ของฝากอิเซะ มิเอะ “อะคะฟุกุโมจิ(Akafuku Mochi)” — รสชาติแบบดั้งเดิมที่สืบต่อมากว่า 300 ปี
ถ้าไปเที่ยวจังหวัดมิเอะ “อะคะฟุกุโมจิ(Akafuku Mochi)” คือหนึ่งในของฝากที่พลาดไม่ได้
เป็นวากาชิที่ถูกใจผู้มาสักการะศาลเจ้าอิเซะจิงกูมายาวนาน ผลิตต่อเนื่องโดยร้านเก่าแก่ที่ก่อตั้งใน ปี 1707(โฮเอ 4)
โมจินุ่ม ๆ โปะด้วยถั่วแดงกวนเนื้อละเอียด(Koshi-an)ที่เนียนละมุน ดูเรียบง่ายแต่มี รสชาติที่ลุ่มลึก
บทความนี้จะพาไปรู้จัก ลักษณะเด่น ประวัติ วิธีทานให้อร่อย และแหล่งซื้อ ของอะคะฟุกุโมจิแบบละเอียด!

อะคะฟุกุโมจิคืออะไร? — วากาชิขึ้นชื่อของอิเซะ
1. จุดเด่นของอะคะฟุกุโมจิ
อะคะฟุกุโมจิคือ ขนมโมจิที่โปะถั่วแดงกวนเนื้อละเอียดด้านบน แบบเรียบง่าย
ลายสามเส้นบนถั่วแดงกวนว่ากันว่าแทน สายน้ำไหลเอื่อยของแม่น้ำอิซุซุกาวะ(Isuzu River)ในเขตศักดิ์สิทธิ์ของศาลเจ้าอิเซะจิงกู ส่วนโมจิสีขาวแทน ก้อนกรวดบนก้นแม่น้ำ
ไม่หวานจัด เนื้อเนียนนุ่ม เข้ากันดีกับชา
วัตถุดิบหลักคือ น้ำตาล ถั่วอะซึกิ และข้าวเหนียว เป็นส่วนผสมที่เรียบง่าย
ด้วยความอร่อยนี้ จึงเป็น ของฝากมาตรฐานของการไปไหว้ศาลเจ้าอิเซะจิงกู ที่คนรักมายาวนาน
รายละเอียด รูปทรง: โปะถั่วแดงกวนแล้วทำลายสามเส้นบนหน้าขนม / รสชาติ: หวานละมุนและเนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม / วัตถุดิบ: น้ำตาล ถั่วอะซึกิ(จากฮอกไกโด)ข้าวเหนียว / อายุการเก็บ: ฤดูร้อนนับรวมวันผลิต 2 วัน ฤดูหนาว 3 วัน / จุดจำหน่าย: ภายในจังหวัดมิเอะ นาโกย่า คันไซ ฯลฯ
2. ที่มาของชื่อ
ชื่อ “อะคะฟุกุ” เชื่อว่ามาจากคำว่า “เซคุชินเคฟุคุ(Sekishin Keifuku)”
มีความหมายว่า “มีความจริงใจบริสุทธิ์ดุจทารก และยินดีกับความสุขของตนเองและผู้อื่น” เป็นถ้อยคำที่สื่อถึง ใจที่บริสุทธิ์ของผู้มาสักการะศาลเจ้าอิเซะจิงกู
อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกทฤษฎีหนึ่ง โดยมีเอกสารที่ระบุว่าเรียก “อะคะฟุกุ” เพราะเป็นโมจิที่โปะถั่วแดง(สีแดง)เช่นกัน
ประวัติอะคะฟุกุโมจิและความเกี่ยวข้องกับศาลเจ้าอิเซะจิงกู
1. ก่อตั้งในปี 1707(ยุคเอโดะ)
อะคะฟุกุถือว่าก่อตั้งใน ปี 1707(โฮเอ 4)
