เพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวญี่ปุ่น!

มนจายากิ vs โอโคโนมิยากิ ต่างกันยังไง? คู่มือนักเที่ยวญี่ปุ่น

มนจายากิ vs โอโคโนมิยากิ ต่างกันยังไง? คู่มือนักเที่ยวญี่ปุ่น
มนจายากิกับโอโคโนมิยากิต่างกันตรงไหน? อธิบายตั้งแต่ประวัติ วัตถุดิบ วิธีทำ จนถึงวิธีสั่งในร้าน เข้าใจง่ายแม้ไปญี่ปุ่นครั้งแรก อ่านจบพร้อมลองกินเปรียบเทียบได้เลย

ไฮไลต์

ความแตกต่างโดยสรุป

มนจายากิเป็นประสบการณ์เตาเหล็กแบบย่านเก่าโตเกียว ส่วนโอโคโนมิยากิเป็นอาหารแป้งที่อิ่มท้องได้ในจานเดียว ทั้งเนื้อสัมผัสและวิธีกินแตกต่างกันมาก

ภูมิหลังทางประวัติศาสตร์

มนจามีที่มาจากคำว่า "โมจิยากิ" เป็นวัฒนธรรมย่านเก่าของโตเกียว ส่วนโอโคโนมิยากิพัฒนาต่างกันตามภูมิภาค เช่น สไตล์โอซาก้าที่คลุกเคล้า และสไตล์ฮิโรชิม่าที่ทำแบบซ้อนชั้น

ความแตกต่างของวัตถุดิบและเนื้อสัมผัส

มนจาใช้แป้งน้อยและน้ำมาก ให้รสชาติหอมกรอบ ส่วนโอโคโนมิยากิมีแป้ง น้ำซุป ไข่ และกะหล่ำปลีเป็นฐาน โดดเด่นที่ความกลมกลืนของเครื่อง

เคล็ดลับการกิน

มนจาให้ทำคันดินด้วยเครื่อง แล้วเทแป้งเหลวลงไปย่าง หากเป็นครั้งแรกแนะนำเลือกร้านที่มีพนักงานทำให้จะสะดวกใจกว่า

แนวทางการเลือก

หากอยากสัมผัสประสบการณ์ล้อมเตาเหล็กและชิมทีละนิดแนะนำมนจา หากอยากทานมื้อเต็มอิ่มในจานเดียวแนะนำโอโคโนมิยากิ

ช่วงราคา

มนจาต่อหนึ่งที่ประมาณ 800–1,500 เยน, โอโคโนมิยากิประมาณ 700–1,200 เยน (แตกต่างตามเครื่องและพื้นที่)

จุดชิมเปรียบเทียบ

ถนนมนจาสตรีทที่สึกิชิมะมีหลายร้านที่เสิร์ฟทั้งสองอย่าง อยู่ใกล้สถานี "Tsukishima" สาย Tokyo Metro Yurakucho และสาย Toei Oedo

ข้อมูลล่าสุดโปรดตรวจสอบจากประกาศอย่างเป็นทางการหรือยืนยัน ณ สถานที่จริง

มนจายากิกับโอโคโนมิยากิต่างกันอย่างไร?

มนจายากิ(Monjayaki)กับโอโคโนมิยากิ(Okonomiyaki)ต่างก็เป็นอาหารแป้งที่ทำบนกระทะเหล็ก แต่เนื้อสัมผัสและวิธีกินแตกต่างกันค่อนข้างมาก

โอโคโนมิยากิเป็นอาหารที่ผสมแป้งกับเครื่องแล้วทอดรวมกัน หรือวางซ้อนกันเป็นชั้น ๆ จนได้เป็นแผ่นที่มีรูปทรงชัดเจน

ส่วนมนจายากิใช้แป้งเหลวที่มีน้ำมาก เกลี่ยบนกระทะเหล็กแล้วค่อย ๆ ทอด เมื่อกรอบหอมดีแล้ว ใช้พายเล็ก ๆ(เรียกว่า "ฮากาชิ")ตักกินทีละนิด

