เพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวญี่ปุ่น!

อุทยานแห่งชาตินิกโก้|มรดกโลก วัด ศาลเจ้า น้ำตก และธรรมชาติสี่ฤดู

อุทยานแห่งชาตินิกโก้|มรดกโลก วัด ศาลเจ้า น้ำตก และธรรมชาติสี่ฤดู
อุทยานแห่งชาตินิกโก้ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดโทจิกิและรอบ ๆ รวมทั้งกลุ่มวัด–ศาลเจ้ามรดกโลก น้ำตกเคงงน (Kegon Falls) ทะเลสาบชูเซนจิ และทุ่งชุ่มน้ำเซ็นโจงาฮาระ. บทความนี้รวบรวมไฮไลต์ของวัดและธรรมชาติ จุดชมวิวในแต่ละฤดู เส้นทางเดินเขาและบ่อน้ำพุร้อน รวมถึงวิธีเดินทางจากโตเกียว เหมาะสำหรับคนที่อยากเที่ยวญี่ปุ่นแบบใกล้ชิดทั้งธรรมชาติและประวัติศาสตร์.

ไฮไลต์

อุทยานแห่งชาตินิกโก

อุทยานแห่งชาตินิกโกมีทั้งกลุ่มศาลเจ้าและวัดมรดกโลก และธรรมชาติอย่างน้ำตก ทะเลสาบ และพื้นที่ชุ่มน้ำ ทำให้เที่ยวได้ทั้งธรรมชาติและประวัติศาสตร์ในทริปเดียว

จุดชมวิวเด่น

น้ำตกเคกง (สูง 97m)・ทะเลสาบชูเซ็นจิ (ระดับความสูง 1,269m)・ที่ราบเซ็นโจงาฮาระ (ระดับความสูง 1,400m)・น้ำตกริวซุ เป็นเส้นทางยอดนิยม

โซนมรดกโลก

บริเวณ “ศาลเจ้าและวัดแห่งนิกโก” เช่น ศาลเจ้านิกโกโทโชกุ ศาลเจ้าฟุตาระซัง และวัดรินโนจิ รวมอยู่ในพื้นที่เดียว มีงานแกะสลักและอาคารศาลเจ้าที่น่าชมมาก

ไฮไลต์ตามฤดูกาล

ฤดูใบไม้ผลิมีซากุระและอาซาเลีย ฤดูร้อนเหมาะหนีร้อน ฤดูใบไม้ร่วงมีใบไม้แดง (ช่วงสวยโดยทั่วไปกลางตุลาคม〜ต้นพฤศจิกายน) ฤดูหนาวชมวิวหิมะและน้ำตกที่จับตัวเป็นน้ำแข็งได้

กิจกรรม

เส้นทางเดินเขาเซ็นโจงาฮาระประมาณ 2 ชั่วโมง/เส้นทางน้ำตกริวซุ〜น้ำตกยุทากิประมาณ 3 ชั่วโมง/การปีนเขาอย่างภูเขานันไต (ระดับความสูง 2,486m) เป็นต้น

การเดินทาง

จากโตเกียว นั่งรถด่วนพิเศษโทบุ “Spacia” ประมาณ 2 ชั่วโมง/รถยนต์เข้าทางคิโยทากิ IC รวมประมาณ 2 ชั่วโมง

ปิดทริปด้วยออนเซ็น

มีแหล่งออนเซ็นอย่างนิกโกยุโมโตะออนเซ็น เหมาะสำหรับพักผ่อนหลังเดินเที่ยวธรรมชาติ

ข้อมูลล่าสุดโปรดตรวจสอบจากประกาศอย่างเป็นทางการหรือยืนยัน ณ สถานที่จริง

อุทยานแห่งชาตินิกโกะ(Nikkō Kokuritsu Kōen)คืออะไร?

