สิ่งที่ควรรู้ก่อนสนุกกับ 10 ของกินเกียวโตสำหรับเดินเที่ยว
การเดินชิมอาหาร (Tabearuki) ในเกียวโต (Kyoto) ไม่ใช่การเดินไปกินไปตามทาง แต่ถ้าคิดว่าเป็นการเดินชิมตามร้านแล้วหาที่นั่งกินในจุดที่เหมาะสม จะเที่ยวได้อย่างสบายใจ
เคล็ดลับที่ทำให้แม้มาเที่ยวครั้งแรกก็ไม่พลาด คือการค่อย ๆ ลิ้มลองอาหารเกียวโตที่มีบรรยากาศต่างกันในแต่ละย่าน ทั้งตลาดนิชิกิ (Nishiki Market) ปอนโตโจ (Pontochō) แม่น้ำคาโมะ (Kamo-gawa) ย่านกิออน (Gion) อาราชิยามะ (Arashiyama) และฟูชิมิ (Fushimi)
ในตลาด ตรอกซอย ริมแม่น้ำ และหน้าวัดหรือศาลเจ้า ผู้คนและพื้นที่ใช้ชีวิตอยู่ใกล้ชิดกัน ดังนั้นหากใส่ใจว่าจะกินตรงไหน หยุดยืนอย่างไร และจัดการขยะอย่างไร ความประทับใจในการเดินทางจะเปลี่ยนไปอย่างมาก
มารยาทพื้นฐานของการเดินชิมอาหารในเกียวโต คือเลี่ยงการ "เดินไปกินไป"
ที่ตลาดนิชิกิมีป้ายแจ้งว่า "กรุณางดเดินไปกินไป" และรณรงค์ให้ลิ้มลองสิ่งที่ซื้อมาที่หน้าร้านหรือภายในร้านที่ซื้อ
ยิ่งเป็นสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวมาก ยิ่งต้องระวังไม่เดินไปพร้อมกินสิ่งที่ซื้อมา
แม้จะเป็นของเสียบไม้หรือขนมชิ้นเล็ก ก็ควรทำตามป้ายแนะนำหน้าร้าน และหากไม่แน่ใจว่าจะกินตรงไหน การสอบถามพนักงานร้านถือเป็นเรื่องปกติ
การเลือก 10 ของกินเกียวโตตามย่าน ช่วยให้เดินเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อาหารเกียวโตดูเหมือนจะรวมอยู่ในถนนสายเดียว แต่จริง ๆ แล้วมีวิธีสนุกที่บรรยากาศต่างกันในแต่ละย่าน ทั้งตลาดนิชิกิ คาวารามาจิ (Kawaramachi) ปอนโตโจ กิออน อาราชิยามะ และฟูชิมิ
ถ้าตัดสินใจก่อนว่าอยากไปย่านไหน แล้วแยกคิดเรื่องของหวาน ของว่าง และมื้อเย็น จะช่วยเลี่ยงการกินมากเกินไปและความเหนื่อยจากการเดินทางได้
ก่อนอื่น เรามาจัดเรียงวิธีสนุกที่กล่าวถึงในบทความนี้ตามย่านกัน
| แนะนำ | วิธีลิ้มลอง | เหมาะกับทริป |
|---|---|---|
| กับข้าวนิชิกิ | ชิมเบา ๆ หน้าร้าน | เกียวโตครั้งแรก |
| ผักดองเกียวโต | เป็นของฝากก็ได้ | ทริปครอบครัว |
| ยูบะเกียวโต | ลองวัตถุดิบญี่ปุ่น | สายวัฒนธรรมอาหาร |
| ของหวานนิชิกิ | เหมาะพักผ่อน | สายเดินเล่น |
| ปอนโตโจ | จานเดียวยามค่ำ | ทริปผู้ใหญ่ |
| ริมแม่น้ำคาโมะ | พักริมน้ำ | ทริปสบาย ๆ |
