โทจิโอโตเมะ(Tochiotome)คืออะไร?
“โทจิโอโตเมะ” เป็นหนึ่งในสายพันธุ์สตรอว์เบอร์รีที่ได้รับความนิยมทั่วญี่ปุ่น และเป็นสายพันธุ์ที่พัฒนาขึ้นในจังหวัดโทจิกิ(Tochigi)
จุดเด่นคือความสมดุลระหว่างรสหวานกับรสเปรี้ยว สีแดงสด และเนื้อสัมผัสฉ่ำน้ำ
เป็นสายพันธุ์ที่ขึ้นทะเบียนในช่วงทศวรรษ 1990 และปัจจุบันก็ยังมีการเพาะปลูกในหลายพื้นที่
จังหวัดโทจิกิเป็นหนึ่งในแหล่งปลูกสตรอว์เบอร์รีชั้นนำของญี่ปุ่น และยังมักถูกประชาสัมพันธ์ในฐานะ“อาณาจักรสตรอว์เบอร์รี”
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักเสน่ห์ของโทจิโอโตเมะ วิธีทานให้อร่อย และประสบการณ์เก็บสตรอว์เบอร์รีที่สามารถเพลิดเพลินได้ในโทจิกิอย่างละเอียด

เสน่ห์ของโทจิโอโตเมะ
1. จุดเด่นของโทจิโอโตเมะและเคล็ดลับความอร่อย
โทจิโอโตเมะได้รับการพัฒนาจากสถาบันวิจัยของจังหวัดโทจิกิ โดยมีการกล่าวกันว่าเป็นสายพันธุ์ที่ได้จากการผสมระหว่าง “คุรุเมะ 49 โก(Kurume 49-gō)” กับ “โทจิโนะมิเนะ(Tochi-no-mine)”
เป็นสายพันธุ์สตรอว์เบอร์รีที่ขึ้นทะเบียนในช่วงทศวรรษ 1990 และแพร่หลายในฐานะสายพันธุ์ที่เข้ามาแทน “เนียวโฮ(Nyohō)” ซึ่งเคยเป็นสายพันธุ์หลักในฝั่งตะวันออกของญี่ปุ่น
จุดเด่นของโทจิโอโตเมะ
✅ รสหวานและเปรี้ยวสมดุล:มักถูกมองว่ามีความหวานเด่นและมีรสเปรี้ยวกำลังดี
✅ ฉ่ำน้ำและเนื้อแน่นเคี้ยวเพลิน:มักถูกแนะนำว่ามีเนื้อแน่นและมีน้ำมาก จึงให้สัมผัสที่เต็มคำ
✅ สีแดงสดและทรงสวย:มีรูปทรงกรวย ดูสวยงามสม่ำเสมอ และเหมาะกับการใช้ตกแต่งขนม
✅ ใช้งานง่ายหลากหลายเมนู:เป็นสายพันธุ์ที่นำไปใช้ได้กว้าง ตั้งแต่ทานเองที่บ้านไปจนถึงทำขนมหวาน
โทจิโอโตเมะไม่เพียงอร่อยเมื่อทานสด แต่ยังเข้ากันได้ดีกับขนมหวานและเครื่องดื่มหลากหลายแบบ
2. ทำไมจังหวัดโทจิกิจึงเป็นแหล่งสตรอว์เบอร์รีชื่อดัง
เหตุผลที่จังหวัดโทจิกิถูกเรียกว่า “อาณาจักรสตรอว์เบอร์รี” มาจากประวัติการเพาะปลูกอันยาวนานและขนาดของแหล่งผลิต
① ขนาดการผลิตในฐานะแหล่งปลูกสตรอว์เบอร์รี
- จังหวัดโทจิกิเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งปลูกสตรอว์เบอร์รีชั้นนำของญี่ปุ่น
- มีการเพาะปลูกสตรอว์เบอร์รีมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน
② สภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการปลูกสตรอว์เบอร์รี
- สภาพอากาศอย่างแสงแดดในฤดูหนาวและอุณหภูมิที่ต่างกันระหว่างกลางวันกับกลางคืน เหมาะกับการปลูกสตรอว์เบอร์รีตามที่มักกล่าวกัน
