เพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวญี่ปุ่น!

ยูโดฟุ เกียวโต: เต้าหู้ต้มในน้ำซุปคอมบุ รสนุ่มละมุน พร้อมวิธีกินและทริคเลือกเครื่องเคียง

ยูโดฟุ เกียวโต: เต้าหู้ต้มในน้ำซุปคอมบุ รสนุ่มละมุน พร้อมวิธีกินและทริคเลือกเครื่องเคียง
ยูโดฟุเป็นเมนูดังของเกียวโต ใช้เต้าหู้ต้มอุ่นในน้ำซุปคอมบุหอมๆ แล้วจิ้มซอสหรือใส่เครื่องเคียงให้รสกลมกล่อมแบบเรียบง่าย เสน่ห์คือความนุ่มและรสถั่วเหลืองที่เด่นขึ้นเมื่อกินร้อนๆ บทความนี้แนะนำวิธีกินแบบมาตรฐาน เครื่องเคียงที่เข้ากัน และแนวทางเที่ยวชิมยูโดฟุแถววัดนันเซ็นจิและย่านวัดใกล้เคียง

ไฮไลต์

สรุป (ยูโดฟุเกียวโต)

ยูโดฟุแบบเกียวโตคือเมนูขึ้นชื่อที่อุ่นเต้าหู้ในน้ำซุปคอมบุ แล้วกินแบบเรียบง่ายกับพอนสึหรือเครื่องเคียงต่างๆ ให้รสละมุน

วิธีกินพื้นฐาน

อุ่นเต้าหู้ในน้ำซุปคอมบุโดยไม่ต้มเดือดพล่าน จากนั้นตักขึ้นมากินกับพอนสึ โชยุ หรือซอสงา

เลือกเครื่องเคียงและซอส

ต้นหอม โมมิจิโอโรชิ (หัวไชเท้าผสมพริก) ยูซุ และชิจิมิช่วยเปลี่ยนกลิ่นรสได้ และมักกล่าวว่าพอนสึกับโมมิจิโอโรชิเข้ากันดี

ที่มา (วัดนันเซ็นจิ)

ที่มามีหลายแนวคิด แต่เป็นอาหารเต้าหู้ที่สืบสายจากอาหารโชจินเรียวริ และมีเรื่องเล่าว่าในสมัยเอโดะเคยเป็นของขึ้นชื่อบริเวณหน้าวัดนันเซ็นจิ (รวมคำบอกเล่า)

ย่านที่มีร้านดัง

ในเกียวโต ย่านรอบวัดนันเซ็นจิถือเป็นโซนหลัก นอกจากนี้ยังพบได้ในแถบซากะ-อาราชิยามะ หรือร้านเฉพาะทางสไตล์มาจิยะ

รายชื่อร้านที่มักแนะนำ

แถววัดนันเซ็นจิมักมีการแนะนำร้านอย่าง Okutan Nanzenji และ Junsei; ฝั่งอาราชิยามะมี Saga Tofu Ina และ Yudofu Sagano; ส่วนร้านสไตล์มาจิยะมี Tofu Ryori Toyouke Chaya เป็นต้น (เวลาเปิดและเมนูอาจเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากทางการ)

ช่วงที่เหมาะ & ของกินใกล้เคียง

หลายร้านเหมาะกับการไปช่วงฤดูใบไม้ร่วงถึงฤดูใบไม้ผลิ และการกินยูโดฟุช่วงใบไม้แดง (พ.ย.) หรือช่วงหิมะที่วัดนันเซ็นจิ (ม.ค.–ก.พ.) มักให้บรรยากาศดี นอกจากนี้ยังมีของว่างอย่างโคร็อกเกะเต้าหู้หรือเด็งงะกุเต้าหู้

ข้อมูลล่าสุดโปรดตรวจสอบจากประกาศอย่างเป็นทางการหรือยืนยัน ณ สถานที่จริง

เมนูหน้าหนาวของเกียวโต “ยุโดฟุ(Yudōfu)” — เรียบง่ายแต่รสชาติลุ่มลึก

เกียวโตมีอาหารดั้งเดิมมากมาย แต่ถ้าพูดถึง กูร์เมต์ยอดนิยมในหน้าหนาวของเกียวโต ต้องยกให้ “ยุโดฟุ”

