คู่มือเที่ยวอาชิกางะ ฟลาวเวอร์พาร์ค(Ashikaga Flower Park):ดอกวิสทีเรีย 4 ฤดู・จุดเด่น・วิธีไป
อาชิกางะ ฟลาวเวอร์พาร์คคืออะไร?
“อาชิกางะ ฟลาวเวอร์พาร์ค(Ashikaga Flower Park)” ตั้งอยู่ที่เมืองอาชิกางะ จังหวัดโทชิงิ เป็นสวนดอกไม้ที่มีพื้นที่ราว 100,000 ตารางเมตร และมีดอกไม้งดงามบานสะพรั่งตลอดทั้ง 4 ฤดู
ที่นี่ขึ้นชื่อเป็นพิเศษในฐานะแหล่งชม “ดอกวิสทีเรีย” โดยเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ซุ้มวิสทีเรียที่บานเต็มที่จะสร้างทัศนียภาพราวกับความฝัน
ในปี 2014 ยังเคยถูกพูดถึงในฐานะสถานที่ท่องเที่ยวของญี่ปุ่นที่ได้รับการแนะนำใน “10 จุดหมายปลายทางในฝันของโลก” ที่คัดเลือกโดย CNN สหรัฐอเมริกา จนกลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจ
นอกจากนี้ อีเวนต์ไฟประดับฤดูหนาว “สวนดอกไม้แห่งแสง ‘ฮิคาริ โนะ ฮานะ โนะ นิวะ’(Hikari no Hana no Niwa)” ยังทำให้คุณได้เพลิดเพลินกับวิวค่ำคืนที่ผสานดอกไม้และแสงไฟอย่างงดงาม
บทความนี้จะพาไปรู้จักเสน่ห์ของอาชิกางะ ฟลาวเวอร์พาร์ค จุดที่ต้องชม วิธีการเดินทาง และข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับนักท่องเที่ยว

เสน่ห์ของอาชิกางะ ฟลาวเวอร์พาร์ค
วิววิสทีเรียสุดตระการตาที่คนทั่วโลกยอมรับ
ดอกวิสทีเรียของอาชิกางะ ฟลาวเวอร์พาร์คเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากชื่นชอบ
“ซุ้มวิสทีเรียยักษ์” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสวน มีวิสทีเรียอายุกว่า 150 ปี แผ่กิ่งก้านปกคลุมพื้นที่ราว 1,000 ตารางเมตร ให้ภาพที่น่าทึ่งสุดประทับใจ
ทั้งวิสทีเรียยักษ์อย่างโนดะคิวชะคุ ฟูจิ(Noda-Kyūshaku Fuji)และยาเอะ-โคคุริว ฟูจิ(Yae-Kokuryū Fuji) รวมถึงอุโมงค์วิสทีเรียสีขาวยาวราว 80 เมตร ล้วนเป็นสปอตที่ดูเพลินและคุ้มค่าแก่การมาเยือน
ในช่วงฤดูกาลวิสทีเรีย(กลางเมษายน〜กลางพฤษภาคม)จะเริ่มจากวิสทีเรียสีชมพูอ่อน แล้วตามด้วยวิสทีเรียสีม่วง วิสทีเรียสีขาว และวิสทีเรียสีเหลืองที่ทยอยบานต่อเนื่อง ทำให้เพลิดเพลินกับสีสันของวิสทีเรียได้ยาวประมาณ 1 เดือน
ความตัดกันระหว่างดีไซน์สวนสไตล์สวนญี่ปุ่นกับดอกไม้เป็นที่นิยมในหมู่คนรักการถ่ายภาพด้วย
สวนดอกไม้ที่เพลิดเพลินได้ตลอดปี
อาชิกางะ ฟลาวเวอร์พาร์คมีดอกไม้หลากหลายบานสะพรั่งตลอดทั้งปี
- ต้นฤดูใบไม้ผลิ(ต้นมกราคม〜ปลายกุมภาพันธ์):โบตั๋นบานฤดูหนาว、โรบัย(ดอกบ๊วยหอม)、อุเมะสีแดงเข้มทนหนาว
- ฤดูใบไม้ผลิ(ต้นมีนาคม〜กลางพฤษภาคม):ทิวลิป、ซากุระ、วิสทีเรีย、อะซาเลีย、ชะคุนาเงะ(โรโดเดนดรอน)
- ต้นฤดูร้อน(กลางพฤษภาคม〜ต้นกรกฎาคม):กุหลาบ、คลีมาไทส์、ฮานะโชบุ(ไอริสญี่ปุ่น)、อะจิไซ(ไฮเดรนเยีย)
- ฤดูร้อน〜ฤดูใบไม้ร่วง(ต้นกรกฎาคม〜กลางพฤศจิกายน):สายน้ำผึ้งน้ำ(บัว) 、อเมทิสต์เซจ、กุหลาบฤดูใบไม้ร่วง
