โฮจิฉะคืออะไร? ชาญี่ปุ่นกลิ่นหอมที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น
โฮจิฉะ (Hōjicha) คือชาญี่ปุ่นที่ทำจากใบชาเซนฉะหรือบันฉะนำมาคั่วด้วยไฟแรง
โฮจิฉะมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวจากการคั่ว รสฝาดและขมน้อย และดื่มง่ายนุ่มคอ
โฮจิฉะมีคาเฟอีนน้อยกว่าและไม่ค่อยฝาด จึงเหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบรสฝาดของชาเขียว หรืออยากดื่มชาสดชื่นหลังอาหาร
ชาญี่ปุ่นมีรสชาติและกลิ่นที่แตกต่างกันตามชนิดใบชา ช่วงเวลาเก็บเกี่ยว และกรรมวิธีการผลิต
ดังนั้นโฮจิฉะไม่ใช่ชาคนละชนิด แต่เป็นชาญี่ปุ่นที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนจากวิธีคั่ว ถ้าเข้าใจแบบนี้จะเลือกซื้อตามร้านระหว่างเที่ยวญี่ปุ่นได้ง่ายขึ้น
สีของใบชาไม่ใช่สีเขียวแต่เป็นสีน้ำตาล และน้ำชาที่ชงออกมาจะมีสีอำพันใส เป็นจุดสังเกตที่ชัดเจน

เซนฉะกับโฮจิฉะต่างกันอย่างไร? แยกจากกลิ่นหอมและรสชาติ
ความต่างหลักระหว่างเซนฉะ (Sencha) กับโฮจิฉะคือ มีขั้นตอนการคั่วในการผลิตหรือไม่
โฮจิฉะทำจากบันฉะหรือเซนฉะที่นำมาคั่ว ขั้นตอนนี้เปลี่ยนทิศทางของกลิ่นหอมอย่างมาก
เซนฉะเป็นชาที่ดื่มเพื่อสัมผัสความสดของใบชา รสอูมามิ และความฝาดพอดี น้ำชาจะมีสีเขียวอมเหลือง
ส่วนโฮจิฉะ การคั่วช่วยลดรสฝาด ทำให้กลิ่นหอมคล้ายถั่วหรือคาราเมลโดดเด่นขึ้น
เวลาเลือกไม่ถูกที่ร้าน ให้คิดง่ายๆ ว่า อยากได้ความสดและอูมามิของใบชาเลือกเซนฉะ อยากสนุกกับกลิ่นหอมง่ายๆ เลือกโฮจิฉะ
ถ้าเข้าใจว่ากรรมวิธีการผลิตเปลี่ยนกลิ่นและรสชาติ จะเลือกซื้อชาญี่ปุ่นระหว่างเที่ยวได้ง่ายขึ้น
โฮจิฉะมีกี่ชนิด? รู้จักแบบใบและแบบก้าน
โฮจิฉะที่คนส่วนใหญ่นึกถึงคือแบบที่คั่วจากใบชาเซนฉะหรือบันฉะ
เริ่มจากจำว่า "เป็นชาที่สนุกกับกลิ่นหอมจากใบชาคั่ว" จะช่วยให้แม้ชื่อสินค้าต่างกันเล็กน้อยก็หาจุดร่วมได้
นอกจากนี้ยังมีโบโฮจิฉะ (แบบก้านชา)
โฮจิฉะทำได้จากทั้งเซนฉะ บันฉะ และคุกิฉะ (ชาก้าน) โดยแบบที่เน้นใบกับแบบที่เน้นกลิ่นหอมของก้านจะให้ความรู้สึกต่างกัน
โดยเฉพาะคางะโบฉะ (Kaga Bōcha) จากจังหวัดอิชิกาว่า มักใช้ก้านจากการเก็บเกี่ยวรอบแรก มีชื่อเสียงด้านกลิ่นหอมหวานกลมกล่อม
ถ้าเจอป้ายเขียนว่า "โบโฮจิฉะ" หรือ "คาริกาเนะโฮจิฉะ" ตามร้านชาระหว่างเที่ยว ให้คิดว่าเป็นโฮจิฉะแบบที่ใช้ก้านชา