เป็นเมนูที่ตักเต้าหู้อุ่น ๆ จากหม้อ น้ำซุปคมบุ(Kombu Dashi) แล้วทานคู่เครื่องเคียงและซอส เป็นอาหารที่ เฮลท์ตี้และช่วยให้อบอุ่นร่างกาย

บทความนี้จะพาไปรู้จัก ประวัติ ร้านดังในเกียวโต และวิธีกินที่แนะนำ ของยุโดฟุ


ยุโดฟุคืออะไร? — รสชาติแบบเกียวโตที่เรียบง่ายแต่ลุ่มลึก

ข้อมูลพื้นฐานของยุโดฟุ

ยุโดฟุคือเมนู อุ่นเต้าหู้ในน้ำซุปคมบุ แล้วทานกับพอนสึ(Ponzu)หรือเครื่องเคียง

โดยเฉพาะในเกียวโต ยุโดฟุแถบนันเซ็นจิ(Nanzen-ji)และย่านซางะอาราชิยามะ เป็นที่รู้จักมาก

นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยที่มาเกียวโตหน้าหนาวจะ แวะทานยุโดฟุอุ่น ๆ

สิ่งที่ทำให้ยุโดฟุของเกียวโตพิเศษคือการใช้ “เคียวโทฟุ(Kyō-tōfu)” ที่ทำจากน้ำใต้ดินคุณภาพดีและถั่วเหลืองคัดสรร

เคียวโทฟุมีกลิ่นถั่วเหลืองชัด เนื้อนุ่มเนียนและรสละมุน เป็นเอกลักษณ์

รายละเอียดลักษณะ: วัตถุดิบหลักเต้าหู้ คมบุ น้ำการปรุงรสพอนสึ โชยุ ซอสงาเครื่องเคียงต้นหอม โมมิจิโอโรชิ(Momiji-oroshi)ยูซุ(Yuzu)ชิชิมิโทการาชิ(Shichimi Tōgarashi)

พื้นที่เด่น: เกียวโต(โดยเฉพาะแถบนันเซ็นจิ・ซางะอาราชิยามะ)


ประวัติยุโดฟุและความเกี่ยวข้องกับเกียวโต

1. ยุโดฟุเกียวโตที่พัฒนามาจากอาหารโชจิน

ยุโดฟุของเกียวโตเดิมทีพัฒนามาจาก อาหารโชจิน(อาหารเจแบบวัดเซน)

โดยเฉพาะวัดนันเซ็นจิและวัดรอบ ๆ ซึ่งพระสงฆ์ไม่ทานเนื้อสัตว์และปลา จึงใช้เต้าหู้เป็น แหล่งโปรตีนสำคัญ และคิดค้นเมนูเต้าหู้หลากหลาย

การอุ่นเต้าหู้ทานในหม้อน้ำซุปยังถือเป็นภูมิปัญญาเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นในฤดูหนาวด้วย

2. วัฒนธรรมยุโดฟุแพร่หลายในยุคเอโดะ

เมื่อเข้าสู่ยุคเอโดะ ร้านเต้าหู้ในเกียวโตเริ่มศึกษา เต้าหู้คุณภาพสูงที่พิถีพิถันทั้งสายพันธุ์ถั่วเหลืองและน้ำ

จนเกิดเป็น เคียวโทฟุที่เนียนนุ่มและรสละมุน พร้อมกลิ่นถั่วเหลืองชัด

จากนั้น ยุโดฟุก็แพร่หลายสู่คนทั่วไป และกลายเป็นของขึ้นชื่อของเกียวโต

ในตำราอาหารยุคเอโดะยังมีบันทึกเกี่ยวกับยุโดฟุ ทำให้เห็นว่าเป็นเมนูยอดนิยมมาตั้งแต่สมัยนั้น