- ฤดูหนาว(กลางตุลาคม〜กลางกุมภาพันธ์):งานไฟประดับ “สวนดอกไม้แห่งแสง” และดอกไม้บานฤดูหนาว
มีการออกแบบสวนตามธีม “8 ฤดูกาลแห่งดอกไม้” ทำให้ทุกครั้งที่มาเยือนมักได้พบความประทับใจใหม่ ๆ
ไฟประดับ “สวนดอกไม้แห่งแสง”
โดยทั่วไปตั้งแต่ช่วงกลางตุลาคมไปจนถึงกลางกุมภาพันธ์ของปีถัดไป จะมีการจัดงาน “สวนดอกไม้แห่งแสง”
ไฟ LED มากกว่า 5 ล้านดวงแต่งแต้มพื้นที่ทั้งสวน ทั้งอุโมงค์แสงและดอกไม้ไฟประดับชวนให้ผู้มาเยือนหลงใหล
ต้นสัญลักษณ์ “วิสทีเรียยักษ์แห่งปาฏิหาริย์(Kiseki no Ōfuji)” มีการจัดแสดงแบบชวนให้ดื่มด่ำ ด้วยการจัดแสงสีที่ชวนให้นึกถึงวิสทีเรียบานเต็มที่
เป็นงานที่ได้รับความนิยมทั้งในฐานะสปอตเดตสำหรับคู่รัก และเป็นกิจกรรมที่ครอบครัวก็สนุกได้

จุดเด่นที่ต้องชมในอาชิกางะ ฟลาวเวอร์พาร์ค
1. ซุ้มวิสทีเรียยักษ์
“ซุ้มวิสทีเรียยักษ์” ที่ตั้งอยู่ใจกลางสวน เป็นสปอตที่เรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของอาชิกางะ ฟลาวเวอร์พาร์ค
วิสทีเรียยักษ์ถูกย้ายและปลูกใหม่มายังตำแหน่งปัจจุบันในปี 1997 และความสำเร็จนั้นถูกเล่าขานในชื่อ “วิสทีเรียยักษ์แห่งปาฏิหาริย์”
ช่วงดอกวิสทีเรียบานจะมีการไลต์อัปตอนกลางคืนด้วย ทำให้ได้ชมบรรยากาศแฟนตาซีที่แตกต่างจากตอนกลางวัน
ช่วงสวยที่สุด:ปลายเมษายน〜ต้นพฤษภาคม(โดยประมาณ)
2. อุโมงค์วิสทีเรียสีขาว
อุโมงค์วิสทีเรียสีขาวที่ทอดยาวราว 80 เมตร เป็นหนึ่งในไฮไลท์ที่น่าประทับใจ
เดินชมได้อย่างเพลิดเพลินท่ามกลางพวงดอกสีขาวและกลิ่นหอมของวิสทีเรีย
ช่วงสวยที่สุด:ต้นพฤษภาคม(โดยประมาณ)
3. สวนกุหลาบ
เมื่อเข้าสู่ช่วง “เรนโบว์การ์เดน”(กลางพฤษภาคม〜ต้นมิถุนายน)สวนกุหลาบจะเต็มไปด้วยกุหลาบสีสันหลากหลาย
การได้ชมพร้อมกับคลีมาไทส์และชะคุนาเงะก็สวยงามเช่นกัน กลิ่นหอมของกุหลาบและงานออกแบบสวนทำให้เหมาะกับการถ่ายภาพมาก
4. โซนดอกไม้ตามฤดูกาล
ในโซนที่รวมดอกไม้ตามฤดูกาล เช่น ทิวลิป อะจิไซ และอเมทิสต์เซจ คุณจะได้เพลิดเพลินกับความหลากหลายของดอกไม้
เพราะแต่ละช่วงเวลาจะให้ภาพที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง จึงเป็นเสน่ห์ที่ทำให้อยากกลับมาเยือนอีกหลายครั้ง

วิธีเที่ยวอาชิกางะ ฟลาวเวอร์พาร์คให้คุ้ม
ตระเวนสปอตถ่ายรูป
อาชิกางะ ฟลาวเวอร์พาร์คมีสปอตถ่ายรูปแน่น ๆ
- ซุ้มวิสทีเรียยักษ์และอุโมงค์วิสทีเรียสีขาวคือจุดถ่ายภาพที่ห้ามพลาด
- ช่วงไฟประดับ อุโมงค์แสงและทุ่งดอกไม้แสงไฟจะเป็นฉากหลังที่ถ่ายออกมาสวยสะดุดตา
- เอฟเฟกต์แสงที่สะท้อนบนผิวน้ำในสระก็เป็นสปอตยอดนิยมสำหรับการถ่ายภาพ
แม้ใช้สมาร์ตโฟนก็ถ่ายภาพสวยได้ จึงแนะนำให้แชร์ลงโซเชียลด้วย
พักผ่อนที่คาเฟ่พร้อมชมดอกไม้