| โนเรียวยุกะ | มื้ออาหารตามฤดูกาล | วันสำคัญ |
| ของหวานกิออน | กลิ่นอายญี่ปุ่น | ทริปถ่ายรูป |
| ขนมอาราชิยามะ | เดินชมธรรมชาติ | ทริปกับเพื่อน |
| รสชาติฟูชิมิ | เดินชมโรงสาเก | ทริปมาซ้ำ |
ของกินเกียวโตยอดนิยมสำหรับเดินเที่ยวในตลาดนิชิกิ
ตลาดนิชิกิ (Nishiki Market) ได้รับการขนานนามว่า "ครัวของเกียวโต" เป็นย่านร้านค้ายาวประมาณ 400 เมตร ที่เรียงรายด้วยวัตถุดิบ กับข้าว ของหวาน และเครื่องครัวของเกียวโต เป็นสถานที่ที่สัมผัสบรรยากาศอาหารแบบเกียวโตได้ง่าย แม้แวะเพียงช่วงสั้น ๆ
แต่เนื่องจากทางเดินมีทั้งนักช้อปและคนท้องถิ่นใช้ร่วมกัน จึงเหมาะกับการค่อย ๆ ซื้อสิ่งที่สนใจทีละเล็กละน้อย แล้วลิ้มลองตามคำแนะนำของร้าน
1. กับข้าวนิชิกิ (โอบันไซ) ลองรสชาติเกียวโตได้ง่ายในปริมาณน้อย
ที่ตลาดนิชิกิซึ่งเรียงรายด้วยร้านอาหารทะเล เนื้อ ข้าวกล่อง และของย่าง นักท่องเที่ยวที่อยากลองชิมโอบันไซ (Obanzai กับข้าวแบบบ้าน ๆ) ของเกียวโตทีละน้อยจะหาเมนูที่เหมาะได้
แม้กลิ่นหอมจะชวนหยุด ก็ไม่ควรยืนกลางทางเดิน หากกินที่หน้าร้านหรือในจุดที่กำหนดไว้ จะไม่ขวางการสัญจรของคนรอบข้าง
2. ผักดองเกียวโต เหมาะทั้งซื้อกลับ กินที่โรงแรม หรือเป็นของฝาก
หากอยากลองวัฒนธรรมอาหารเกียวโตแบบเบา ๆ ผักดองเกียวโต (Kyō-tsukemono) ไม่ได้เหมาะแค่กินระหว่างเดินเที่ยวเท่านั้น แต่ยังเลือกกลับไปลิ้มลองที่ที่พักได้ง่ายอีกด้วย
ผักดองตามฤดูกาลอย่างซุกุกิ (Suguki) หรือเซ็มไมซึเกะ (Senmaizuke) หลายชนิดเก็บได้นาน จึงเหมาะเป็นของฝาก
เมื่ออยากเปรียบเทียบรสชาติ ไม่ควรตัดสินใจเองว่ามีให้ชิมหรือไม่ การทำตามคำแนะนำของร้านหรือคำเชิญของพนักงานจะไม่เสียมารยาท
3. ยูบะเกียวโตและนามะฟุ เป็นประตูสู่การรู้จักวัตถุดิบญี่ปุ่นแบบเกียวโต
ยูบะเกียวโต (Yuba ฟองเต้าหู้) และนามะฟุ (Namafu) เป็นวัตถุดิบแบบเกียวโตที่เน้นเพลิดเพลินกับสัมผัสและกลิ่นน้ำซุปดาชิมากกว่าหน้าตาที่หวือหวา
คนที่กินครั้งแรก หากเลือกโดยเช็กก่อนว่าเป็นรสหวานหรือเป็นเมนูอาหารคาว จะหาเมนูที่ถูกใจตัวเองได้ง่ายขึ้น
4. ของหวานในตลาดนิชิกิ เลือกควบคู่กับการพักผ่อนจะอิ่มใจ
ของหวานอย่างเกาลัดอบ ขนมโบราณ และขนมมันเทศ เหมาะกับการเปลี่ยนอารมณ์ยามเดินเหนื่อย