วิธีกินยุโดฟุให้อร่อย และเครื่องเคียงที่แนะนำ

1. วิธีทานแบบมาตรฐาน

  1. ใส่น้ำลงหม้อและใส่คมบุ ตั้งไฟ
  2. เมื่อคมบุพองตัวแล้ว ใส่เต้าหู้ลงไปอุ่น(ไม่ควรต้มเดือดพล่าน)
  3. พอเต้าหู้เริ่มไหว ๆ ก็ทานได้ ตักขึ้นมาจิ้มพอนสึ ซอสงา และเครื่องเคียง

ถ้าต้มเต้าหู้นานเกินไปจะเกิด “รูพรุน” ทำให้เนื้อสัมผัสแย่ลง จึงควร อุ่นแบบค่อย ๆ ด้วยไฟอ่อน〜กลาง เป็นเคล็ดลับ

2. เครื่องเคียงที่แนะนำ

ยุโดฟุเป็นเมนูเรียบง่าย แต่ แค่เปลี่ยนเครื่องเคียงก็สนุกกับรสชาติได้หลากหลาย!

เครื่องเคียงลักษณะเด่นโมมิจิโอโรชิเผ็ดนิด ๆ เข้ากับพอนสึมากผิวยูซุหอมสดชื่น ช่วยให้รสละมุนและเบาสบายชิชิมิโทการาชิเหมาะเมื่ออยากเพิ่มความเผ็ดปลายลิ้นซอสงาเหมาะกับคนชอบรสเข้มข้นมันหอม

3. วิธีทานแบบพิเศษขึ้นอีกนิด

ที่ร้านยุโดฟุเฉพาะทางในเกียวโต มักแนะนำให้ทานคู่กับ “ยุบะ(Yuba)” และ “นามะฟุ(Namafu)” ด้วย

นอกจากนี้การทานยุโดฟุคู่กับ สาเกญี่ปุ่น ก็เป็นอีกหนึ่งสไตล์ที่ให้บรรยากาศแบบเกียวโต

หลายร้านดังมักมีคอร์สที่นอกจากยุโดฟุแล้วยังรวม โกมะโดฟุ(Goma-dōfu)คิโนะเมะเด็งงากุ(Kinome Dengaku)และเทมปุระโชจิน(Shōjin tempura) ไว้ด้วย

ร้านแนะนำในเกียวโตที่ทานยุโดฟุได้

1. ร้านดังแถบนันเซ็นจิ

ถ้าพูดถึงยุโดฟุในเกียวโต ย่าน นันเซ็นจิ คือโซนที่ขึ้นชื่อ!

แนะนำให้เที่ยววัดเก่าแก่แล้วค่อย ๆ นั่งทานยุโดฟุแบบสบาย ๆ

  • “โซฮงเคะ ยุโดฟุ โอคุตัน(Okutan)”(ขึ้นชื่อว่าเป็นร้านเก่าแก่แถบนันเซ็นจิ)
  • “จุนเซ(Junsei)”(ทานไปชมเรือนที่ขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมและสวนสวยไปด้วยได้)

2. ร้านดังย่านซางะอาราชิยามะ

ย่านท่องเที่ยวยอดนิยมอย่าง ซางะอาราชิยามะ ก็มีร้านยุโดฟุอร่อย ๆ ให้ลอง

  • “ซางะโทฟุ อิเนะ(Saga Tōfu Ina)”(ทานพร้อมชมวิวอาราชิยามะได้)
  • “ยุโดฟุ ซางาโนะ(Sagano)”(บรรยากาศร้านดี นั่งทานได้แบบชิล ๆ)

3. ร้านยุโดฟุสไตล์มาจิยะ

ร้านที่ให้ทานยุโดฟุในบรรยากาศ มาจิยะ(Machiya) บ้านทาวน์เฮาส์แบบดั้งเดิมของเกียวโต ก็ได้รับความนิยมเช่นกัน

  • “โทฟุเรียวริ โทโยอุเกะจะยะ(Toyouke Chaya)”(ร้านดังใกล้ศาลเจ้า คิตาโนะเท็มมังกู ราคาเข้าถึงง่ายและได้ชิมเคียวโทฟุแบบคุ้ม ๆ)

