเมทิสต์เซจ、กุหลาบฤดูใบไม้ร่วง
  • ฤดูหนาว(กลางตุลาคม〜กลางกุมภาพันธ์):งานไฟประดับ “สวนดอกไม้แห่งแสง” และดอกไม้บานฤดูหนาว

มีการออกแบบสวนตามธีม “8 ฤดูกาลแห่งดอกไม้” ทำให้ทุกครั้งที่มาเยือนมักได้พบความประทับใจใหม่ ๆ

ไฟประดับ “สวนดอกไม้แห่งแสง”

โดยทั่วไปตั้งแต่ช่วงกลางตุลาคมไปจนถึงกลางกุมภาพันธ์ของปีถัดไป จะมีการจัดงาน “สวนดอกไม้แห่งแสง”

ไฟ LED มากกว่า 5 ล้านดวงแต่งแต้มพื้นที่ทั้งสวน ทั้งอุโมงค์แสงและดอกไม้ไฟประดับชวนให้ผู้มาเยือนหลงใหล

ต้นสัญลักษณ์ “วิสทีเรียยักษ์แห่งปาฏิหาริย์(Kiseki no Ōfuji)” มีการจัดแสดงแบบชวนให้ดื่มด่ำ ด้วยการจัดแสงสีที่ชวนให้นึกถึงวิสทีเรียบานเต็มที่

เป็นงานที่ได้รับความนิยมทั้งในฐานะสปอตเดตสำหรับคู่รัก และเป็นกิจกรรมที่ครอบครัวก็สนุกได้


จุดเด่นที่ต้องชมในอาชิกางะ ฟลาวเวอร์พาร์ค

1. ซุ้มวิสทีเรียยักษ์

“ซุ้มวิสทีเรียยักษ์” ที่ตั้งอยู่ใจกลางสวน เป็นสปอตที่เรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของอาชิกางะ ฟลาวเวอร์พาร์ค

วิสทีเรียยักษ์ถูกย้ายและปลูกใหม่มายังตำแหน่งปัจจุบันในปี 1997 และความสำเร็จนั้นถูกเล่าขานในชื่อ “วิสทีเรียยักษ์แห่งปาฏิหาริย์”

ช่วงดอกวิสทีเรียบานจะมีการไลต์อัปตอนกลางคืนด้วย ทำให้ได้ชมบรรยากาศแฟนตาซีที่แตกต่างจากตอนกลางวัน

ช่วงสวยที่สุด:ปลายเมษายน〜ต้นพฤษภาคม(โดยประมาณ)

2. อุโมงค์วิสทีเรียสีขาว

อุโมงค์วิสทีเรียสีขาวที่ทอดยาวราว 80 เมตร เป็นหนึ่งในไฮไลท์ที่น่าประทับใจ

เดินชมได้อย่างเพลิดเพลินท่ามกลางพวงดอกสีขาวและกลิ่นหอมของวิสทีเรีย

ช่วงสวยที่สุด:ต้นพฤษภาคม(โดยประมาณ)

3. สวนกุหลาบ

เมื่อเข้าสู่ช่วง “เรนโบว์การ์เดน”(กลางพฤษภาคม〜ต้นมิถุนายน)สวนกุหลาบจะเต็มไปด้วยกุหลาบสีสันหลากหลาย

การได้ชมพร้อมกับคลีมาไทส์และชะคุนาเงะก็สวยงามเช่นกัน กลิ่นหอมของกุหลาบและงานออกแบบสวนทำให้เหมาะกับการถ่ายภาพมาก

4. โซนดอกไม้ตามฤดูกาล

ในโซนที่รวมดอกไม้ตามฤดูกาล เช่น ทิวลิป อะจิไซ และอเมทิสต์เซจ คุณจะได้เพลิดเพลินกับความหลากหลายของดอกไม้

เพราะแต่ละช่วงเวลาจะให้ภาพที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง จึงเป็นเสน่ห์ที่ทำให้อยากกลับมาเยือนอีกหลายครั้ง


