เพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวญี่ปุ่น!

ปราสาทโอซุ เอฮิเมะ: หอคอยไม้ 4 ชั้นสูง 19.15 ม. บูรณะปี 2004

ปราสาทโอซุ เอฮิเมะ: หอคอยไม้ 4 ชั้นสูง 19.15 ม. บูรณะปี 2004
ปราสาทโอซุ (Ōzu-jō) คือปราสาทเก่าแก่ริมแม่น้ำฮิจิคาวะ จ.เอฮิเมะ สร้างราว ค.ศ.1331 หอคอยไม้ 4 ชั้น 4 ระดับสูง 19.15 ม. บูรณะใหม่ปี 2004 พร้อมไดโดโคโระยากุระ

ไฮไลต์

เสน่ห์ปราสาทโอซุ (สรุป)

ปราสาทโอซุ (Ozu Castle) โดดเด่นด้วยหอคอยที่บูรณะเป็นไม้ และทิวทัศน์ที่กลมกลืนกับแม่น้ำฮิจิ (Hiji River) เป็นจุดเที่ยวบรรยากาศเมืองปราสาท

จุดเด่น

สัมผัสความอบอุ่นของงานไม้ในหอคอยที่บูรณะ และชมพาโนรามาแม่น้ำฮิจิ (Hiji River) กับตัวเมืองโอซุจากบนหอคอย

เดินเล่นย่านเมืองปราสาท

มีถนนเมืองเก่า คาเฟ่บ้านโบราณ และร้านของฝากกระจายอยู่ เหมาะกับการเดินเล่นและชิมของอร่อยไปพร้อมกัน

การเดินทาง

จากเมืองมัตสึยามะ (Matsuyama) ขับรถประมาณ 1 ชั่วโมง (จาก Ozu-Hijiminami IC ประมาณ 10 นาที) / จากสถานี JR อิโยะโอซุ (Iyo-Ozu Station) นั่งแท็กซี่ประมาณ 10 นาที หรือเดินประมาณ 30 นาที

เวลาเปิด

ปราสาทโอซุ (Ozu Castle) เปิด 9:00–17:00 (เข้ารอบสุดท้าย 16:30)

ค่าเข้าชม

ผู้ใหญ่ 550 เยน / เด็ก 220 เยน (มัธยมต้นและต่ำกว่า)

บรรยากาศยามค่ำ

บางวันมีการเปิดไฟไลต์อัปตอนกลางคืน ให้บรรยากาศต่างจากช่วงกลางวัน

ข้อมูลล่าสุดโปรดตรวจสอบจากประกาศอย่างเป็นทางการหรือยืนยัน ณ สถานที่จริง

บทความยอดนิยมเกี่ยวกับEhime

ปราสาทโอซุ(Ōzu-jō)คืออะไร? จุดเด่นของหอคอยไม้ที่บูรณะใหม่

ปราสาทโอซุ(Ōzu-jō)ตั้งอยู่ที่เมืองโอซุ(Ōzu)จังหวัดเอฮิเมะ(Ehime)เป็นปราสาทเก่าแก่ที่ตั้งตระหง่านริมแม่น้ำฮิจิคาวะ(Hijikawa)และเป็นสัญลักษณ์ของ “เกียวโตน้อยแห่งอิโยะ”

เชื่อกันว่าเริ่มสร้างในปีเก็งโกะ 1(ค.ศ.1331)โดยอุตสึโนมิยะ โทโยฟุสะ(Utsunomiya Toyofusa)ผู้ปกครองแคว้นอิโยะ จากนั้นได้รับการปรับปรุงโดยโทโด ทาคาโทระ(Tōdō Takatora)และวากิซากะ ยาสุฮารุ(Wakisaka Yasuharu)จนพัฒนาเป็นปราสาทแบบยุคเอโดะ

ปีเมจิ 21(ค.ศ.1888)หอคอยหลักถูกรื้อเพราะทรุดโทรม แต่ในปี 2004 ได้บูรณะกลับมาเป็นหอคอยไม้ 4 ชั้น 4 ระดับที่บูรณะใหม่ครั้งแรกหลังสงครามด้วยแรงสนับสนุนและเงินบริจาคจากชุมชน

หอคอยนี้มีความสูงถึง 19.15 ม. บนกำแพงหิน และได้รับการสร้างซ้ำอย่างซื่อสัตย์จากภาพถ่ายเก่าในยุคเมจิและแบบจำลองโครงไม้ยุคเอโดะ “เท็นชูฮินางาตะ(Tenshu Hinagata)” ถ่ายทอดเทคนิคสถาปัตยกรรมปราสาทญี่ปุ่นมาสู่ปัจจุบัน