ราคาและมารยาทเมื่อทานยุโดฟุ

ช่วงราคาโดยประมาณ

ร้านยุโดฟุแถบนันเซ็นจิและอาราชิยามะ ส่วนใหญ่เป็นคอร์ส ราคา ราว 3,000〜5,000 เยน เป็นแนวทาง

คอร์สมักรวมโกมะโดฟุ เทมปุระ ฯลฯ ด้วย ปริมาณค่อนข้างอิ่ม

ถ้าเป็นร้านสบาย ๆ อย่างโทโยอุเกะจะยะ ก็มีเมนูที่ทานได้ใน ช่วง 1,000 เยน เช่นกัน

มารยาทในการรับประทาน

ร้านยุโดฟุมักเป็น ที่นั่งเสื่อทาทามิ(Zashiki) จึงโดยทั่วไปต้องถอดรองเท้าก่อนขึ้นร้าน

บางร้านที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติแวะเยอะ อาจมี เมนูภาษาอังกฤษ ให้ด้วย

ข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับนักท่องเที่ยว

1. ช่วงที่เหมาะกับการทานยุโดฟุที่สุดคือเมื่อไหร่?

หลายร้านจะให้ทานยุโดฟุได้ ตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วงถึงฤดูใบไม้ผลิ

โดยเฉพาะ ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี(ประมาณกลาง 11月〜ต้น 12月) แถบนันเซ็นจิ แล้วแวะทานยุโดฟุ ถือว่าเข้ากันมาก

ยุโดฟุใน ช่วง 1月〜2月 ที่ทานท่ามกลางวิวหิมะ ก็ให้บรรยากาศหน้าหนาวของเกียวโตแบบเต็ม ๆ

แม้บางร้านเปิดหน้าร้อนด้วย แต่เมนูอาจเปลี่ยน แนะนำตรวจสอบล่วงหน้า

2. เดินกินของเกี่ยวกับเต้าหู้ได้ไหม?

ในเกียวโต ของกินเล่นที่ใช้เคียวโทฟุ ก็ได้รับความนิยม

เช่น “โคร็อกเกะเต้าหู้” “เต้าหู้เด็งงากุ” “ซอฟต์ครีมนมถั่วเหลือง” ล้วนเหมาะกับการเดินกิน

3. ถ้าจะซื้อเคียวโทฟุเป็นของฝาก ควรซื้อที่ไหน?

เคียวโทฟุสำหรับทำยุโดฟุสามารถซื้อได้จาก ร้านเต้าหู้เฉพาะทาง

รวมถึงซูเปอร์หรือมิจิโนะเอกิ(สถานีริมทาง)ด้วย จึงทำให้กลับไปทำเมนูเกียวโตที่บ้านได้!

4. การเดินทางไปย่านนันเซ็นจิ

  • จากสถานีเกียวโต: รถไฟใต้ดินสายคาราสุมะไป “คาราสุมะโออิเกะ(Karasuma Ōike)” เปลี่ยนเป็นสายโทไซ ลง “เคอาเงะ(Keage)” แล้วเดินราว 10 นาที
  • รถบัส: รถบัสเมืองเกียวโต ลงป้าย “นันเซ็นจิ・เอคันโดมิจิ” แล้วเดินราว 10 นาที

สรุป

  • ยุโดฟุเป็นของขึ้นชื่อหน้าหนาวของเกียวโต มีรากจากอาหารโชจินของวัดเซน
  • ใช้เคียวโทฟุคุณภาพดี อุ่นแบบเรียบง่ายในน้ำซุปคมบุ
  • เปลี่ยนเครื่องเคียงและซอสแล้วสนุกกับรสชาติได้หลากหลาย
  • แถบนันเซ็นจิและซางะอาราชิยามะมีร้านดังยุโดฟุเยอะ
  • โดยเฉพาะช่วงใบไม้เปลี่ยนสี(กลาง 11月〜ต้น 12月)และฤดูหนาว เหมาะกับการทานมาก!

สุดท้ายนี้

ถ้าไปเกียวโต ลองชิมยุโดฟุแบบต้นตำรับ ดูนะ!