หากจะเลือกระหว่างท่องเที่ยว อยากทานจริงจังเลือกโอโคโนมิยากิ อยากสนุกกับประสบการณ์ล้อมกระทะเหล็กเลือกมนจายากิ คิดแบบนี้จะเลือกง่ายขึ้น


ประวัติและที่มาของชื่อมนจายากิ

ต้นกำเนิดของมนจายากิมาจากโมจิยากิ(Mojiyaki)

ที่มาของชื่อมาจากการใช้แป้งละลายน้ำเขียนตัวอักษรบนกระทะเหล็กเล่น ๆ แล้วกินไปด้วย เป็นอาหารที่คุ้นเคยในย่านชิตะมาจิ(Shitamachi)ของโตเกียว

หลังสงคราม ในช่วงที่อาหารขาดแคลน มนจายากิแพร่หลายในฐานะขนมว่างที่ทำจากวัตถุดิบง่าย ๆ ต่อมามีการเพิ่มกะหล่ำปลี เทนคาสุ(เศษแป้งทอด)และเครื่องอื่น ๆ จนพัฒนาเป็นมนจายากิในปัจจุบัน ตามที่กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงญี่ปุ่นระบุไว้

ปัจจุบันมนจายากิเป็นอาหารขึ้นชื่อของย่านสึกิชิมะ(Tsukishima)โดยบนถนนมนจายากิสตรีท(Tsukishima Monja Street)มีร้านมนจายากิมากมาย

เป็นวัฒนธรรมอาหารแบบโตเกียวที่สนุกกับการล้อมกระทะเหล็กพูดคุยกันไปกินไป

ประวัติโอโคโนมิยากิ เข้าใจง่ายเมื่อดูพัฒนาการแต่ละภูมิภาค

โอโคโนมิยากิเป็นอาหารที่ไม่สามารถอธิบายด้วยรูปแบบเดียว เมื่อเข้าใจพัฒนาการในแต่ละภูมิภาคจะเข้าใจง่ายขึ้น

ในหน้าจังหวัดโอซาก้าของกระทรวงเกษตรฯ ระบุว่ารากเหง้าอย่างหนึ่งคือ "ฟุโนะยากิ" และ "โยโชกุยากิ" โดยพัฒนาจากรูปแบบวางเครื่องซ้อนกัน มาเป็นแบบผสมเครื่องรวมกันแล้วทอด

ส่วนในหน้าจังหวัดฮิโรชิมะ ระบุว่าโอโคโนมิยากิฮิโรชิมะมีต้นกำเนิดจาก "อิสเซ็นโยโชกุ" ก่อนสงคราม แล้วพัฒนาเป็นสไตล์ปัจจุบันที่วางกะหล่ำปลี เส้น และเครื่องอื่น ๆ ซ้อนกันหลังสงคราม

กล่าวได้ว่า โอโคโนมิยากิเป็นอาหารหนึ่งจานที่มีประวัติการพัฒนาต่างกันในแต่ละท้องถิ่น

แบบโอซาก้ามักเรียกว่า "มาเซะยากิ"(ผสมแล้วทอด)แบบฮิโรชิมะเรียกว่า "คาซาเนะยากิ"(ซ้อนแล้วทอด)รู้ความแตกต่างนี้จะช่วยในการสั่งอาหารด้วย

รู้วัตถุดิบจะช่วยให้สั่งอาหารง่ายขึ้น

วัตถุดิบของมนจายากิ

มนจายากิมีพื้นฐานจากแป้งเหลวที่ผสมกะหล่ำปลี ขิงดอง กุ้งแห้งซากุระ เทนคาสุ(เศษแป้งทอด)และอื่น ๆ