ในยุคเอโดะ การไปสักการะศาลเจ้าอิเซะเป็นกระแสใหญ่ในชื่อ “โออิเซะไมริ” ทำให้มีผู้คนมาเยือนมากมาย
จุดเริ่มต้นของอะคะฟุกุคือการต้อนรับผู้แสวงบุญด้วย อังโคโระโมจิและชา
เล่ากันว่าในระยะแรกไม่ได้ใช้ถั่วกวนหวาน แต่ใช้ ถั่วกวนรสเค็ม เพื่อให้เป็นเหมือนอาหารทดแทนสำหรับนักเดินทางที่เหน็ดเหนื่อย
ต่อมาเมื่อยุคสมัยเปลี่ยน รสชาติของถั่วกวนก็ถูกปรับปรุง จนสืบทอดมาเป็นรูปแบบอะคะฟุกุโมจิในปัจจุบัน
2. ความเกี่ยวข้องระหว่างศาลเจ้าอิเซะจิงกูกับอะคะฟุกุโมจิ
ศาลเจ้าอิเซะจิงกูเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ประดิษฐาน อามาเทราสึ โอมิคามิ(Amaterasu Ōmikami)
สาขาหลักของอะคะฟุกุตั้งอยู่ที่ โอฮาไรโจหน้าไนคู เป็นจุดแวะยอดนิยมหลังไหว้ศาลเจ้า
มีธรรมเนียม ทานของหวานหลังการสักการะ ทำให้อะคะฟุกุโมจิกลายเป็น วากาชิที่เหมาะกับการพักเหนื่อยหลังไหว้ และเป็นที่นิยมจนยึดถือกันทั่วไป
วิธีกินอะคะฟุกุโมจิให้อร่อย และสินค้าเฉพาะฤดูกาล
1. วิธีกินอะคะฟุกุโมจิให้อร่อย
อะคะฟุกุโมจิกินแบบปกติก็อร่อยอยู่แล้ว แต่ยังมีวิธีที่ช่วยให้อร่อยขึ้นไปอีก!
① แช่เย็นกิน(แนะนำหน้าร้อน)
- แช่ตู้เย็นราว 30 นาที จะได้ สัมผัสเย็นสดชื่น
- หน้าร้อนแช่ใน น้ำแข็งเย็น ๆ แบบเบา ๆ ก็แนะนำเช่นกัน!
② อุ่น/ย่างกิน(แนะนำหน้าหนาว)
- นำอะคะฟุกุโมจิ ย่างเบา ๆ ด้วยเครื่องปิ้ง จะได้ความหอมเพิ่มขึ้นและรสชาติเปลี่ยนไปอีกแบบ
- กรอบนอกนุ่มหนึบใน กลายเป็นของหวานที่อร่อยไปอีกสไตล์!
③ กินคู่ชา(วิธียอดนิยม)
- ที่สาขาหลักของอะคะฟุกุ สามารถทานคู่กับ โฮจิฉะ(Hōjicha) ได้
- ถั่วกวนหวานละมุนกับชาที่มีความขมนิด ๆ เข้ากันอย่างลงตัว
2. ซีรีส์ “อะคะฟุกุ” แบบจำกัดฤดูกาล
อะคะฟุกุมี สินค้าเฉพาะฤดูกาล ด้วย
- “อะคะฟุกุโกริ(Akafuku Gōri)”(เมนูหน้าร้อนยอดนิยม):คากิโกริราดน้ำเชื่อมมัตฉะ ด้านในมีถั่วกวนและโมจิสูตรพิเศษ
- “สึอิตะจิโมจิ(Tsuitachi Mochi)”(ขายเฉพาะวันที่ 1 ของทุกเดือน):โมจิรสชาติเปลี่ยนไปตามเดือน
- “อะคะฟุกุเซ็นไซ(Akafuku Zenzai)”(เมนูหน้าหนาวยอดนิยม):เซ็นไซถั่วแดงไดนะงงผสมโมจิย่าง
ช่วงเวลาจำหน่ายและเงื่อนไขการขายแตกต่างกันตามสินค้าและสาขา ควรดูประกาศหน้างานจะสบายใจที่สุด
ซื้ออะคะฟุกุโมจิได้ที่ไหน? ร้านแนะนำ