แวะนันเซ็นจิหรืออาราชิยามะ แล้ว ค่อย ๆ ดื่มด่ำบรรยากาศเกียวโตพร้อมยุโดฟุอุ่น ๆ ก็เป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำมาก

คำถามที่พบบ่อย

ตอบ ยูโดฟุคือหม้อไฟเรียบง่ายที่อุ่นเต้าหู้ในน้ำซุปคอมบุ และเป็นของขึ้นชื่อของเกียวโต หากต้มเดือดจัด เต้าหู้อาจเกิดรูพรุน (“ซุ”) ได้ง่าย ควรรักษาไฟอ่อนให้เดือดปุด ๆ จะได้เนียนนุ่มลื่นคอ
ตอบ รอบ ๆ นังเซ็นจิมักถูกแนะนำว่าเป็นย่านร้านยูโดฟุชื่อดัง และนิยมกินคู่กับการเดินเล่นชมวัด ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีคนแน่นมาก แนะนำจัดไหว้/ชมสวนให้เป็นช่วงเช้า แล้วเลื่อนยูโดฟุไปกิน “มื้อเที่ยงเร็ว” หรือ “มื้อเที่ยงช้า” จะเข้าร้านง่ายขึ้น
ตอบ แล้วแต่ร้าน อาจมีพอนสึ ซอสงา หรือซอสโชยุ แนะนำชิมคำแรกแบบไม่จิ้มอะไรเพื่อรู้รสหวานของเต้าหู้ แล้วค่อยเติมเครื่องเคียงอย่างต้นหอมหรือขิงใน “ช่วงหลัง” จะได้สนุกกับการเปลี่ยนรส
ตอบ ยูโดฟุเป็นอาหารร้อน จึงยิ่งฟินในช่วงอากาศหนาว แต่หน้าร้อนก็มีโอกาสตัวเย็นจากแอร์ได้เหมือนกัน หลังเดินเที่ยวทั้งวัน ลองกินเป็น “อาหารฟื้นตัว” จะทำให้ร่างกายสบายขึ้น
ตอบ ช่วงท่องเที่ยว ร้านดังมักเต็มง่าย ถ้าร้านรับจอง แนะนำจองไว้จะอุ่นใจ ร้านที่ไม่รับจองมักว่างกว่าช่วงเปิดร้านทันทีหรือราว 15:00 ลองสลับลำดับเที่ยววัดให้มีช่วงเวลาดังกล่าว จะจัดเวลาได้ง่ายขึ้น
ตอบ ตัวเต้าหู้เป็นหลักก็จริง แต่ในน้ำซุปหรือซอสอาจใช้ส่วนผสมจากปลา/อาหารทะเลได้ หากเตรียมประโยคอังกฤษไว้ว่า “Is the broth made with fish?” จะช่วยให้ชาวต่างชาติเลือกร้านได้ตรงความต้องการมากขึ้น
ตอบ ถ้าสั่งเพิ่ม ยุบะ เต้าหู้เด็งงาคุ หรือ นามะฟุ (แป้งฟูนุ่มหนึบ) จะทำให้ความ “เกียวโต” ชัดขึ้น หากจะเพิ่มของทอด แนะนำสั่งนิดหน่อยและกินก่อนยูโดฟุ เพื่ออุ่นท้องก่อน จะไม่รู้สึกหนักเกินไป
ตอบ เต้าหู้และยุบะมีน้ำมาก เสียได้ง่าย สิ่งสำคัญที่สุดคือมี/ไม่มีความเย็น หากซื้อระหว่างทริปให้เป็น “การซื้อครั้งสุดท้าย” และเพื่อกันกลิ่นในตู้เย็นโรงแรม ควรใส่ถุงปิดสนิท จะสบายใจกว่า

จุดแนะนำใกล้เคียง

ดูบทความแนะนำในบริเวณนี้

※ เนื้อหาบทความอ้างอิงจากข้อมูล ณ เวลาที่เขียน และอาจแตกต่างจากสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ เราไม่รับประกันความถูกต้องและความสมบูรณ์ของเนื้อหาที่เผยแพร่ โปรดเข้าใจ