เพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวญี่ปุ่น!

นาราอิจุกุ นากาโนะ|เดินเล่นย่านเมืองเก่าบนเส้นทางนากาเซนโดสายคิโซจิ

นาราอิจุกุ นากาโนะ|เดินเล่นย่านเมืองเก่าบนเส้นทางนากาเซนโดสายคิโซจิ
นาราอิจุกุในจังหวัดนากาโนะเป็นเมืองพักแรมสมัยเอโดะบนเส้นทางนากาเซนโดที่ยังคงบรรยากาศบ้านไม้ดั้งเดิมเรียงรายริมถนนหิน บทความนี้พาเดินชมย่านเมืองเก่า แนะนำหมู่บ้านเครื่องเขินคิโสะฮิราซาวะ พิพิธภัณฑ์และศาลเจ้าต่าง ๆ พร้อมเล่าเสน่ห์ของแต่ละฤดูกาล งานเทศกาล อาหารท้องถิ่น และวิธีเดินทางด้วยรถไฟหรือรถยนต์ รวมทั้งไอเดียที่พักสำหรับค้างคืน

ไฮไลต์

สรุปสั้น ๆ: นาราอิจูกุ

นาราอิจูกุเป็นเมืองพักแรมเก่าบนเส้นทางคิโซะจิ/นากาเซนโด มีถนนหินและบ้านไม้แบบมาจิยะเรียงราย เดินสัมผัสบรรยากาศสมัยเอโดะได้

ไฮไลต์เดินชมเมือง

ถนนหินกรวดที่มีแนวต้นสน มีร้านของฝากและคาเฟ่บ้านโบราณกระจายอยู่ แค่เดินเที่ยวในนาราอิจูกุก็ได้อารมณ์ท่องทาง

จุดแวะใกล้ ๆ

แวะคิโซะฮิราซาวะ แหล่งเครื่องเขิน เหมาะสำหรับซื้อของ และพิพิธภัณฑ์นาราอิจูกุที่จัดแสดงเครื่องมือและชีวิตความเป็นอยู่ในอดีต ช่วยให้เข้าใจมากขึ้น

การเดินทาง (รถไฟ)

นั่งรถไฟสาย JR ชูโอหลักไปสถานีนาราอิ จากโตเกียวผ่านมัตสึโมโตะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง จากนาโกย่าประมาณ 2 ชั่วโมง ออกจากสถานีแล้วพบย่านนาราอิจูกุได้ทันที

การเดินทาง (รถยนต์)

จากฝั่งโตเกียว ใช้ทางด่วนชูโอไปอินะ IC แล้วต่อทางหลวงหมายเลข 19 จากฝั่งนาโกย่า ใช้ชิโอจิริ IC แล้วต่อทางหลวงหมายเลข 19 มีที่จอดรถหลายจุดบริเวณนอกย่านเมือง

เวลาที่ควรเผื่อ

ถ้าเดินชมแบบสบาย ๆ ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง

ของขึ้นชื่อและข้อควรรู้

ของขึ้นชื่อคือโกเฮโมจิและเครื่องเขินคิโซะ ภายในเขตอนุรักษ์อาจมีการจำกัดรถเข้า ควรเดินเท้าเป็นหลักและเที่ยวอย่างเงียบ ๆ

ข้อมูลล่าสุดโปรดตรวจสอบจากประกาศอย่างเป็นทางการหรือยืนยัน ณ สถานที่จริง

นาราอิจูกุคืออะไร? เมืองพักแรมบนนากาเซ็นโดที่ยังมีกลิ่นอายประวัติศาสตร์

นาราอิจูกุ(Narai-juku)คือเมืองพักแรมลำดับที่ 34 บนเส้นทางนากาเซ็นโด(Nakasendō) ตั้งอยู่ในเมืองชิโอะจิริ(Shiojiri)จังหวัดนากาโนะ และได้รับการคัดเลือกเป็น “เขตอนุรักษ์กลุ่มอาคารดั้งเดิมสำคัญ” ของประเทศ