วิธีเที่ยวอาชิกางะ ฟลาวเวอร์พาร์คให้คุ้ม

ตระเวนสปอตถ่ายรูป

อาชิกางะ ฟลาวเวอร์พาร์คมีสปอตถ่ายรูปแน่น ๆ

  • ซุ้มวิสทีเรียยักษ์และอุโมงค์วิสทีเรียสีขาวคือจุดถ่ายภาพที่ห้ามพลาด
  • ช่วงไฟประดับ อุโมงค์แสงและทุ่งดอกไม้แสงไฟจะเป็นฉากหลังที่ถ่ายออกมาสวยสะดุดตา
  • เอฟเฟกต์แสงที่สะท้อนบนผิวน้ำในสระก็เป็นสปอตยอดนิยมสำหรับการถ่ายภาพ

แม้ใช้สมาร์ตโฟนก็ถ่ายภาพสวยได้ จึงแนะนำให้แชร์ลงโซเชียลด้วย

พักผ่อนที่คาเฟ่พร้อมชมดอกไม้

ภายในสวนมีร้านอาหารและคาเฟ่ ให้คุณเพลิดเพลินกับอาหารและของหวานไปพร้อมกับชมดอกไม้

ในช่วงไฟประดับ อาจมีโอกาสได้ทานอาหารพร้อมชมการจัดแสดงแสงไฟด้วย

ของหวานอย่างไอศกรีมรสวิสทีเรียก็เป็นที่นิยม

ช้อปของฝากเก็บความทรงจำ

ที่ร้านของฝากของอาชิกางะ ฟลาวเวอร์พาร์คมีขนมและของใช้ธีมวิสทีเรียให้เลือกมากมาย

สินค้าออริจินัลเหมาะทั้งซื้อใช้เองและซื้อเป็นของฝาก


วิธีไปอาชิกางะ ฟลาวเวอร์พาร์ค

การเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ

  • รถไฟ
  • จากสถานี JR เรียวโมะไลน์ “สถานีอาชิกางะ ฟลาวเวอร์พาร์ค(Ashikaga Flower Park Station)” เดินประมาณ 3 นาที
  • จากฝั่งโตเกียว เส้นทางที่สะดวกคือไปเปลี่ยนเป็น JR เรียวโมะไลน์ที่สถานีโอยามะ(เวลาเดินทางอาจแตกต่างตามขบวนรถ)
  • ในฤดูวิสทีเรีย อาจมีการจัดรถไฟพิเศษหรือกำหนดให้บางขบวนจอดเป็นกรณีพิเศษ

การเดินทางด้วยรถยนต์

  • จากทางด่วนโทโฮคุ “ซาโนะ-ฟูจิโอกะ IC(Sano-Fujioka IC)” ใช้ทางหลวงหมายเลข 50 ประมาณ 20 นาที
  • จากทางด่วนคิตะคันโต “โอตะ-คิริว IC(Ōta-Kiryū IC)” ประมาณ 25 นาที และจาก “อาชิกางะ IC(Ashikaga IC)” ประมาณ 20 นาที
  • มีที่จอดรถรองรับ ช่วงพีคถนนรอบ ๆ อาจแออัด จึงแนะนำใช้ขนส่งสาธารณะหรือไปถึงแต่เช้า

ข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับนักท่องเที่ยว

ค่าเข้าชมและเวลาเปิดทำการ

ค่าเข้าชมและเวลาเปิดทำการอาจเปลี่ยนแปลงตามสภาพการบานของดอกไม้และฤดูกาล

เช่น เทศกาลวิสทีเรียยักษ์(กลางวัน)และสวนดอกไม้แห่งแสง(กลางคืน)มักมีราคาต่างกันตามช่วงเวลาและประเภท จึงควรตรวจสอบให้สอดคล้องกับช่วงที่ไปเยือน

