รถลาก จินริกิชะ คืออะไร? ทำความรู้จักกิจกรรมยอดนิยมเมื่อเที่ยวญี่ปุ่น
จินริกิชะ(Jinrikisha)หรือรถลากญี่ปุ่น คือกิจกรรมที่คุ้นเคยตามแหล่งท่องเที่ยวของญี่ปุ่น โดยมีคนลากที่เรียกว่า ชะฟุ(Shafu)เป็นผู้ลากรถสองล้อพร้อมพาชมสถานที่ต่าง ๆ
ในปี 1870 (ปีเมจิที่ 3) อิซึมิ โยสุเกะ(Izumi Yōsuke)ซึซึกิ โทคุจิโร(Suzuki Tokujirō)และ ทาคายามะ โคสุเกะ(Takayama Kōsuke)ได้ยื่นขออนุญาตผลิตและประกอบกิจการกับทางกรุงโตเกียว และเริ่มกิจการที่นิฮงบาชิ(Nihonbashi)เป็นที่แรก ปัจจุบันรถลากไม่ได้ใช้เป็นยานพาหนะในชีวิตประจำวัน แต่เป็นกิจกรรมท่องเที่ยวที่ให้นั่งชมวิวและพูดคุยไปพร้อมกัน
สามารถนั่งรถลากได้ตามแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ เช่น อาซากุสะ(Asakusa)คามาคุระ(Kamakura)ย่านอาราชิยามะ(Arashiyama)และฮิงาชิยามะ(Higashiyama)ในเกียวโต(Kyōto)โอตารุ(Otaru)ย่านบิคังของคุราชิกิ(Kurashiki Bikan Chiku)และมิยาจิมะ(Miyajima)เพราะมุมมองจะสูงกว่าการเดินเล็กน้อย ทำให้สัมผัสบรรยากาศของตรอกซอกซอยและทิวทัศน์เมืองได้อย่างเพลิดเพลิน
สำหรับผู้ที่สนใจวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น การเดินทางด้วยรถลากนี้เองคือประสบการณ์ที่กลายเป็นความทรงจำได้ง่าย

เสน่ห์ของรถลากจินริกิชะ วิธีเที่ยวที่ต่างจากการเดินเอง
เสน่ห์ของรถลากไม่ได้อยู่แค่การเดินทางในเมืองเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่มุมมองของเมืองที่เปลี่ยนไปผ่านคำบรรยายของชะฟุ
เรื่องราวของอาคาร เอกลักษณ์ของถนน หรือจุดถ่ายรูปสวย ๆ ที่อาจมองข้ามไปเมื่อเดินเอง จะได้รับการบอกเล่าจากผู้ลากในจังหวะนั้นทันที
ชมทิวทัศน์เมืองได้อย่างเนิบช้า
รถลากไม่ใช่ยานพาหนะที่เน้นความเร็ว
ความเร็วโดยประมาณอยู่ที่ราว 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เหมาะกับคนที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศของจุดหมายปลายทางอย่างสงบไปพร้อมกับชมวิวรอบตัว
การพูดคุยกับชะฟุช่วยให้รับรู้บรรยากาศของพื้นที่
การพูดคุยกับชะฟุก็เป็นหนึ่งในความสนุกของการนั่งรถลาก
ไม่ใช่แค่เรื่องราวประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังได้ทิปการเที่ยว เช่น จุดเด่นตามฤดูกาล วิธีถ่ายรูป หรือร้านอาหารที่คนท้องถิ่นแนะนำ
กลายเป็นความทรงจำที่ถ่ายรูปออกมาสวย