แทนที่จะถือของหวานเดินไปเรื่อย ๆ การกินให้เสร็จใกล้ร้าน หรือเลือกของที่ซื้อกลับได้ จะช่วยลดภาระเรื่องสัมภาระและขยะระหว่างเที่ยว
เวลาเปิด-ปิดของตลาดนิชิกิ และช่วงเวลาเลี่ยงความแออัด
ให้คิดเวลาเปิดคร่าว ๆ ตั้งแต่ราว 10 โมงเช้าถึงช่วงเย็น แต่เนื่องจากแต่ละร้านมีเวลาเปิด-ปิดและวันหยุดต่างกัน หากมีร้านที่หมายตา ตรวจสอบล่วงหน้าจะอุ่นใจกว่า
ช่วงเช้าตรู่หรือก่อนเย็นจะมีคนค่อนข้างน้อย เป็นช่วงเวลาที่เดินชมได้อย่างสบาย ๆ
เพลิดเพลินกับอาหารยามค่ำของเกียวโตที่คาวารามาจิ ปอนโตโจ และโนเรียวยุกะริมแม่น้ำคาโมะ
ย่านที่ทอดจากคาวารามาจิไปยังปอนโตโจและริมแม่น้ำคาโมะ ต่างจากตลาดในตอนกลางวัน เป็นสถานที่ที่สัมผัสบรรยากาศตั้งแต่ช่วงเย็นเป็นต้นไปได้ง่าย
ในตรอกแคบ ๆ และริมแม่น้ำมีคนถ่ายรูปจำนวนมาก หากแยกจุดหยุดยืนกับจุดรับประทานอาหาร จะใช้เวลาได้อย่างผ่อนคลาย
5. ที่ปอนโตโจ เลือกอาหารหนึ่งจานไปพร้อมกับบรรยากาศตรอกย่านกีชา
ปอนโตโจ (Pontochō) เป็นถนนที่ยังคงกลิ่นอายของย่านกีชาแบบเกียวโต มีเสน่ห์ในการเลือกร้านอาหารพลางมองผ้าโนเรนและแสงไฟ
เนื่องจากเป็นตรอกแคบปูด้วยหินที่ทอดยาว จึงเหมาะกับการเข้าร้านลิ้มลองอาหารจานเล็ก ๆ หรือเครื่องดื่มพร้อมสัมผัสบรรยากาศยามค่ำ มากกว่าการเดินกินแบบหวือหวาสำหรับนักท่องเที่ยว
6. ริมแม่น้ำคาโมะ ให้เป็นจุดพักด้วยของหวานเบา ๆ หรือเครื่องดื่ม
ที่ริมแม่น้ำคาโมะ หากไม่ตั้งเป้าแค่หาของกิน แต่สอดแทรกการพักชมวิวแม่น้ำเข้าไปด้วย จะทำให้ทริปมีช่องว่างให้ผ่อนคลาย
แม้จะใช้ม้านั่งหรือลานริมแม่น้ำ ก็ควรใส่ใจไม่ทิ้งขยะไว้ และรักษาระยะห่างที่ไม่ขวางการสัญจรหรือบทสนทนาของคนรอบข้าง
7. โนเรียวยุกะริมแม่น้ำคาโมะ วางแผนเป็นประสบการณ์อาหารตามฤดูกาลแบบจำกัด
โนเรียวยุกะริมแม่น้ำคาโมะ (Kawadoko) คือการต่อพื้นยกระดับ (ยุกะ) ริมแม่น้ำคาโมะ เพื่อรับประทานอาหารกลางแจ้งพร้อมสัมผัสลมจากแม่น้ำ เป็นภาพประจำฤดูร้อนของเกียวโต
ช่วงเวลาคร่าว ๆ คือตั้งแต่ 1 พฤษภาคม ถึงราว 15 ตุลาคม โดยมีบรรยากาศเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ทั้งซัตสึกิยุกะในเดือนพฤษภาคม โนเรียวยุกะช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม และนาโกริโนะยุกะในเดือนกันยายน