วันปิดทำการ:อาจมีการกำหนดวันปิดทำการ

การรองรับด้านภาษา

ภายในสวนอาจมีป้ายหรือข้อมูลหลายภาษาให้บริการ

หากจำเป็น แนะนำให้ตรวจสอบบริการที่ใช้ได้ที่จุดประชาสัมพันธ์เพื่อความสบายใจ

Wi-Fi ฟรี

ภายในสวนอาจมีบริการ Wi-Fi

โปรดตรวจสอบความพร้อมใช้งานและวิธีเชื่อมต่อ ณ สถานที่จริง

มารยาทและข้อควรระวังระหว่างการเข้าชม

ภายในสวนมีบางโซนที่คำนึงถึงการเข้าถึงแบบไร้อุปสรรค ทำให้เส้นทางเหมาะกับรถเข็นและรถเข็นเด็ก

ช่วงคนหนาแน่น เพื่อความปลอดภัย อาจมีการกำหนดกฎเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์ถ่ายภาพ

การพาสัตว์เลี้ยงเข้าอาจมีเงื่อนไข จึงควรตรวจสอบล่วงหน้าเพื่อความมั่นใจ

สรุป

อาชิกางะ ฟลาวเวอร์พาร์คเป็นสวนดอกไม้ที่เพลิดเพลินกับความงดงามของดอกไม้ได้ตลอดทั้ง 4 ฤดู

ทั้ง “วิสทีเรียยักษ์แห่งปาฏิหาริย์” ไฟประดับฤดูหนาว “สวนดอกไม้แห่งแสง” และดอกไม้ตามฤดูกาล ล้วนเป็นเสน่ห์หลากหลายที่ดึงดูดผู้มาเยือน

เมื่อมีโอกาสมาเที่ยวจังหวัดโทชิงิ อย่าลืมแวะอาชิกางะ ฟลาวเวอร์พาร์ค เพื่อใช้เวลาที่แสนพิเศษและดื่มด่ำความงามของธรรมชาติญี่ปุ่น