วิธีเลือกซื้อโฮจิฉะ ไม่สับสนทั้งซื้อดื่มและซื้อเป็นของฝาก
ถ้าเลือกครั้งแรก ลองดูตามลำดับนี้จะเข้าใจง่าย
- อยากได้กลิ่นหอมเข้มข้น (แบบคั่วเข้ม)
- อยากให้ยังมีกลิ่นใบชาอยู่บ้าง (แบบคั่วอ่อน)
- เลือกแบบใบหรือแบบก้าน
เสน่ห์ของโฮจิฉะอยู่ที่กลิ่นหอมจากการคั่ว เริ่มจากคิดว่าอยากได้กลิ่นเข้มแค่ไหนจะช่วยเลือกได้ง่าย
แล้วดูว่าเป็นแบบใบหรือก้าน จะจินตนาการความแตกต่างในโฮจิฉะด้วยกันได้
ถ้าเลือกเป็นของฝากจากญี่ปุ่น โฮจิฉะเป็นชาที่สื่อสารเอกลักษณ์ด้านกลิ่นหอมได้ง่าย
แม้คนที่ไม่ค่อยรู้จักชาญี่ปุ่นก็อธิบายจุดเด่นได้ง่าย จึงเป็นตัวเลือกที่ดีเวลาซื้อของฝากระหว่างเที่ยว
ราคาแตกต่างกันตามแหล่งผลิตและเกรดใบชา แต่แบบถุงทีแบ็กสำหรับซื้อเป็นของฝากก็เลือกได้ง่าย
วิธีชงโฮจิฉะให้อร่อยและอุณหภูมิน้ำที่เหมาะสม
ถ้าจะชงโฮจิฉะเอง ให้ใช้น้ำร้อนจัดเป็นพื้นฐาน
ใช้อุณหภูมิสูงกว่าเซนฉะแล้วชงเร็วๆ จะช่วยดึงกลิ่นหอมของโฮจิฉะออกมาได้ดี
ชงแช่สั้นๆ จะช่วยให้กลิ่นหอมออกมาได้เต็มที่
ปริมาณใบชาและเวลาชง ให้ดูตามคำแนะนำบนบรรจุภัณฑ์จะไม่ผิดพลาด
ถ้าซื้อใบชาระหว่างเที่ยว ลองเช็ควิธีชงที่เขียนไว้บนแพ็คเกจ
สนุกกับโฮจิฉะได้หลายแบบ ทั้งชาร้อนและลาเต้
ชาแต่ละชนิดถ้าเปลี่ยนวิธีชงจะดึงจุดเด่นออกมาได้ต่างกัน
โฮจิฉะไม่ได้ดื่มได้แค่แบบชาร้อน แต่ยังทำเป็นลาเต้หรือใส่ในขนมได้ด้วย
โฮจิฉะลาเต้เป็นเมนูยอดนิยมที่พบเห็นได้ตามร้านกาแฟในญี่ปุ่น
จึงเป็นเมนูที่เข้าถึงง่ายสำหรับผู้ที่อยากเริ่มลองรสชาติของโฮจิฉะ
ไม่จำเป็นต้องรู้จักเฉพาะในฐานะชาญี่ปุ่นดั้งเดิม แต่ถ้าเริ่มจากลาเต้แม้เป็นมือใหม่ก็จับเอกลักษณ์กลิ่นหอมได้ง่าย

ไอศกรีมโฮจิฉะ สนุกกับชาญี่ปุ่นในรูปแบบขนมหวาน
โฮจิฉะไม่ได้มีแค่เครื่องดื่ม แต่ยังสนุกได้ในรูปแบบขนมหวานด้วย
โฮจิฉะไม่ได้มีแค่เครื่องดื่ม แต่ยังอร่อยในรูปแบบไอศกรีม พาร์เฟต์ และขนมหวานอื่นๆ
ไอศกรีมโฮจิฉะเป็นขนมหวานที่สัมผัสกลิ่นหอมของชาญี่ปุ่นได้อย่างนุ่มนวล
ถ้าอยากลองโฮจิฉะระหว่างเที่ยว การเริ่มจากไอศกรีมโฮจิฉะก็เป็นทางเลือกที่ดี
กลิ่นหอมจะนุ่มนวลกว่าดื่มชาร้อน ลองชิมไปพลางทำความรู้จักรสชาติ แล้วค่อยขยายไปลองใบชาหรือลาเต้ก็เป็นวิธีที่วางแผนได้ง่าย
ตามแหล่งผลิตชาอาจเจอขนมโฮจิฉะอื่นๆ เช่น พุดดิ้ง ช็อกโกแลต และเค้กรสโฮจิฉะ

สรุป | วิธีเลือกและสนุกกับโฮจิฉะสำหรับมือใหม่
โฮจิฉะเป็นชาญี่ปุ่นที่ทำจากเซนฉะ บันฉะ หรือคุกิฉะนำมาคั่ว โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมเฉพาะตัว
ถ้ารู้ความต่างจากเซนฉะ ความต่างระหว่างแบบใบกับแบบก้าน และรู้ว่ายังสนุกได้ทั้งลาเต้และไอศกรีมโฮจิฉะ จะเลือกได้ง่ายขึ้นเวลาเที่ยวญี่ปุ่น
ถ้าลองครั้งแรก แนะนำให้เริ่มจากชาสักแก้วที่กลิ่นหอมชัดเจน หรือลองชิมไอศกรีมโฮจิฉะก่อน
แล้วค่อยหาโฮจิฉะที่ถูกใจ ความสนุกในการดื่มชาญี่ปุ่นจะยิ่งกว้างขึ้น