นาราอิจูกุตั้งอยู่กึ่งกลางพอดีของเส้นทาง “นากาเซ็นโดหกสิบเก้าสถานี”(Nakasendō Rokujūkyū-tsugi) และเคยรุ่งเรืองในฐานะจุดยุทธศาสตร์ด้านคมนาคมก่อนถึงด่านยากอย่างโทริอิโทเกะ จนถูกเรียกว่า “นาราอิพันหลังคาเรือน” เพราะความคึกคักในอดีต

ทิวทัศน์เมืองยาวราว 1 กิโลเมตร เป็นหนึ่งในเมืองพักแรมที่ยาวเป็นพิเศษ และบ้านไม้ทรงหน้าจั่วเรียงรายยังคงบรรยากาศยุคเอโดะไว้อย่างเข้มข้น

สถาปัตยกรรมแบบดาชิบาริ(Dashibari)ที่ชั้นสองยื่นออกมา เป็นเอกลักษณ์ที่สร้างภาพรวมของเมืองนาราอิจูกุให้ดูหนักแน่นและคลาสสิก


จุดเด่นที่ต้องชมในนาราอิจูกุ

อาคารประวัติศาสตร์ที่แต่งแต้มเสน่ห์เมืองพักแรม

เสน่ห์ของนาราอิจูกุอยู่ที่การอนุรักษ์ที่ยอดเยี่ยม

บ้านไม้ ร้านค้า และศาลเจ้าวัดเรียงราย ถ่ายทอดบรรยากาศยุคเอโดะมาถึงปัจจุบัน

ย่านเมืองแบ่งเป็น 3 โซนจากใต้ขึ้นเหนือ ได้แก่ คามิมาจิ นากามาจิ และชิโมมาจิ โดยนากามาจิเคยเป็นที่ตั้งของฮนจินและวากิฮนจินในอดีต

  • กลุ่มบ้านทาวน์เฮาส์แบบดาชิบาริ
  • ตลอดแนวถนนสายหลักมีบ้านแบบดั้งเดิมที่มีชายคาต่ำและกันสาดลึก เรียงต่อกันจนแค่เดินเล่นก็ให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลา
  • ถนนรูปหักศอกที่เรียกว่า “คางิโนะเตะ” บริเวณรอยต่อระหว่างคามิมาจิกับนากามาจิ ถ่ายทอดภูมิปัญญาการป้องกันเมืองพักแรมในอดีต
  • ร้านของฝากและคาเฟ่บ้านโบราณบรรยากาศดี
  • มีทั้งร้านขายเครื่องเขินคิโสะ(Kiso Shikki)และงานหัตถกรรม รวมถึงคาเฟ่ที่รีโนเวตจากบ้านโบราณกระจายอยู่ทั่วพื้นที่

สถานที่ท่องเที่ยวที่พลาดไม่ได้

คิโสะฮิราซาวะ(Kiso-Hirasawa)

คิโสะฮิราซาวะที่อยู่ใกล้นาราอิจูกุ เป็นแหล่งผลิตเครื่องเขินที่มีประวัติยาวนานกว่า 400 ปี และได้รับการคัดเลือกเป็น “เขตอนุรักษ์กลุ่มอาคารดั้งเดิมสำคัญ” เช่นกัน

เครื่องเขินคิโสะที่ทำด้วยเทคนิคดั้งเดิมมีความสวยงาม เหมาะเป็นของฝากอย่างยิ่ง

สามารถนั่ง “รถบัสท่องเที่ยวจูเด็นเค็น”(Jūdenken Shūyū Bus)เพื่อเที่ยวทั้งนาราอิจูกุและคิโสะฮิราซาวะได้อย่างสะดวก(วันให้บริการและค่าโดยสารแตกต่างตามช่วงเวลา)

คฤหาสน์นากามูระ(Nakamura-tei)

บ้านของพ่อค้าขายหวีที่สร้างขึ้นในช่วงเท็มโป(ค.ศ.1830〜1843) และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมประเภทมีรูปของเมืองชิโอะจิริ

สามารถสังเกตรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบดาชิบาริและ “หัวลิง”(Sarugashira)อันเป็นเอกลักษณ์ของนาราอิจูกุ พร้อมสัมผัสวิถีชีวิตในยุคนั้น

พิพิธภัณฑ์คามิโทอิยะ(Kami-toiya Shiryōkan)

บ้านของตระกูลเทะซึกะซึ่งทำหน้าที่โทอิยะมาตั้งแต่ปีเคโชที่ 7(ค.ศ.1602) และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ

มีการจัดแสดงประวัติเมืองพักแรม เครื่องมือในยุคนั้น และเอกสารโบราณ ช่วยให้เข้าใจวัฒนธรรมเมืองพักแรมบนเส้นทางนากาเซ็นโดได้ลึกซึ้ง


วิธีไปนาราอิจูกุ

การเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ

  • จากโตเกียว
  • นั่ง JR สายชูโอหลักผ่านสถานีชิโอะจิริ ไปสถานีนาราอิ(Narai Station) ใช้รถด่วนพิเศษประมาณ 3 ชั่วโมง
  • ออกจากสถานีนาราอิแล้วจะเห็นทิวทัศน์เมืองพักแรมทันที ความสะดวกในการเดินทางก็เป็นจุดเด่นเช่นกัน
  • จากนาโกย่า
  • นั่ง JR สายชูโอหลักไปสถานีนาราอิ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

การเดินทางโดยรถยนต์

  • จากฝั่งโตเกียว
  • ลงทางออกชิโอะจิริ IC(Shiojiri IC)บนทางด่วนชูโอ แล้วขับลงใต้ตามทางหลวงหมายเลข 19 ประมาณ 30 นาที
  • จากฝั่งนาโกย่า
  • ลงทางออกนากัตสึกาวะ IC(Nakatsugawa IC)บนทางด่วนชูโอ แล้วขับขึ้นเหนือตามทางหลวงหมายเลข 19 ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที

มีที่จอดรถหลายจุดทางเหนือและใต้ของเมืองพักแรม(เช่น ลานจอดรถฮิงาชิ คิโสะโนะโอฮาชิ และลานจอดรถนาราอิ กงเบ)

ภายในย่านเมืองพักแรมมีการจำกัดการนำรถเข้า(ยกเว้นคนท้องถิ่น)จึงเหมาะกับการเดินเที่ยวเป็นหลัก


เคล็ดลับเที่ยว/รีวิวนาราอิจูกุให้สนุก

วิธีเที่ยวตามฤดูกาล

  • ฤดูใบไม้ผลิ(เมษายน〜พฤษภาคม):วิวเมืองพักแรมกับซากุระสวยงามมาก ช่วงกลางพฤษภาคม〜กลางมิถุนายน จะมี “โฮบะโมจิ”(Hōba mochi)ของขึ้นชื่อคิโสะออกวางขาย
  • ฤดูร้อน(มิถุนายน〜สิงหาคม):อยู่ที่ระดับความสูงราว 900m อากาศเย็นสบาย เหมาะกับการเดินเล่นท่ามกลางความเขียวชอุ่ม
  • ฤดูใบไม้ร่วง(ตุลาคม〜พฤศจิกายน):ใบไม้เปลี่ยนสีแต่งแต้มถนนทั้งสาย สวยเหมือนภาพวาด
  • ฤดูหนาว(ธันวาคม〜มีนาคม):เมืองพักแรมที่ปกคลุมด้วยหิมะเงียบสงบ ให้บรรยากาศแฟนตาซี

อีเวนต์ที่ควรไป

  • เทศกาลเครื่องเขินคิโสะ・เทศกาลเมืองพักแรมนาราอิ(โดยทั่วไปต้นเดือนมิถุนายน)
  • ขบวนไดเมียวที่จำลอง “โอจะสึโบะโดจู”(Ocha-tsubo Dōchū)จากยุคเอโดะ เดินขบวนผ่านเมืองพักแรม เป็นงานเด่นของนาราอิจูกุ
  • มีการจัดแสดงและจำหน่ายเครื่องเขินคิโสะ เป็นโอกาสดีในการเจอของถูกใจ


