อินุโบซากิ(Inubōsaki)คืออะไร?
อินุโบซากิ(Inubōsaki) ในเมืองโชชิ(Chōshi) จังหวัดชิบะ(Chiba) ตั้งอยู่บริเวณปลายสุดทางตะวันออกของที่ราบคันโต(Kantō Plain) และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นแรกที่เห็นได้เร็ว โดยไม่นับยอดเขาและเกาะห่างไกล
บริเวณแหลมที่ยื่นออกสู่มหาสมุทรแปซิฟิกแห่งนี้มีทั้งประภาคารอินุโบซากิ(Inubōsaki Lighthouse) อันเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในปี 1874 และแนวชายฝั่งที่สวยงาม จึงเหมาะมากสำหรับการชมวิวทะเลแบบเต็มตา
นอกจากนี้ยังมีจุดกินอาหารทะเลสด มากมาย ทำให้เป็นพื้นที่ที่เหมาะทั้งขับรถเที่ยวและท่องเที่ยวพักผ่อน
ครั้งนี้เราจะพาไปรู้จักจุดเด่นและวิธีเที่ยวอินุโบซากิแบบละเอียด!

จุดเด่นและวิธีเที่ยวอินุโบซากิ
1. ประภาคารอินุโบซากิ – ประภาคารสีขาวที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ
สัญลักษณ์ของอินุโบซากิก็คือ 「ประภาคารอินุโบซากิ」ที่สร้างเสร็จในปี 1874
เป็นประภาคารสไตล์ตะวันตกที่ก่ออิฐ สูงประมาณ 31 เมตร ออกแบบโดยวิศวกรชาวอังกฤษ อาร์. เอช. บรันตัน(R. H. Brunton)
ประภาคารแห่งนี้ยังได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน「100 ประภาคารโลก」และ「50 ประภาคารญี่ปุ่น」 และเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2020 ก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ
จุดน่าสนใจ:
- เมื่อขึ้นบันไดวน 99 ขั้นที่สื่อถึงหาดคุจูคุริ(Kujūkuri) คุณจะได้ชมพาโนรามามหาสมุทรแปซิฟิกแบบเต็มตา
- เป็นหนึ่งใน「ประภาคารที่ขึ้นชมได้」ซึ่งมีอยู่ไม่มากในญี่ปุ่น
- วิวช่วงพระอาทิตย์ตกและพระอาทิตย์ขึ้นสวยเป็นพิเศษ
ข้างประภาคารยังมีพิพิธภัณฑ์จัดแสดงข้อมูลประภาคารอินุโบซากิ ซึ่งเปิดให้ชมเลนส์ชั้นหนึ่งและเอกสารประวัติศาสตร์เกี่ยวกับประภาคารได้ฟรี
เงินบริจาคเพื่อเข้าชมอยู่ที่ 300 เยนสำหรับนักเรียนมัธยมต้นขึ้นไป(เด็กประถมหรือต่ำกว่าฟรี)
2. พระอาทิตย์ขึ้นแรกของปี – จุดชมวิวรับปีใหม่
อินุโบซากิเป็นที่รู้จักในฐานะจุดที่สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นแรกของปีได้เร็ว โดยไม่นับยอดเขาและเกาะห่างไกล
โดยเฉพาะวันปีใหม่จะมีผู้คนจากทั่วประเทศมาเยือน เพื่อชมช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ยามเช้าค่อยๆ โผล่ขึ้นอย่างงดงาม
ช่วงเวลาที่แนะนำและจุดเด่น:
- พระอาทิตย์ขึ้นวันปีใหม่: เวลาอาจเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศและแต่ละปี
- แสงเช้ายามหน้าร้อน: วิวช่วงเช้าตรู่ก็สวยมาก
- พระอาทิตย์ตกและแสงจันทร์ยามค่ำ: ไม่ใช่แค่กลางวัน แม้แต่วิวทะเลยามค่ำก็ชวนฝัน
ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้นนั้นสวยจนแทบหยุดหายใจ และเป็นช่วงเวลาที่ให้บรรยากาศสงบ ลึกลับ และน่าประทับใจ
3. ชายฝั่งสวยและจุดชมวิวห้ามพลาด
รอบอินุโบซากิมีจุดชมวิวทะเลสวยๆ อยู่หลายแห่ง
จุดแนะนำ:
- นางาซากิบานะ(Nagasaki-bana) – ทิวทัศน์แปลกตาที่เกิดจากคลื่นธรรมชาติอันรุนแรง
- เบียวบูงาอุระ(Byōbugaura) – หน้าผายาวราว 10 กม. ที่ได้รับฉายาว่า「โดเวอร์แห่งตะวันออก」
- คิมิงาฮามะ(Kimigahama) – ชายหาดทรายขาวสวยงาม
ทุกจุดล้วนเป็นโลเคชันถ่ายรูปยอดเยี่ยม อย่าลืมพกกล้องหรือสมาร์ตโฟนไปด้วย!
4. อินุโบซากิออนเซ็น – ผ่อนคลายขั้นสุดพร้อมชมทะเล
ที่อินุโบซากิมีสถานแช่น้ำร้อนที่มองเห็นมหาสมุทรแปซิฟิกได้แบบเต็มตา
「อินุโบซากิออนเซ็น」ได้รับความนิยมเพราะเป็นน้ำแร่ที่มีความเค็มสูง และเชื่อว่าช่วยให้ผิวสวยได้
ที่แช่ออนเซ็นแนะนำ:
- อินุโบซากิคังโกโฮเทล(Inubōsaki Kankō Hotel/มีบ่อกลางแจ้ง) – แช่น้ำพร้อมชมทะเลแบบหรูหรา
- เซ็กเคย์โนะยาโดะ อินุโบซากิโฮเทล(Zekkei no Yado Inubōsaki Hotel) – เพลิดเพลินกับวิวมหาสมุทรแปซิฟิกแบบสุดลูกหูลูกตา
การแช่น้ำพร้อมฟังเสียงคลื่นคือช่วงเวลาที่เยียวยาทั้งร่างกายและจิตใจอย่างแท้จริง
5. ของกินอินุโบซากิ – อิ่มอร่อยกับอาหารทะเลสด
เมื่อพูดถึงโชชิ หลายคนจะนึกถึง「ท่าเรือประมงโชชิ(Chōshi Fishing Port)」ที่มีปริมาณการจับปลาอยู่ในระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น
บริเวณนี้มีร้านอร่อยมากมายที่ใช้วัตถุดิบทะเลสดใหม่ จึงเป็นของดีที่มาแล้วไม่ควรพลาด
ของกินแนะนำ:
- ข้าวหน้าอาหารทะเลส่งตรงจากท่าเรือโชชิ – รวมท็อปปิงสดอย่างปลาทูน่าและปลาคินเมะได
- ของขึ้นชื่อโชชิ「ดาเตะมากิ(Datemaki)」 – ไข่ม้วนเนื้อนุ่มฟูอร่อยมาก
- เซ็มเบ้ชื้นของโชชิเด็นเท็ตสึ「นุเระเซ็มเบ้(Nure Senbei)」 – ของฝากขึ้นชื่อเนื้อสัมผัสนุ่มหนึบ
การได้ลิ้มรสอาหารทะเลสดตามร้านท้องถิ่นและตลาด คือเสน่ห์สำคัญของการเที่ยวอินุโบซากิ
6. นั่งรถไฟโชชิเด็นเท็ตสึไปอินุโบซากิ
จากสถานีโชชิ(Chōshi Station) คุณสามารถนั่งรถไฟโชชิเด็นเท็ตสึ(Chōshi Dentetsu)ที่ขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศย้อนยุคไปยังอินุโบซากิได้
แม้จะเป็นรถไฟท้องถิ่นสายสั้นยาวประมาณ 6.4 กม. แต่วิวจากหน้าต่างและการตกแต่งแต่ละสถานีก็ช่วยเพิ่มอารมณ์การเดินทางได้มาก
สถานีอินุโบ(Inubō Station)มีรูปลักษณ์โดดเด่นที่ได้แรงบันดาลใจจากพระราชวังโปรตุเกส จึงเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมด้วย

