เพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวญี่ปุ่น!

วัดรูริโคอิน จังหวัดเกียวโต|จุดชมใบไม้เขียว–ใบไม้แดงแบบเปิดเฉพาะฤดูกาล

วัดรูริโคอิน จังหวัดเกียวโต|จุดชมใบไม้เขียว–ใบไม้แดงแบบเปิดเฉพาะฤดูกาล
วัดรูริโคอินในเขตซาเคียว เมืองเกียวโต จังหวัดเกียวโต เป็นจุดชมวิวลับที่เปิดให้เข้าชมเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วง โดดเด่นด้วยภาพใบเมเปิลสีเขียวหรือใบไม้แดงที่สะท้อนบนพื้นและโต๊ะในโถงวัดอย่างงดงาม บทความนี้แนะนำไฮไลต์ของสวนและมุมมองจากโถงหลัก วิธีเดินทางด้วยรถไฟจากสถานีเกียวโต วิธีตรวจสอบช่วงเวลาเปิดและการจอง รวมถึงเคล็ดลับการไปช่วงเวลาคนน้อยเพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศได้เต็มที่.

ไฮไลต์

สรุปไฮไลต์

วัดรุริโคอิน (瑠璃光院) เป็นที่รู้จักจากการเปิดชมแบบพิเศษในฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง โดย青もみじและใบไม้เปลี่ยนสีช่วยแต่งแต้มทั้งสวนและทิวทัศน์ภายในอาคารให้โดดเด่น

ไฮไลต์สวน

สวนของวัดรุริโคอินออกแบบให้กลมกลืนกับธรรมชาติ และในช่วงใบไม้เขียวกับฤดูใบไม้เปลี่ยนสีจะยิ่งเห็นความงามชัดเจน

วิวจากห้องโชอิน (書院)

ห้อง書院ของวัดรุริโคอินทำให้กรอบหน้าต่างดูเหมือนผืนผ้าใบของธรรมชาติ และในฤดูใบไม้เปลี่ยนสีจะเห็นวิวที่ชวนให้นึกถึงภาพวาด

กิจกรรม

ที่วัดรุริโคอินสามารถทำ写経 (เช่น แบบคัดลอกตามรอย) เพื่อจัดระเบียบใจ เพลิดเพลินกับการเข้าชมที่เงียบสงบและน่าจดจำ

การเดินทาง

จากสถานีเดมาจิยานางิ (出町柳駅) ของเคฮัง (京阪) นั่งรถไฟเอซัง (叡山電車) ไปสถานียาเสะ-ฮิเอซังงุจิ (八瀬比叡山口駅) แล้วเดินประมาณ 5〜15 นาที (ต่างกันตามเส้นทาง)

ช่วงเปิดชมพิเศษและค่าเข้าชม

วัดรุริโคอินเข้าชมได้เฉพาะช่วง特別拝観ในฤดูใบไม้ผลิ・ฤดูร้อน・ฤดูใบไม้ร่วง โดยช่วงเปิดชม 10:00-17:00 (ปิดรับเข้าชม 16:30)/ค่าเข้า ผู้ใหญ่ 2,000 เยน นักเรียนมัธยมต้น・ปลาย 1,000 เยน

กติกาการถ่ายภาพ

ถ่ายภาพได้ แต่ห้ามใช้ขาตั้งกล้อง・โมโนพอด และห้ามถ่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตเพื่อกิจกรรมถ่ายภาพเป็นกลุ่มหรือเพื่อการค้า

ข้อมูลล่าสุดโปรดตรวจสอบจากประกาศอย่างเป็นทางการหรือยืนยัน ณ สถานที่จริง

วัดรูริโคอิน(Rurikō-in)คืออะไร? วัดวิวสวยย่านยะเสะ เกียวโต(Kyoto)

วัดรูริโคอินเป็นวัดนิกายโจโดชินชูในย่านคามิทาคาโนะ ฮิงาชิยามะ เขตซะเคียว เมืองเกียวโต และเป็นสาขาหลักในเกียวโตของวัดมุเรียวจูซัง โคเมียวจิ(Muryōju-san Kōmyō-ji)

ตั้งอยู่เชิงเขาฮิเออิ(Hiei-zan)ในย่านยะเสะ(Yase) บนพื้นที่ราว 12,000 สึโบะ โดยมีอาคารสไตล์สุคิยะซุคุริและสวนกว้างขวางให้เดินชม