- ดินและแหล่งน้ำในท้องถิ่นก็เป็นปัจจัยที่ช่วยสร้างพื้นที่เพาะปลูกคุณภาพ
③ ไลน์อัปสายพันธุ์ที่หลากหลาย
- นอกจากโทจิโอโตเมะแล้ว ยังมีการปลูกหลายสายพันธุ์ เช่น “สกายเบอร์รี(Skyberry)” “มิลกีเบอร์รี(Milky Berry)” และ “โทจิไอกะ(Tochiaika)”
- ภายในจังหวัดโทจิกิมีสวนเก็บสตรอว์เบอร์รีจำนวนมาก จึงเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวด้วย
3. วิธีอร่อยที่แนะนำในการกินโทจิโอโตเมะ
โทจิโอโตเมะไม่ได้อร่อยแค่ทานสด แต่ยังสามารถเพลิดเพลินได้หลายรูปแบบ
① กินสดแบบง่ายๆ
ถ้าอยากลิ้มรสเสน่ห์ของโทจิโอโตเมะ การล้างแล้วทานสดทันทีคือวิธีที่ง่ายที่สุด
บางคนรู้สึกว่าหากแช่เย็นไว้ก่อน จะยิ่งช่วยดึงความหวานให้ออกมาชัดขึ้น
ปลายผลด้านตรงข้ามขั้วมักรับรู้รสหวานได้เด่นกว่า ดังนั้นหากเริ่มทานจากด้านขั้ว ก็จะได้สัมผัสความเปลี่ยนแปลงของรสชาติจนคำสุดท้าย
② กินคู่กับนมข้นหวานหรือโยเกิร์ต
รสเปรี้ยวกำลังดีของมันมักถูกมองว่าเข้ากันได้ดีกับนมข้นหวานและโยเกิร์ต
- สตรอว์เบอร์รี+นมข้นหวาน:เพิ่มความหวานและให้รสชาติเข้มข้นขึ้น
- สตรอว์เบอร์รี+โยเกิร์ต:ให้รสหลังทานที่สดชื่นเบาสบาย
③ เพลิดเพลินในรูปแบบขนมสตรอว์เบอร์รี
- สตรอว์เบอร์รีชอร์ตเค้ก:เข้ากันได้ดีกับเนื้อเค้กสปันจ์
- พาร์เฟต์สตรอว์เบอร์รี:จับคู่กับวิปครีมหรือไอศกรีมเป็นขนมสุดหรู
- แยมสตรอว์เบอร์รี:ด้วยความหวานตามธรรมชาติ จึงเหมาะทำเป็นแยมโฮมเมด
④ สตรอว์เบอร์รีมิลค์และสมูทตี้
หากนำโทจิโอโตเมะไปปั่นแล้วผสมกับนมหรือโยเกิร์ต ก็สามารถเพลิดเพลินได้ในรูปแบบสตรอว์เบอร์รีมิลค์หรือสมูทตี้
หากผลมีความหวานมาก ก็สามารถลดน้ำตาลลงได้และยังทำออกมาได้อร่อยง่าย

ประสบการณ์เก็บสตรอว์เบอร์รีที่เพลิดเพลินได้ในจังหวัดโทจิกิ
1. ช่วงที่ดีที่สุดสำหรับเก็บสตรอว์เบอร์รี
ในจังหวัดโทจิกิ มีสวนหลายแห่งที่สามารถเพลิดเพลินกับการเก็บสตรอว์เบอร์รีได้ตั้งแต่ฤดูหนาวถึงฤดูใบไม้ผลิ
ความหวานที่รับรู้ได้จะแตกต่างกันตามสายพันธุ์ ช่วงเวลา และสภาพการปลูก ดังนั้นการไปชิมเปรียบเทียบที่หน้างานก็เป็นอีกหนึ่งความสนุก
2. จุดเก็บสตรอว์เบอร์รีแนะนำ
✅ อิจิโกะโนะซาโตะ(Ichigo-no-Sato)(เมืองโอยามะ/Oyama)
- เป็นสถานที่ที่รู้จักกันดีว่าสามารถสัมผัสประสบการณ์เก็บสตรอว์เบอร์รีได้
- บางช่วงอาจมีแพ็กเกจกินไม่อั้นให้เลือก(รายละเอียดจะแตกต่างกันตามฤดูกาล)
- นอกจากโทจิโอโตเมะแล้ว บางครั้งยังสามารถชิมเทียบหลายสายพันธุ์ได้