อุทยานแห่งชาตินิกโก เป็นอุทยานธรรมชาติขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมพื้นที่หลักในจังหวัดโทจิงิ(Tochigi)และยังทอดยาวไปถึงจังหวัดกุนมะ(Gunma)・ฟุกุชิมะ(Fukushima)

มีพื้นที่ 114,908 เฮกตาร์(ประมาณ 1,149 ตารางกิโลเมตร)และมีจุดชมวิวระดับตัวแทนของญี่ปุ่นกระจายอยู่ทั่ว เช่น มรดกโลก “ศาลเจ้าและวัดแห่งนิกโกะ”、น้ำตกเคงง(Kegon-no-taki)、ทะเลสาบชูเซ็นจิ(Chūzenji-ko)、ที่ราบชุ่มน้ำเซ็นโจงะฮาระ(Senjōgahara) เป็นต้น

สามารถเพลิดเพลินกับวิวสวยของทั้งสี่ฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นใบไม้เขียวสดของฤดูใบไม้ผลิ、หนีร้อนในฤดูร้อน、ใบไม้เปลี่ยนสี(ใบไม้เปลี่ยนสี/โคโย)ในฤดูใบไม้ร่วง、หิมะในฤดูหนาว มาเมื่อไรก็ได้ภาพประทับใจ

บทความนี้จะพาไปรู้จักเสน่ห์ จุดแนะนำ และข้อมูลการเดินทาง(วิธีไป)ของอุทยานแห่งชาตินิกโกะแบบละเอียด!


เสน่ห์ของอุทยานแห่งชาตินิกโกะ: มรดกโลก・ธรรมชาติ・กิจกรรม

1. มรดกโลก “ศาลเจ้าและวัดแห่งนิกโกะ” กับสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์

ภายในอุทยานแห่งชาตินิกโกะมี “ศาลเจ้าและวัดแห่งนิกโกะ” ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 1999

บริเวณนี้รวมสิ่งก่อสร้างสำคัญทางประวัติศาสตร์ไว้มากมาย เช่น ศาลเจ้านิกโกะโทโชกู(Nikkō Tōshō-gū)、ศาลเจ้าฟุตาระซัง(Futarasan-jinja)、วัดรินโนจิ(Rinnō-ji)

① ศาลเจ้านิกโกะโทโชกู

  • ศาลเจ้าที่ประดิษฐานโทคุงาวะ อิเอยาสุ
  • มีงานแกะสลักชื่อดัง “สามลิง” ที่ว่าไม่ดู・ไม่พูด・ไม่ฟัง และ “แมวนอนหลับ”
  • มีเจดีย์ห้าชั้น ประตูโยเมมง และจุดชมอื่น ๆ อีกมาก

② ศาลเจ้าฟุตาระซัง

  • พาวเวอร์สปอตด้านความรักและการขอพรเรื่องคู่ครอง
  • ภายในมีต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ขนาดใหญ่และ “ต้นสนคู่สามีภรรยา” เป็นที่นิยมในหมู่คู่รัก

③ วัดรินโนจิ

  • วัดนิกายเทนไดที่มีประวัติยาวนานกว่า 1,200 ปี
  • เรียนรู้ประวัติที่เกี่ยวข้องกับตระกูลโทคุงาวะได้

2. จุดชมวิวธรรมชาติสุดอลังการ

อุทยานแห่งชาตินิกโกะมีจุดชมวิวธรรมชาติระดับตำนาน มากมาย

① น้ำตกเคงง

  • หนึ่งใน “น้ำตกชื่อดัง 3 แห่งของญี่ปุ่น” สูง 97 เมตร
  • ลงลิฟต์(มีค่าใช้จ่าย)ไปยังจุดชมใกล้แอ่งน้ำตก จะได้สัมผัสความยิ่งใหญ่แบบใกล้ชิด
  • วิวสวยได้ทุกฤดูกาล โดยเฉพาะฤดูหนาวที่เกิด “น้ำตกน้ำแข็ง(Hyōbaku)” น่าตื่นตา

