โยโรเคโคคุ(Yōrō-keikoku)คืออะไร?
โยโรเคโคคุ(Yōrō-keikoku)ซึ่งทอดยาวจากเมืองโอตากิ(Ōtaki)ในอำเภออิซึมิ(Isumi) จังหวัดชิบะ(Chiba) ไปจนถึงเมืองอิจิฮาระ(Ichihara) เป็นขุมทรัพย์แห่งธรรมชาติ ที่ขึ้นชื่อของคาบสมุทรโบโซ(Bōsō Peninsula)
แม้จะเดินทางจากใจกลางโตเกียวเพียงประมาณ 2 ชั่วโมง แต่ที่นี่ก็เต็มไปด้วยทิวทัศน์สวยงามตลอดทั้ง 4 ฤดู และเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ที่เหมาะทั้งเดินป่าและแช่ออนเซ็น
โดยเฉพาะใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง ที่มีชื่อเสียงว่าเข้าชมได้ช้ากว่าหลายพื้นที่ ทำให้ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคมมีนักท่องเที่ยวมาเยือนจำนวนมาก
บทความนี้จะพาไปดู จุดเด่น วิธีเที่ยว และข้อมูลการเดินทางไปโยโรเคโคคุ แบบละเอียด!

จุดเด่นและวิธีเที่ยวโยโรเคโคคุ
1. เดินเส้นทางไฮกิ้งในหุบเขา
ที่โยโรเคโคคุมีเส้นทางไฮกิ้งหลายเส้น ให้เลือกตั้งแต่มือใหม่จนถึงสายลุย
หลายเส้นทางพาคุณเดินเลียบลำธาร ผ่านน้ำตก และป่าเขียวชอุ่ม จึงเป็นจุดพักใจที่เต็มไปด้วยอากาศสดชื่น
เส้นทางไฮกิ้งแนะนำ:
- 「ทางเดินชมน้ำตกรอบอาวามาตะโนะทากิ:約2km(จากอาวามาตะโนะทากิ〜ใกล้บริเวณน้ำตกโคซาวามาตะ(Kozawamata))」
- 「ไดฟุคุยามะ・อุเมงาเสะคอร์ส(Daifuku-yama / Umegase):ประมาณ 12km(เหมาะกับคนเดินเก่ง・ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง)」
จากผลกระทบของพายุไต้ฝุ่นและสภาพอากาศ อาจมีการจำกัดการเดินในบางช่วงของทางเดิน
แนะนำให้ตรวจสอบสภาพเส้นทางล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง
แต่ละคอร์สมีทั้งวิวสวยและชั้นหินแปลกตา เหมาะกับการถ่ายรูปมาก
2. ไฮไลต์สุดอลังการ! 「อาวามาตะโนะทากิ」
หนึ่งในไฮไลต์ของโยโรเคโคคุคือ อาวามาตะโนะทากิ(Awamata-no-taki)
นี่คือน้ำตกขนาดใหญ่ระดับต้นๆ ของคาบสมุทรโบโซ มีความสูงประมาณ 30 เมตร ยาวประมาณ 100 เมตร และโดดเด่นด้วยสายน้ำที่ไหลลื่นไปตามผาหินลาด
จุดน่าสนใจ:
- มีทางเดินที่พาเข้าไปใกล้แอ่งน้ำตกได้
- ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี(ปลายเดือนพฤศจิกายน〜ต้นเดือนธันวาคม)สวยเป็นพิเศษ
- วันหลังฝนตกที่มีน้ำมาก จะยิ่งเห็นพลังของน้ำตกแบบเต็มตา!