✅ มิจิโนะเอกิ ชิโมสึเกะ(Michi-no-Eki Shimotsuke)(เมืองชิโมสึเกะ/Shimotsuke)
- สามารถซื้อสตรอว์เบอร์รีได้ที่โซนจำหน่ายผลผลิต
- บางช่วงอาจมีขนมหวานที่ใช้สตรอว์เบอร์รีวางขายด้วย
✅ นิกโกสตรอว์เบอร์รีพาร์ก(Nikkō Strawberry Park)(เมืองนิกโก/Nikkō)
- สามารถเที่ยวคู่กับทริปในโซนนิกโกได้อย่างลงตัว
- มักถูกแนะนำว่าเป็นสถานที่ที่สามารถลองเก็บสตรอว์เบอร์รีได้
ค่าบริการเก็บสตรอว์เบอร์รีจะแตกต่างกันไปตามฤดูกาลและแต่ละสวน แต่โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 1,500〜2,500 เยนต่อผู้ใหญ่ 1 คน
สวนยอดนิยมหลายแห่งมักเป็นระบบจองล่วงหน้า จึงควรตรวจสอบเว็บไซต์ทางการก่อนเดินทาง

ข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับนักท่องเที่ยว
ข้อมูลการเดินทาง(วิธีไปจังหวัดโทจิกิ)
เดินทางด้วยรถไฟ
- จากโตเกียว:นั่งโทโฮคุชินคันเซ็นไปยังสถานีอุสึโนะมิยะ(Utsunomiya Station)ประมาณ 50 นาที
- จากโอซาก้า:นั่งโทไคโดชินคันเซ็นไปยังสถานีโตเกียวประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง → ต่อโทโฮคุชินคันเซ็นไปยังสถานีอุสึโนะมิยะ
เดินทางด้วยรถยนต์
- จากโตเกียว:ใช้ทางด่วนโทโฮคุไปยังอุสึโนะมิยะ IC ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
ข้อควรรู้ก่อนเก็บสตรอว์เบอร์รี
- ภายในโรงเรือนมักค่อนข้างอุ่น แนะนำให้ใส่เสื้อผ้าที่ถอดง่าย
- ใส่รองเท้าที่เดินสะดวกจะอุ่นใจกว่า
- ภาชนะสำหรับใส่ขั้วสตรอว์เบอร์รีอาจมีหรือไม่มี ขึ้นอยู่กับแต่ละสวน
ข้อมูล Wi-Fi
- สถานีหลักอย่างสถานีอุสึโนะมิยะและสถานีโอยามะอาจมี Wi-Fi ฟรีให้บริการ
- สวนเก็บสตรอว์เบอร์รีมักไม่มี Wi-Fi จึงควรดาวน์โหลดแผนที่ไว้ล่วงหน้า
การรองรับด้านภาษา
- ที่ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวอาจมีแผ่นพับภาษาอังกฤษเตรียมไว้
- การรองรับด้านภาษาของสวนเก็บสตรอว์เบอร์รีจะแตกต่างกันไปตามแต่ละสถานที่
สรุป
โทจิโอโตเมะเป็นสายพันธุ์สตรอว์เบอร์รีจากโทจิกิที่มักได้รับการยกย่องว่ามีความสมดุลระหว่างรสหวานและรสเปรี้ยวอย่างลงตัว
ในจังหวัดโทจิกิ คุณสามารถเพลิดเพลินได้ทั้งประสบการณ์เก็บสตรอว์เบอร์รีและขนมหวานที่ทำจากสตรอว์เบอร์รี
เพราะมีการปลูกหลายสายพันธุ์ การชิมเปรียบเทียบเพื่อหาสายพันธุ์ที่ชอบก็เป็นอีกหนึ่งความสนุก
หากได้มาเที่ยวโทจิกิ อย่าพลาดไปสัมผัสเสน่ห์ของสตรอว์เบอร์รีโทจิกิ รวมถึงโทจิโอโตเมะด้วยตัวเอง