ของกินและช้อปปิ้งแนะนำในนาราอิจูกุ

  • โกเฮโมจิ(Gohei-mochi)
  • บดข้าวเป็นก้อนแล้วย่างถ่าน กินกับมิโสะงาหรือซอสวอลนัต เป็นของขึ้นชื่อเส้นทางคิโสะ
  • ที่นาราอิจูกุมักทำเป็นทรงดังโงะ กินเดินเล่นได้สะดวก
  • โซบะชินชู(Shinshū soba)
  • ทั้ง “ซุนกิโซบะ” ที่ใส่ผักดองคาบุนะ(เฉพาะฤดูหนาว) และ “โทจิโซบะ” ที่ลวกเส้นในหม้อด้วยตะกร้าโทจิคาโกะ ก็อร่อยเป็นพิเศษ
  • เครื่องเขินคิโสะ
  • หัตถกรรมดั้งเดิมที่มีประวัติราว 400 ปี แค่เดินดูร้านก็เพลิน
  • มีสินค้าราคาเข้าถึงง่ายอย่างตะเกียบและชาม เป็นของฝากยอดนิยม

ข้อมูลที่มีประโยชน์สำหรับนักท่องเที่ยว

ที่พัก

ภายในนาราอิจูกุมีทั้งเรียวกังแบบดั้งเดิมและที่พักเช่าเหมาหลังที่ใช้บ้านโบราณกระจายอยู่หลายแห่ง

การพักค้างคืนท่ามกลางบรรยากาศยุคเอโดะแบบเต็มๆ คือเสน่ห์เฉพาะของนาราอิจูกุ

สิ่งอำนวยความสะดวกและบริการ

ศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวใกล้สถานีนาราอิอาจมีบริการฝากกระเป๋า

บางพื้นที่ในเมืองพักแรมมี Wi-Fi ให้ใช้งาน

อาจมีบริการให้ยืมรถเข็น(สถานที่และเงื่อนไขแตกต่างตามแต่ละแห่ง)

ข้อควรรู้

  • ภายในเมืองพักแรมมีการจำกัดการสัญจรของรถ(ยกเว้นคนท้องถิ่น)จึงควรเดินเที่ยวเป็นหลัก
  • ภายในเขตอนุรักษ์กลุ่มอาคารดั้งเดิมสำคัญ เพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ควรนำขยะกลับไปทิ้งเอง
  • หากต้องการถ่ายรูปภายในร้านหรือบ้าน ควรขออนุญาตเจ้าของก่อน

นาราอิจูกุเป็นสถานที่ที่ทำให้คุณสัมผัส “ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม” และประวัติศาสตร์ของนากาเซ็นโดได้อย่างลึกซึ้ง