② ทะเลสาบชูเซ็นจิ

  • ทะเลสาบบนที่สูงของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 1,269 เมตร
  • เป็นสปอตรีสอร์ตที่มีกิจกรรมเรือชมวิวและพายแคนู
  • มีประวัติเป็นเมืองตากอากาศนานาชาติ เพราะช่วงเมจิถึงต้นโชวะมีบ้านพักตากอากาศของสถานทูตหลายประเทศสร้างไว้

③ เซ็นโจงะฮาระ

  • พื้นที่ชุ่มน้ำกว้างใหญ่ที่ระดับความสูงราว 1,400 เมตร
  • มีทางเดินไม้(boardwalk)พร้อม เหมาะกับเดินเทรคกิ้งและดูนก
  • มีพืชมากกว่า 350 ชนิด และในเดือนมิถุนายนจะเป็นช่วงชมดอกวาตะสุเกะและดอกซูมิ(Zumi)

④ น้ำตกริวซุ

  • ได้ชื่อจากรูปทรงที่ดูเหมือน “หัวมังกร”
  • ยังเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสี(ใบไม้เปลี่ยนสี/โคโย)ที่มีชื่อเสียง


3. เพลิดเพลินกับวิวสวย 4 ฤดูกาล

อุทยานแห่งชาตินิกโกะมีเสน่ห์ต่างกันไปตามฤดูกาล

① ฤดูใบไม้ผลิ(มีนาคม–พฤษภาคม)

  • ซากุระและอาซาเลียบาน ใบไม้เขียวสดสวย
  • เหมาะกับล่องเรือชมวิวและเดินไฮกิ้ง

② ฤดูร้อน(มิถุนายน–สิงหาคม)

  • อากาศเย็นสบาย เป็นที่นิยมสำหรับหนีร้อน
  • เพลิดเพลินกับฤดูร้อนสดชื่นที่ทะเลสาบชูเซ็นจิและน้ำตกเคงง

③ ฤดูใบไม้ร่วง(กันยายน–พฤศจิกายน)

  • หนึ่งในสปอตใบไม้เปลี่ยนสี(ใบไม้เปลี่ยนสี/โคโย)ที่ขึ้นชื่อของญี่ปุ่น!
  • ช่วงพีกต่างกันตามพื้นที่ โดยจะเริ่มเปลี่ยนสีจากโอกุนิกโกะไปสู่ย่านเมืองทีละระดับ

④ ฤดูหนาว(ธันวาคม–กุมภาพันธ์)

  • วิวหิมะและน้ำตกน้ำแข็งให้บรรยากาศแฟนตาซี
  • เป็นฤดูกาลที่เหมาะกับการแช่ออนเซ็นด้วย

4. สนุกกับกิจกรรมเอาต์ดอร์ให้เต็มที่

ที่อุทยานแห่งชาตินิกโกะสามารถทำกิจกรรมได้หลากหลาย เช่น ไฮกิ้ง・ปีนเขา・แคมป์ปิ้ง・ออนเซ็น

เส้นทางเทรคกิ้ง(สำหรับมือใหม่)

  • เส้นทางไฮกิ้งเซ็นโจงะฮาระ(ประมาณ 2 ชั่วโมง):เส้นทางวิวสวยรอบพื้นที่ชุ่มน้ำ
  • เส้นทางน้ำตกริวซุ–น้ำตกยู(Yudaki)(ประมาณ 3 ชั่วโมง):รูทที่ได้ชมทั้งน้ำตกและทะเลสาบ

ปีนเขา(สำหรับระดับสูง)

  • ภูเขานันไต(Nantai-san)(สูง 2,486 ม.):ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ตัวแทนนิกโกะ เป็นที่นิยมในหมู่นักปีนเขา

ออนเซ็น(สำหรับคนอยากพักผ่อน)

  • นิกโกะ ยูโมโตะ ออนเซ็น(Nikkō Yumoto Onsen):ออนเซ็นชื่อดัง มีทั้งสถานที่แช่แบบไปเช้าเย็นกลับ