1. อะคะฟุกุฮงเต็น(Akafuku Honten)(เมืองอิเซะ)
- สถานที่: หน้าไนคู ศาลเจ้าอิเซะจิงกู(ในโอฮาไรโจ)
- การเดินทาง: เดินจากศาลเจ้าอิเซะจิงกู(ไนคู)ได้ทันที
- แนะนำ: ได้ชิมอะคะฟุกุโมจิสดใหม่ตรงนั้นเลย
2. สาขาหน้าไนคู(เมืองอิเซะ)
- การเดินทาง: เดินจากศาลเจ้าอิเซะจิงกู(ไนคู)ได้ทันที
- แนะนำ: นอกจากอะคะฟุกุโมจิ ยังมีอะคะฟุกุโกริและอะคะฟุกุเซ็นไซแบบจำกัดฤดูกาลด้วย
3. แถวสถานีนาโกย่า
- การเดินทาง: ภายในสถานี JR นาโกย่า หรือแถวห้างนาโกย่า ทาคาชิมายะ ฯลฯ
- แนะนำ: ถ้าไม่ได้ไปถึงอิเซะก็ซื้อได้ที่นาโกย่า เหมาะเป็นของฝากก่อนขึ้นชินคันเซ็น

ข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับนักท่องเที่ยว
1. อายุการเก็บและวิธีเก็บรักษา
อะคะฟุกุโมจิเป็นขนมสด จึงมีอายุการเก็บค่อนข้างสั้น โดย ฤดูร้อนนับรวมวันผลิต 2 วัน ฤดูหนาว 3 วัน
หลังซื้อควร หลีกเลี่ยงแสงแดดและความร้อน เก็บที่อุณหภูมิห้อง และควรทานให้เร็วที่สุด
ถ้าถั่วกวนแข็งตัว กลิ่นและรสจะดรอปลง จึงควร หลีกเลี่ยงการแช่ตู้เย็นเป็นเวลานาน เป็นจุดสำคัญ
2. อะคะฟุกุโมจิซื้อได้ที่ไหนบ้าง?
นอกจากในเมืองอิเซะ ยังสามารถซื้อได้ที่ ห้างสรรพสินค้าและสถานีบางแห่งในนาโกย่า โอซาก้า และโตเกียว
แต่อาจขายหมดได้บ่อย จึง แนะนำให้ซื้อแต่เนิ่น ๆ
สำหรับคนที่อยู่ไกล ยังสามารถใช้ ร้านออนไลน์ทางการของอะคะฟุกุ ได้ด้วย
3. ขนาดและราคา
อะคะฟุกุโมจิมักขายแบบกล่อง และมี หลายขนาด ให้เลือก
สรุป
- อะคะฟุกุโมจิคือวากาชิขึ้นชื่อของอิเซะ ก่อตั้งปี 1707 มีประวัติกว่า 300 ปี!
- โมจินุ่มโปะถั่วแดงกวนเนื้อละเอียด รสเรียบง่ายแต่ลุ่มลึก
- เป็นของฝากมาตรฐานหลังไปไหว้ศาลเจ้าอิเซะจิงกู
- อย่าลืมเช็กเมนูจำกัดฤดูกาลอย่างอะคะฟุกุโกริ อะคะฟุกุเซ็นไซ และสึอิตะจิโมจิ
- ซื้อได้ในมิเอะ รวมถึงโทไค คันไซ ตามห้างและสถานี แต่ควรระวังขายหมด
สุดท้ายนี้
ถ้าไปอิเซะ ลองแวะชิมอะคะฟุกุโมจิสดใหม่ที่อะคะฟุกุฮงเต็นสักครั้ง นะ!
ความนุ่มฟูของโมจิและความหวานละมุนของถั่วกวน คือ ของดีที่ให้ความรู้สึกถึงญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
ตอนแวะไหว้ศาลเจ้าอิเซะจิงกู อย่าลืม ซื้ออะคะฟุกุโมจิเป็นของฝากกลับบ้านด้วย