ตัวรถลากเองก็เข้ากับทิวทัศน์ญี่ปุ่นเป็นอย่างดี เหมาะอย่างยิ่งสำหรับถ่ายรูปที่ระลึกการท่องเที่ยว
ร้านส่วนใหญ่ ชะฟุจะช่วยถ่ายรูปให้ แต่กฎเกี่ยวกับการถ่ายรูปและสถานที่อาจแตกต่างกันไป ดังนั้นควรสอบถามก่อนถ่ายเสมอ

ขั้นตอนและระยะเวลาโดยประมาณของการนั่งรถลากครั้งแรก
เมื่อนั่งรถลากเป็นครั้งแรก ถ้าทราบขั้นตอนและระยะเวลาคร่าว ๆ จะรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น
ไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวอะไรซับซ้อน แต่ควรรู้พื้นฐานเพื่อการเที่ยวที่ราบรื่น
ขั้นตอนทั่วไป
- เรียกชะฟุที่จุดขึ้นรถหรือในแหล่งท่องเที่ยว เพื่อสอบถามเส้นทางและราคา
- ก่อนขึ้นรถ ตรวจสอบรายละเอียดการนำชมและระยะเวลา
- เมื่อขึ้นและลงรถ ฟังคำแนะนำจากชะฟุ
- ระหว่างนั่ง สนุกกับการชมวิว พูดคุย และถ่ายรูป
- ลงรถ ชำระเงิน และตรวจสอบของใช้ส่วนตัวให้ครบถ้วน
วิธีดำเนินการของแต่ละพื้นที่จะต่างกัน ดังนั้นควรเช็กข้อมูลความจำเป็นในการจองล่วงหน้า วิธีลงทะเบียน หรือพื้นที่นำชม จากเว็บไซต์ทางการของผู้ให้บริการ
ระยะเวลา คอร์ส และค่าบริการโดยประมาณ
ร้านรถลากส่วนใหญ่จะมีคอร์สสั้น 10–15 นาที และคอร์ส 30 นาที, 45 นาที, 60 นาทีขึ้นไป
ค่าบริการโดยทั่วไปสำหรับ 1 คันบรรทุก 2 คน คอร์ส 30 นาที อยู่ที่ราว 10,000 เยน คอร์ส 60 นาทีอยู่ที่ราว 20,000 เยน แต่จะแตกต่างกันไปตามร้านและพื้นที่ จึงควรตรวจสอบกับผู้ให้บริการก่อนใช้
เหมาะกับคนแบบไหน?
รถลากเหมาะกับคนที่อยากชมวิวมากกว่าเดินเยอะ ๆ หรือคนที่อยากเสริมประสบการณ์แบบญี่ปุ่นแท้ ๆ ในเวลาสั้น ๆ
เมื่อมาเยือนเมืองครั้งแรกและอยากซึมซับบรรยากาศโดยรวม หรือเมื่อต้องการลดระยะการเดินสำหรับผู้สูงอายุและเด็กเล็ก ก็เหมาะอย่างยิ่ง

การแต่งกายและของที่ควรพกเมื่อขึ้นรถลาก
การนั่งรถลากไม่ต้องแต่งกายแบบพิเศษ ใส่เสื้อผ้าธรรมดาหรือชุดกิโมโน(Kimono)ก็สนุกได้
แต่เพื่อความสะดวกสบายและปลอดภัย ควรคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้
เลือกชุดที่เคลื่อนไหวสะดวก
เวลาขึ้นและลงรถจะต้องก้าวขึ้นที่นั่งสูงพอสมควร อาจมีจังหวะที่ต้องขยับขา
ชุดที่เคลื่อนไหวสะดวกจะปลอดภัยกว่ากระโปรงยาวที่ชายยาวมาก หรือชุดรัดรูปที่อาจไม่สบายเมื่อนั่ง
สัมภาระชิ้นเล็กทำให้นั่งรถลากได้สบายกว่า
ถ้ามีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ อาจวางได้ยากระหว่างนั่ง