ปกติจะไม่เปิดให้เข้าชมนอกช่วง “เข้าชมพิเศษ” แต่ในแต่ละปีจะมีช่วงเข้าชมพิเศษ 3 ครั้งในฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วง เปิดให้ชมสวนและทัศนียภาพจากอาคารโชอิน

โดยเฉพาะภาพเมเปิลในสวนที่สะท้อนบนโต๊ะลงรักที่ชั้น 2 ของโชอิน กลายเป็นภาพไวรัลบนโซเชียล ทำให้ที่นี่เป็นจุดชมวิวสุดฮิตที่มีผู้คนแวะมาชมกันมากมาย


วิธีไปวัดรูริโคอิน: การเดินทางด้วยรถไฟและรถบัส

การไปวัดรูริโคอินสะดวกที่สุดด้วยระบบขนส่งสาธารณะ

จากสถานีเกียวโต(Kyoto Station) ให้นั่งรถไฟใต้ดินสายคาราซึมะ(Karasuma Line)ไปสถานีโคคุไซไคคัง(Kokusaikaikan Station) แล้วต่อรถบัสเกียวโต(Kyoto Bus)จากหน้า สถานีไปลงที่ป้ายรถบัส “ยะเสะเอกิมาเอะ(Yase-eki-mae)”

จากสถานีเดมาจิยานางิ(Demachiyanagi Station) ให้นั่งรถไฟเอซัง(Eizan Railway)ไปสถานียะเสะฮิเออิซังกูจิ(Yase-Hieizan-guchi Station) แล้วเดินต่อไปยังวัดรูริโคอินได้

ระยะเดินโดยประมาณจากสถานียะเสะฮิเออิซังกูจิราว 12 นาที และจากป้ายรถบัสยะเสะเอกิมาเอะราว 10 นาที

ทั้งนี้ วัดรูริโคอินไม่มีที่จอดรถเฉพาะ จึงแนะนำให้ใช้ขนส่งสาธารณะ

โดยเฉพาะช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ถนนรอบๆ มักรถติด การเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะจะสบายใจกว่า


จุดเด่นที่ต้องชมในวัดรูริโคอิน

ชั้น 2 ของโชอิน: มุมถ่ายรูปภาพสะท้อน “สวนรูริ”

ไฮไลท์สำคัญที่สุดของวัดรูริโคอินคือ “สวนรูริ(Ruri no Niwa)” ที่มองจากชั้น 2 ของโชอิน(Shoin)

สวนที่ปกคลุมด้วยมอสและปลูกเมเปิลไว้ทั่วบริเวณ จะสะท้อนบนหน้าโต๊ะลงรักเหมือนกระจก เผยภาพงดงามราวภาพวาด

โดยประมาณ ช่วงเมเปิลเขียวในฤดูใบไม้ผลิ(กลางเดือนเมษายน〜ปลายเดือนพฤษภาคม)จะเห็นสีเขียวสดชุ่มฉ่ำ ส่วนช่วงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง(กลาง〜ปลายเดือนพฤศจิกายน)จะเห็นสีแดงและเหลืองเด่นชัด เป็นภาพที่สวยละสายตา

คำว่า “รูริ” คือหนึ่งใน “เจ็ดแก้วมณี” ที่ประดับแดนสุขาวดี และเป็นที่มาของชื่อวัดจากภาพสวนทั้งผืนที่ดูราวกับเรืองรองเป็นสีรูริ

สวนหลายสไตล์ให้ชม

ภายในพื้นที่วัดมีสวนที่บรรยากาศต่างกัน เช่น “สวนรูริ” และ “สวนการิวน(Garyū no Niwa)”

สวนการิวนเป็นสวนสไตล์บ่อน้ำที่สื่อถึงมังกรกำลังทะยานขึ้นสู่ฟ้า ด้วยการจัดวางน้ำและหิน สามารถนั่งชมแบบสบายๆ จากชานด้านข้างของโชอินชั้น 1 ได้

สวนจะเปลี่ยนบรรยากาศไปตามฤดูกาล ทำให้มาเยือนแต่ละครั้งมีมุมใหม่ๆ ให้ค้นพบ

ประสบการณ์คัดลอกพระสูตร

บางช่วงของการเข้าชม วัดรูริโคอินอาจมีการจัดกิจกรรมคัดลอกพระสูตร(Shakyō)ให้ผู้เข้าชมได้ลองทำ

รายละเอียดและวิธีเข้าร่วมอาจแตกต่างกันตามช่วงเข้าชมพิเศษ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของสถานที่