เนื่องจากรูปแบบการให้บริการและสิ่งที่ใช้ได้แตกต่างกันในแต่ละร้าน หากมีร้านที่อยากไป ตรวจสอบข้อมูลร้านก่อนวางแผนจะอุ่นใจกว่า
ต่างจากของว่างที่กินเดินไป หากสอดแทรกเป็นประสบการณ์อาหารที่นั่งลิ้มลองอย่างสบาย ๆ จะทำให้ความประทับใจในค่ำคืนของเกียวโตลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ผสานของหวานและการเดินเล่นที่กิออน ฮิงาชิยามะ อาราชิยามะ และฟูชิมิ
ใกล้วัด ศาลเจ้า และย่านเมืองเก่า การพักด้วยของหวานหลังชมวิวเข้ากันได้ดีกว่าการรีบเร่งเพื่อหาของกินเพียงอย่างเดียว
ในถนนยอดนิยมมักขวางการถ่ายรูปและการสัญจรได้ง่าย หากแยกคิดเรื่องจุดซื้อ จุดกิน และจุดถ่ายรูป จะอุ่นใจกว่า
8. ที่กิออนและฮิงาชิยามะ เพลิดเพลินกับกลิ่นอายญี่ปุ่นผ่านมัทฉะและขนมญี่ปุ่น
ที่กิออนและฮิงาชิยามะ (Higashiyama) สอดแทรกของหวานแบบเกียวโตอย่างมัทฉะ (Matcha) ดังโงะ และขนมญี่ปุ่นตามฤดูกาล เข้ากับการพักผ่อนระหว่างเที่ยวได้ง่าย
ในสถานที่ที่มีคนพลุกพล่านอย่างรอบวัดคิโยมิซุ (Kiyomizu-dera) หรือรอบถนนฮานามิโคจิ (Hanamikōji) การกินในร้านหรือในจุดที่กำหนดไว้จะลิ้มลองได้อย่างผ่อนคลายกว่า
อนึ่ง บริเวณรอบถนนฮานามิโคจิ มีบางจุดที่จำกัดการถ่ายรูปหรือการเข้าไปในทางส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงต้องระวังถ่ายรูปเฉพาะฝั่งทางสาธารณะ
9. ที่อาราชิยามะ ผสานการเดินชมธรรมชาติของป่าไผ่และสะพานโทเก็ตสึเคียวกับขนมอย่างพอดี
อาราชิยามะ (Arashiyama) เป็นย่านที่ช่วงเวลาเดินเองก็กลายเป็นความเพลิดเพลินของทริป ทั้งเส้นทางป่าไผ่ยาวประมาณ 400 เมตร สะพานโทเก็ตสึเคียว (Togetsukyō) ที่ทอดข้ามแม่น้ำคัตสึระ และวิวริมแม่น้ำ
เมื่อเลือกของหวานหรือของว่าง หากแยกเวลาชมวิวกับเวลากิน แทนที่จะถ่ายรูปพลางเดินไปกินไป จะใส่ใจคนรอบข้างได้ง่ายขึ้น
10. ที่ฟูชิมิ ผสานทิวทัศน์เมืองโรงสาเกกับอาหารเบา ๆ
ฟูชิมิ (Fushimi) มีทิวทัศน์เมืองโรงสาเกที่น่าประทับใจ โดยเริ่มจากพิพิธภัณฑ์เก็กเคย์คัง โอคุระ (Gekkeikan Ōkura) เป็นย่านที่เพลิดเพลินกับอาหารได้อย่างสงบ ต่างจากใจกลางเกียวโต
แม้จะเพลิดเพลินกับร้านที่เกี่ยวข้องกับสาเกญี่ปุ่นหรือของหวาน หากใส่ใจเรื่องการเดินทางหลังดื่มและการวางตัวบริเวณวัดศาลเจ้า ก็จะเดินชมได้อย่างสบายใจ