หากใช้บริการระหว่างเที่ยว แนะนำให้จัดของจำเป็นใส่เป้หรือกระเป๋าใบเล็ก จะนั่งได้สบายและปลอดภัย
เตรียมตัวให้เหมาะกับสภาพอากาศ
เป็นกิจกรรมกลางแจ้ง จึงควรเตรียมรับมือตามฤดูกาลและสภาพอากาศ
วันที่แดดแรงในช่วงฤดูร้อน (มิถุนายน–กันยายน) ควรเตรียมหมวก ครีมกันแดด น้ำดื่ม ส่วนช่วงฤดูหนาว (ธันวาคม–กุมภาพันธ์) หรือวันที่อากาศเย็น สามารถใช้เสื้อคลุมและผ้าห่มคลุมเข่า (ร้านส่วนใหญ่มีให้ยืม) เพื่อความสบาย

มารยาทที่ควรใส่ใจในการถ่ายรูปและพูดคุยบนรถลาก
รถลากเป็นกิจกรรมที่สนุก แต่มักจัดในที่สาธารณะ เช่น ถนนสาธารณะหรือบริเวณรอบวัดและศาลเจ้า จึงต้องคำนึงถึงคนรอบข้าง
นอกจากตัวเองและกลุ่มแล้ว ควรใส่ใจคนเดินผ่านและสภาพแวดล้อมโดยรอบด้วย
ขออนุญาตก่อนถ่ายรูป
เมื่ออยากถ่ายรูปชะฟุหรือรถลาก ควรขออนุญาตเจ้าตัวก่อนเสมอ
นอกจากนี้ ในวัด ศาลเจ้า พื้นที่ส่วนบุคคล หรือบริเวณบ้านเรือน อาจต้องระวังเรื่องการถ่ายรูปเป็นพิเศษ
หลีกเลี่ยงการพูดเสียงดังและการเคลื่อนไหวกะทันหัน
การโน้มตัวออกจากรถมาก ๆ หรือลุกขึ้นกะทันหันระหว่างนั่ง อาจทำให้หกล้มหรือเกิดอุบัติเหตุได้ จึงควรหลีกเลี่ยง
เวลาพูดคุย ควรลดเสียงในย่านที่อยู่อาศัยหรือบริเวณวัด/ศาลเจ้า เพื่อให้สอดคล้องกับบรรยากาศของพื้นที่
เคารพการนำทางของชะฟุ
ชะฟุจะคอยดูความปลอดภัยและการจราจรไปพร้อมกัน
เมื่อมีคำแนะนำเกี่ยวกับการขึ้น–ลงรถหรือท่านั่ง ควรปฏิบัติตามโดยไม่ฝืน

สิ่งที่ควรเช็กก่อนเลือกใช้บริการรถลากในการท่องเที่ยว
เนื้อหาการนำชมรถลากของแต่ละสถานที่จะต่างกัน
เพื่อให้พึงพอใจมากที่สุด ควรจัดลำดับความต้องการของตัวเองก่อนใช้บริการ
อยากชมวิว หรืออยากฟังไกด์
อยากเงียบ ๆ ชมเมือง หรืออยากฟังคำบรรยายของชะฟุ ประสบการณ์ที่คาดหวังจะต่างกัน
ถ้ามีความต้องการเฉพาะ แนะนำให้บอกตั้งแต่เริ่ม จะได้สบายใจตลอดทาง
เน้นถ่ายรูป หรือเน้นชมสถานที่ท่องเที่ยว
ผู้ที่อยากเก็บรูปเป็นที่ระลึกของการเดินทาง ควรเช็กว่ามีบรรยากาศที่เหมาะกับการถ่ายรูป หรือมีการแวะที่จุดถ่ายรูปสวย ๆ หรือไม่
หากอยากเที่ยวสถานที่ดัง ๆ ให้มากที่สุด ควรเช็กเนื้อหาและระยะเวลาของคอร์สให้ตรงกับความต้องการ
ตรวจสอบการรองรับหลายภาษาและวิธีจอง
บางพื้นที่มีชะฟุที่พูดภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่น ๆ จึงสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ควรเช็กว่าสามารถลงทะเบียนหน้างานหรือต้องจองล่วงหน้า รวมถึงนโยบายยกเลิกเมื่อฝนตก โดยอ้างอิงจากข้อมูลทางการของผู้ให้บริการ