บริเวณรอบๆ ยังมีม้านั่งให้พักผ่อน แนะนำให้นั่งชมวิวแล้วผ่อนคลายอย่างสบายๆ
3. ใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง และเขียวสดในฤดูใบไม้ผลิ
โยโรเคโคคุเป็นจุดเที่ยวที่ขึ้นชื่อว่า สามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีได้ค่อนข้างช้าเมื่อเทียบกับหลายแห่ง
ตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม หุบเขาจะถูกแต่งแต้มด้วยสีแดงและเหลืองของต้นเมเปิล
ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี บางครั้งยังมีการประดับไฟ ทำให้ได้ชมวิวกลางคืนสุดแฟนตาซีอีกด้วย
จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี:
- อาวามาตะโนะทากิ
- โคซาวามาตะโนะทากิ
- อุเมงาเสะเคโคคุ
- บริเวณทางเดินนากาเสะ(Nakase)
นอกจากนี้ ฤดูใบไม้ผลิช่วงเขียวสด(เมษายน〜พฤษภาคม) ก็สวยมากเช่นกัน หุบเขาที่โอบล้อมด้วยสีเขียวสดชื่นเหมาะกับการรีเฟรชสุดๆ
4. ผ่อนคลายที่ออนเซ็นโยโรเคโคคุ
ที่โยโรเคโคคุมีออนเซ็นธรรมชาติที่เรียกว่า「คุโระยุ(Kuroyu)」หรือน้ำแร่สีดำ ซึ่งหาได้ยากในแถบคันโต
ออนเซ็นนี้เป็นน้ำสีน้ำตาลที่มีกรดฮิวมิกจากพืชในปริมาณมาก เชื่อว่าช่วยเรื่องผิวสวยและฟื้นฟูความเหนื่อยล้า
ออนเซ็นแนะนำ:
- ทาคิมิเอ็ง เค็งโคว์มุระ โกริยาคุโนะยุ(Takimi-en Kenkō-mura Goriyaku-no-yu)(ออนเซ็นแบบไปเช้าเย็นกลับ พร้อมบ่อกลางแจ้ง)
- เรียวกังโยโรออนเซ็นลับ「ทาคิมิเอ็ง(Takimi-en)」(แช่น้ำพร้อมชมวิวน้ำตกได้)
- เคโคคุเบตเท「โมจิโนะคิ(Mochi-no-Ki)」(เพลิดเพลินกับออนเซ็นส่วนตัวท่ามกลางธรรมชาติ)
มีออนเซ็นแบบไปเช้าเย็นกลับหลายแห่ง จึงแนะนำให้แช่ออนเซ็นคลายเหนื่อยหลังเดินไฮกิ้ง!
5. ของกินแนะนำรอบโยโรเคโคคุ
หลังจากสนุกกับการเดินป่าหรือแช่ออนเซ็นแล้ว อย่าลืมลองของอร่อยท้องถิ่นด้วย!
ของกินแนะนำ:
- ปลาน้ำจืดสดจากท้องถิ่น(ปลาอายุ(Ayu)・ปลายามาเมะ(Yamame)ย่างเกลือ)
- โซบะทำมือ(โซบะท้องถิ่นที่หอมและเหนียวนุ่ม)
- เมนูเนื้อป่าทำเอง(หม้อไฟหมูป่า, เมนูเนื้อกวาง)
- ผลไม้ตามฤดูกาล(บริเวณใกล้เคียงยังมีเก็บสตรอว์เบอร์รีและบลูเบอร์รีได้ด้วย!)