วิธีจัดทริปเดินชิมอาหารจากสนามบินอิตามิสู่เกียวโต
หากใช้สนามบินอิตามิ (Itami Airport / Osaka International Airport) ทริปเดินชิมอาหารในเกียวโตจะสบายกว่าหากเริ่มหลังจากลดสัมภาระ มากกว่าการอัดแน่นทันทีที่มาถึง
ที่สนามบินมีทั้งคาเฟ่ ร้านค้า และบริการเกี่ยวกับสัมภาระ ดังนั้นหากจัดเตรียมก่อนและหลังการเดินทางให้พร้อมก่อนมุ่งหน้าสู่ตัวเมืองเกียวโต จะช่วยลดความผิดพลาด
จัดเตรียมเบา ๆ ที่สนามบินก่อนมุ่งสู่ตัวเมือง
หลังการเดินทางอันยาวนาน หากดื่มเครื่องดื่มหรือทานของว่างในสนามบิน ตรวจสอบการแลกเงิน สัญญาณการสื่อสาร และการจัดการสัมภาระก่อนมุ่งสู่เกียวโต จะเดินทางได้อย่างสบายใจ
เก็บไฮไลต์ของการเดินชิมอาหารไว้ในตัวเมืองเกียวโต และใช้สนามบินเป็นที่จัดเตรียมสัมภาระสำหรับทริป จะทำให้การเดินเล่นครั้งแรกง่ายขึ้น
ใช้สถานีเกียวโตหรือคาวารามาจิเป็นจุดเริ่มต้น จะมีตัวเลือกมากขึ้น
จากสนามบินอิตามิไปยังสถานีเกียวโต (Kyoto Station) นั่งรถลีมูซีนบัสสะดวก ใช้เวลาประมาณ 50-55 นาที ค่าโดยสารผู้ใหญ่ 1,500 เยน และบางช่วงเวลามีรถวิ่งทุก ๆ ประมาณ 20 นาที
หากคิดจากบริเวณรอบสถานีเกียวโตหรือใจกลางเมืองเป็นจุดเริ่มต้น จะวางแผนไปตลาดนิชิกิและปอนโตโจได้ง่ายขึ้น
การเข้าตลาดหรือตรอกซอยพร้อมสัมภาระชิ้นใหญ่จะเคลื่อนไหวลำบาก จึงเหมาะกับการฝากของไว้ที่ที่พักหรือตู้ล็อกเกอร์หยอดเหรียญก่อนมุ่งหน้าสู่ตลาดนิชิกิและปอนโตโจ
ก่อนกลับประเทศ เปลี่ยนเป็นของฝากที่ซื้อกลับได้ง่าย
หากจะลิ้มลองรสชาติเกียวโตในช่วงท้ายของทริป การเปลี่ยนเป็นขนม ชา หรือผักดองที่ซื้อกลับง่าย แทนของที่กินหน้าร้าน จะอุ่นใจกว่า
หากแยกของที่ซื้อได้ที่สนามบินกับของที่อยากซื้อในตัวเมืองเกียวโต ก็จะลดความผิดพลาดจากการซื้อของฝากซ้ำซ้อนได้
เรามาจัดเรียงแนวคิดก่อนและหลังการเดินทางตามแต่ละสถานการณ์ของทริป
| สถานการณ์ | แนวคิด | ตัวเลือกที่เหมาะ |
|---|---|---|
| เพิ่งมาถึง | อย่าฝืน | ของว่างพอประมาณ |
| หลังถึงที่พัก | ลดสัมภาระ | ไปตลาดนิชิกิ |
| ช่วงเย็นเป็นต้นไป | นั่งลิ้มลอง | ไปปอนโตโจ |
| ก่อนเดินทางกลับ | ซื้อกลับ | เน้นของฝาก |
มารยาทและข้อควรระวังเพื่อสนุกกับบรรยากาศเดินชิมอาหารในเกียวโต
การเดินชิมอาหารในเกียวโต ไม่ได้สำคัญแค่ว่าจะกินอะไร แต่สำคัญด้วยว่าจะกินที่ไหน