ไฮไลท์ปราสาทโอซุ: หอคอยไม้・วิวริมแม่น้ำ・เมืองปราสาท

1. หอคอยไม้ 4 ชั้น 4 ระดับที่บูรณะใหม่ครั้งแรกหลังสงคราม

หอคอยของปราสาทโอซุถูกสร้างขึ้นใหม่อย่างซื่อสัตย์ด้วยวิธีช่างดั้งเดิม โดยอ้างอิงจากเอกสารประวัติศาสตร์

โครงการบูรณะครั้งนี้เกิดขึ้นได้จากการได้รับการยกเว้นการบังคับใช้บางส่วนของกฎหมายมาตรฐานอาคาร และยังเป็นโครงการขนาดใหญ่แบบมีส่วนร่วมของประชาชน จนได้รับความสนใจทั่วประเทศ

ภายในหอคอยสามารถชมเทคนิคโครงไม้แบบไม่ใช้ตะปู และโครงสร้างแบบโถงสูงได้ใกล้ ๆ ทำให้สัมผัสบรรยากาศสถาปัตยกรรมปราสาทยุคเอโดะได้อย่างสมจริง

หอครัวไดโดโคโระยากุระ(Daidokoro Yagura)และหอโคะรันยากุระ(Kōran Yagura)ที่เชื่อมกับหอคอย เป็นโบราณสถานสำคัญของประเทศที่ยังคงหลงเหลือมาตั้งแต่ยุคเอโดะ และเป็นจุดเด่นในการเปรียบเทียบกับหอคอยที่บูรณะใหม่

2. ความกลมกลืนกับทิวทัศน์แม่น้ำฮิจิคาวะ

ปราสาทโอซุตั้งอยู่บนเนินเตี้ยริมแม่น้ำฮิจิคาวะ ทำให้ได้ชมวิวที่ผสานธรรมชาติอย่างงดงาม

โดยเฉพาะมุมมองจากสะพานฮิจิคาวะและแนวคันกั้นน้ำที่เงยเห็นหอคอย เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมของสายภาพถ่าย

3. วิวตามฤดูกาล

  • ฤดูใบไม้ผลิ(ปลายมีนาคม〜ต้นเมษายน): ซากุระบานเต็มที่ ชมภาพปราสาทคู่ซากุระได้สวยงาม
  • ฤดูร้อน: บริเวณรอบปราสาทเขียวชอุ่ม และช่วงมิถุนายน〜กันยายนมี “อุไค(Ukai)” การจับปลาด้วยนกกาน้ำแบบดั้งเดิมที่แม่น้ำฮิจิคาวะ
  • ฤดูใบไม้ร่วง(กลางพฤศจิกายน〜ต้นธันวาคม): ใบไม้เปลี่ยนสีแต่งแต้มพื้นที่ปราสาท ทำให้เดินเล่นสนุกยิ่งขึ้น
  • ฤดูหนาว: ภาพปราสาทท่ามกลางความเงียบสงบให้บรรยากาศชวนหลงใหล และ “ฮิจิคาวะอะระชิ(Hijikawa Arashi)” หรือหมอกที่ลอยขึ้นจากแม่น้ำฮิจิคาวะก็ดูแฟนตาซีมาก

4. เมืองปราสาทโอซุและวัฒนธรรมประวัติศาสตร์

ปราสาทโอซุเป็นสัญลักษณ์ของประวัติศาสตร์เมืองโอซุ และแนะนำให้เดินเล่นย่านเมืองปราสาทด้วย

มีถนนบรรยากาศดี เช่น โอฮานะฮันโดริ(Ohanahan-dōri)รวมถึงถนนที่ยังคงผังเมืองและเรือนแถวแบบยุคเอโดะ และคาเฟ่ที่ดัดแปลงจากบ้านโบราณกระจายอยู่

คฤหาสน์การิวซันโซ(Garyū Sansō)ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญของประเทศก็ไม่ควรพลาด และยังได้ 1 ดาวจากมิชลิน กรีนไกด์ด้วย

5. วิวพาโนรามาจากชั้นบนสุดของหอคอย

จากชั้นบนสุดของหอคอยปราสาทโอซุ สามารถชมวิวพาโนรามาของแม่น้ำฮิจิคาวะและแอ่งโอซุได้เต็มตา

ความพิเศษคือได้สัมผัส “วิวเดียวกับที่เจ้าเมืองเคยเห็น” ซึ่งเป็นเสน่ห์ของหอคอยไม้ที่บูรณะใหม่อย่างแท้จริง


วิธีไปปราสาทโอซุ(Ōzu-jō)