อย่าลืมตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งทางการ
การจอง วิธีลงทะเบียน ภาษาที่รองรับ เงื่อนไขการใช้บริการ และคำแนะนำในวันฝนตก ให้ดูจากข้อมูลทางการของผู้ให้บริการเป็นหลัก
แม้รถลากในแหล่งท่องเที่ยวจะดูคล้ายกัน แต่เนื้อหาการนำชมและวิธีใช้บริการอาจไม่เหมือนกัน
แหล่งท่องเที่ยวหลักที่สามารถนั่งรถลากได้
รถลากให้บริการตามแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ แต่พื้นที่ยอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวจะมีลักษณะร่วมกัน
ภูมิภาคคันโต(Kantō): อาซากุสะ คามาคุระ ฯลฯ
บริเวณประตูคามินาริมง(Kaminarimon)ในอาซากุสะ โตเกียว(Tōkyō)คอร์สเส้นทางผ่านคามินาริมง ถนนนากามิเซะ(Nakamise)และริมแม่น้ำสุมิดะ(Sumida)เป็นเส้นทางคลาสสิก ที่นักท่องเที่ยวลองได้ง่าย
ที่คามาคุระ จังหวัดคานางาวะ(Kanagawa)สามารถเที่ยวชมย่านเก่าแก่อย่างถนนโคมาจิ(Komachi)ศาลเจ้าซึรุงาโอกะฮาจิมังกู(Tsurugaoka Hachimangū)และวัดฮาเซเดระ(Hase-dera)
ภูมิภาคคันไซ(Kansai): อาราชิยามะและฮิงาชิยามะในเกียวโต ฯลฯ
ที่อาราชิยามะ เกียวโต คอร์สชมสะพานโทเก็ตสึเกียว(Togetsu-kyō)และเส้นทางป่าไผ่(Bamboo Forest)เป็นที่นิยมเป็นพิเศษ
ในย่านฮิงาชิยามะ จะได้รับการพาชมวัดคิโยมิซุเดระ(Kiyomizu-dera)และตรอกซอกซอยที่มีบรรยากาศย่านกิอง(Gion)
พื้นที่อื่น ๆ
ริมคลองโอตารุที่ฮอกไกโด(Hokkaidō)ย่านบิคังของคุราชิกิที่โอกายามะ(Okayama)เกาะมิยาจิมะที่ฮิโรชิมะ(Hiroshima)ย่านโมจิโกเรโทร(Mojikō Retro)ที่ฟุกุโอกะ(Fukuoka)ฯลฯ ก็มีคอร์สที่จัดให้เข้ากับทิวทัศน์เฉพาะตัวของแต่ละแหล่งท่องเที่ยว
สรุป รถลากจินริกิชะ สัมผัสเสน่ห์เมืองญี่ปุ่นแบบเนิบช้า
รถลากไม่ได้มีไว้เพื่อรีบไปยังจุดหมาย แต่เป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวที่เน้นการเพลิดเพลินกับบรรยากาศของเมือง
ได้ชมทิวทัศน์ในมุมมองที่ต่างจากการเดินเอง และผ่านบทสนทนากับชะฟุ ก็จะเข้าใจพื้นที่นั้น ๆ ลึกซึ้งขึ้น
หากใช้บริการครั้งแรก ควรเตรียมการแต่งกายและสัมภาระให้เหมาะสม รวมถึงใส่ใจมารยาทระหว่างถ่ายรูปและนั่ง
สำหรับข้อมูลเฉพาะเช่น การจอง ค่าบริการ และระยะเวลา ควรตรวจสอบจากข้อมูลทางการของแต่ละผู้ให้บริการก่อน แล้วเลือกประสบการณ์รถลากที่ตรงกับสไตล์การเที่ยวของคุณ