ภายในสวนมีร้านอาหารและคาเฟ่ ให้คุณเพลิดเพลินกับอาหารและของหวานไปพร้อมกับชมดอกไม้
ในช่วงไฟประดับ อาจมีโอกาสได้ทานอาหารพร้อมชมการจัดแสดงแสงไฟด้วย
ของหวานอย่างไอศกรีมรสวิสทีเรียก็เป็นที่นิยม
ช้อปของฝากเก็บความทรงจำ
ที่ร้านของฝากของอาชิกางะ ฟลาวเวอร์พาร์คมีขนมและของใช้ธีมวิสทีเรียให้เลือกมากมาย
สินค้าออริจินัลเหมาะทั้งซื้อใช้เองและซื้อเป็นของฝาก

วิธีไปอาชิกางะ ฟลาวเวอร์พาร์ค
การเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ
- รถไฟ:
- จากสถานี JR เรียวโมะไลน์ “สถานีอาชิกางะ ฟลาวเวอร์พาร์ค(Ashikaga Flower Park Station)” เดินประมาณ 3 นาที
- จากฝั่งโตเกียว เส้นทางที่สะดวกคือไปเปลี่ยนเป็น JR เรียวโมะไลน์ที่สถานีโอยามะ(เวลาเดินทางอาจแตกต่างตามขบวนรถ)
- ในฤดูวิสทีเรีย อาจมีการจัดรถไฟพิเศษหรือกำหนดให้บางขบวนจอดเป็นกรณีพิเศษ
การเดินทางด้วยรถยนต์
- จากทางด่วนโทโฮคุ “ซาโนะ-ฟูจิโอกะ IC(Sano-Fujioka IC)” ใช้ทางหลวงหมายเลข 50 ประมาณ 20 นาที
- จากทางด่วนคิตะคันโต “โอตะ-คิริว IC(Ōta-Kiryū IC)” ประมาณ 25 นาที และจาก “อาชิกางะ IC(Ashikaga IC)” ประมาณ 20 นาที
- มีที่จอดรถรองรับ ช่วงพีคถนนรอบ ๆ อาจแออัด จึงแนะนำใช้ขนส่งสาธารณะหรือไปถึงแต่เช้า
ข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับนักท่องเที่ยว
ค่าเข้าชมและเวลาเปิดทำการ
ค่าเข้าชมและเวลาเปิดทำการอาจเปลี่ยนแปลงตามสภาพการบานของดอกไม้และฤดูกาล
เช่น เทศกาลวิสทีเรียยักษ์(กลางวัน)และสวนดอกไม้แห่งแสง(กลางคืน)มักมีราคาต่างกันตามช่วงเวลาและประเภท จึงควรตรวจสอบให้สอดคล้องกับช่วงที่ไปเยือน
วันปิดทำการ:อาจมีการกำหนดวันปิดทำการ
การรองรับด้านภาษา
ภายในสวนอาจมีป้ายหรือข้อมูลหลายภาษาให้บริการ
หากจำเป็น แนะนำให้ตรวจสอบบริการที่ใช้ได้ที่จุดประชาสัมพันธ์เพื่อความสบายใจ
Wi-Fi ฟรี
ภายในสวนอาจมีบริการ Wi-Fi
โปรดตรวจสอบความพร้อมใช้งานและวิธีเชื่อมต่อ ณ สถานที่จริง
มารยาทและข้อควรระวังระหว่างการเข้าชม
ภายในสวนมีบางโซนที่คำนึงถึงการเข้าถึงแบบไร้อุปสรรค ทำให้เส้นทางเหมาะกับรถเข็นและรถเข็นเด็ก
ช่วงคนหนาแน่น เพื่อความปลอดภัย อาจมีการกำหนดกฎเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์ถ่ายภาพ
การพาสัตว์เลี้ยงเข้าอาจมีเงื่อนไข จึงควรตรวจสอบล่วงหน้าเพื่อความมั่นใจ
สรุป
อาชิกางะ ฟลาวเวอร์พาร์คเป็นสวนดอกไม้ที่เพลิดเพลินกับความงดงามของดอกไม้ได้ตลอดทั้ง 4 ฤดู
ทั้ง “วิสทีเรียยักษ์แห่งปาฏิหาริย์” ไฟประดับฤดูหนาว “สวนดอกไม้แห่งแสง” และดอกไม้ตามฤดูกาล ล้วนเป็นเสน่ห์หลากหลายที่ดึงดูดผู้มาเยือน
เมื่อมีโอกาสมาเที่ยวจังหวัดโทชิงิ อย่าลืมแวะอาชิกางะ ฟลาวเวอร์พาร์ค เพื่อใช้เวลาที่แสนพิเศษและดื่มด่ำความงามของธรรมชาติญี่ปุ่น