เดินทางด้วยรถยนต์

  • จากตัวเมืองมัตสึยามะประมาณ 1 ชั่วโมง
  • ใช้ทางด่วนมัตสึยามะ ออกที่โอซุฮิจิมินามิ IC(Ōzu Hijiminami IC)แล้วขับต่อประมาณ 10 นาที
  • สามารถใช้ลานจอดรถศูนย์ประชุมโอซุ(มีค่าใช้จ่าย)หรือที่จอดรถท่องเที่ยวหมายเลข 1(ฟรี)

เดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ

  • จากสถานี JR อิโยะโอซุ(Iyo-Ōzu Station)สายโยซัง
  • นั่งแท็กซี่ประมาณ 5〜10 นาที หรือเดินประมาณ 25〜30 นาที
  • หน้าสถานีมีจักรยานให้เช่า แนะนำปั่นไปพร้อมเดินเที่ยวเมืองปราสาทอย่างชิล ๆ


เที่ยวปราสาทโอซุ: ทำอะไรดี

1. เข้าชมหอคอยไม้ที่บูรณะใหม่

เดินชมภายในหอคอย พร้อมสัมผัสเทคนิคโครงไม้แบบดั้งเดิมและโครงสร้างแบบโถงสูงอย่างใกล้ชิด

มีนิทรรศการที่อธิบายขั้นตอนการบูรณะและประวัติของปราสาทโอซุอย่างครบถ้วน

2. เดินเล่นริมแม่น้ำฮิจิคาวะ

เดินเลียบแม่น้ำฮิจิคาวะเพื่อชมตัวปราสาทจากหลายมุม

โดยเฉพาะฤดูซากุระและฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ห้ามพลาด

3. ถ่ายรูปปราสาทมุมสวย

ปราสาทโอซุเป็นจุดถ่ายภาพสวยทุกฤดูกาล

มุมมองเต็มจากคันกั้นน้ำฝั่งเหนือของแม่น้ำฮิจิคาวะที่เห็นทั้งหอคอยและป้อมยากุระ เป็นจุดยอดนิยมเป็นพิเศษ

4. เดินเล่นย่านเมืองปราสาท

รอบปราสาทมีคาเฟ่และร้านของฝากที่ใช้บ้านโบราณเป็นพื้นที่ร้าน

ลองชิมของหวานและของขึ้นชื่อท้องถิ่น แล้วเดินเที่ยวแบบสบาย ๆ

5. โอซุโจ แคสเซิลสเตย์

ปราสาทโอซุมีประสบการณ์พักค้างคืนในหอคอย “แคสเซิลสเตย์” ซึ่งเป็นการเข้าพักในหอคอยปราสาทแบบแรกของญี่ปุ่น

เป็นประสบการณ์หายากระดับโลกที่จำลองพิธีต้อนรับเจ้าเมืองสมัยเอโดะและพักค้างคืนในหอคอย (ต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น・แพ็กเกจราคาสูง)


ข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยว: เวลาเปิด・ค่าเข้า・ที่จอดรถ

  • เวลาเปิดทำการ
  • 9:00〜17:00(เข้าชมรอบสุดท้าย 16:30)
  • ค่าเข้าชม
  • ปราสาทโอซุ:ผู้ใหญ่ 550 เยน/เด็ก 220 เยน
  • บัตรรวม 2 สถานที่(ปราสาทโอซุ・การิวซันโซ):ผู้ใหญ่ 880 เยน/เด็ก 330 เยน(ต่ำกว่าม.ต้น)
  • บัตรรวม 3 สถานที่(ปราสาทโอซุ・การิวซันโซ・บันเซ็นโซ(Bansen-sō)):ผู้ใหญ่ 1,100 เยน/เด็ก 440 เยน
  • ※เด็กอายุไม่เกิน 5 ปี เข้าฟรี
  • ระยะเวลาที่ใช้โดยประมาณ
  • ชมเฉพาะหอคอยประมาณ 30 นาที หากรวมเดินเล่นย่านเมืองปราสาท แนะนำเผื่อเวลา 2〜3 ชั่วโมง
  • การแต่งกายที่แนะนำ
  • แนะนำรองเท้าที่เดินสบาย
  • บันไดภายในหอคอยค่อนข้างชัน ควรสวมเสื้อผ้าที่เคลื่อนไหวสะดวก
  • ที่จอดรถ
  • สามารถใช้ลานจอดรถศูนย์ประชุมโอซุ(มีค่าใช้จ่าย)และที่จอดรถท่องเที่ยวหมายเลข 1 ของเมืองโอซุ(ฟรี)