5. ขับรถเที่ยวถนนอิโรฮะซากะ

ถนนชื่อดังของนิกโกะที่เชื่อมสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ คือ“อิโรฮะซากะ(Iroha-zaka)” ถนนภูเขาที่มีโค้งต่อเนื่อง 48 โค้งและมีชื่อเสียงระดับประเทศ

ยังเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสี(ใบไม้เปลี่ยนสี/โคโย)ที่โด่งดัง โดยช่วงฤดูใบไม้ร่วงจะได้เห็นไหล่เขาแต้มสีแดงและเหลืองเป็นวิวสุดอลังการ

สุดสัปดาห์ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีจะรถติดมาก แนะนำออกเดินทางแต่เช้า


ข้อมูลเที่ยวสำหรับนักเดินทาง: วิธีไปนิกโกะ・การเดินทางในอุทยาน・Wi-Fi・ภาษา

ข้อมูลการเดินทาง(วิธีไปนิกโกะจากโตเกียว)

เดินทางด้วยรถไฟ

  • จากโตเกียว:นั่งรถด่วนโทบุ “สเปเชีย(Spacia)” ประมาณ 2 ชั่วโมง
  • จากอุตสึโนมิยะ:นั่ง JR สายนิกโกะไปสถานี นิกโกะ ประมาณ 40 นาที

เดินทางด้วยรถยนต์

  • จากโตเกียว:ทางด่วนโทโฮคุ → ถนนนิกโกะ–อุตสึโนมิยะ ออก “คิโยทากิ IC(Kiyotaki IC)” ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

การเดินทางภายในอุทยาน

ไปย่านนิกโกะซันไนและโซนทะเลสาบชูเซ็นจิ มีรถบัสโทบุวิ่งให้บริการ และอาจมีบัตรโดยสารแบบเหมาจ่ายสำหรับเที่ยวรอบ ๆ

เดินทางด้วยรถยนต์ก็สะดวก แต่ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี(ใบไม้เปลี่ยนสี/โคโย)มักรถติด แนะนำใช้ขนส่งสาธารณะ

ข้อมูล Wi-Fi

  • รอบสถานี นิกโกะ และศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยว อาจมี Wi-Fi ให้ใช้
  • ในพื้นที่ภูเขาภายในอุทยานอาจสัญญาณอ่อน แนะนำดาวน์โหลดแผนที่ไว้ล่วงหน้าเพื่อความอุ่นใจ

การรองรับภาษา

  • ศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวอาจมีโบรชัวร์ภาษาอังกฤษ・จีน・เกาหลีให้บริการ
  • แหล่งท่องเที่ยวหลัก ๆ มีป้ายแนะนำหลายภาษา

สรุป

อุทยานแห่งชาตินิกโกะเป็นสถานที่พิเศษที่มรดกโลกและธรรมชาติสุดอลังการอยู่ร่วมกัน

เพลิดเพลินกับวิว 4 ฤดูกาลได้ ทั้งอาคารประวัติศาสตร์ น้ำตก ทะเลสาบ ออนเซ็น และการปีนเขา เรียกว่ามีหลายสไตล์ให้เลือก

เดินทางจากโตเกียวก็สะดวก เหมาะกับทริปไปเช้าเย็นกลับด้วย!

ลองไปสัมผัสธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และเรื่องราวของนิกโกะด้วยตัวเอง