เมื่อเทียบกับโอโคโนมิยากิ ใช้แป้งน้อยกว่าและมีน้ำมากกว่า

ในร้านมีเครื่องเพิ่มรสชาติหลากหลาย เช่น เมนไทโกะ(ไข่ปลาค็อด)โมจิ ชีส อาหารทะเล เป็นอาหารที่ค่อย ๆ ตักกินทีละนิดได้สะดวก

ปริมาณต่อที่น้อยกว่าโอโคโนมิยากิ จึงสั่งหลายรสแล้วเทียบกันก็เป็นอีกวิธีสนุก

วัตถุดิบของโอโคโนมิยากิ

โอโคโนมิยากิใช้แป้ง น้ำซุป ไข่ และกะหล่ำปลีเป็นฐาน รวมกับหมูหรืออาหารทะเล

แบบโอซาก้าจะผสมเครื่องกับแป้งแล้วทอด แบบฮิโรชิมะจะวางแป้งบาง ๆ แล้วซ้อนกะหล่ำปลี หมู เส้นจีน หรืออุด้ง และไข่

เมื่อดูจากวัตถุดิบ มนจายากิเป็นอาหารที่เน้นเนื้อสัมผัสนุ่มและความหอมกรอบ ส่วนโอโคโนมิยากิเน้นความกลมกล่อมของเครื่องและความอิ่มท้อง

วิธีกินมนจายากิและโอโคโนมิยากิสำหรับมือใหม่

มนจายากิ ขั้นตอนการทอดก็เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์

มนจายากิเริ่มจากผัดเครื่องบนกระทะเหล็กก่อน ทำเป็นคันดิน แล้วเทแป้งเหลวลงไปตรงกลางแล้วทอด

เมื่อทอดจนหอมดีแล้ว ใช้พายเล็ก(ฮากาชิ)กดแป้งที่กรอบตรงขอบแล้วตักกินทีละนิด จะสัมผัสเนื้อสัมผัสที่หลากหลายได้

แต่ละร้านอาจมีวิธีทอดต่างกัน หากไม่แน่ใจ ทำตามคำแนะนำของพนักงานจะอุ่นใจ

หากเป็นครั้งแรก เลือกร้านที่พนักงานทอดให้จะสะดวกกว่า

โอโคโนมิยากิ เอกลักษณ์ของแต่ละร้านก็น่าสนใจ

โอโคโนมิยากิ บางร้านเน้นเนื้อแป้งนุ่มฟู บางร้านเน้นความหอมกรอบ

เป็นอาหารที่แตกต่างมากตามภูมิภาค เวลาท่องเที่ยวลองเลือกโดยแยก "แบบโอซาก้า(ผสมแล้วทอด)" กับ "แบบฮิโรชิมะ(ซ้อนแล้วทอด)" จะเห็นความต่างแม้ชื่อเดียวกัน

อยากเทียบรสชาติ สั่งในร้านเดียวกันก็สะดวก

ในย่านสึกิชิมะของโตเกียว มีร้านที่เสิร์ฟทั้งมนจายากิและโอโคโนมิยากิจำนวนมาก สั่งในร้านเดียวกันจะเปรียบเทียบความข้นของแป้ง ความสุก และจังหวะการกินได้ชัดเจน

ไปสึกิชิมะได้ง่ายจากสถานีสึกิชิมะ(Tsukishima Station)สาย Tokyo Metro Yūrakuchō และสาย Toei Ōedo บนมนจายากิสตรีทมีร้านเรียงรายมากมาย แม้มาครั้งแรกก็หาร้านง่าย

เคล็ดลับเลือกเมื่อลังเลระหว่างท่องเที่ยว

หากมาเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรก ลองคิดว่าอยากนั่งทานอาหารสบาย ๆ หรืออยากสนุกกับการล้อมกระทะเหล็กพูดคุยกัน จะช่วยตัดสินใจได้