ลองไปเยือน แล้วเพลิดเพลินกับเสน่ห์ราวกับได้เป็นนักเดินทางในยุคเอโดะดูสักครั้ง


คำถามที่พบบ่อย

ตอบ นาราอิจูกุเป็นเมืองพักแรมบนเส้นทางนากะเซ็นโด (Nakasendō) ที่มีบ้านไม้เรียงยาวต่อเนื่องเป็นเอกลักษณ์ ชายคาอาคารค่อนข้างต่ำทำให้เกิดเงา ภาพถ่ายกลางวันจึงไม่ขาวล้นง่าย ลองเดินไปถึงปลายถนนก่อนแล้วค่อยเดินกลับ จะมองภาพรวมได้ชัดและไม่หลง รองเท้าเดินสบายช่วยลดความเหนื่อย
ตอบ นาราอิจูกุได้รับการคัดเลือกเป็น “เขตอนุรักษ์กลุ่มอาคารดั้งเดิมสำคัญของชาติ” ในปี 1978 อาคารหลายหลังยังเป็นพื้นที่อยู่อาศัยจริง เวลาถ่ายหน้าบ้านควรรักษาระยะและเดินพูดค่อยๆ เพื่อลดปัญหา ช่วงเช้าคนยังน้อย ถ่ายภาพเมืองได้ง่าย
ตอบ นาราอิจูกุเดินถึงได้จากสถานี JR นาราอิ และจากสถานีสามารถเข้าสู่ย่านเมืองเก่าได้ทันที หากมีสัมภาระควรจัดให้เรียบร้อยใกล้สถานีก่อนแล้วค่อยเดิน ถนนในเมืองพักแรมค่อนข้างแคบ ร่มกันแดดอาจเกะกะเวลาเดินสวน หมวกจะคล่องตัวกว่า และมีเหรียญติดตัวจะจ่ายได้สะดวก
ตอบ ถนนหลักเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวและทางสัญจรของคนท้องถิ่น จึงควรหลีกเลี่ยงการหยุดยืนขวางนานๆ การกินเดินมักมีขยะออกมา แนะนำกินให้หมดหน้าร้านหรือเลือกซื้อกลับจะอุ่นใจ เวลาถ่ายรูปให้ระวังมุมที่ไม่ถ่ายติดภายในบ้านของคนอื่น อากาศเปลี่ยนง่าย พกอุปกรณ์กันฝนไว้จะสบายใจ
ตอบ รอบนาราอิจูกุมีลานจอดรถของเทศบาล เป็นต้น และมีข้อมูลว่า รถยนต์ทั่วไปคิด 500 เยนต่อครั้ง วันคนเยอะลานใกล้ทางเข้ามักเต็มเร็ว หากจอดลานที่ไกลออกไปเล็กน้อยแล้วเริ่มเดินจากปลายถนน จะช่วยเลี่ยงรถติดตอนกลับได้ง่ายขึ้น
ตอบ นาราอิจูกุมีจุดน่าสนใจกระจายตามถนน เดินแบบสั้นๆ ใช้ราว 1–2 ชั่วโมง ถ้าจะเข้าพิพิธภัณฑ์หรือหอข้อมูลต่างๆ เผื่อครึ่งวันจะสบายกว่า ลองจัด “ถ่ายเมืองก่อนร้านเปิด → ค่อยกินมื้อกลางวัน” จะใช้เวลาช่วงคนบางได้คุ้ม และเวลาถ่ายรูปให้เลือกจุดที่ไม่ขวางทางคนเดิน
ตอบ เขตคิโสะ (Kiso) เช้า-เย็นอาจหนาวจัด และหน้าหนาวมีโอกาสพื้นถนนเป็นน้ำแข็ง รองเท้าเกาะพื้นดีและถุงมือจะช่วยให้มั่นใจ ความต่างอุณหภูมิใน-นอกอาคารค่อนข้างมาก การใส่เสื้อแบบเลเยอร์ถอด-ใส่ได้จะลดการเหงื่อออกในร้านแล้วออกมาหนาวได้ รองเท้าเดินสบายช่วยลดความเหนื่อย
ตอบ ก่อนหรือหลังนาราอิจูกุ สามารถจัดทริปรวมกับเมืองพักแรมอื่นๆ ในคิโสะหรือจุดชมวิวหุบเขาได้ ตารางรถไฟบางช่วงอาจไม่ถี่ ควรเช็กเวลาออกขบวนถัดไปก่อนเริ่มเดินเที่ยวจะไม่ต้องรีบ ขากลับซื้อเครื่องดื่มไว้ใกล้สถานีจะเดินทางสบายขึ้น

จุดแนะนำใกล้เคียง

ดูบทความแนะนำในบริเวณนี้

※ เนื้อหาบทความอ้างอิงจากข้อมูล ณ เวลาที่เขียน และอาจแตกต่างจากสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ เราไม่รับประกันความถูกต้องและความสมบูรณ์ของเนื้อหาที่เผยแพร่ โปรดเข้าใจ