วิธีไปอินุโบซากิ
การเดินทางด้วยรถไฟ(ขนส่งสาธารณะ)
- จากสถานีโตเกียว:
- JR สายโซบุ「สถานีโชชิ(Chōshi Station)」→ รถไฟโชชิเด็นเท็ตสึ「สถานีอินุโบ(Inubō Station)」ลงสถานี(ประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที)
- รถบัสด่วน「อินุโบโก(Inubō-gō)」วิ่งตรงจากทางออกยาเอสึของสถานีโตเกียวไปอินุโบซากิ(ประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที)
- จากสถานีชิบะ:
- JR สายโซบุ「สถานีโชชิ(Chōshi Station)」→ รถไฟโชชิเด็นเท็ตสึ「สถานีอินุโบ(Inubō Station)」ลงสถานี(ประมาณ 2 ชั่วโมง)
การเดินทางด้วยรถยนต์(แนะนำ!)
- จากฝั่งโตเกียว:
- ทางด่วนฮิงาชิคันโต「ซาวาระคาโทริ IC(Sawara-Katori IC)」→ ผ่านถนนหมายเลข 356(ประมาณ 2 ชั่วโมง)
- จากฝั่งชิบะ:
- ถนนชิบะโทงาเนะ「มัตสึโอะโยโกชิบะ IC(Matsuo-Yokoshiba IC)」→ ผ่านถนนหมายเลข 126(ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที)
ข้อมูลที่จอดรถ:
- มีที่จอดรถฟรี(บริเวณรอบประภาคารอินุโบซากิ)
- ช่วงพระอาทิตย์ขึ้นแรกของปีจะคนแน่นมาก แนะนำให้ไปถึงตั้งแต่ช่วงเช้ามืด(กลางดึก〜ก่อนฟ้าสาง)!

ข้อมูลเที่ยวที่ควรรู้สำหรับนักท่องเที่ยว
ข้อมูล Wi-Fi และสิ่งอำนวยความสะดวก
- บริเวณรอบอินุโบซากิมี Wi-Fi ฟรี
- ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวมีแจกโบรชัวร์ภาษาอังกฤษและจีน
- มีห้องน้ำพร้อมที่บริเวณประภาคารอินุโบซากิและรอบสถานีอินุโบ
การรองรับภาษา
- มีศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวที่รองรับภาษาอังกฤษได้
- ที่พักบางแห่งรองรับหลายภาษา

สรุป
อินุโบซากิคือ จุดเที่ยวที่ครบทั้งพระอาทิตย์ขึ้นแรกของปี ประภาคารทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญ ออนเซ็น และอาหารทะเลสด
เดินทางจากคันโตก็สะดวกมาก เหมาะทั้งทริปไปเช้าเย็นกลับและทริปสุดสัปดาห์!
การได้นั่งรถไฟโชชิเด็นเท็ตสึบรรยากาศย้อนยุคไปเที่ยวก็มีเสน่ห์และน่าลองมาก