มีร้านอาหารกระจายอยู่ตามแนวหุบเขา ทำให้มื้ออาหารท่ามกลางธรรมชาติอร่อยเป็นพิเศษ
6. ชมชิบะเนียน(Chibanian/ชั้นหินสลับขั้วแม่เหล็กโลก)
ใกล้กับโยโรเคโคคุมีอนุสรณ์สถานธรรมชาติของชาติ「ชั้นหินการกลับขั้วแม่เหล็กโลกทาบุจิในลุ่มแม่น้ำโยโร(ชิบะเนียน)」 ซึ่งบันทึกการกลับขั้วแม่เหล็กโลกเมื่อประมาณ 770,000 ปีก่อน
เป็นจุดที่หาชมได้ยากและทำให้สัมผัสประวัติศาสตร์ของโลก โดยอยู่ห่างจากสถานีสึคิซากิ(Tsukizaki Station)ของรถไฟโคมินาโตะ(Kominato Railway)ประมาณเดิน 25 นาที

วิธีไปโยโรเคโคคุ
การเดินทางด้วยรถไฟ(ขนส่งสาธารณะ)
- จากสถานีโตเกียว:
- JR สายอุจิโบ「สถานีโกอิ(Goi Station)」→ รถไฟโคมินาโตะ(Kominato Railway)「สถานีโยโรเคโคคุ(Yōrō-keikoku Station)」ลงสถานี(ประมาณ 2 ชั่วโมง)
- จากสถานีชิบะ:
- JR สายอุจิโบ「สถานีโกอิ(Goi Station)」→ รถไฟโคมินาโตะ(Kominato Railway)「สถานีโยโรเคโคคุ(Yōrō-keikoku Station)」ลงสถานี(ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที)
รถไฟโคมินาโตะเป็นรถไฟท้องถิ่นสไตล์ย้อนยุค และวิวจากหน้าต่างรถไฟก็เป็นอีกหนึ่งความสนุกของทริป
จากสถานีโยโรเคโคคคุไปอาวามาตะโนะทากิ ใช้รถบัสประจำทางประมาณ 15 นาที
การเดินทางด้วยรถยนต์(แนะนำ!)
- จากฝั่งโตเกียว:
- ทางด่วนชูโตสายวังกัน → โตเกียวเบย์อควาไลน์ → ทางด่วนทาเตยามะ(Tateyama Expressway)「อิจิฮาระ IC(Ichihara IC)」→ ประมาณ 30 นาที
- จากฝั่งชิบะ:
- ทางด่วนทาเตยามะ(Tateyama Expressway)「อิจิฮาระ IC(Ichihara IC)」→ ประมาณ 30 นาที
ข้อมูลที่จอดรถ:
- บริเวณโดยรอบมีทั้งที่จอดรถฟรีและแบบเสียค่าบริการหลายแห่ง
- ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี(ปลายเดือนพฤศจิกายน〜ต้นเดือนธันวาคม)คนเยอะมาก แนะนำให้ไปถึงแต่เช้า!

ข้อมูลเที่ยวที่ควรรู้สำหรับนักท่องเที่ยว
ข้อมูล Wi-Fi และสิ่งอำนวยความสะดวก
- บริเวณรอบสถานีโยโรเคโคคุมี Wi-Fi ฟรี
- ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวมีแจกโบรชัวร์ภาษาอังกฤษและจีน
- มีห้องน้ำพร้อมที่สถานีโยโรเคโคคุและใกล้ลานจอดรถ
คำแนะนำเรื่องการแต่งตัวและของที่ควรพก
- สำหรับการไฮกิ้ง ต้องใส่รองเท้าเดินสบาย(รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินป่า)
- บางช่วงของทางเดินอาจเปียก ควรเลือกรองเท้ากันลื่น
- หน้าร้อนควรพกสเปรย์กันแมลง ส่วนหน้าหนาวควรเตรียมเสื้อกันหนาว
การรองรับภาษา
- มีศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวที่รองรับภาษาอังกฤษได้(หน้าสถานีโยโรเคโคคุ)
- ที่พักบางแห่งรองรับหลายภาษา

สรุป
โยโรเคโคคุคือ จุดลับในคันโตที่ครบทั้งไฮกิ้ง ใบไม้เปลี่ยนสี ออนเซ็น และของกิน
เดินทางจากโตเกียวก็สะดวกมาก เหมาะกับทริปไปเช้าเย็นกลับ!
ด้วยความที่เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยได้ค่อนข้างช้า เสน่ห์ของโยโรเคโคคุจึงอยู่ที่การได้สัมผัสบรรยากาศฤดูใบไม้ร่วงแม้ในเดือนธันวาคม