คำถามที่พบบ่อย

ตอบ อุทยานแห่งชาตินิกโกเป็นอุทยานที่คร่อม 3 จังหวัด ได้แก่ โทจิงิ กุมมะ และฟุกุชิมะ (กระทรวงสิ่งแวดล้อมญี่ปุ่น) แม้อยู่ในอุทยานเดียวกัน แต่อุณหภูมิเปลี่ยนตามความสูง ควรพกเสื้อคลุมบางๆ ติดตัวเสมอ จะทำให้แผนเที่ยวไม่สะดุด
ตอบ มีการแนะนำว่าทะเลสาบชูเซ็นจิ (Chuzenji) และที่ราบชุ่มน้ำเซ็นโจงาฮาระเป็นจุดเด่นของโซนโอะคุนิกโก (กระทรวงสิ่งแวดล้อมญี่ปุ่น) หากจัดเส้นทางแบบ “ทะเลสาบ→พื้นที่ชุ่มน้ำ→น้ำตก” ให้ช่วงท้ายเป็นทางลง จะลดภาระขาและเที่ยวได้คุ้มขึ้น
ตอบ ช่วงสวยสุดขึ้นกับฤดูกาล และช่วงใบไม้เปลี่ยนสีมักคนแน่นเป็นพิเศษ หากถ่ายรูปได้วันมีหมอกยามเช้าจะสวยมาก และพื้นที่ชุ่มน้ำแสงช่วงเช้านุ่มกว่า ลองจัดแบบ “ไปโอะคุนิกโกเฉพาะตอนเช้า” จะได้เที่ยวแบบแน่นขึ้น
ตอบ พื้นที่หลักๆ เชื่อมต่อด้วยรถบัสประจำทาง จึงเที่ยวได้แม้ไม่มีรถ (ข้อมูลการเดินทางในพื้นที่) แต่บางเส้นทางรอบรถน้อย ควรเช็กเที่ยวรถสุดท้ายขากลับก่อนเริ่มเดินเล่น นี่คือกฎเหล็กเพื่อไม่ให้พลาดการเดินทาง
ตอบ ถ้าไปแบบวันเดียว ตัวเลือกที่เป็นจริงคือแถวทะเลสาบชูเซ็นจิ + น้ำตกสัก 1 แห่ง หากค้างคืนได้ จะเล็งช่วงเช้าตรู่ที่เซ็นโจงาฮาระซึ่งคนยังน้อยได้ เช้าวันถัดไปแวะออนเซ็นอุ่นร่างกาย จะช่วยให้ความล้าไม่ค้างมาก
ตอบ โอะคุนิกโกอยู่สูงกว่าพื้นราบ แม้หน้าร้อนช่วงเช้าเย็นก็หนาวได้ (กระทรวงสิ่งแวดล้อมญี่ปุ่น) รองเท้าแบบกันน้ำจะอุ่นใจ ทางไม้ (boardwalk) เปียกแล้วลื่นง่าย ใช้เรนแวร์แทนร่มจะทำให้มือว่างและปลอดภัยกว่า
ตอบ อุทยานแห่งชาติเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่า และบางช่วงอาจมีประกาศเตือน (กระทรวงสิ่งแวดล้อมญี่ปุ่น) ช่วงเช้าตรู่และใกล้ค่ำควรหลีกเลี่ยงการเดินคนเดียว แทนระฆัง เสียงคุยกันมักสื่อว่ามีคนอยู่ได้ชัดกว่า ไปอย่างน้อย 2 คนจะอุ่นใจ
ตอบ รอบๆ อุทยานมีแหล่งออนเซ็นกระจายตัว จึงจัดคู่กับการเดินเล่นได้ (ข้อมูลพื้นที่โดยรอบจากกระทรวงสิ่งแวดล้อมญี่ปุ่น) หลังเดินเที่ยว ลองจัดลำดับ “ออนเซ็น→มื้อเย็น” จะช่วยให้ร่างกายฟื้นไว วันเดินทางให้ใส่ช่วงเดินเล่นแบบเบาๆ จะทำให้ทั้งทริปสบายขึ้น

จุดแนะนำใกล้เคียง

ดูบทความแนะนำในบริเวณนี้

※ เนื้อหาบทความอ้างอิงจากข้อมูล ณ เวลาที่เขียน และอาจแตกต่างจากสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ เราไม่รับประกันความถูกต้องและความสมบูรณ์ของเนื้อหาที่เผยแพร่ โปรดเข้าใจ