หลังเขียนเสร็จ สามารถนำผลงานไปถวายไว้ที่วิหารหลักได้

เรือนชงชา “คิคาคุเท” และคามะฟุโระ

ในบริเวณวัดมีเรือนชงชาประวัติยาวนานชื่อ “คิคาคุเท(Kikaku-tei)” ซึ่งตั้งชื่อโดยซันโจ ซาเนโตมิ(Sanjō Sanetomi)ผู้ดำรงตำแหน่งไดโจไดจินในสมัยรัฐบาลเมจิ

นอกจากนี้ ยะเสะยังเป็นที่รู้จักมาตั้งแต่สมัยอาสุกะว่าเป็น “หมู่บ้านแห่งความสงบ” และยังมี “คามะฟุโระ” ที่เล่ากันว่า โออามะ โนะ มิโกะ(Ōama no Miko)ซึ่งต่อมาคือจักรพรรดิเท็มมุ ได้มาพักฟื้นบาดแผลจากศึกจินชิน โนะ รัน สามารถเข้าชมได้เช่นกัน


ข้อมูลเข้าชมวัดรูริโคอิน: เวลาเปิดพิเศษ・ค่าเข้า・ช่วงเข้าชม

ช่วงเข้าชมพิเศษและเวลาเปิด

วัดรูริโคอินมีช่วงเข้าชมพิเศษปีละ 3 ครั้งในฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วง

เวลาเข้าชม 10:00〜17:00(ปิดรับเข้าชม 16:30)

กำหนดวันของช่วงเข้าชมพิเศษจะแตกต่างกันในแต่ละปี ควรตรวจสอบประกาศบนเว็บไซต์ทางการก่อนเดินทาง

โดยประมาณ ฤดูใบไม้ผลิเปิดกลางเดือนเมษายน〜ปลายเดือนพฤษภาคม ฤดูร้อนเปิดต้นเดือนกรกฎาคม〜กลางเดือนสิงหาคม และฤดูใบไม้ร่วงเปิดต้นเดือนตุลาคม〜กลางเดือนธันวาคม

ค่าเข้าชม

ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 2,000 เยน

นักเรียนมัธยมต้น・ปลาย แสดงบัตรนักเรียนจ่าย 1,000 เยน และผู้ใหญ่ 1 คนพาเด็กประถม・ก่อนวัยเรียน 1 คนเข้าฟรี(คนที่ 2 เป็นต้นไป เด็ก 1 คน 1,000 เยน)

รับชำระเป็นเงินสดเท่านั้น ควรเตรียมเงินสดล่วงหน้า

เคล็ดลับหลีกเลี่ยงคนเยอะ

ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง(โดยเฉพาะกลาง〜ปลายเดือนพฤศจิกายน)มักคนแน่น และอาจมีคิวตั้งแต่ก่อนเปิดประตู

บางช่วงของฤดูใบไม้ร่วงอาจต้องจองล่วงหน้า ควรเช็กจากเว็บไซต์ทางการว่าต้องจองหรือไม่เพื่อความสบายใจ

ช่วงเข้าชมพิเศษฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนมักคนไม่หนาแน่นนัก และบางช่วงสามารถไปได้โดยไม่ต้องจอง

เช้าวันธรรมดาหรือช่วงใกล้เย็นมักชมได้สบายกว่า

มารยาทและข้อควรระวังระหว่างเข้าชม

  • ถ่ายภาพภายในโชอินได้ แต่ห้ามใช้ขาตั้งกล้อง/โมโนพ็อด และห้ามถ่ายเชิงพาณิชย์
  • เพื่อรักษาบรรยากาศเงียบสงบ โปรดพูดคุยด้วยระดับเสียงเหมาะสม
  • ภายในสวนมีทางหินและมีระดับต่าง แนะนำรองเท้าที่เดินสบาย
  • การเข้าชมแบบกลุ่มอาจมีเงื่อนไขกำหนดไว้


สรุป

วัดรูริโคอินเป็นสถานที่เที่ยวเงียบสงบและสวยงามเป็นพิเศษในเกียวโต และถือเป็น “มุมลับ” ที่น่าไปเยือน

ไม่ว่าจะเป็นเมเปิลเขียวในฤดูใบไม้ผลิ ความเขียวเข้มในฤดูร้อน หรือใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง แต่ละช่วงเข้าชมพิเศษมีเสน่ห์ต่างกัน