  • เหมาะกับมนจายากิ:อยากค่อย ๆ กินทีละนิด อยากกินไปคุยไปกับเพื่อน อยากสัมผัสบรรยากาศชิตะมาจิ(ย่านเก่า)ของโตเกียว
  • เหมาะกับโอโคโนมิยากิ:อยากอิ่มท้องในจานเดียว อยากเทียบรสชาติแต่ละภูมิภาค อยากสัมผัสวัฒนธรรมอาหารแป้งอย่างเต็มที่

ทั้งสองเป็นอาหารกระทะเหล็กของญี่ปุ่น ดูคล้ายกันแต่ประสบการณ์ต่างกัน

เมื่อรู้ความแตกต่างก่อนเข้าร้าน จะมีเกณฑ์ในการสั่งชัดเจน และมื้ออาหารจะกลายเป็นความทรงจำในการเดินทาง

ข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับมนจายากิและโอโคโนมิยากิ

รวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่ลองทานอาหารแป้งเป็นครั้งแรก

มนจายากิราคาต่อที่ประมาณ 800-1,500 เยน โอโคโนมิยากิประมาณ 700-1,200 เยน(แตกต่างตามเครื่องและพื้นที่)

ร้านส่วนใหญ่ให้ทอดเอง แต่บางร้านพนักงานจะทอดให้

เรื่องอาการแพ้อาหาร อาหารเหล่านี้มักใช้แป้งสาลี ไข่ กุ้ง และสารก่อภูมิแพ้หลักอื่น ๆ หากมีความกังวลควรแจ้งพนักงานก่อนสั่ง

สรุป|เลือกกินมนจายากิหรือโอโคโนมิยากิแบบไหนดี

ความต่างระหว่างมนจายากิกับโอโคโนมิยากิไม่ได้อยู่แค่หน้าตา แต่อยู่ที่ประวัติศาสตร์ วัตถุดิบ วิธีทอด และจังหวะการกิน

มนจายากิมีรากฐานจากโมจิยากิ(Mojiyaki)พัฒนาเป็นวัฒนธรรมชิตะมาจิของโตเกียว ส่วนโอโคโนมิยากิเป็นวัฒนธรรมอาหารแป้งที่เปลี่ยนรูปแบบไปตามแต่ละภูมิภาค

หากจะทานระหว่างเที่ยวญี่ปุ่น แทนที่จะเลือกจากความดัง ลองเลือกจากประสบการณ์ที่อยากได้จะดีกว่า

เมื่อรู้เบื้องหลังวัฒนธรรมอาหารก่อนลิ้มรส จานบนกระทะเหล็กจะไม่ใช่แค่อาหารขึ้นชื่อ แต่กลายเป็นประสบการณ์ที่ใกล้ชิดกับวิถีชีวิตของท้องถิ่น