เพียงนักท่องเที่ยวใส่ใจเล็กน้อย ก็จะเกิดระยะห่างที่สบายใจสำหรับร้านค้า คนท้องถิ่น และนักท่องเที่ยวคนอื่น
ตรวจสอบป้ายแนะนำหน้าร้านก่อนกิน
ในร้านที่มีป้ายแนะนำจุดรับประทาน การทำตามคำแนะนำนั้นถือเป็นพื้นฐาน
หากไม่พบป้าย ก่อนจะยืนกินในทางเดิน การสอบถามพนักงานร้านว่า "กินตรงนี้ได้ไหม" จะอุ่นใจกว่า
ขยะให้ส่งคืนที่ร้านที่ซื้อ หรือนำกลับไปเอง
ไม้เสียบ ถ้วย และกระดาษห่อ แม้ดูเล็ก แต่ในแหล่งท่องเที่ยวก็มีผลต่อภาพลักษณ์เรื่องขยะ
เผื่อกรณีไม่มีถังขยะใกล้ ๆ หากพกถุงเล็ก ๆ ติดตัวไว้ ก็จะเดินทางได้สะดวกแม้หลังสนุกกับบรรยากาศเดินชิมอาหาร
เลือกจุดที่ไม่ขวางการสัญจรก่อนถ่ายรูป
ตลาดและตรอกซอยของเกียวโตมีฉากหลังที่สวยงามเหมือนภาพวาด แต่ในขณะเดียวกันบางจุดก็มีความกว้างของทางจำกัด
หากถ่ายรูปพร้อมถืออาหาร ต้องเลี่ยงเส้นทางสัญจร และเมื่อร้านหรือคนรอบข้างจะติดอยู่ในเฟรม ก็ต้องระวังไม่เข้าใกล้จนเกินไป
หากแยกพฤติกรรมที่ลังเลออกเป็นสิ่งที่ทำได้ (OK) และสิ่งที่ควรเลี่ยง จะตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
| OK | สิ่งที่ควรเลี่ยง | เหตุผล |
|---|---|---|
| กินหน้าร้าน | เดินไปกินไป | ใส่ใจการสัญจร |
| ตรวจสอบป้าย | ตัดสินใจเอง | แต่ละร้านต่างกัน |
| ถือขยะไว้ | ทิ้งบนถนน | รักษาทัศนียภาพ |
| ถ่ายรูปด้านข้าง | ยืนขวางทาง | เลี่ยงความแออัด |
สรุป|การเดินชิมอาหารในเกียวโต เลือกสถานที่ลิ้มลองคือคำตอบที่ถูกต้อง
10 ของกินเกียวโตสำหรับเดินเที่ยวที่แนะนำ หากค่อย ๆ ลองกับข้าวและของหวานเกียวโตทีละน้อยที่ตลาดนิชิกิ แล้วขยายสู่ประสบการณ์อาหารยามค่ำที่ปอนโตโจและโนเรียวยุกะริมแม่น้ำคาโมะ แม้มาเที่ยวครั้งแรกก็จัดทริปได้ง่าย
ที่กิออน ฮิงาชิยามะ อาราชิยามะ และฟูชิมิ การแยกเวลาเพลิดเพลินกับวิวและเมืองเก่าออกจากเวลากิน จะช่วยลดความเร่งรีบลงได้
หากเข้ามาจากสนามบินอิตามิ การนั่งลีมูซีนบัสประมาณ 50-55 นาทีสู่สถานีเกียวโต จัดการสัมภาระและการเดินทางให้พร้อม แล้วค่อยลิ้มลองในตัวเมืองเกียวโต จะเพลิดเพลินได้ทั้งอาหารและการเดินเล่นอย่างสบายใจ
การลิ้มลองตามกฎของร้านและสถานที่ แทนการเดินไปกินไป คือทางลัดที่ทำให้ทริปอาหารแบบเกียวโตน่าประทับใจ