สรุป

ปราสาทโอซุเป็นปราสาทที่หายากระดับประเทศ ด้วยหอคอยไม้ 4 ชั้น 4 ระดับที่บูรณะใหม่ครั้งแรกหลังสงคราม ผสานกับป้อมยากุระโบราณสถานสำคัญที่ยังคงอยู่ และวิวแม่น้ำฮิจิคาวะที่สวยงาม

เหมาะทั้งสายประวัติศาสตร์ คนรักธรรมชาติและการถ่ายภาพ รวมถึงผู้ที่อยากเดินเล่นย่านเมืองปราสาท

หากวางแผนเที่ยวเอฮิเมะ ลองใส่ปราสาทโอซุไว้ในทริป แล้วไปสัมผัสเสน่ห์ของเมืองปราสาทแห่งนี้ด้วยตัวเอง

คำถามที่พบบ่อย

ตอบ ปราสาทโอซุตั้งอยู่ริมแม่น้ำฮิจิกาวะ (Hijikawa) จุดเด่นคือหอคอยหลักที่บูรณะด้วยโครงสร้างไม้ หากเดินเที่ยวร่วมกับย่านเมืองเก่า “ความคุ้มค่าสำหรับถ่ายรูป” จะยิ่งเพิ่มขึ้น จึงควรเผื่อเวลาเดินไปถึงริมแม่น้ำ ไม่ใช่แค่ขึ้นปราสาทแล้วกลับทันที
ตอบ จากหอคอยหลักมองเห็นทั้งแม่น้ำฮิจิกาวะและย่านเมืองปราสาท ช่วงเย็นที่แสงสวยมักดูงดงามเป็นพิเศษ วันฟ้าใสอาจย้อนแสงได้ง่าย ลองถ่ายตามลำดับ “ฝั่งเมืองปราสาท → ฝั่งแม่น้ำ” จะช่วยให้แสงและความสว่างในภาพบาลานซ์ได้ง่ายขึ้น
ตอบ หอคอยหลักปราสาทโอซุเปิด 9:00〜17:00 และค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 550 เยน นักเรียนประถม-มัธยม 220 เยน มีบางจุดที่บันไดค่อนข้างชัน ใส่รองเท้าที่เดินสบายจะขึ้นลงได้ง่ายขึ้นมาก
ตอบ จากสถานีอิโยะโอซุไปปราสาทโอซุเดินได้ และวันที่มีสัมภาระเยอะ การนั่งแท็กซี่ก็สะดวก ย่านเมืองเก่ามีถนนแคบหลายช่วง แม้ขับรถมาเองก็ไม่จำเป็นต้องฝืนเข้าถึงหน้าโซนปราสาท แผนแบบ “จอดแล้วเดินเพิ่มนิดหน่อย” จะลื่นไหลกว่า
ตอบ การชมภายในหอคอยหลักใช้เวลาประมาณ 30〜60 นาที และถ้ารวมเดินย่านเมืองเก่าด้วย การมีเวลาครึ่งวันจะให้ความพึงพอใจสูงกว่า บางวันลมริมแม่น้ำแรง หากมีเสื้อคลุมบาง ๆ จะช่วยไม่ให้หนาวระหว่างถ่ายรูป
ตอบ ถ้าต้องการเลี่ยงความหนาแน่น ช่วงหลังเปิดไม่นานหรือหลัง 15:00 มักเดินได้สบายกว่า ภายในหอคอยมีจุดที่สวนกันยาก หากเริ่มชมจากชั้นบนแล้วค่อยไล่ลง จะไปตามกระแสคนและลดการติดขัดได้
ตอบ มุมยอดนิยมคือถ่ายให้เห็นหอคอยหลักข้ามแม่น้ำฮิจิกาวะ ตอนเช้าน้ำมักนิ่งจึงลุ้นเงาสะท้อนได้ แทนการใช้เลนส์กว้างยัดทุกอย่างในเฟรม ลองใส่กำแพงหินหรือประตูเป็นฉากหน้า จะทำให้ “ความเป็นปราสาท” เด่นขึ้น
ตอบ ในย่านเมืองเก่ามีบ้านมาจิยะเก่า ร้านขนมหวาน และร้านอาหารท้องถิ่นกระจายอยู่ ช่วงกลางวันมักแน่น แนะนำวางแผนแบบ “แวะกินเบา ๆ ก่อน → ไปปราสาท → กลับมาเป็นมื้อหลัก” จะลดโอกาสพลาดเพราะคนเยอะ

จุดแนะนำใกล้เคียง

ดูบทความแนะนำในบริเวณนี้

※ เนื้อหาบทความอ้างอิงจากข้อมูล ณ เวลาที่เขียน และอาจแตกต่างจากสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ เราไม่รับประกันความถูกต้องและความสมบูรณ์ของเนื้อหาที่เผยแพร่ โปรดเข้าใจ