ภาพสะท้อนสุดแฟนตาซีบนโต๊ะของโชอินคือวิวสวยระดับไฮไลท์ของเกียวโตที่เห็นแล้วน่าจดจำ

ลองมาสัมผัสความงามของธรรมชาติและความสงบที่ช่วยเยียวยาหัวใจในช่วงเวลาแสนพิเศษนี้ดู

คำถามที่พบบ่อย

ตอบ รุริโคอินเป็นวัดที่เปิดให้เข้าชมในช่วงการเปิดพิเศษ และภาพวิวสะท้อนบนโต๊ะในห้องโชอิน (書院) เป็นมุมถ่ายยอดนิยม การสะท้อนขึ้นกับแสงเป็นหลัก ช่วงแสงนุ่มมักถ่ายง่ายกว่าช่วงที่แดดตรงแรง แม้จะเป็นวันฟ้าใสก็ตาม
ตอบ รุริโคอินไม่ได้เปิดตลอดปี แต่จะเปิดในช่วงการเข้าชมพิเศษ เช่น ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง เป็นต้น กำหนดการเปลี่ยนตามปี หากตัดสินใจวันเดินทางแล้ว ควรรอประกาศช่วงเปิดให้ชัดเจนก่อนค่อยจองการเดินทางและที่พัก จะทำให้แผนไม่พังง่าย
ตอบ เวลาเข้าชม 10:00〜17:00 ค่าเข้าชม 2,000 เยน การถ่ายภาพในอาคารมักเกิดการรอคิว หลังไปถึงควรเช็กคิวของจุดถ่ายก่อน แล้วเริ่มเดินจากส่วนที่ว่าง จะประหยัดเวลาได้
ตอบ จากสถานี Yase-Hieizan-guchi (八瀬比叡山口駅) เดินประมาณ 12 นาที โดยทั่วไปนิยมไปด้วยรถไฟเอซัง เส้นทางมีทางชันเล็กน้อย วันฝนตกควรใส่รองเท้ากันลื่น และขากลับถ้าพักสั้น ๆ แถวสถานีก่อน แล้วเลื่อนรถไฟไปอีกขบวน จะมีโอกาสได้นั่งมากขึ้น
ตอบ การเข้าชมช่วงเปิดพิเศษอาจเป็นระบบจองล่วงหน้าขึ้นอยู่กับช่วงเวลา ช่วงใบไม้แดงคนแน่นมากและ “วันไปเที่ยว=วันเปิดจองก็มักต้องรีบ” ควรเตรียมวันสำรองหลายวันร่วมกับเพื่อนร่วมทริป จะลดโอกาสพลาดการจอง
ตอบ ไม่มีที่จอดรถ ถนนรอบ ๆ แคบและรถติดง่าย จึงเหมาะกับขนส่งสาธารณะและเดินมากกว่า หากจำเป็นต้องขับรถจริง ๆ ให้จอดแถวสถานีที่ไกลออกไป แล้วใช้ “ช่วงสุดท้ายเป็นรถไฟ” จะเลี่ยงความเครียดตอนออกจากที่จอดขากลับได้
ตอบ กฎการถ่ายภาพให้ยึดป้ายประกาศหน้างานเป็นหลัก และควรหลีกเลี่ยงแฟลชหรือการยืนยึดพื้นที่ การถ่ายเงาสะท้อนบนโต๊ะให้วางมือถือใกล้โต๊ะและปรับให้ได้แนวระดับ จากนั้นหามุมที่ไม่สะท้อนตัวเอง จะเพิ่มโอกาสได้ภาพสวย
ตอบ ถ้าอยากเลี่ยงความหนาแน่น ช่วงหลังเปิดประตูใหม่ ๆ หรือช่วงบ่ายแก่ ๆ จะเดินได้ง่ายกว่า คิวถ่ายรูปยิ่งยาวเมื่อคนเดิมยืนนาน ควรจำกัดช็อตไว้ 2〜3 รูปแล้วขยับออกเร็ว ๆ จะช่วยให้ภาพรวมไหลลื่นขึ้น

จุดแนะนำใกล้เคียง

ดูบทความแนะนำในบริเวณนี้

※ เนื้อหาบทความอ้างอิงจากข้อมูล ณ เวลาที่เขียน และอาจแตกต่างจากสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ เราไม่รับประกันความถูกต้องและความสมบูรณ์ของเนื้อหาที่เผยแพร่ โปรดเข้าใจ