คำถามที่พบบ่อย

ตอบ อาชิคางะ ฟลาวเวอร์พาร์ค (Ashikaga Flower Park) คือสวนดอกไม้ในเมืองอาชิคางะ จังหวัดโทจิงิ ที่ขึ้นชื่อเรื่องดอกวิสทีเรียเป็นพิเศษ พร้อมดอกไม้ตามฤดูกาลและการจัดแสงยามค่ำคืนที่ได้รับความนิยม ช่วงดอกไม้สวยสุดมักมีคนรอคิวถ่ายรูป ดังนั้นหลังเข้าสวนแล้วควรมุ่งไปโซนซุ้มวิสทีเรียก่อนจะเดินชมได้ลื่นไหลขึ้น ภายในเน้นพื้นที่กลางแจ้ง จึงควรใส่รองเท้าเดินสบาย และเตรียมกันหนาว/กันแดดเพื่อเที่ยวได้สบายขึ้น
ตอบ ค่าเข้าชมจะเปลี่ยนตามสภาพการบานของดอกไม้และอีเวนต์ โดยมีการประกาศราคาเป็นรายวันทั้งในและนอกสวน ช่วงคนแน่นมักต่อแถวยาวที่เคาน์เตอร์ แนะนำไปถึงแล้วซื้อตั๋วก่อน แล้วค่อยไปถ่ายรูปจะลื่นไหลกว่า ภายในเน้นพื้นที่กลางแจ้ง จึงควรใส่รองเท้าเดินสบาย และเตรียมกันหนาว/กันแดดเพื่อเที่ยวได้สบายขึ้น
ตอบ เวลาเปิดทำการเปลี่ยนตามฤดูกาล และในช่วงที่เปิดถึงกลางคืนจะสามารถชมงานประดับไฟ (illumination) ได้ด้วย ช่วงเย็นอากาศมักเย็นลง ควรเตรียมเสื้อคลุม และถ้าเข้าก่อนพระอาทิตย์ตกจะได้เพลิดเพลินทั้ง “ดอกไม้ตอนกลางวัน→แสงไฟตอนกลางคืน” ในทริปเดียว ภายในเน้นพื้นที่กลางแจ้ง จึงควรใส่รองเท้าเดินสบาย และเตรียมกันหนาว/กันแดดเพื่อเที่ยวได้สบายขึ้น
ตอบ สถานีใกล้ที่สุดคือสถานี JR สายเรียวโมะ “Ashikaga Flower Park Station” ซึ่งสามารถเดินจากสถานีไปได้ หากกังวลเรื่องการต่อรถ แนะนำเตรียมบัตร IC ไว้ และขากลับมักแออัด ควรกลับไปที่สถานีก่อนเวลารถออกสักหน่อยจะอุ่นใจขึ้น ภายในเน้นพื้นที่กลางแจ้ง จึงควรใส่รองเท้าเดินสบาย และเตรียมกันหนาว/กันแดดเพื่อเที่ยวได้สบายขึ้น
ตอบ ช่วงดอกวิสทีเรียพีคและวันหยุดสุดสัปดาห์จะหนาแน่นเป็นพิเศษ ช่วงที่เดินเที่ยวได้คล่องกว่ามักเป็นหลังเปิดสวนไม่นาน หรือช่วงค่ำดึกของตอนกลางคืน ภายในบางจุดเป็นทางเดินไหลทางเดียว จึงไม่ควรยืนถ่ายรูปค้างอยู่แถวทางเข้า ลองเดินเข้าด้านในก่อนแล้วค่อยย้อนกลับจะติดขัดน้อยกว่า ภายในเน้นพื้นที่กลางแจ้ง จึงควรใส่รองเท้าเดินสบาย และเตรียมกันหนาว/กันแดดเพื่อเที่ยวได้สบายขึ้น
ตอบ แม้จะแวะสั้น ๆ ก็พอชมได้ แต่พื้นที่ชมดอกไม้กว้าง และถ้าแวะกินหรือถ่ายรูปมาก ๆ เวลามักยืดเกินคาด แนะนำกำหนด “ดอกไม้ที่อยากดู” ไว้ก่อน แล้วเดินโซนซุ้มวิสทีเรียที่คนแน่นก่อน จากนั้นค่อยไปโซนแปลงดอกไม้รอบ ๆ ที่โล่งกว่า จะเที่ยวได้คุ้มขึ้น ภายในเน้นพื้นที่กลางแจ้ง จึงควรใส่รองเท้าเดินสบาย และเตรียมกันหนาว/กันแดดเพื่อเที่ยวได้สบายขึ้น
ตอบ แม้ฝนตกก็ยังชมได้ แต่ทางเดินจะลื่นง่ายเมื่อเปียก แทนร่ม แนะนำเสื้อกันฝนที่ทำให้มือว่างจะสะดวกกว่า ใต้ซุ้มวิสทีเรียมีหยดน้ำตกลงมาบ่อย หากมีกล้องควรมีปลอกคลุมแบบง่าย ๆ จะสบายใจขึ้น ภายในเน้นพื้นที่กลางแจ้ง จึงควรใส่รองเท้าเดินสบาย และเตรียมกันหนาว/กันแดดเพื่อเที่ยวได้สบายขึ้น
ตอบ เป็นย่านที่จัดทริปคู่กับแหล่งประวัติศาสตร์อย่าง โรงเรียนอาชิคางะ (Ashikaga Gakko) และวัดบันนะจิ (鑁阿寺) ได้ง่าย ช่วงดอกไม้สวยสุดการเดินทางมักคนเยอะ ควรวางแผนแบบไม่อัดแน่นเกินไป เช่น “เที่ยวช่วงเช้า→ไปสวนช่วงบ่าย” จะเหมาะกว่า ภายในเน้นพื้นที่กลางแจ้ง จึงควรใส่รองเท้าเดินสบาย และเตรียมกันหนาว/กันแดดเพื่อเที่ยวได้สบายขึ้น

จุดแนะนำใกล้เคียง

ดูบทความแนะนำในบริเวณนี้

※ เนื้อหาบทความอ้างอิงจากข้อมูล ณ เวลาที่เขียน และอาจแตกต่างจากสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ เราไม่รับประกันความถูกต้องและความสมบูรณ์ของเนื้อหาที่เผยแพร่ โปรดเข้าใจ