คำถามที่พบบ่อย

ตอบ ทั้งสองอย่างเป็นอาหารประเภทแป้งที่ย่างบนเตาเหล็ก แต่มนจายากิใช้แป้งที่มีน้ำมากเกลี่ยบนเตาแล้วค่อยๆ ตักกินด้วยพายเล็กๆ (ฮากาชิ) ส่วนโอโคโนมิยากิผสมแป้งกับเครื่องเข้าด้วยกันแล้วย่างเป็นแผ่น หากต้องการทานจุกๆ เลือกโอโคโนมิยากิ หากอยากสนุกกับประสบการณ์ล้อมวงรอบเตาเหล็กเลือกมนจายากิ
ตอบ เชื่อว่ามาจากคำว่า「文字焼き」(โมนจิยากิ) ซึ่งแปลว่า "ย่างตัวอักษร" เพราะในสมัยก่อนจะละลายแป้งสาลีกับน้ำแล้ววาดตัวอักษรบนเตาเหล็กกินเล่น ตามข้อมูลของกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงญี่ปุ่น หลังสงครามมนจายากิแพร่หลายเป็นของว่างง่ายๆ ในย่านเมืองเก่าของโตเกียว ต่อมาจึงเพิ่มกะหล่ำปลี เทมปุระคัตสึ และวัตถุดิบอื่นๆ จนพัฒนามาเป็นรูปแบบปัจจุบัน
ตอบ สไตล์โอซากาจะผสมแป้งกับเครื่องเข้าด้วยกันก่อนย่าง เรียกว่า "มาเซะยากิ" ส่วนสไตล์ฮิโรชิมาจะเรียงกะหล่ำปลี เนื้อหมู บะหมี่ผัด และไข่เป็นชั้นๆ บนแผ่นแป้งบาง เรียกว่า "คาซาเนะยากิ" แม้จะเรียกว่าโอโคโนมิยากิเหมือนกัน แต่รสสัมผัสและปริมาณต่างกันมาก จึงแนะนำให้ถามร้านก่อนสั่งว่าเป็นสไตล์ไหนจะได้ไม่ผิดหวัง
ตอบ ขั้นตอนทั่วไปคือผัดเครื่องบนเตาก่อนแล้วกั้นเป็นกำแพงวงกลม (โดเตะ) จากนั้นเทแป้งลงตรงกลาง เวลากิน ให้ใช้พายเล็กกดส่วนที่กรอบขอบเตาแล้วตักทีละน้อย จะได้สัมผัสทั้งกรอบและเหนียวนุ่มในคำเดียวกัน หากเป็นครั้งแรก แนะนำเลือกร้านที่มีพนักงานย่างให้จะอุ่นใจกว่า
ตอบ ออกจากทางออกหมายเลข 7 ของสถานีสึกิชิมะ (สายเมโทรยูรากุโจ / สายโทเอโอเอโดะ) ก็จะเจอ「月島西仲通り商店街」(ถนนการค้านิชินากาโดริสึกิชิมะ) หรือที่เรียกกันว่ามนจาสตรีททันที ถนนยาวประมาณ 500 เมตรเรียงรายด้วยร้านมนจายากิหลายสิบร้าน แต่ละร้านมีเมนูแนะนำต่างกัน จึงสนุกกับการเดินเปรียบเทียบก่อนเลือกร้าน
ตอบ ในย่านสึกิชิมะราคาต่อที่ตกประมาณ 800–1,500 เยน ปริมาณต่อที่ของมนจายากิน้อยกว่าโอโคโนมิยากิ จึงนิยมสั่ง 2–3 อย่างเพื่อเปรียบเทียบรสชาติ มีให้เลือกหลากหลายเช่น เมนไทโมจิชีส หรือซีฟู้ด และยังเพิ่มท็อปปิ้งตามชอบได้
ตอบ ร้านบนมนจาสตรีทที่สึกิชิมะและร้านโอโคโนมิยากิหลักๆ ในโตเกียวบางแห่งมีเมนูภาษาอังกฤษหรือเมนูมีรูปภาพ ที่สึกิชิมะยังมีจุดให้ข้อมูลและแผนที่ร้านสมาชิกให้ใช้ได้ จึงแม้ไม่มั่นใจภาษาญี่ปุ่นก็เลือกร้านได้ไม่ยาก
ตอบ แป้งมนจายากิและโอโคโนมิยากิโดยทั่วไปใช้แป้งสาลีและไข่ จึงต้องระวังหากแพ้แป้งสาลีหรือไข่ บางร้านอาจปรับเปลี่ยนเครื่องให้ได้ แต่ร้านแต่ละร้านรองรับได้ไม่เท่ากันทั้งเรื่องมังสวิรัติแบบเคร่งและอาหารสำหรับผู้แพ้อาหาร แนะนำให้สอบถามร้านล่วงหน้าจะอุ่นใจกว่า

จุดแนะนำใกล้เคียง

ดูบทความแนะนำในบริเวณนี้

※ เนื้อหาบทความอ้างอิงจากข้อมูล ณ เวลาที่เขียน และอาจแตกต่างจากสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ เราไม่รับประกันความถูกต้องและความสมบูรณ์ของเนื้อหาที่เผยแพร่ โปรดเข้าใจ